cathedraledetunis

Month: February 2021

10 เรื่องจริงของฟ้าทะลายโจร รู้ก่อนกินอย่างปลอดภัย ไม่เสี่ยงใช้ผิด ๆ

slotxo

ในช่วงนี้กระแสข่าวฟ้าทะลายโจรต้านหวัด และยังป้องกันไวรัสโคโรน่าได้ ทำให้สมุนไพรอย่างฟ้าทะลายโจรนั้นขายดิบขายดี ขาดตลาด ถึงขั้นมีการกักตุนสินค้าเพื่อจำหน่ายในราคาสูงอีกด้วย แต่ก่อนที่จะซื้อฟ้าทะลายโจรมากินตามกระแส ลองมาเคลียร์ใจกับ 10 เรื่องจริงของฟ้าทะลายโจรกันหน่อย จะได้ใช้ฟ้าทะลายโจรอย่างได้ประโยชน์ที่แท้จริง ไม่เสี่ยงอันตรายต่อร่างกาย

  1. ฟ้าทะลายโจรช่วยรักษาโควิด 19 จริงไหม
    มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ทำการวิจัยเบื้องต้นกับเซลล์ปอดของมนุษย์ และพบว่า ฟ้าทะลายโจรสามารถยับยั้งเชื้อโคโรนาไวรัสในหลายกระบวนการขั้นตอน โดยยับยั้งการเข้าถึงเซลล์ของไวรัส ยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส ส่งผลให้จำนวนเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสลดลง และฟ้าทะลายโจรยังมีสรรพคุณเสริมภูมิคุ้มกัน ยับยั้งเชื้อไวรัสที่ก่อโรคทางเดินหายใจได้หลายชนิด อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนที่ไม่รุนแรงได้
    กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จึงแนะนำใช้ฟ้าทะลายโจรที่มีสารแอนโดรกราโฟไลด์ 180 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 5 วัน สำหรับผู้ป่วยโควิด 19 ที่มีอาการไม่รุนแรง
    นอกจากนี้งานวิจัยยังพบว่า หากมีอาการของหวัด และได้รับฟ้าทะลายโจรภายใน 24-48 ชั่วโมง ตั้งแต่เรื่มมีอาการ ฟ้าทะลายโจรจะรักษาอาการหวัดได้ดี โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะนำให้รับประทานฟ้าทะลายโจรครั้งละ 4 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน ส่วนสารสกัดฟ้าทะลายโจร ให้กินครั้งละ 1-2 แคปซูล เพื่อให้ได้รับสารสำคัญแอนโดรกราโฟไลด์ประมาณ 20 มิลลิกรัม/ครั้ง วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร การรับประทานยาทั้งสองแบบในขนาดที่แนะนำ จะให้สารแอนโดรกราโฟไลด์ประมาณ 60 มิลลิกรัม/วัน แต่หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ให้รีบพบแพทย์
    อย่างไรก็ตามก่อนรับประทานฟ้าทะลายโจรทุกวันควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง เพราะการกินฟ้าทะลายโจรติดต่อกันนาน ๆ อาจมีผลข้างเคียงที่เป็นโทษต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะในคนที่มีโรคประจำตัวนะคะ
  2. ฟ้าทะลายโจร ต้านหวัดได้จริงแค่ไหน xoslot
    ประเด็นนี้ไว้ใจได้เลยค่ะ เพราะฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ ที่มีข้อบ่งชี้ในการบรรเทาอาการหวัด (Common Cold) เช่น ไข้ มีน้ำมูก และอาการเจ็บคอได้ ดังนั้นเมื่อมีอาการหวัดดังกล่าว สามารถกินฟ้าทะลายโจรแก้หวัดได้ตั้งแต่ที่เริ่มมีอาการ โดยฟ้าทะลายโจรจะช่วยย่นระยะเวลาการป่วยให้น้อยลง จากที่จะมีอาการหวัด 3-4 วัน ก็อาจเหลือเพียง 1-2 วัน
  3. ไม่ป่วยกินได้หรือเปล่า

แม้ฟ้าทะลายโจรจะเป็นสมุนไพร แต่การกินฟ้าทะลายโจรโดยไม่จำเป็นก็ไม่ควรทำ เพราะอาจเป็นภาระให้ตับกับไตเปล่า ๆ เว้นแต่ว่า เป็นคนในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กอายุ 4 ขวบขึ้นไปที่มีภาวะภูมิแพ้ ผู้สูงอายุที่ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และผู้ที่ทำงานในสถานที่ที่มีคนแออัด เช่น ขับรถโดยสาร ทำงานในโรงพยาบาล ทางอภัยภูเบศรก็แนะนำว่า สามารถกินฟ้าทะลายโจรขนาดต่ำ วันละ 1 เม็ด วันเว้นวัน นาน 3 เดือน ในช่วงที่มีการระบาดได้ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง

  1. ฟ้าทะลายโจร สรรพคุณมีอะไรบ้าง
    นอกจากรักษาหวัดแล้ว ฟ้าทะลายโจรยังมีสรรพคุณต้านไวรัส โดยเฉพาะไวรัสชนิดที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ช่วยระงับอาการอักเสบในร่างกาย และแก้การติดเชื้อ เช่น ท้องเสีย โรคกระเพาะ หรือลำไส้อักเสบ รวมทั้งเสริมภูมิต้านทานโรคได้
  • ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรต้านหวัด ต้านไวรัส ลดอาการอักเสบที่ปอด
  1. คนท้องกินฟ้าทะลายโจรได้ไหม เครดิตฟรี
    แม่ท้องและหญิงให้นมบุตรไม่ควรกินฟ้าทะลายโจร เพราะอาจเกิดผลกระทบต่อเด็กในครรภ์ได้ โดยทำให้เสี่ยงต่อภาวะพิการ นอกจากนี้สมุนไพรใด ๆ ก็ตาม จัดเป็นยาชนิดหนึ่งเหมือนกัน ดังนั้นก่อนรับประทานอาหารเสริม ยา หรือสมุนไพรตัวไหน ก็ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
  2. ป่วยโรคไหนต้องระวังการใช้ฟ้าทะลายโจร
    นอกจากหญิงตั้งครรภ์แล้ว ผู้ป่วยที่ควรระวังการใช้ฟ้าทะลายโจร เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ มีดังนี้
  • ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บคอเนื่องจากติดเชื้อ Streptococcus group A
  • ผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคไตอักเสบ เนื่องจากเคยติดเชื้อ Streptococcus group A
  • ผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคหัวใจรูมาติก
  • ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บคอ เนื่องจากมีการติดเชื้อแบคทีเรีย และมีอาการรุนแรง เช่น มีตุ่มหนองในคอ มีไข้สูง หนาวสั่น
  • ผู้ที่เป็นความดันต่ำ หรือรับประทานยาลดความดันโลหิต เนื่องจากฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ลดความดันเลือดได้
  • ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด เช่น วาร์ฟาริน
  • ผู้ที่มีการทำงานของตับและไตผิดปกติ
  1. วิธีรับประทานฟ้าทะลายโจรที่ถูกต้อง
    กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แนะนำให้ผู้ที่เริ่มมีอาการไอ เจ็บคอ เป็นหวัด หรือมีน้ำมูกใส รับประทานฟ้าทะลายโจรทันที จะเห็นผลดีกว่ามารับประทานเมื่อป่วยหลายวันแล้ว โดยมีขนาดรับประทาน ดังนี้
  • แคปซูลผงยา ขนาด 500 มิลลิกรัม รับประทานครั้งละ 3 แคปซูล (หรือตามปริมาณของขนาดแคปซูลที่ใช้บรรจุ เพื่อให้ได้รับปริมาณยาครั้งละ 1,500 มิลลิกรัม) วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน รวม 6,000 มิลลิกรัมต่อวัน
  • แคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจร (ที่มีแอนโดรกราโฟไลด์ 9-10 มิลลิกรัม หรือ 20 มิลลิกรัมต่อแคปซูล) รับประทานครั้งละ 1 หรือ 2 แคปซูล (เพื่อให้ได้รับแอนโดรกราโฟไลด์ 18-20 มิลลิกรัมต่อครั้ง) วันละ 3 ครั้ง
  1. กินติดต่อกันได้นานขนาดไหน
    แนะนำให้กินฟ้าทะลายโจรแก้หวัดติดต่อกันได้ 3 วัน แต่หากอาการไม่ดีขึ้นเลย ควรหยุดกินฟ้าทะลายโจรและพบแพทย์ เพราะอาจเป็นอาการหวัดที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไม่ใช่เชื้อไวรัส ซึ่งต้องใช้ยาคนละตัวในการรักษา
  2. ผลข้างเคียงจากฟ้าทะลายโจรที่อาจเกิดขึ้นได้
    ฟ้าทะลายโจรอาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องเดิน ปวดเอว วิงเวียนศีรษะ หรือใจสั่น ในผู้ป่วยบางราย หรือสำหรับคนที่รับประทานติดต่อกันนานเกินไป อาจมีอาการแขน-ขาชา อ่อนแรง หรือรู้สึกหนาวเย็นภายในได้ เพราะฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรรสขมจัด มีฤทธิ์เย็น
  3. เมื่อใดควรหยุดกิน
    หากกินฟ้าทะลายโจรแล้วพบว่ามีอาการคัน มีผื่นขึ้นตามตัว เป็นลมพิษ หน้าบวม ริมฝีปากบวม หรือมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน รวมไปถึงเกิดอาการข้างเคียงดังข้อที่ 9 ให้หยุดใช้ฟ้าทะลายโจรทันที
    สมุนไพรทุกชนิดนั้นมีข้อดี ล้วนแต่ก็ย่อมมีข้อที่ควรพึงระวัง ที่สำคัญถึงจะเป็นสมุนไพรแต่ก็อาจไม่ดีกับทุกคนก็ได้ ดังนั้นไม่ว่าจะใช้สมุนไพร อาหารเสริม หรือยา ก็ควรต้องปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อน เพื่อให้เราได้รับประโยชน์จากสิ่งนั้น ๆ ที่สำคัญยังเป็นการป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพที่เราอาจคาดไม่ถึงด้วย สล็อต xo

พลูคาว-คาวตอง ผักพื้นบ้านต้านไวรัส ยับยั้งหวัด เสริมภูมิคุ้มกันก็ได้

slotxo

มาทำความรู้จักสรรพคุณของพลูคาว คาวตอง ผักพื้นบ้านที่มีฤทธิ์เป็นยา ต้านไวรัสก็ดี ขับปัสสาวะก็ได้ และอีกสารพัดประโยชน์ด้านสุขภาพ
สำหรับคนภาคเหนือหรือภาคอีสาน น่าจะรู้จักมักคุ้นกับพลูคาว หรือคาวตอง ผักเคียงที่มักจะกินแกล้มลาบ ลู่ ก้อย เมนูแซ่บ ๆ ทั้งหลาย แต่ทราบกันไหมว่าพลูคาว หรือคาวตอง สรรพคุณทางยาของเขาดีมาก ๆ นะ เอาเป็นว่ามาทำความรู้จักพลูคาว คาวตอง ที่จัดเป็นสมุนไพรมีฤทธิ์ต้านไวรัสกัน
พลูคาว-คาวตอง คืออะไร
พลูคาว หรือคาวตอง คาวทอง เป็นผักพื้นบ้านทางภาคเหนือและอีสาน มีกลิ่นคาวทั้งใบและต้น รสชาติคาว ขื่น เผ็ดร้อน พลูคาวจัดเป็นพืชในวงศ์ Saururaceae มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Houttuynia cordata Thunb. ลักษณะโดยทั่วไปเป็นไม้ล้มลุก สูง 15-30 เซนติเมตร ลำต้นกลม รากแตกออกตามข้อ
ใบ เป็นใบเดี่ยวสีเขียว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 4-6 เซนติเมตร ยาว 6-10 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้ารูปหัวใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ ก้านใบยาวและโคนเป็นกาบหุ้มลำต้น ออกดอกสีขาวเป็นช่อที่ปลายยอด มีกลีบดอก 4 ใบ โดยทั่วไปจะออกดอกเล็กจำนวนมาก ส่วนผล เป็นผลแห้ง แตกออกได้ ข้างในมีเมล็ดรี ๆ
พลูคาว-คาวตอง สรรพคุณมีอะไรบ้าง
ผักพื้นบ้านอย่างพลูคาว หรือคาวตอง เป็นผักที่มีสรรพคุณทางยา โดยหมอยาตั้งแต่สมัยโบราณก็ให้กินพลูคาว-คาวตองเป็นประจำทุกวัน เสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย โดยในตำรับยาไทยโบราณ พลูคาว หรือคาวตอง มีสรรพคุณ เช่น

  • ขับปัสสาวะ
    พลูคาวมีสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงไต ส่งผลให้มีฤทธิ์ขับปัสสาวะได้ โดยใช้ทั้งต้น ประมาณ 30-60 กรัม มาตากแห้งให้ได้น้ำหนักประมาณ 15-30 กรัม แช่น้ำไว้ 1-3 นาที จากนั้นนำไปต้มในน้ำเดือดนาน 5 นาที กรองแล้วดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ นอกจากนี้ ต้นพลูคาวยังแก้บวมน้ำ และแก้การอักเสบติดเชื้อทางปัสสาวะได้ด้วย
  • รักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน ลมพิษ
    นิยมนำต้นพลูคาวสดมาตำละเอียด แล้วพอกรักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน ลมพิษ แผลแมลงสัตว์กัดต่อย ผิวหนังอักเสบ ช้ำ บวม และยังไล่หมัด หรือคั้นน้ำมาหมักผมไว้กำจัดเหาก็ได้ ด้วยสรรพคุณที่ช่วยรักษาโรคผิวหนัง แก้ผิวแห้ง แตก หยาบกร้าน จึงมีคนนำพลูคาวมาเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางที่ใช้บำรุงผิว
  • รักษาริดสีดวงทวาร
    ใช้ต้นสดพลูคาว ล้างสะอาด แล้วนำมาต้มน้ำดื่ม จิบเหล้าเล็กน้อย จากนั้นนำกากพลูคาวไปพอกที่แผลริดสีดวง ทำอย่างนี้ติดต่อกัน 3 วัน หัวริดสีดวงจะค่อย ๆ ยุบไป
  • รักษาฝีหนองในปอด xoslot
    ในตำราพื้นบ้านระบุว่า พลูคาวหรือคาวตองใช้รักษาฝีหนองในปอดได้ โดยใช้ต้นแห้ง 30 กรัม ผสมกับรากแห้ง 15 กรัม ต้มน้ำหรือบดเป็นผงสำหรับผสมน้ำดื่ม
    ในขณะที่ตำรับยาอื่น ๆ ของหลายประเทศในเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เนปาล ยังนำพลูคาวมาใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น เพื่อรักษาอาการป่วย ไม่ว่าจะเป็นบรรเทาอาการปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ ไอ บิด แก้ไข้ อาหารไม่ย่อย เป็นยาระบาย ลดความดันโลหิตสูง ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ขับระดู รักษาโรคสตรี ฯลฯ
    พลูคาว-คาวตอง ยับยั้งไวรัส ต้านไข้หวัดใหญ่
    จากการวิจัยทั้งในไทยและต่างประเทศ พบว่า น้ำมันหอมระเหยในพลูคาวสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของไข้หวัดใหญ่ และโรคซาร์สได้ นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านไวรัสต้นเหตุโรคเริม และไวรัสเอดส์ในหลอดทดลองได้อีกด้วย
    ทั้งนี้ หากต้องการกินพลูคาวโดยหวังผลในการป้องกันโรคหวัด เราสามารถกินพลูคาวหรือผักคาวตองสด ๆ เพื่อให้ได้น้ำมันหอมระเหยของพลูคาวโดยตรง
    พลูคาว-คาวตอง ฆ่าโควิด 19 ได้ไหม
    นอกจากฟ้าทะลายโจรแล้ว ยังมีข้อมูลที่แชร์ต่อ ๆ กันว่า พลูคาว หรือคาวตอง มีสรรพคุณป้องกันโควิด 19 ได้ ซึ่งประเด็นนี้ ทาง ดร. ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ชี้แจงว่า จากการวิจัยในประเทศจีน ด้วยการจำลองภาพ 3 มิติผ่านระบบคอมพิวเตอร์เมื่อต้นปี 2020 ทีมวิจัยพบว่า สารสำคัญที่ชื่อว่า เควอซิติน และรูทีน ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในพลูคาวและสมุนไพรบางชนิด สามารถยับยั้งไม่ให้ไวรัสโคโรนา 2019 เข้าเซลล์ของร่างกาย และช่วยไม่ให้มีการแบ่งตัวของเซลล์ไวรัสได้

ทว่าการวิจัยยังอยู่ในระยะเริ่มต้นมาก กว่าจะพัฒนาให้ใช้ได้จริงยังต้องศึกษาในอีกหลายขั้นตอน ปัจจุบันจึงยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่า พลูคาว-คาวตอง ฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ทำให้เกิดโรคโควิด 19 ได้
อย่างไรก็ตาม กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดพลูคาว หรือคาวตอง ไว้ในกลุ่มผักเสริมภูมิคุ้มกัน โดยระบุว่า ผักพื้นบ้านหลายชนิดที่แม้จะไม่มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคโควิด 19 แต่พบว่ามีสรรพคุณยับยั้งการติดเชื้อไวรัสก่อโรค มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และต้านการอักเสบได้ดี
พลูคาว-คาวตอง กับมะเร็ง
พลูคาวเด่นดังในเรื่องต้านเซลล์มะเร็งเช่นกัน โดยจากการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ทั้งในไทยและต่างประเทศ พบว่า พลูคาวมีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว และยังมีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย พลูคาวหรือคาวตองจึงถูกนำไปผลิตเป็นยาร่วมกับสมุนไพรตัวอื่น ๆ เพื่อใช้ในผู้ป่วยมะเร็ง และผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
นอกจากนี้ในประเทศจีนยังใช้พลูคาวประกอบยาตำรับผงและยาฉีดมะเร็งหลายชนิด โดยพบว่าพลูคาวมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและบรรเทาปวด เทียบเท่ากับยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAIDs และมีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารด้วย แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ใช่ว่าเราจะสามารถบริโภคผักคาวตองเพื่อหวังผลในการรักษามะเร็งได้
พลูคาว-คาวตอง ควรใช้อย่างไร
เนื่องจากพลูคาวเป็นผักพื้นบ้าน จึงนิยมกินสด ๆ ซึ่งจะได้น้ำมันหอมระเหยของพลูคาวโดยตรง หรือจะกินตามตำรับยาสมุนไพรไทย-จีน ก็ได้ โดยใช้ต้นพลูคาวแห้ง 15-30 กรัม ต้มกับน้ำ แล้วกรองดื่มเป็นชา
ส่วนการรับประทานพลูคาวสกัด หรือคาวตองสกัดในรูปแบบแคปซูลหรือในรูปแบบใด ๆ ก็ตาม ควรดูวิธีการสกัดพลูคาวหรือคาวตอง รวมไปถึงปริมาณสารสำคัญของพลูคาวในผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ให้ดี เนื่องจากการศึกษาวิจัยแต่ละการศึกษา อาจจะใช้วิธีการสกัดของพลูคาวที่แตกต่างกันออกไป

ทั้งนี้ ก่อนจะกินสมุนไพรเพื่อรักษาโรคหรือเสริมสุขภาพก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว หรือกินยาบางอย่างเป็นประจำ เพราะพลูคาวมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ซึ่งอาจไปกระทบกับการทำงานของยาบางตัวที่กินอยู่ได้
พลูคาว-คาวตอง มีผลข้างเคียงไหม
ปกติแล้วหากรับประทานพลูคาว หรือผักคาวตอง ในรูปแบบอาหาร มักจะไม่มีผลข้างเคียงที่น่าเป็นห่วง เพราะปริมาณในการกินพลูคาวจะไม่ค่อยมาก และการกินอาหารแต่ละครั้งเราก็จะกินอาหารที่หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตาม การใช้พลูคาวทั้งแบบรับประทานและใช้เป็นยาภายนอก ก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้ในบางคน ดังนี้

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ถ้ารับประทานมากเกินไปจะทำให้หายใจสั้นและถี่ อาจเป็นอันตรายได้ เครดิตฟรี
  • ในกรณีใช้ภายนอก ก็อาจมีอาการแพ้ที่ผิวหนัง หรือมีแผลพอง
  • เสี่ยงนิ่วในไตเพิ่มขึ้น หรือคนป่วยโรคไตก็อาจไตวายเฉียบพลันได้ เพราะออกซาเลตในใบพลูคาวอาจตกค้างในร่างกาย ในกรณีที่กินมากเกินไป
    ผักและสมุนไพรใกล้ตัวเรานั้นล้วนแต่มีประโยชน์และสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญก็คือ เราควรเลือกใช้ประโยชน์จากผัก สมุนไพร หรืออะไรก็ตาม อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของตัวเราเอง สล็อต xo

10 ประโยชน์ของมะขามด้านสุขภาพ ความดีที่หลายคนมองข้ามไป

slotxo

10 ประโยชน์ของมะขามด้านสุขภาพ ความดีที่หลายคนมองข้ามไป
หลายๆคนมักใช้การกินมะขามเพื่อแก้หรือรักษาอาการท้องผูก หรือใช้มะขามพอกหน้าบำรุงผิว แต่นอกจากสรรพคุณเหล่านี้แล้ว ประโยชน์ของมะขามยังมีอะไรอีกบ้างนะ
มะขามเป็นสมุนไพรใกล้ตัวที่เราคุ้นเคยกันดี เพราะบางคนก็พึ่งรสเปรี้ยวของมะขามช่วยให้รู้สึกตื่นเวลาง่วง ๆ บ้างก็กินมะขามเป็นยาระบาย หรือนำมะขามเปียกมาพอกหน้าบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใส แต่นอกจากนี้แล้วมะขามยังมีดีอีกเพียบเลยนะ อยากรู้ก็มาดูกันเลย
มะขาม สมุนไพรใกล้ตัวดี ๆ ที่อยากแนะนำ
มะขาม หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Tamarind มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tamarindus indica L. เป็นพรรณไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ แผ่กิ่งก้านสาขามาก เปลือกของต้นมีความหนา ขรุขระ ใบย่อยออกเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบและโคนใบมน ออกดอกเป็นช่อเล็ก ๆ ตามปลายกิ่ง ส่วนผลเป็นฝักยาวประมาณ 3-20 เซนติเมตร รูปร่างโค้งหยักตามข้อปล้องของผล เปลือกของฝักเมื่ออ่อนจะมีสีเขียวอมเทา เนื้อในติดกับเปลือก มีเมล็ดอยู่ในฝัก แต่เมื่อแก่เปลือกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีความแข็ง แห้ง กรอบ แตกง่าย เนื้อข้างในเป็นสีน้ำตาล เมล็ดใหญ่ กลม สีดำ รสชาติมีทั้งหวานและเปรี้ยว ซึ่งนอกจากผลมะขามแล้ว ใบมะขามก็เป็นส่วนที่นิยมนำมาทำเมนูอร่อย ๆ กินกันด้วยเนอะ
มะขาม ประโยชน์ช่างดีต่อสุขภาพ
ไม่ว่าจะเนื้อมะขาม ใบมะขาม หรือแม้กระทั่งเมล็ดมะขาม ก็ล้วนมีสรรพคุณดีต่อสุขภาพ ตามนี้เลย

  1. ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย
    ในเนื้อมะขามมีกรดอินทรีย์ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ สามารถทำเป็นน้ำมะขามดื่มแก้ท้องผูกได้ โดยนำมะขามเปียกผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้ว ละลายให้เข้ากัน แค่นี้ก็ได้สูตรระบายท้องทำง่าย ๆ แล้
    น้ำมะขาม ดื่มเพื่อสุขภาพ แก้ท้องผูก
  2. แก้ไอ ขับเสมหะxoslot
    มะขามเป็นสมุนไพรที่มีวิตามินซีสูง และยังมีสารสำคัญอย่างกรดทาร์ทาริก (Tartaric acid) ซึ่งมีสรรพคุณบรรเทาอาการไอ กระตุ้นการหลั่งน้ำลายและขับเสมหะ แถมยังช่วยบรรเทาอาการอักเสบ รักษาหวัด และขับเหงื่อ โดยจะกินมะขามจิ้มเกลือหรือจะทำน้ำมะขามดื่มก็แล้วแต่ชอบเลย
  3. ป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
    วิตามินซีเป็นวิตามินที่ช่วยป้องกันและรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน ซึ่งในเนื้อมะขามฝักอ่อนมีวิตามินซีอยู่ประมาณ 44 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม ส่วนในเนื้อมะขามเปียกจะมีวิตามินซีราว ๆ 13 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม สามารถกินเพิ่มวิตามินซีให้ร่างกายได้ทุกวัน เพื่อช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน และยังช่วยเรื่องขับถ่ายได้อีก
  4. บำรุงกระดูกและฟัน
    มะขามจัดเป็นอาหารแคลเซียมสูงชนิดหนึ่งเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นยอดอ่อน ฝักอ่อน หรือมะขามเปียก ในปริมาณ 100 กรัม ก็มีแคลเซียมอยู่ที่ 14, 429 และ 314 มิลลิกรัม ตามลำดับ มะขามจึงมีสรรพคุณช่วยบำรุงกระดูกและฟันไปด้วยในตัว
  5. ขับเลือดลมในหญิงเพิ่งคลอดบุตร
    ตามตำรับแพทย์แผนไทยมีการใช้มะขามเปียกคั้นกับเกลือและน้ำ ให้หญิงคลอดบุตรใหม่ ๆ ดื่มเพื่อขับเลือดลมที่ตกค้างในร่างกาย นอกจากนี้ใบมะขามยังใช้ต้มกับน้ำให้หญิงหลังคลอดอาบเพิ่มความรู้สึกสะอาดสดชื่นอีกด้วย
  6. ขับลมในลำไส้ แก้บิดเครดิตฟรี
    ใบมะขามสดมีรสเปรี้ยว ฝาด มีกรดเล็กน้อย สามารถกินช่วยระบายท้อง ขับลมในลำไส้ แก้บิด โดยนำใบมะขามอ่อนมาประกอบอาหารรับประทานได้เลย
  7. แก้ท้องเสีย
    คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยพะเยา เผยข้อมูลว่า เปลือกหุ้มเมล็ดมะขามอุดมไปด้วยสารกลุ่มโพรแอนโธไซยานิดินส์จำพวกแทนนิน มีสรรพคุณแก้ท้องเสีย ท้องร่วง ส่วนเนื้อในเมล็ดของมะขามที่ชาวเหนือนิยมนำมาคั่วกิน ก็มีสรรพคุณแก้ท้องเสีย ขับพยาธิตัวกลมด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรรับประทานเปลือกหุ้มเมล็ดมะขามมากเกินไป เพราะอาจได้รับแทนนินในปริมาณที่สูงเกินความจำเป็นจนอาจกระทบกับการจับโปรตีนในระบบย่อยอาหาร และมีส่วนยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กได้
  8. รักษาแผล
    สารต้านอนุมูลอิสระและสารแทนนินในเปลือกหุ้มเมล็ดมะขามมีสรรพคุณชะล้างบาดแผล พอกรักษาบาดแผลไฟลวก สมานแผลสด รักษาแผลของผู้ป่วยโรคเบาหวาน นอกจากนี้ ถ้านำเปลือกต้นมะขามมาต้มหรือฝนกับน้ำปูนใส นำมาล้างแผลหรือรักษาบาดแผลเรื้อรังก็ได้เช่นกัน
  9. สารต้านอนุมูลอิสระสูง
    คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำการศึกษาและพบว่า ในเปลือกหุ้มเมล็ดมะขามมีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีสารประกอบฟีนอลิกในปริมาณสูง โดยสารสกัดจากเปลือกหุ้มเมล็ดมะขามมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นได้ดีกว่าวิตามินอี 3.14 เท่า นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณยับยั้งอนุมูลอิสระได้ร้อยละ 50 ซึ่งถือว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และดีต่อสุขภาพอย่างน่าสนใจ แต่ทั้งนี้ก็ควรจำกัดปริมาณสารสกัดเปลือกหุ้มเมล็ดมะขามให้อยู่ในปริมาณ 300 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 1 แคปซูล ไม่ควรกินมากไปกว่านี้
  10. ผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยเซลล์ผิวใหม่
    มะขามมี AHA ค่อนข้างสูง และถ้าเรานำมะขามเปียกมาขัดผิว เส้นใยในเนื้อมะขามจะช่วยทำความสะอาดและผลัดเซลล์ผิวเก่าออกไป ส่วน AHA ก็จะช่วยบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใส โดยสูตรมะขามขัดผิวก็มีอยู่หลายสูตรด้วยกัน ลองเลือกสูตรที่ง่ายและสะดวกได้เลยสล็อต xo

กระชายขาว สมุนไพรต้านโควิด 19 ยับยั้งการติดเชื้อได้อยู่หมัด พร้อมสรรพคุณที่น่าสนใจ

slotxo

มีงานวิจัยพบว่ากระชายขาวมีฤทธิ์ต้านการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ 100% เมื่อสรรพคุณของกระชายขาวดีงามขนาดนี้ก็เลยอยากให้รู้จักสมุนไพรต้านไวรัสตัวนี้กันหน่อย
กระชายขาวหรือกระชายเหลือง เป็นสมุนไพรที่เราคุ้นเคยกันดีเพราะใช้ประกอบอาหารไทยหลายเมนู ไม่ว่าจะผัดเผ็ด ผัดฉ่า ผัดขี้เมา หรืออาหารประเภทแกงป่า แกงกะทิบางชนิดก็ใส่กระชายเพิ่มความหอม ความเผ็ดร้อน และดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ไปด้วย แต่นอกจากจะเป็นสมุนไพรเพื่อสุขภาพแล้ว งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลยังพบว่า กระชายขาวมีฤทธิ์ต้าน COVID-19 ได้ 100% เลยทีเดียว

กระชายขาว คืออะไร
กระชายขาว หรือกระชายเหลือง เป็นกระชายชนิดหนึ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. อยู่ในวงศ์ขิง (ZINGIBERACEAE) โดยเป็นพืชล้มลุกที่มีต้นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ซึ่งเรียกว่า เหง้า เมื่อรากสะสมอาการจนได้ที่ก็จะพองเป็นแง่ง มีลักษณะคล้ายนิ้วมือ กระชายในภาษาอังกฤษจึงถูกเรียกว่า Finger root หรือ Chinese’s Ginger
กระชายขาว หรือกระชายเหลือง เป็นสมุนไพรที่มีรสชาติเผ็ด ร้อน ขม แพทย์แผนโบราณของไทยนิยมนำเหง้าและรากมาใช้ทั้งในการรักษาโรคและการบำรุงร่างกาย นอกจากนี้ยังถือเป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย

กระชาย สรรพคุณไม่ธรรมดา
กระชาย สรรพคุณของสมุนไพรชนิดนี้กระจายอยู่มากมายตามส่วนต่าง ๆ ของต้น ไม่ว่าจะเป็นใบ เหง้า ราก และเหง้าใต้ดิน โดยแต่ละส่วนของกระชายมีสรรพคุณแตกต่างกันไป ดังนี้
เหง้าใต้ดิน

xoslot
เหง้าใต้ดินมีรสชาติขมและเผ็ด ช่วยแก้อาการปวดท้อง มวนในท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ เนื่องจากมีสารซิเนโอเล (Cineole) ที่มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ จึงทำให้อาการปวดท้องทุเลาลงได้ ทั้งนี้ยังเป็นยารักษาริดสีดวงทวาร นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยชูกำลัง และบำรุงกำหนัด บำบัดโรคนกเขาไม่ขัน
เหง้าและราก
เหง้าและรากสามารถใช้แก้โรคบิด ถ่ายเป็นมูกเลือด ช่วยขับปัสสาวะ และแก้อาการปัสสาวะพิการ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นยารักษากลากเกลื้อนได้อีกด้วย
ใบ
ใบเป็นอีกส่วนหนึ่งของกระชายที่สามารถนำมาใช้ในการบำรุงร่างกาย โดยใบกระชายสามารถรับประทานเพื่อบำรุงธาตุ รักษาโรคในปากและในคอ แก้อาการโลหิตเป็นพิษ และช่วยถอนพิษต่าง ๆ ได้
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า ในเหง้าของกระชายมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินมากมาย ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี 12 รวมทั้งแคลเซียม และธาตุเหล็ก อีกทั้งยังพบสารเคอร์คูมิน ที่มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบอีกด้วย
ส่วนในรากกระชายยังมีกรดคาวีซินิค (Chavicinic Acid) ซึ่งมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคได้มากมายหลายชนิด ขณะที่ก็มีสารต้านอนุมูลอิสระอีกมากมายที่ช่วยป้องกันไม่ให้สารอนุมูลอิสระมาทำลายเซลล์ในร่างกาย อันเป็นสาเหตุของริ้วรอยแห่งวัย และโรคมะเร็งบางชนิด

กระชายขาว ต้านโควิด 19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหนือสิ่งอื่นใดก็ตาม สรรพคุณกระชายขาวยังเป็นที่น่าฮือฮา เมื่องานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า สารสกัดจากกระชายขาว มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ต้นเหตุของโรค COVID-19 ในหลอดเพาะเชื้อได้ถึง 100% กล่าวคือ มีความสามารถในการลดจำนวนเซลล์ที่ติดเชื้อจาก 100% ไปถึง 0% ได้ และยังสามารถยับยั้งการทำงานของเซลล์ที่เพิ่มตัวไวรัส ทำให้ไม่มีไวรัสตัวใหม่เพิ่มออกมาจากเซลล์ได้เลย

เครดิตฟรี
ทั้งนี้ นักวิจัยพบว่า สารสำคัญในกระชายขาวที่มีฤทธิ์ในการต้านโคโรนาไวรัส มีอยู่ 2 ตัวด้วยกัน คือ Panduratin A และ Pinostrobin ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรค COVID-19 แต่ทั้งนี้การศึกษาประสิทธิภาพในการต้านเชื้อไวรัสโคโรนาในคน ยังต้องศึกษาวิจัยเพิ่มอีกนะคะ
กระชายขาวต้านโควิด 19 ต้องกินยังไง
นอกจากนี้ทางทีมวิจัยยังแนะนำว่า การกินกระชายขาวเพื่อหวังสรรพคุณต้านโควิด 19 ควรกินกระชายขาวในรูปของสารสกัด เพราะจะสามารถกำหนดคุณภาพและปริมาณสารสำคัญของกระชายขาวอย่างแน่นอนได้ อีกทั้งเราจะได้กินกระชายขาวในปริมาณที่ไม่มากเกินไป แต่ได้ประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อไวรัสโคโรนาได้
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่รองานวิจัยให้กระชายขาวต้านโควิด 19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพในมนุษย์ เราก็กินเมนูที่มีกระชายขาวให้บ่อยหน่อยก็ได้ อย่างน้อยก็ได้สรรพคุณอื่น ๆ ของกระชายขาวไปในตัว

สล็อต xo