ถิ่นกำเนิดที่แน่นอนของมะพร้าวนั้นยังไม่มีข้อมูลสรุปว่าเป็นที่ใด แต่เชื่อกันว่ามะพร้าวน่าจะเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในแถบประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และต่อมาได้มีชาวสเปนนำไปปลูกในหมู่เกาะเวสท์อินดีส และทะเลแครีเบียนตอนใต้ นอกจากนี้ชาวยุโรปยังนำไปปลูกในประเทศบราซิล และชาวโพสิเนเซียนนำไปปลูกยังเกาะต่างๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก จนมีการกระจายพันธุ์ไปทั่วโลก เช่น ในปัจจุบันนี้

เครดิตฟรี

สำหรับในประเทศไทยสามารถพบมะพร้าวได้ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมีทั้งพันธุ์ต้นสูงและพันธุ์ต้นเตี้ย โดยเฉพาะในภาคใต้จะพบมากกว่าภาคอื่นๆ เช่น ใน จังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช เป็นต้น

ประโยชน์และสรรพคุณมะพร้าว

มะพร้าวนับเป็นพืชที่อยู่กับสังคมไทยมาตั้งแต่โบราณแล้ว ดังนั้นจึงมีการนำมะพร้าวมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันหลายๆด้านด้วยกัน เช่น ใช้เป็นอาหารโดยสามารถ เนื้อมะพร้าวแก่ นำไปทำกะทิได้ โดยการขูดเนื้อในเป็นเศษเล็กๆ แล้วบีบเอาน้ำกะทิออกมาทำอาหารทั้งอาหารคาว-หวานได้หลายเมนู ส่วนเนื้อมะพร้าวอ่อนสามารถนำไปกินเป็นของว่างหรือนำไปแปรรูปเป็นขนมได้เช่นกัน ยอดอ่อนมะพร้าวหรือเรียกอีกชื่อว่า หัวใจมะพร้าว (coconut’s heart) สามารถนำไปใช้ทำอาหารได้ซึ่งยอดอ่อนมีราคาแพงมาก เพราะการเก็บยอดอ่อนจำเป็นต้องโค่นต้นมะพร้าวเพื่อเก็บยอดอ่อน ด้วยเหตุนี้จึงมักเรียกย้ายอดอ่อนมะพร้าวว่า “สลัดเจ้าสัว” จั่นมะพร้าวให้น้ำตาล ซึ่งนำไปทำน้ำตาลมะพร้าวสำหรับทำเป็นเครื่องปรุงอาหารคาวหรือขนมหวานก็ได้ จาวมะพร้าวใช้นำมาเป็นอาหารหรือกินเล่นเป็นของว่างได้ น้ำมะพร้าวก็สามารถนำมาดื่มเป็นเครื่องดื่มดับกระหายได้เป็นอย่างดี และยังช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวย ให้ร่างกายตื่นตัวได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังสามารถนำส่วนต่างๆของมะพร้าวมาใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆอีกเช่น กากมะพร้าวที่เหลือจากการคั้นกะทิ สามารถนำไปทำเป็นอาหารสัตว์ได้ ใยมะพร้าวนำไปใช้ยัดฟู ทำเสื่อ หรือนำไปใช้เพาะปลูกทางการเกษตรได้ กะลามะพร้าวสามารถนำไปใช้ทำสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เช่น กระบวย โคมไฟ กระดุม ซออู้ เป็นต้น ก้านใบหรือทางมะพร้าวใช้ทำไม้กวาดทางมะพร้าว หรือใช้ทำซุ้มประตูในงานสำคัญๆต่างๆ เป็นต้น

สำหรับสรรพคุณทางยาของมะพร้าวนั้นตามตำรายาไทยระบุไว้ว่า เปลือกมะพร้าวมีรสขม คุณสมบัติเป็นกลางมีสรรพคุณห้ามเลือด แก้ปวด น้ำมันมะพร้าว รสหวาน ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ลดอาการบวม แก้พิษ แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้ท้องเสีย ขับปัสสาวะ แก้นิ่ว แก้โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน เนื้อมะพร้าว มีรสหวาน คุณสมบัติเป็นกลาง มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย ขับพยาธิตัวตืด กะลา ใช้แก้โรคผิวหนัง กลากเกลื่อน แก้ปวดฟัน ราก รสฝาด หวาน ใช้ขับปัสสาวะ และแก้ท้องเสีย แก้ปากเจ็บ เปลือกต้น แก้ปวดฟัน แก้หิด

สล็อต

ลักษณะทั่วไปมะพร้าว

มะพร้าวจัดเป็นไม้ยืนต้นที่มีความสูง 5-30 เมตร (แล้วแต่สายพันธุ์) ลำต้นมีลักษณะกลมตั้งตรงไม่มีกิ่งก้าน เปลือกต้นมีสีเทา แข็ง ผิวขรุขระ ตามลำต้นจะมีรอยแผลใบตลอดลำต้น ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับมีสีเขียวขนาดกว้างประมาณ 2-5 ซ.ม. ยาว 50 – 120 ซ.ม.โคนใบและปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบสีเขียวแก่เป็นมัน ใบมะพร้าวเรียงติดกันเป็นแผงทั้งสองข้างของทางมะพร้าว มีประมาณ 200-240ใบ ใบที่อยู่ส่วนโคนของทางและตอนปลายทางจะสั้นประมาณ 30 ซ.ม.ส่วนใบที่ติดอยู่ตรงกลางยาวมากถึง 120 ซ.ม. ส่วนทางมะพร้าวยาวประมาณ 5 – 6.5 เมตร ก้านทางยาวประมาณ1.2 – 1.65 เมตร ทางมะพร้าวที่อยู่บนยอดมะพร้าว ติดเรียงเวียนรอบต้น แต่ละทางติดเวียนรอบต้นห่างกันเป็นมุม 137 – 140 องศาโดยต้นมะพร้าวจะมีทางบนต้น 12-30ทาง ดอก ออกเป็นช่อแขนงตามบนลำต้นตรง โคนทางที่อยู่ในซอกมุมใบ ดอกเป็นดอกเล็ก มีกลีบดอกที่ลดรูปมี 4-6 อัน ในช่อหนึ่งมีทั้งดอกเพศผู้และเพศเมีย โดยดอกเพศผู้จะอยู่ปลายช่อ และดอกเพศเมียอยู่บริเวณโคนช่อดอก ดอกตัวผู้มีสีเหลืองหม่น ดอกตัวเมียสีเขียวแกมเหลือง และเมื่อตาดอกเจริญเติบโตเป็นจั่นแล้ว จะโผล่ออกมาจากโคนทางเมื่อออกมาใหม่ๆมีกาบหุ้มจั่นหรือช่อดอกไว้ท้าให้มองดูคล้ายกับใบหอกมีปลายแหลม เมื่อจั่นโตเต็มที่จะแตกออกตามแนวยาวจากปลายมาหาโคนท้าให้เห็นช่อดอกอยู่ภายใน ผล เป็นรูปทรงกลมหรือรี ผิวเรียบ ผลอ่อนสีเขียวพอแก่เป็นสีน้ำตาล

ทั้งนี้ผลมะพร้าวจะมีเปลือก 3 ชั้นคือ เปลือกชั้นนอก ( exocarp )เป็นเส้นใยที่เหนียวและแข็ง เมื่อแก่อาจมีสีเขียว แดง เหลืองหรือน้้าตาล เปลือกชั้นกลาง ( mesocarp )มีลักษณะเป็นเส้นใย มีความหนาพอประมาณ เปลือกชั้นใน ( endocarp )มีลักษณะแข็งหรือที่เรียกกันว่า กะลา ( shell ) ซึ่งจะมีรูสีคล้ำอยู่ 3 รู สำหรับงอก ถัดจากส่วน endoxarp เข้าไปจะเป็นส่วน เอนโดสเปิร์ม หรือที่เรียกว่าเนื้อมะพร้าว ภายในมะพร้าวจะมีน้ำมะพร้าว ซึ่งเมื่อมะพร้าวแก่ เอนโดสเปิร์ม ก็จะดูดเอาน้ำมะพร้าวไปจนหมด

สล็อตออนไลน์

การขยายพันธุ์มะพร้าว

มะพร้าวสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ด (เพาะผลมะพร้าว) โดยต้องมีการคัดเลือกผลที่จะนำมาเพาะดังนี้ ควรเลือดผลที่แก่จัดมีรูปทรงสวยงามได้สัดส่วน ที่มาจากต้นแม่ที่สมบูรณ์และมีอายุ 10 ปีขึ้นไป จากนั้นปาดเปลือกทางด้านหัวออกขนาดประมาณเท่าผลส้มเขียวหวานเพื่อให้น้ำซึมเข้าได้สะดวกใน ระหว่างเพาะ และช่วยให้หน่องอกแทงออกมาได้ง่าย วางผลมะพร้าวตามแนวนอนลงในร่องที่เตรียมไว้ หันด้านที่ปาดขึ้นข้างบนเรียงไปตามทิศ ทางเดียวกัน ให้แต่ละผลติดกันหรือห่างกันไม่เกิน 5 เซนติเมตร กลบทรายหรือดินให้ส่วนของผลมะพร้าวโผล่พ้นผิวดินประมาณ 1/3 ของผลแล้วรดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ โดยสังเกตจากความชื้นตรงบริเวณรอยปาด หลังจากเพาะแล้วประมาณ 2-3 สัปดาห์หน่อจะเริ่มงอก ในระยะแรก ๆ จะงอกน้อย เมื่อเลย 4 สัปดาห์ไปแล้วหน่อจะงอกมากขึ้น (มะพร้าวที่ไม่งอกภายใน 10 สัปดาห์ หรือ 70 วัน ควรคัดทิ้ง) เมื่อหน่อยาวประมาณ 1-3 นิ้ว ควรย้ายลงแปลงชำ

โดยย้ายหน่อมะพร้าวจากแปลงเพาะลงช้าในหลุมให้หน่อตั้งตรง กลบดินหนาประมาณ 2/3ของผล เพื่อไม่ให้ดินทับส่วนคอของหน่อพันธุ์ ใช้ทางมะพร้าวหรือหญ้าแห้งคลุมแปลง เพื่อรักษาความชุ่มชื้น ถ้าฝนไม่ตก รดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ และเมื่อหน่อมะพร้าวสูง 30-50 เซนติเมตร จึงย้ายลงปลูกในแปลง หรือในบริเวณที่ต้องการ

ส่วนวิธีการปลูกควรปลูกในฤดูฝน ขุดดินบนหลุมปลูกที่เตรียมไว้ ให้เป็นหลุมเล็กๆ ขนาดเท่าผลมะพร้าวเอาหน่อที่คัดเลือกแล้วมาตัดรากที่หักช้ำออก ใช้ปูนขาวหรือยากันราทาตรงรอยตัดวางหน่อลงในหลุม ให้หน่อตั้งตรง ตัดหน่อไปในทิศทางเดียวกัน เอาดินกลบอย่างน้อย 2/3 ของผล เพื่อให้พอดีมิดผลมะพร้าว แต่ระวังอย่าให้ดินทับโคนหน่อ เพราะจะท้าให้หน่อถูกรัด ต้นจะโตช้า แต่เมื่อมะพร้าวโตขึ้นก็ควรจะกลบดินให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันโคนลอย เอาไม้ปักเป็นหลักผูกยึดกับต้นให้แน่น เพื่อป้องกันลมโยก

jumboslot

องค์ประกอบทางเคมี

มีการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของส่วนต่างๆ ของมะพร้าวพบว่าน้ำมะพร้าวอ่อนมีสาระสำคัญ ดังนี้ auxin, 1,3 diphenylurea, cytokinin, acid phosphatase, catalase, dehydrogenase, diastase, peroxidase, RNA polymerase, apscisic acid , β-sitosterol ในเนื้อมะพร้าวพบสาร caprylic acid , chloric acid , α-amyrin , ß – amyrin ,cycloartenol , squalene ,campesterol , β-sitosterol ,stigmasterol, n-docosane ,n-tricosane , alanine , glutamic acid, lysine , ligustrazine

ส่วนจาวมะพร้าวพบ mannan นอกจากนี้ในน้ำมะพร้าวในเนื้อมะพร้าวยังมีคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการของน้ำมะพร้าวอ่อน (100 กรัม)

พลังงาน 19 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 3.71 กรัม
น้ำตาล 2.61 กรัม
เส้นใย 1.1 กรัม
ไขมัน 0.2 กรัม
โปรตีน 0.72 กรัม
วิตามินบี 1 0.03 มิลลิกรัม
วิตามินบี 2 0.057 มิลลิกรัม
วิตามินบี 3 0.08 มิลลิกรัม
วิตามินบี 6 0.032 มิลลิกรัม
วิตามินซี 2.4 มิลลิกรัม
ธาตุแคลเซียม 24 มิลลิกรัม
ธาตุเหล็ก 0.29 มิลลิกรัม
ธาตุแมกนีเซียม 25 มิลลิกรัม
ธาตุฟอสฟอรัส 20 มิลลิกรัม
ธาตุโพแทสเซียม 250 มิลลิกรัม
ธาตุสังกะสี 0.1 มิลลิกรัม
คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อมะพร้าว (100กรัม)

พลังงาน 354 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 24.23 กรัม
น้ำตาล 6.23 กรัม
เส้นใย 9 กรัม
ไขมัน 33.49 กรัม
โปรตีน 3.33 กรัม
วิตามินบี 1 0.66 มิลลิกรัม
วิตามินบี 2 0.02 มิลลิกรัม
วิตามินบี 3 0.54 มิลลิกรัม
วิตามินบี 5 1.014 มิลลิกรัม
วิตามินบี 6 0.05 มิลลิกรัม
วิตามินซี 3.3 มิลลิกรัม
ธาตุแคลเซียม 14 มิลลิกรัม
ธาตุเหล็ก 2.43 มิลลิกรัม
ธาตุแมกนีเซียม 32 มิลลิกรัม
ธาตุฟอสฟอรัส 113 มิลลิกรัม
ธาตุโพแทสเซียม 356 มิลลิกรัม
ธาตุสังกะสี 1.1 มิลลิกรัม

slot

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

ใช้ขับพยาธิตัวตืด หรือพยาธิใบไม้ในลำไส้ โดยให้กินเนื้อมะพร้าวครึ่งลูก ทุกเช้า ตอนท้องว่าง หลังจากนั้น 3 ชั่วโมงค่อยกินอาหาร
แก้กลาก โดยใช้น้ำมันมะพร้าวเคี่ยวให้ร้อน ทิ้งไว้ให้พออุ่น ทาบริเวณที่เป็นวันละหลายๆครั้ง หรือใช้ถ่านกะลาที่เผาจากกะลามะพร้าวนำไปบดผสมน้ำนิดหน่อยทาก็ได้
แก้เลือดกำเดาออก ใช้เปลือกต้นมะพร้าวจำนวนพอควรต้มกินน้ำ
รักษาโรคเบาหวาน ใช้เนื้อมะพร้าวมาคั่วให้เหลือง โรยเกลือเล็กน้อย แล้วนำมารับประทานครั้งละ 1 ช้อนแกง เช้า กลางวัน เย็น ประมาณ 10 วัน
แก้ท้องเสีย ด้วยการใช้รากมะพร้าวทุบให้แตก 3 กำมือ ต้มน้ำ 5 แก้ว เคี่ยวให้เหลือ 2 แก้ว แบ่งรับประทานครั้งละครึ่งแก้ว เช้า กลางวัน เย็น
แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง ด้วยการใช้กะลามะพร้าวมาเผาไฟจะได้เป็นถ่านแล้วนำมาบดเป็นผงรับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ
แก้ปากเจ็บ โดยการนำรากมะพร้าวมาต้มกับน้ำใช้อมกลั้วปาก เช้า กลางวัน เย็น
แก้กระหายช่วยแก้พิษ ขับปัสสาวะ ลดบวม
แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้นิ่ว ให้ดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนวันละ 2-3 แก้ว

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

ควรรับประทานมะพร้าวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวในปริมาณที่พอดี โดยเฉพาะกะทิ เพราะอาจทำให้ได้รับพลังงานและไขมันมากเกินไปได้
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคตับ และโรคไต ควรบริโภคน้ำมะพร้าวแต่พอดีไม่ควรดื่มมากจนเกินไป
ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเรื้องรังต่างๆ รวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำก่อนจะบริโภคมะพร้าว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ