คำเงาะเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดบริเวณเขตร้อนของประเทศแถบทวีปอเมริกาใต้ อเมริกากลาง แล้วจึงได้แพร่กระจายพันธุ์ไปยังทางเหนือและใต้ เช่น บราซิล เม็กซิโก อาเจนตินา และทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกาเป็นต้น ปัจจุบันพบแพร่กระจายทั่วโลกในประเทศเขตร้อน และอบอุ่น ในทวีปอเมริกาใต้ ประเทศในอเมริกากลาง และเอเชีย สำหรับในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะในป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ว

เครดิตฟรี

ประโยชน์และสรรพคุณคำเงาะ

คำเงาะนิยมใช้ปลูกกันเป็นไม้ประดับเพื่อความสวยงาม เพราะมีผลที่ออกเป็นกลุ่ม ๆ มีสีแดงสดดูสวยงาม และยังสามารถให้ร่มเงาได้เป็นอย่างดี ส่วนเนื้อหุ้มเมล็ดใช้ทำเป็นสีสำหรับแต่งอาหาร โดยจะให้สีส้มแดง หรือสีแดงอมส้มใช้ในอุตสาหกรรมอาหารต่างๆ เช่น แต่งสีเนย สีไอศกรีม ฝอยทอง น้ำมัน หรือเพื่อเพิ่มความเข้มของไข่แดง เป็นต้น แต่ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกกำหนดให้รับประทานสีที่สกัดจากเมล็ดคำเงาะได้ไม่เกิน 0.065 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อ 1 วัน นอกจากนี้ยังใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและใช้เป็นสีสำหรับย้อมไหมและฝ้าย

ในส่วนของเปลือกต้นของคำเงาะก็สามารถนำมาใช้ทำเป็นเชือกอีกด้วย ส่วนในปาปัวนิวกินีใช้สีจากเมล็ดเป็นสีทาตามร่างกาย และใช้ย้อมเส้นใยต่าง ๆ ได้สีแดงส้ม ถ้าแต่หากนำไปผ่านกรดทาร์ทาริกอ่อนจะได้สีเหลือง แต่สีมักตกเมื่อถูกแดด

สำหรับสรรพคุณทางยาของคำเงาะนั้น ตามตำรายาไทยได้ระบุถึงสรรพคุณเอาไว้ว่า เนื้อหุ้มเมล็ด รสหวานร้อน ขับพยาธิ เป็นยาระบายท้อง รักษาโรคผิวหนัง น้ำมันจากเมล็ด รสร้อน แก้ขัดตามข้อ แก้อัมพฤกษ์อัมพาต ดอก รสหวาน บำรุงเลือดและน้ำเหลือง บำรุงโลหิตระดู บำรุงสมอง บำรุงประสาท แก้โลหิตจาง ระงับความร้อนในร่างกาย โรคบิด ไตพิการ ขับระดู แก้ดีพิการ แก้พิษ เป็นยาสมานแผล รักษาอาการแสบร้อน คันตามผิวหนัง เปลือกราก ลดไข้ แก้โรคหนองใน ผล เป็นยาฝาดสมาน ราก บำรุงเลือด แก้แสบร้อน คัน เปลือกต้น บำรุงโลหิต แก้ไข้ทับระดู ใบ ลดไข้ รักษาอาการเจ็บคอ รักษาบิด แก้โรคดีซ่าน ขับปัสสาวะ แก้งูกัด

ขนจากผล ขับพยาธิ เมล็ด รสร้อนเป็นยาหอม ยาฝาดสมาน สมานแผล แก้ไข้ แก้ลม รักษาโรคหนองใน ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ ขับระดู แก้บิด ไข้มาลาเรีย บำรุงโลหิต แก้ไข้ทับระดู รักษาพิษจากมันสำปะหลังและสบู่แดง แก้โรคผิวหนัง แก้ปวดบวม แก้ปวดมดลูกหลังคลอด

สล็อต

ลักษณะทั่วไปคำเงาะ

คำเงาะจัดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 3-8 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมหนาทึบ แตกกิ่งก้านสาขามากและแตกเป็นพุ่มโปร่ง ส่วนเปลือกลำต้นเรียบสีน้ำตาลปนเทา ใบเป็นใบเดี่ยว ออกแบบเรียงเวียนรอบกิ่ง ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบกว้างใบมนเว้าเข้าหากันคล้ายรูปหัวใจ ขอบใบเรียบหรืออาจเป็นคลื่นเล็กน้อย

ใบมีขนาดกว้างประมาณ 8-40 เซนติเมตรและยาวประมาณ 11-10 เซนติเมตร แผ่นใบเกลี้ยงบางนุ่ม ใบอ่อนเป็นสีแดง แต่เมื่อแก่จะมีสีเขียวเหลือบแดง ส่วนก้านใบยาว 4-10 เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อตั้งเป็นช่อเชิงหลั่น หรือช่อแยกแขนงบริเวณปลายกิ่ง โดยใน 1 ช่อจะมีดอก 5-10 ดอก โดยกลีบดอกเป็นรูปไข่ยาว มีสีขาวแกมชมพูหรือสีชมพูอ่อน จำนวน 5 กลีบ ส่วนกลีบรองดอกมีขนาดเล็ก สีเขียว และมีต่อมอยู่ที่ฐาน ตรงกลางมีเกสรตัวผู้จำนวนมาก มีอับเรณูโค้งงอ มีช่องเปิดด้านบน รังไข่มีขนรุงรัง มีเกสรตัวเมีย 1 อัน ยาว 1.5 เซนติเมตร ภายในมีช่อง 1 ช่อง มีไข่อ่อนจำนวนมาก

ผลเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายแหลม เปลือกผลเป็นร่องตามแนวยาว เปลือกผลเป็นรองตามยาว เปลือกผลมีสีแดง และมีขนสั้นสีแดงคล้ายผลเงาะปกคลุมแน่น เมื่อผลแก่ ผลจะปริแตกออกเป็น 2 ชนิด ภายในผลมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก เมล็ดมีจำนวนมากลักษณะกลม สีน้ำตาลแดง มีเนื้อหุ้มเมล็ดเป็นสีแดงหรือสีแสด

สล็อตออนไลน์

การขยายพันธุ์คำเงาะ

คำเงาะสามารถขยายพันธุ์ได้โดยวิธีการใช้เมล็ด การตอนกิ่ง และการเสียบยอด แต่วิธีที่นิยมกันในปัจจุบันคือการเพาะเมล็ด โดยมีวิธีการดังนี้

เริ่มจากการเตรียมเมล็ดซึ่งเมล็ดที่ใช้สำหรับเพาะ ต้องเป็นเมล็ดที่ได้จากผลแก่ ที่เปลือกผลเริ่มปริ จากนั้นให้นำเมล็ดมาตากให้แห้ง นาน 5-7 วัน ก่อนเก็บในที่ร่มและแห้ง นาน 1-2 เดือน เพื่อให้เมล็ดพักตัว จากนั้น นำเมล็ดลงเพาะในถุงเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดเมล็ด 1-2 เมล็ด ต่อถุง และเกลี่ยหน้าดินให้กลบเมล็ด พร้อมรดน้ำให้ชุ่ม สำหรับวัสดุที่ใช้เพาะกล้าควรเป็นดินร่วนผสมกับปุ๋ยคอก และวัสดุทางการเกษตรอื่นๆ อาทิ แกลบดำหรือขุยมะพร้าว ในอัตราส่วน 1:3:2

องค์ประกอบทางเคมี

มีการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีจากเมล็ดของคำเงาะพบว่ามีสาระสำคัญหลายชนิด เช่น สารที่ให้สี เช่น bixin, norbixin และมีสารที่ให้รสขม รวมถึงยังมีกรดไขมันและกรดอะมิโน เช่นOleic, Linoleic acid, Capric , Stearic , Palmiticacid , tryptophan , threonine และ methionine นอกจากนี้ยังพบสารอื่นๆเช่น orellin , zeaxanthin, cryptoxanthin, lutein crocetin, ellagic acid , tomentosic acid และ salicylic acid เป็นต้น

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

ใช้บำรุงเลือด บำรุงน้ำเหลือง บำรุงประสาท บำรุงสมอง บำรุงโลหิตระดู บำรุงหัวใจ แก้บิด แก้ไตพิการ ดีพิการ โดยใช้ดอกแห้งมาต้มกับน้ำดื่ม หรือใช้ชงแบบชาก็ได้ ใช้ลดไข้ บำรุงเลือด แก้หนองใน โดยใช้รากมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้บำรุงโลหิต ลดไข้ ขับปัสสาวะ แก้บิด แก้เจ็บคอ แก้ไข้ทับระดู แก้โรคดีซ่าน โดยนำใบมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้ไข้ แก้ลม แก้หนองใน ขับปัสสาวะ ขับระดู ขับเสมหะ แก้บิด แก้ไข้ทับระดู โดยใช้เมล็ด มาทุบแล้วต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้ปวดบวมตามร่างกาย แก้ปวดมดลูกหลังคลอง โดยใช้เมล็ดมาตำแล้วใช้พอกหรือทาบริเวณที่เป็น (กรณีปวดมดลูกให้พอกที่หัวหน่าว) ใช้แก้ขัดตามข้อ แก้อัมพฤกษ์อัมพาต โดยใช้น้ำมันจากเมล็ด มาทาบริเวณที่เป็น

jumboslot

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ฤทธิ์ลดไขมันในเลือด มีการศึกษาวิจัยสารสกัดจากเมล็ดคำเงาะต่อการออกฤทธิ์ ลดไขมันในหนูทดลอง พบว่า สารสกัดสามารถลดปริมาณไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอลรวม และไลโปโปรตีน ในเลือดของหนูทดลองได้

ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย มีการศึกษาวิจัยสารสกัดจากเมล็ดคำเงาะที่มีต่อเชื้อแบคทีเรียบางชนิด พบว่า ปริมาณแคโรทีนอยด์ที่มีสูงในสารสกัดดังกล่าว สามารถยับยั้งเชื้อ S. aureus ได้ ส่วนสารให้สีจากเมล็ดคำเงาะสามารถลดการเพิ่มของเชื้อ S.enteritidis ได้

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาฉบับอื่นๆ ระบุถึงฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของคำเงาะว่า มีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส ปรสิต และโปรโตซัว มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ลดความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด ยับยั้งการหลั่งน้ำย่อยของกระเพาะอาหาร คลายกล้ามเนื้อเรียบของลำไส้ ยับยั้งการสร้างโพรสตาแกลนดิน เป็นต้น

การศึกษาทางพิษวิทยา

เมื่อให้สารสกัดเมล็ดคำเงาะทางปากแก่หนูถีบจักร ในขนาด 16 กรัม/กิโลกรัม โดยแบ่งให้ 2 ครั้ง ครั้งละ 8 กรัม/กิโลกรัม พบว่าไม่เกิดพิษเฉียบพลันใดๆ ส่วนการศึกษาพิษกึ่งเฉียบพลัน เป็นระยะเวลา 28 วัน แก่หนูวิสตาร์ ในขนาด 0.24, 2.4, 12.0, 60.0 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน พบว่าไม่ทำให้เกิดอาการผิดปกติ หรือพฤติกรรมของหนูเปลี่ยนแปลงไป และค่าโลหิตวิทยา เคมีคลินิก จุลพยาธิ ก็ไม่ผิดปกติ แต่อย่างไรก็ตาม ควรใช้ในปริมาณพอเหมาะ ไม่เข้มข้นมากเกินไป

slot

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

สตรีมีครรภ์ไม่ควรใช้คำเงาะเป็นสมุนไพร เพราะมีสรรพคุณขับระดู ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้
ถึงแม้ว่าผลการศึกษาทางพิษวิทยาของคำเงาะจะระบุว่า หรือมีความเป็นพิษน้อยมากจนแทบไม่มีความเป็นพิษเลย ในขนาดการใช้ปกติในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามในการใช้คำเงาะเป็นสมุนไพรในการบำบัดรักษาโรค ก็ควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกันกับการใช้สมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยควรใช้ในขนาดและปริมาณที่พอดีที่กำหนดไว้ในตำรายาต่างๆ

ไม่ควรใช้มากจนเกินไป หรือใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ สำหรับ เด็ก ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำ ก่อนจะใช้คำเงาะเป็นสมุนไพรในการบำบัดรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

ต้นคำไทย หรือ ต้นคำแสด เป็นพรรณไม้ที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในเขตร้อนของอเมริกาตอนกลาง ต่อมาได้ขยายไปทางเหนือและใต้ เช่น เม็กซิโก บราซิล และกัวเตมาลา ก่อนจะถูกนำไปปลูกในประเทศที่มีอากาศร้อนทั่วโลก โดยต้นคําไทยจัดเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงของต้นประมาณ 3-8 เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านเป็นพุ่มกลมหนาทึบ เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีน้ำตาลปนเทา ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด และการตัดกิ่งเพื่อนำไปปักชำ สามารถพบได้ตามป่าเบญจพรรณชื้นและตามป่าดิบแล้ง

ใบคำไทย ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนรอบต้น ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบมน ส่วนขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 8-10 เซนติเมตรและยาวประมาณ 11-18 เซนติเมตร แผ่นใบมีลักษณะบางนุ่ม ใบเป็นสีเขียวเหลือบแดง ส่วนใบอ่อนเป็นสีแดง

ดอกคำไทย ออกดอกเป็นช่อตั้ง โดยจะออกที่ปลายกิ่ง ในแต่ละช่อจะมีดอกย่อยประมาณ 5-10 ดอก ดอกย่อยเป็นสีขาวแกมชมพูหรือสีชมพูอ่อน ๆ กลีบดอกมี 5 กลีบ ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปไข่ยาว และมีกลีบรองดอกขนาดเล็กสีเขียว ดอกอ่อนจะมีลักษณะกลม ผิวสีแดง ดอกมีเกสรเพศผู้จำนวนมากและมีเกสรเพศเมียอีก 1 ก้าน ที่รังไข่มีขนรุงรัง ภายในมีช่อง 1 ช่อง และมีไข่อ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก