cathedraledetunis

Day: May 27, 2021

สรรพคุณของระย่อมน้อย

ระย่อมน้อยเป็นพันธุ์พืชที่มีถิ่นกำเนิดในบริเวณภูมิภาคเอเชียใต้ เช่น อินเดีย ศรีลังกา เนปาล ภูฐาน แล้วมีการแพร่กระจายพันธุ์เป็นวงกว้างไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ในประเทศ พม่า ไทย ลาว มาเลเซีย เป็นต้น (ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะสามารถพบเห็นระย่อมน้อยได้ในที่โล่งในป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง หรือป่าเบญจพรรณ ต่างๆ สำหรับในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ

เครดิตฟรี

สมุนไพรระย่อม มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ละย่อม (สุราษฎร์ธานี), ปลายข้าวสาร (กระบี่), เข็มแดง ย่อมตีนหมา (ภาคเหนือ), กะย่อม ระย่อมน้อย (ภาคใต้), กอเหม่ (กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน), คลาน ตูมคลาน มะโอ่งที สะมออู (กะเหรี่ยงกาญจนบุรี), เสอเกินมุ อิ้นตู้หลัวฟูมุ (จีนกลาง) เป็นต้น

ประโยชน์และสรรพคุณระย่อมน้อย

ในภาคใต้ของไทยมีการนำ ยอดอ่อนและดอกอ่อนของระย่อยน้อยมากใช้ประกอบอาหาร เช่น แกงส้ม แกงเลียง เป็นต้น นอกจากนี้ ระย่อยน้อยยังเป็นไม้พุ่มที่มีดอกเป็นช่อคล้ายดอกเข็ม ส่วนของดอกและโคนดอกก็เป็นสีขาวแดงตัดกันสวยงาม จึงเริ่มมีการนำมาปลูกไว้ประดับตามสวนสาธารณะ สวนหย่อม หรือปลูกประดับตามอาคารบ้านเรือนบ้างแล้ว สำหรับสรรพคุณทางยาของระย่อมน้อยนั้นจะคล้ายๆกับขมิ้นชัน ตามตำรายาไทยระบุถึงสรรพคุณไว้ว่า รากสด เป็นยารักษาหิด แก้พิษแมลงกัดต่อย แก้ผดผื่นคัน รากแห้ง เป็นยาเย็นมีรสขม เป็นยาลดความดันโลหิตสูง เป็นยากล่อมประสาท ทำให้ง่วงนอน และอยากอาหาร ช่วยขับพิษร้อนถอนพิษไข้ แก้พิษกาฬ แก้บิด แก้ท้องเสีย ท้องเดิน ขับพยาธิ ขับปัสสาวะ ขับระดูในสตรีบำรุงความกำหนด ช่วยให้ระบาย เปลือก แก้ไข้พิษ แก้ไข้สันนิบาต กระพี้ บำรุงโลหิต ดอก แก้โรคตาแดง แก้โรคตา น้ำจากใบ ใช้รักษาโรคแก้วตามัว

ใช้เป็นยาขับระดูของสตรี (ราก)
ช่วยบำรุงความกำหนัด (ราก)
ใช้แก้พิษงู แมลงกัดต่อย และรักษาโรคผิวหนังผดผื่นคัน (ราก)
รากสดใช้เป็นยารักษาหิด ด้วยการใช้รากระย่อมสดประมาณ 2-3 ราก นำมาตำให้ละเอียด แล้วเติมน้ำพืชให้พอแฉะ ใช้เป็นยาทาบริเวณที่เป็นหิด วันละ 2-3 ครั้ง จนกว่าจะหาย (รากสด)
ช่วยระงับอาการปวด (ราก)
ช่วยบำรุงน้ำนมของสตรี (ราก)

สล็อต

ขนาดและวิธีใช้ : การใช้รากตาม ให้ใช้รากแห้ง 100 กรัม นำมาชงกับน้ำดื่มเช้าและเย็น[5] ส่วนข้อมูลการใช้ตาม ระบุให้ใช้รากแห้งครั้งละประมาณ 10-20 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่ม หรือนำมาบดให้เป็นผงทำเป็นเม็ดรับประทาน หรือใช้เข้ากับตำรายาอื่นได้ตามต้องการ
รากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ป่า ไข้มาลาเรีย ไทฟอยด์ บ้างใช้รากเป็นยาแก้ไข้ชัก แก้โรคเด็กเป็นซางชัก (ราก) ใช้ต้นเป็นยาแก้ไข้อันทำให้หนาว (ต้น) และใช้ไส้เป็นยาแก้ไข้อันร้ายกาจ (ไส้)
เปลือกมีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้พิษ แก้ไข้สันนิบาต (เปลือก)
ช่วยแก้หืด แก้ลมอัมพฤกษ์ (ราก)
น้ำจากใบ ใช้เป็นยารักษาโรคแก้วตามัว (น้ำจากใบ)
ดอกมีสรรพคุณเป็นยาแก้ตาแดง แก้โรคอันเกิดแต่จักษุ (ดอก)
ช่วยแก้อาการจุกเสียด (ราก)
รากใช้เป็นยาแก้บิด แก้ท้องเดิน ท้องเสีย (ราก)
รากนำมาบดให้เป็นผงปั้นเป็นเม็ดหรือคั่วให้กรอบ แล้วนำมาชงหรือต้มกินเป็นยาช่วยย่อยอาหาร (ราก)
ใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ (ราก)
รากใช้เป็นยาขับพยาธิ ขับพยาธิในเด็ก พยาธิไส้เดือนกลมของเด็ก (ราก)
ยาต้มจากรากมีสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ และเพิ่มการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ (ราก)

ลักษณะทั่วไประย่อมน้อย

สล็อตออนไลน์

ต้นระย่อม จัดเป็นไม้พุ่มเตี้ยขนาดเล็ก ผลัดใบในช่วงฤดูแล้ง แล้วจะผลิใบใหม่ในช่วงฤดูฝน ลำต้นมีความสูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร ลำต้นมักคดงอ เปลือกลำต้นเป็นสีขาวหรือสีน้ำตาลอมเทา มียางสีขาว รากใต้ดินแตกสาขามาก มีรอยแผลใบอยู่ตามลำต้น ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดและการตอน เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยและผสมกับอินทรียวัตถุ ต้องการความชุ่มชื้นของดิน มีเขตการกระจายพันธุ์กว้าง พบได้ตั้งแต่ศรีลังกา อินเดีย เนปาล ภูฏาน ภูมิภาคอินโดจีน พม่า จีน และมาเลเซีย ส่วนในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค โดยมักขึ้นตามที่โล่งในป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบชื้น และป่าดิบแล้ง ที่ระดับความสูงจนถึงประมาณ 800 เมตร

ใบระย่อม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกันหนาแน่นที่ปลายยอด หรือออกเรียงรอบข้อ ข้อละ 3-4 ใบ ใบเรียงคู่จะมีน้อย ลักษณะของใบเป็นรูปรีหรือรูปรีแกมรูปหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 5-8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 12-20 เซนติเมตร แผ่นใบค่อนข้างหนา สีเขียวเข้มเป็นมัน

ดอกระย่อม ออกดอกเป็นช่อ ลักษณะคล้ายดอกเข็ม โดยจะออกที่ปลายยอด มีดอกย่อยจำนวนมาก ประมาณ 1-50 ดอก ดอกเป็นสีขาว กลีบดอกมี 5 กลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาวเป็นสีชมพูเข้มหรือสีแดง พอดอกโรยจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส่วนกลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ สีขาวแกมเขียว ก้านดอกเป็นสีแดง ออกดอกในช่วงต้นฤดูหนาว

ผลระย่อม เมื่อดอกร่วงโรยไปก็ติดผล ซึ่งผลจะมีลักษณะเป็นรูปทรงกลมหรือรูปทรงรี บางครั้งติดกันเป็นผลแฝดตรงโคนด้านใน ผิวผลเรียบเป็นมันและฉ่ำน้ำ มีขนาดประมาณ 1-1.8 เซนติเมตร ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดงเข้มหรือสีดำ ในผลมีเมล็ด 1 เมล็ด

ระย่อมน้อย จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร จัดเป็นไม้ผลัดใบในช่วงฤดูแล้ง ลำต้นคดงอ เป็นสีน้ำตาลอมเทา เมื่อสะกิดให้เกิดแผลจะมียางสีขาวออกมา รากใต้ดินมีขนาดใหญ่กว่าลำต้นและจะมีรอยแผลใบอยู่ทั่วลำต้น ใบเป็นใบเดี่ยว ใบออกดอกหนาทึบ โดยออกเรียงตรงข้ามกัน หรือออกเรียงรอบข้อ โดยจะมีข้อละ 3 ใบ ลักษณะของใบเป็นรูปรีหรือรูปหอกใหญ่ ขอบใบเรียบปลายใบแหลม โคนใบสอบ ใบกว้างประมาณ 4-8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7-20 เซนติเมตร แผ่นใบหนา เรียบมันสีเขียวเข้ม ดอกเป็นช่อที่บริเวณปลายกิ่งและปลายยอดโดยจะออกเป็นกระจุก ลักษณะคล้ายดอกเข็ม โดยในแต่ละกระจุกจะมีดอกย่อย ประมาณ 5-50 ดอก โดยโคนกลีบดอกจะเป็นหลอดสีแดงส่วนกลีบ ดอกเป็นสีขาว มี 5 กลีบ และจะมีกระเปาะเล็กๆตรงกลางหลอด ส่วนกลีบเลี้ยงเป็นสีขาวแกมเขียว พอดอกโรยจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ผลเป็นผลสดรูปทรงกลมหรือรูปทรงรี ผิวผลเรียบเป็นมัน มีขนาดประมาณ 1-2เซนติเมตร ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงดำหรือสีดำ ในผลมีเมล็ด 1 เมล็ด

jumboslot

การขยายพันธุ์ระย่อมน้อย

ระย่อมน้อยสามารถขยายพันธุ์ได้โดยวิธีการเพาะเมล็ด และการตอนกิ่ง ส่วนวิธีการก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันกับการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่งพันธุ์ไม้พุ่มอื่นๆ ที่ได้กล่าวมาแล้วในบทความก่อนหน้านี้ แต่ในปัจจุบันการปลูกขยายพันธุ์ระย่อมน้อยในเชิงพาณิชย์ยังไม่เป็นที่นิยมโดยส่วนมากจะเป็นการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติมากกว่า ทั้งนี้ระย่อมน้อยเป็นพรรณไม้ที่ต้องการความชุ่มชื้นสูง และเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยที่มีอินทรียวัตถุมาก

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

ใช้ลดความดันโลหิต ใช้รากแห้ง 200 มิลลิกรัมต่อวัน ป่นเป็นผงคลุกกับน้ำผึ้งปั้นเป็นยาเม็ด รับประทาน 1-3 อาทิตย์ติดต่อกัน ใช้เป็นยาช่วยย่อยอาหาร ช่วยบำรุงประสาทช่วยแก้โลหิตเป็นพิษ ช่วยฟอกเลือด ทำให้เลือดเย็น โดยนำรากมาบดผงปั้นเม็ดหรือคั่วให้กรอบแล้วนำมาชงหรือต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้ไข้ตัวร้อน แก้บิด แก้ท้องเดิน ท้องเสีย ใช้กล่อมประสาท ขับปัสสาวะ ขับพยาธิ ขับระดูในสตรี บำรุงความกำหนด โดยใช้รากแห้ง 100 กรัม มาต้มกับน้ำดื่ม ใช้เป็นยารักษาหิด โดยใช้รากสด 2-3 ราก นำมาตำให้ละเอียด เติมน้ำมันพืชพอแฉะๆ ใช้ทาบริเวณที่เป็นหิดวันละ 2-3 ครั้ง จนกว่าจะหาย

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

มีผลการศึกษาทางเภสัชวิทยาของระย่อมน้อยในต่างประเทศพบว่า มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด ระงับประสาท กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ กระตุ้นความต้องการทางเพศ โดยมีการศึกษาเพิ่มเติมพบว่า สารที่ออกฤทธิ์ลดความดันโลหิต คือ สาร reserpine และสารที่ออกฤทธิ์กระตุ้นความต้องการทางเพศ คือ สาร rauhinbine

การศึกษาทางพิษวิทยา

มีข้อมูลการศึกษาทางพิษวิทยาในต่างประเทศระบุว่าในรากระย่อมน้อยมีสาร Alkaloids บางตัวเป็นพิษต่อสัตว์ทดลองเมื่อใช้เป็นระยะเวลานาน

slot

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรระย่อม
สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร ห้ามใช้สมุนไพรชนิดนี้
สมุนไพรชนิดนี้มีพิษเล็กน้อย จึงไม่ควรรับประทานมากเกินกว่าปริมาณที่กำหนด และไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอาการความดันต่ำและเป็นพิษต่อร่างกายได้
หากมีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่น หรือมีอาการผิดปกติ ให้หยุดใช้ยาทันที
อาการเป็นพิษหรือผลข้างเคียงของการใช้ยานี้คือทำให้เกิดการจมูกตันหรือคัดจมูก หายใจไม่ออก หน้าแดง ปากแห้ง คอแห้ง ซึมเศร้า ง่วงนอนบ่อย ทำให้ฝันร้าย หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่สบายท้อง อยากอาหารเพิ่มขึ้น ไม่มีเรี่ยวแรง ถ่ายไม่หยุด ดังนั้นจึงควรใช้อย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

ระย่อมน้อยมีสรรพคุณในการขับระดู ดังนั้นสตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตรห้ามใช้ เพราะจะทำให้แท้งลูกหรืออาจเกิดอันตรายสู่ทารกได้
รากระย่อมน้อยมีพิษเบื่อเมาอ่อนๆ สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร ห้ามใช้ยาที่มีส่วนผสมระย่อมเด็ดขาด
ในการใช้ระย่อมน้อย เพื่อเป็นสมุนไพรสำหรับบำบัดรักษาโรคต่างๆนั้น ควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกันกับการใช้สมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยควรใช้ตามปริมาณที่ระบุไว้ในตำรายาต่างๆ ไม่ควรใช้เกินปริมาณที่กำหนด และไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ สำหรับผู้ป่วยเรื้อรัง รวมถึงผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่อง ก่อนจะใช้ระย่อมน้อยเพื่อเป็นสุมนไพรบำบัดรักษาโรคต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

ส้มโอมือเป็นอย่างไร

ส้มโอมือเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปเอเชีย ในภูมิภาคเอเชียใต้ เช่น ในอินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา แล้วได้มีการแพร่กระจายไปยังบริเวณเขตร้อนใกล้เคียง เช่นใน บังคลาเทศ พม่า ไทย ลาว กัมพูชา มาเลเซีย จีน ญี่ปุ่น เป็นต้น ปัจจุบันสามารถพบได้ทั่วไปในเขตร้อนต่างๆของทวีปเอเชีย

เครดิตฟรี

สำหรับในประเทศไทยพบได้ทุกภาคของประเทศแต่ส่วนมากจะพบได้มากทางภาคกลาง และภาคใต้ ซึ่งนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับและใช้เป็นส่วนผสมของยาสมุนไพรต่างๆ

ประโยชน์และสรรพคุณส้มโอมือ

ถึงแม้ว่าส้มโอมือไม่สามารถนำมารับประทานได้โดยตรง แต่มีการนำมาแปรรูปไว้สำหรับรับประทาน เช่น นำไปนึ่งแล้วตากแห้งไว้ทำแยมนำไปดองเกลือประมาณ 1 เดือน จากนั้นนำไปล้างแล้วนึ่งเพื่อไปทำเป็นลูกอม หรือจะนำมาแช่ปลาสดเพื่อทำให้เนื้อปลานุ่มก็ได้ นอกจากนี้ยังมีการนำส้มโอมือไปใช้ในการทำเครื่องหอม น้ำยาทำความสะอาด หรือนำไปวางในตู้เสื้อผ้าหรือห้องนอนเพื่ออบกลุ่มให้หอมอีกด้วย สำหรับสรรพคุณทางยาของส้มโอมือนั้น ตามตำรายาไทยระบุไว้ว่า ผิวผล (เปลือกผล) มีน้ำมันหอมระเหย ช่วยบำรุงหัวใจ กระตุ้นหัวใจ บำรุงเลือดลม บำรุงตับ ใช้เปลือกแห้งทำยาดมส้มโอมือ นอกจากนี้ผิวส้มมือ ยังจัดอยู่ใน “เปลือกส้ม 8 ประการ” โดยจะนำไปเป็นส่วนผสมกับผิวส้มเขียวหวาน ผิวส้มโอ ผิวส้มจีน ผิวส้มซ่า ผิวมะงั่ว ผิวมะกูด ผิวส้มตรังกานู และผิวมะนาว (หรือผิวส้มโอมือ) มีสรรพคุณแก้ลมกองละเอียด กองหยาบ แก้เสมหะโลหะ

ส่วนในตำรายาจีนใช้ผลและดอก ซึ่งมีรสเผ็ดขมเปรี้ยว เป็นยาร้อนเล็กน้อย ออกฤทธิ์ต่อตับและกระเพาะ ใช้เป็นยาขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ จุกเสียด อาหารไม่ย่อย แก้ปวดท้อง ปวดกระเพาะ แก้วิงเวียนศีรษะ แก้คลื่นไส้อาเจียน หืดหอบ ไอ ใช้ละลายเสมหะ

ลักษณะทั่วไปส้มโอมือ

ส้มโอมือจัดเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ยืนต้นขนาดเล็กมีทรงพุ่ม สูงประมาณ 3-4 เมตร เนื้อไม้แข็งและเหนียว เปลือกลำต้นเรียบสีน้ำตาล กิ่งอ่อนสีม่วงแดง กิ่งแก่สีเดียงกับลำต้น ตามลำต้นและกิ่งมีหนามสั้นแข็งอยู่ทั่วไป ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่สีเขียวเข้มหลังใบเรียบ ท้องใบสีเขียวอ่อน ส่วนปลายใบและโคนใบมน ส่วนขอบใบจักเป็นซี่ฟันตื้นๆ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 8-15 เซนติเมตร ดอกเป็นดอกเดี่ยว หรือเป็นกระจุกสีขาวโดยจะออกตามซอกใบ และปลายกิ่ง

สล็อต

กลีบดอกมี 5 กลีบ ลักษณะหนาและแข็ง มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 เซนติเมตร ซึ่งกลีบดอกด้านในจะเป็นสีขาว ด้านนอกมีสีม่วงแดง หลุดร่วง ผลออกเป็นผลเดียว รูปทรงรีขนาดใหญ่ ปลายผลแยกออกเป็นแฉกงอคล้ายนิ้วมือ ผลมีขนาดยาวประมาณ 10-25 เซนติเมตร ผิวผลขรุขระเป็นมัน มีกลิ่นหอมข้างในผลจะเป็นเหมือนฟองน้ำหนาสีขาว ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ไม่มีเนื้อผลและเมล็ด

ต้นส้มโอมือ จัดเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงของต้นประมาณ 2-4 เมตร เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีน้ำตาล กิ่งอ่อนเป็นสีม่วงแดง ตามกิ่งและลำต้นมีหนามแข็งยาวหรือสั้นขึ้นอยู่ทั่วไป ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการตอนกิ่ง เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีอินทรียวัตถุสูง ไม่ชอบแดดจัด

ใบส้มโอมือ ใบเป็นใบประกอบแบบลดรูป ใบย่อยมีใบเดียว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ปลายใบมน โคนใบมน ส่วนขอบใบเรียบจักเป็นซี่ฟัน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 4-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร หลังใบเรียบเป็นสีเขียวเข้มและเป็นมัน ส่วนท้องใบมีสีอ่อนกว่า ก้านใบสั้น

ดอกส้มโอมือ ออกดอกเดี่ยวหรือออกเป็นกระจุกประมาณ 2-3 ดอก โดยจะออกตามซอกใบและกิ่ง ดอกเป็นสีขาว มีกลีบดอก 5 กลีบ กลีบหนาแข็ง กลีบดอกด้านนอกเป็นสีม่วงแดง หลุดร่วงได้ง่าย โคนกลีบดอกสีขาว ปลายกลีบดอกเป็นสีม่วง และยังมีกลีบเลี้ยงดอกอีก 5 กลีบ ดอกมีเกสรเพศผู้เป็นเส้นสีขาวหรือสีเหลืองจำนวนมากอยู่ตรงโคนติดกันเป็นกระเปาะ มีเกสรเพศผู้ 30 อัน ออกดอกในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน
ดอกส้มโอมือ

ผลส้มโอมือ ลักษณะของผลเป็นรูปทรงรีขนาดใหญ่ ปลายผลแยกออกเป็นแฉกงอคล้ายนิ้วมือหรือคล้ายหนวดปลาหมึก จึงเรียกว่า “ส้มมือ” ผลมีขนาดยาวประมาณ 10-25 เซนติเมตร โคนผลเรียว ผิวผลขรุขระเป็นมัน ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม มีกลิ่นหอม ไม่มีเนื้อผลและเมล็ด

สล็อตออนไลน์

สรรพคุณของส้มโอมือ
ผลมีสรรพคุณช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ (ผล) ผิวผลมีน้ำมันหอมระเหย ใช้เปลือกผลแห้งนำมาทำเป็นยาดมส้มโอมือ เพื่อสูดดมบรรเทาอาการเป็นลม หน้ามืดตาลาย และบำรุงหัวใจ (เปลือกผล)
เปลือกผลมีสรรพคุณบำรุงหัวใจ กระตุ้นหัวใจ ทำให้เลือดลมดี (เปลือกผล)
น้ำในผลมีรสเปรี้ยวคล้ายมะกรูดและมีวิตามินซี ใช้กินเป็นยาแก้เลือดออกตามไรฟัน (น้ำในผล)
น้ำในผลใช้ผสมเป็นยากัดเสมหะ (น้ำในผล)[1] ช่วยละลายเสมหะ (ผล)
ผลมีสรรพคุณช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน (ผล)
ช่วยแก้อาการไอ (น้ำในผล) ไอเย็น ไอหืดหอบ (ผล)

ตำรับยาแก้อาการไอชื้น หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ระบุให้ใช้ผลส้มโอมือแห้ง 6 กรัม และปั๊วแห่ 6 กรัม นำมาต้มกับน้ำผสมน้ำตาลเล็กน้อยรับประทาน (ผล)
ตำรับยาแก้อาหารไม่ย่อย ระบุให้ใช้ผลส้มโอมือ 5 กรัม, เปลือกมะนาว 5 กรัม, ขิง 5 กรัม, อึ่งไน้ 1 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทานวันละ 1 ครั้ง (ผล)
ตำรับยาแก้ลมขึ้นท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง ปวดท้อง ปวดกระเพาะ ระบุให้ใช้ผลส้มโอมือแห้ง 6 กรัม และหง่วนโอ๊ว 6 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน (ผล)
ช่วยแก้กระเพาะอักเสบเรื้อรัง ด้วยการใช้ผลสด 12-15 กรัม หรือผลแห้ง 6 กรัม นำมาแช่ในน้ำร้อนหรือชงกับน้ำรับประทานแทนน้ำชา (ผล)
น้ำในผลใช้กินเป็นยาฟอกเลือด ประจำเดือนสตรี (น้ำในผล)
เปลือกผลมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงตับ (เปลือกผล)
ตำรายาแก้ลมคั่งค้างในตับหรือกระเพาะอาหาร ระบุให้ใช้ผลสด 12-15 กรัม หรือผลแห้ง 6 กรัม นำมาแช่ในน้ำร้อนหรือชงกับน้ำรับประทานแทนน้ำชา (ผล)

jumboslot

ผลมีสรรพคุณเป็นยาแก้ปวดกระษัยลม (ผล)
ในตำรายาไทย ผิวส้มโอมือจัดอยู่ตำรับยา “เปลือกส้ม 8 ประการ” ประกอบไปด้วย ผิวมะนาวหรือผิวส้มโอมือ ผิวส้มโอ ผิวส้มเขียวหวาน ผิวส้มจีน ผิวส้มซ่า ผิวส้มตรังกานู ผิวๆมะงั่ว และผิวมะกรูด มีสรรพคุณเป็นยาแก้ลมกองละเอียด กองหยาบ แก้เสมหะโลหะ ใช้ปรุงเป็นยาหอมแก้ทางลม (เปลือกผล)[3]
ขนาดและวิธีใช้ : ผลแห้งให้ใช้ครั้งละ 3-10 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทานหรือใช้เข้ากับตำรายาอื่น

ข้อควรระวังในการใช้ : ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอหรือผู้ที่มีไข้ตัวร้อน ห้ามรับประทานสมุนไพรชนิดนี้

การขยายพันธุ์ส้มโอมือ

ส้มโอมือสามารถขยายพันธุ์ได้โดย วิธีการตอนกิ่ง และการทาบกิ่ง แต่วิธีที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน คือ การตอนกิ่ง เพราะเป็นวิธีที่สะดวกและให้ผลผลิตเร็วกว่าวิธีอื่นๆ โดยวิธีการตอนกิ่งส้มโอมือ สามารถทำได้เช่นเดียวกันกับการตอนกิ่งไม้ยืนต้นอื่นๆ ที่กล่าวมาแล้วในบทความก่อนหน้านี้ โดยหลังจากได้ต้นพันธุ์จากการตอนกิ่งมาแล้ว ให้นำไปปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ โดยให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 4×4 เมตร ทั้งนี้ส้มโอมือเป็นพืชที่ไม่ชอบแสงแดดจัด และจะเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำได้ดี โดยหลังจากการปลูก 2- ปี จึงจะให้ผลครั้งแรก

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

แก้ลมคั่งค้างในกระเพาะอาหาร ขับลม แก้ปวดกระเพาะอาหาร แก้จุดเสียดแน่นเฟ้อใช้ผลสด 12-15 กรัม หรือผลแห้ง 6 กรัม แช่ในน้ำร้อน หรือชงน้ำรับประทาน

แก้คลื่นไส้อาเจียน แก้วิงเวียน แก้ไอ หืดหอบ ใช้ละลายเสมหะ ใช้ผลแห้งครั้งละ 3-10 หรือดอกครั้งละ 3-6 กรัม หรือราก ครั้งละ 10-15 กรัม ผลแห้งครั้งละ 3-10 กรัม ต้มน้ำรับประทาน หรือเข้ากับตำรับยาอื่น

slot

ส่วนในตำรายาจีนระบุขนาดวิธีใช้ดังนี้

แก้อาการหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ไอชื้น ใช้ผลส้มโอมือแห้ง 6 กรัม และปั๊วแห่ 6 กรัม นำมาต้มกับน้ำใส่น้ำตาลเล็กน้อยรับประทาน

แก้ปวดท้อง ปวดกระเพาะ แก้จุกเสียดแน่นท้อง ลมขึ้นท้องอืดท้องเฟ้อ ใช้ผลส้มโอมือแห้ง 6 กรัม และหง่วนโอ๊ว 6 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน

แก้อาหารไม่ย่อย ใช้ผลส้มโอมือ 5 กรัม, ขิง 5 กรัม, เปลือกมะนาว 5 กรัม, อึ่งไน้ 1 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทานวันละ 1 ครั้ง

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

มีการศึกษาทางเภสัชวิทยาในสารสกัดของผลส้มโอมือในสัตว์ทดลอง พบว่ามีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบในลำไส้และลดการบีบตัวของลำไส้ และมีฤทธิ์ยับยั้งการเคลื่อนตัวของลำไส้ของสัตว์ทดลองได้ ส่วนน้ำมันหอมระเหย ไม่มีฤทธิ์ดังกล่าว

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

ในทางการแพทย์แผนจีนมีการะบุถึงข้อควรระวังในการใช้ส้มโอมือว่า ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ ไม่ควรรับประทานส้มโอมือ
ในการใช้ส้มโอมือเพื่อเป็นสมุนไพรสำหรับบำบัดรักษาอาการของโรคต่างๆ นั้น ควรระมัดระวัง เช่นเดียวกันกับการใช้สมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยควรใช้ตามขนาดที่ได้ระบุไว้ในตำรับตำรายาต่างๆ ไม่ควรใช้มากจนเกินไป หรือใช้ติดต่อกันนานจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ สำหรับ เด็ก สตรีมีครรภ์ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำ ก่อนจะใช้ส้มโอมือเป็นสมุนไพรสำหรับบำบัดรักษาโรคต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ