ฟักเขียวเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของฟักอยู่ในเขตร้อน (tropical) แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นที่ใด เพราะพบขึ้นอยู่ตามทวีปเอเชีย แอฟริกา และอเมริกา มีการคาดการณ์กันว่าเหตุที่พบอยู่ทั่วไปทั้งสามทวีปนั้นอาจเกิดจากมนุษย์ในยุคดึกดำบรรพ์ นำจากแหล่งกำเนิดดั้งเดิมไปปลูกในที่ต่างๆ ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกับพืชอีกหลายชนิดที่ยังไม่ทราบแหล่งกำเนิดดั้งเดิม

เครดิตฟรี

แต่ในปัจจุบันพบว่ามีการปลูกกันมากบริเวณทวีเอเชีย เช่นใน ไทย พม่า ลาว กัมพูชา อินเดีย บังคลาเทศ จีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เป็นต้น สำหรับในประเทศไทยเชื่อกันว่าฟักเขียวเข้ามาในไทยเมื่อนานมาแล้ว เพราะปรากฏหลักฐานการกล่าวถึงฟักเขียวในคำให้พรในพิธีลงอู่ของเด็กไทยในสมัยก่อน ส่วนในปัจจุบันสามารถพบเห็นฟักเขียวได้ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคกลางที่นิยมนำมาบริโภค โดยจะพบเห็นได้ตามบ้านเรือนทั่วไป ท้องไร่ท้องนา หรือตามที่รกร้างว่างเปล่าทั่วไป

ประโยชน์และสรรพคุณฟักเขียว

คนไทยจะนำผลฟักเขียวมาประกอบอาหารโดยการใส่ในแกง ต้ม ผัดต่างๆ บ้างทำเป็นขนมหวานในเทศกาลต่างๆ แต่เมนูยอดนิยมคงจะเป็นแกงเขียวหวานไก่ฟักเขียว แกงจืดฟักต้มกับไก่ แกงเลียง ฟักเขียวผัดกับหมูใส่ไข่ ฟักเชื่อม ฟักแช่อิ่ม ทำไส้นมเปี๊ยะ รวมถึงยอดอ่อนที่นำมาลวก หรือต้มกะทิ กินกับน้ำพริกก็ได้

ทั้งนี้คนไทยแบ่งฟักออกเป็น 2 พวกใหญ่ คือ ฟักและแฟง โดยฟักมีผลขนาดใหญ่ จะนิยมเก็บตอนแก่จัด ส่วนแฟงมีผลขนาดเล็กและนิยมเก็บผลอ่อนมาปรุงอาหาร อาหารจากฟัก(หรือแฟง)นั้น เริ่มตั้งแต่เป็นผักจิ้ม น้ำพริก ใช้ผัดกับไข่ ทำแกงจืด หรือต้มฟัก (เป็นน้ำซุปสำหรับข้าวมันไก่) ตุ๋นฟัก แกงกะทิกับปลาเค็ม แกงคั่ว ฟักกับไก่ ส่วนใบอ่อนหรือยอดอ่อนและตาดอกกินโดยการนึ่งใช้เป็นผัก หรือใส่ในแกงจืดเพิ่มรสชาติสำหรับเมล็ดทำให้สุกแล้วกินได้ อุดมไปด้วยน้ำมันและโปรตีน

สล็อต

ส่วนสรพคุณทางยานั้นตามตำรายาไทยจัดให้ฟักอยู่ในจำพวกรสจืดซึ่งเหมาะสำหรับบุคคลที่มีธาตุไฟเป็นเจ้าเรือน หรือกินในฤดูร้อนเพื่อบรรเทาธาตุไฟในร่างกายที่กำเริบขึ้น และมีสรรพคุณ

  • ใบแก้โรคบิด แก้ฟกช้ำ แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้บวมอักเสบมีหนอง แก้พิษผึ้งต่อย ช่วยรักษาบาดแผล
  • ผลแก้ธาตุพิการ ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ไอ หลอดลมอักเสบ แก้โลหิตเป็นพิษ บวมน้ำ
  • ราก ต้มดื่มแก้ไข้ แก้กระหายน้ำ ถอนพิษ
  • เมล็ด ใช้ลดไข้ แก้ริดสีดวงทวาร แก้โรคทางเดินปัสสาวะ ตกขาว ละลายเสมหะ แก้ไตอักเสบ บำรุงผิว
  • เถาสด รสขมเย็น ใช้แก้ไข้ รักษาริดสีดวงทวาร
  • ไส้ฟัก แก้อาเจียนเป็นโลหิต แก้ฝีที่เต้านม
  • เปลือก ขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย แผลบวมอักเสบ มีหนอง

นอกจากนี้ในต่างประเทศก็มีการใช้ฟักเขียวเป็นยาสมุนไพร เช่นกัน อาทิในตำรายาอายุรเวทของประเทศอินเดียใช้เมล็ดฟักเขียวแก้ไอ แก้ไข้ กระหายน้ำ และขับพยาธิ น้ำมันจากเมล็ดใช้ขับพยาธิเพิ่มพลังเพศ ขับปัสสาวะ เป็นยาระบาย และเพิ่มกำลังวังชา ใช้รักษาโรคชัก โรคปอดและหอบหืด น้ำคั้นผลฟักใช้รักษาโรคชักและโรคเส้นประสาท และในประเทศเกาหลีใช้ฟักเขียวในการรักษาโรคเบาหวาน และขับปัสสาวะ เป็นต้น

สล็อตออนไลน์

ลักษณะทั่วไปฟักเขียว

ฟักเขียวจัดเป็นไม้เถาเลื้อยตระกูลแตง เช่นเดียวกันกับมะระจีน บวบเหลี่ยม หรือแตงกวา มีลำต้นเป็นเถาแข็งแรง เลื้อยไปตามพื้นหรือค้างยาวหลายเมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นหรือเถามีสีเขียวและมีขนค่อนข้างแข็งขึ้นปกคลุมอยู่ทั่วต้น ขนมีสีเหลืองอมเทา ใบออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับตามข้อของเถา มีลักษณะเป็นหยักหรือเป็นเหลี่ยม แยกออกเป็น 5-7แฉก ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจเป็นสีเขียวเข้ม ใบมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-20 เซนติเมตร และมีก้านใบ 5-10 เซนติเมตร ผิวใบหยาบ มีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ใบมีสีเขียวเข้ม ดอกเป็นดอกเดี่ยวออกตามข้อเถา เช่นเดียวกับใบซึ่งดอกมีสีเหลืองรูปแตร มีขนาด 6-15 เซนติเมตร กลีบดอกเป็นรูปไข่กลับ ยาว 3-5 เซนติเมตร ทั้งนี้ดอกตัวผู้และเมียอยู่กันคนละดอก แต่อยู่ในเถาเดียวกัน ผลเป็นรูปกลมยาว หรือเป็นรูปไข่แกมขอบขนานหรืออาจเป็นทรงกลม แต่โดยพันธุ์พื้นเมืองทั่วไป ผลมีความกว้างประมาณ 20-30เซนติเมตรและยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตร ผลอ่อนมีขนผิวผลสีเขียว ส่วนผลแก่ผิวนอกมีนวลเป็นแป้งสีขาวเคลือบอยู่ เปลือกแข็งมีสีเขียว เนื้อด้านในแน่นหนา ฉ่ำน้ำมีสีขาวปนเขียวอ่อน เนื้อตรงกลางฟูหรือพรุน และมีเมล็ดสีขาวอยู่แกนกลางจำนวนมาก เมล็ดเป็นรูปไข่ เมล็ดแบน มีสีขาวกว้างประมาณ 0.5-1เซนติเมตร และยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร ผิวเรียบ

การขยายพันธุ์ฟักเขียว

ฟักเขียวสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ด โดยเป็นพืชที่สามารถขยายพันธุ์ได้ง่ายมากเพียงแต่หว่านเมล็ดลงพื้นทั่วไปก็สามารถงอกขึ้นมาได้แล้ว แต่หากจะปลูกในแปลง เพื่อนำไปขายสามารถทำได้โดยไถดินลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร ตากดินทิ้งไว้ 1-2 อาทิตย์แล้วย่อยหั่นให้ละเอียด หว่านปูนขาวประมาณ 100-300 กิโลกรัม/ไร่ ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 2,000-2,500 กิโลกรัม/ไร่ ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 30-50 กิโลกรัม/ไร่ คลุกเคล้าให้เข้ากันส่วนวิธีปลูกทำได้โดยหยอดเมล็ด 2-3 เมล็ด ต่อหลุม ลึกประมาณ 3-5 เซนติเมตร แล้วกลบหลุมหรือคลุมด้วยฟางแห้ง เพื่อรักษาความชื้นของดิน และรดน้ำสม่ำเสมอทุกวัน เมื่อต้นกล้ามีอายุ 10-14 วัน หรือมีใบจริง 2-4 ใบ ควรถอนแยกเหลือ 2 ต้นต่อหลุม ทั้งนี้ควรเว้นระยะห่างแถว 1-1.5 เมตร ระหว่าต้น 2-2.5 เมตร เมื่อฟักเริ่มเลื้อยหรือมีอายุประมาณ 15-20 เมตร ควรทำค้างเพื่อให้เลื้อยเกาะขึ้นไปโดยปักไม้ทำค้างยาว 2-2.50 เมตร แล้วเอนปลายเข้าหากัน จากนั้นใช้ไม้ค้างพาดขวางประมาณ 2-3 ช่วง ช่วงละ 40-50 เซนติเมตร เพื่อให้เหมาะสมและสะดวกต่อการทำ และควรหาที่รองผลฟักเพื่อกันไม่ให้ฟักเน่าเพราะโรคหรือแมลงทำลาย หลังจากปลูกได้ประมาณ 60-70 วัน หรือสังเกตได้จากผลว่าเริ่มมีไขสีขาวจับผลก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ โดยใช้มีดคมๆตัดที่ขั้วของผล ควรเหลือขั้วติดไว้ด้วย เพื่อช่วยให้เก็บรักษาได้นานขึ้น

jumboslot

องค์ประกอบทางเคมี

มีการศึกษาวิจัยถึงองค์ประกอบทางเคมีในฟักเขียว พบว่าส่วนต่างๆของฟักเขียวมีสาระสำคัญดังนี้ ในผลพบสาร Stigmasterol , daucosterol , β-sitosterol , flavonoid , cucurbitacin , uronic acid ในเมล็ดพบสาร Oleic acid , liroleic acid , palmitic acid และ steaeric acid ในดอกพบสาร β-carotene เป็นต้น

นอกจากนี้ฟักเขียวยังมีคุณค่าทางโภชนาการดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการของฟักเขียวสด (100 กรัม)

พลังงาน 13 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 3 กรัม
เส้นใย 2.9 กรัม
ไขมัน 0.2 กรัม
โปรตีน 0.4 กรัม
วิตามินบี 1 0.040มิลลิกรัม
วิตามินบี 2 0. 110มิลลิกรัม
วิตามินบี 3 0.4 มิลลิกรัม
วิตามินบี 5 0.133 มิลลิกรัม
วิตามินบี 6 0.035 มิลลิกรัม
วิตามินซี 13 มิลลิกรัม
แคลเซียม 19 มิลลิกรัม
ธาตุเหล็ก 0.4 มิลลิกรัม
แมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม
แมงกานีส 0.058 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 19 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม 111 มิลลิกรัม
สังกะสี 0.61 มิลลิกรัม
โครงสร้างฟักเขียว

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

แก้ไตอักเสบบวมน้ำ โดยใช้เปลือกฟัก 120 กรัม หนวดข้าวโพด 30 กรัม ต้มกิน โดยแบ่งน้ำที่ต้มได้เป็น 3 ส่วน ใช้กิน 3 เวลา
รักษาเบาหวาน โดยต้มฟักที่ปลอกเปลือกแล้ว ต้มน้ำกินครั้งละ 60-90 กรัมเป็นประจำ จะทำให้เบาหวานลดลง
แก้เบาขัดในสตรีระหว่างตั้งครรภ์ นำฟักเขียวมาคั้นเอาน้ำ 1 แก้ว ผสมน้ำผึ้งให้พอมีรสหวาน ดื่มบ่อยๆ
ไออักเสบเรื้อรัง ใช้เมล็ดฟัก 15-30 กรัม ต้มกินน้ำ
แก้ร้อนใน ไข้สูง หรือไตอักเสบเรื้อรัง ใช้ฟักเขียว 500 กรัม ต้มน้ำให้ได้ประมาณ 3 แก้ว แบ่งกิน 3 ครั้ง ใน 1 วัน
แก้ระดูขาว โดยใช้เมล็ดฟัก 30 กรัม บดเป็นผง เติมน้ำตาลกรวด 30 กรัม ตุ๋นกินวันละ 2 ครั้ง
แก้ริดสีดวงทวาร และอาการอักเสบเจ็บบริเวณทวารหนัก โดยต้มฟักแล้วเอาน้ำล้างบริเวณที่เป็นจะลดการอักเสบได้
เอวแก้ฟกช้ำบวมเคล็ด โดยใช้เปลือกฟักผิงไฟให้แห้ง บดเป็นผงผสมเหล้ากินครั้งละ 6 กรัมจะช่วยลดความเจ็บปวดได้
ใบช่วยแก้พิษจากการถูกผึ้งต่อย
ใช้ลบเลือนรอยด่างดำบนใบหน้า โดยใช้ไส้ในผลสด 30-60 กรัม นำมาต้มหรือคั้นเอาแต่น้ำชโลมบนใบหน้าทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออก

slot

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร มีการศึกษาผลของสารสกัดผลฟักเขียวด้วยเมทานอลในหนูถีบจักร โดยเหนี่ยวนำให้เกิดแผลด้วยกรดเกลือผสมกับอัลกอฮอล์ (0.3 M HCl และ ethanol 60%) indomethacin HCl/อัลกอฮอล์ และแอสไพริน พบว่าสารสกัดดังกว่างสามารถป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ โดยลดการสูญเสียเยื่อเมือก และลดการเกิดแผล

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาวิจัยในประเทศเกาหลี โดยเป็นการทดสอบฤทธิ์ต้านการสร้างหลอดเลือดจากสารสกัดเมล็ดของฟักเขียวผลปรากฏว่าสารสกัดเมล็ดฟักเขียวลดการแบ่งตัวของเซลล์และการสร้างหลอดเลือด ชนิดที่ต้องการสารกระตุ้นการเจริญจากไฟโบรบลาสต์ (basic fibroblast growth factor bFGF) โดยแปรผันตามความเข้มข้นสารสกัด โดยสารสกัดดังกล่าวไม่มีพิษต่อเซลล์ปกติ นอกจากนั้นแล้วสารสกัดเมล็ดฟักเขียวยังแสดงผลหยุดยั้งการสร้างหลอดเลือดชนิดที่ต้องการ bFGF ในสัตว์ทดลองอีกด้วย

งานวิจัยในประเทศจีน มีการศึกษาฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นและฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์สร้างแอนจิโอเทนซิน (angiotensin-converting enzyme ACE) ของเนื้อผล ไส้ เมล็ดและเปลือกฟักเขียวด้วยการสกัดต่างวิธี

ผลปรากฏว่าสารสกัดจากเมล็ดมีสารต้านออกซิเดชั่นของกรดไลโนเลอิกมากที่สุด และพบน้อยสุดในเนื้อผล นอกจากนี้สารสกัดเมล็ดยังลดอัตราออกซิเดชั่นของไขมันชนิดไม่ดี (low-density lipoprotein = LDL) และยับยั้งฤทธิ์เอนไซม์สร้างแอนจิโอเทนซิน ได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับสารสกัดจากส่วนอื่นของผลฟัก คาดว่าผลเหล่านี้เนื่องมาจากเมล็ดฟักมีสารประกอบฟีนอลและมีฤทธิ์เอนไซม์ซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเตสมากกว่าในส่วนอื่นของผล

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

เนื่องจากฟักเขียวเป็นผักธาตุเย็น ตามตำรายาแพทย์แผนไทย ดังนั้นผู้ที่มีภาวะเลือดเย็นหรือหยางพร่องไม่ควรรับประทานฟักเขียว
วิธีการเลือกซื้อฟักเขียวควรเลือกฟักที่มีเนื้อแข็ง ส่วนเนื้อภายในของฟักควรเลือกที่มีขอบของเยื่อเป็นสีเขียวเข้มแล้วค่อยๆจากลงไปถึงตรงกลาง