cathedraledetunis

Day: June 5, 2021

สะตอมีที่มาอย่างไร

สะตอเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนชื้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ มาเลเซีย ,อินโดนีเซีย รวมถึงทางตอนใต้ของไทย และพม่า โดยสะตอเจริญเติบโตได้ดีตามเชิงเขาที่มีสภาพป่าสมบูรณ์ ที่มีความชื้นในอากาศสูง

เครดิตฟรี

ในอดีตสะตอจะเป็นพืชที่มีการนิยมนำมาใช้เป็นอาหารเฉพาะถิ่นเท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีการนำไปบริโภค และใช้เป็นอาหารอย่างกว้างขวางจนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง สำหรับในประเทศไทยแหล่งปลูกสะตอที่สำคัญจะอยู่ในบริเวณภาคใต้ของประเทศ เช่น ระนอง , ชุมพร , สงขลา , สตูล , พัทลุง , ปัตตานี และนราธิวาช เป็นต้น เป็นต้น

ประโยชน์และสรรพคุณสะตอ

สะตอเป็นผักที่มีผู้นิยมกินมากชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะในภาคใต้ของประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซียและสิงคโปร์ ซึ่งจะกินได้ทั้งยอดอ่อนและเมล็ด แต่จะนิยมกินเมล็ดมากกว่า โดยสามารถใช้กินเป็นผักแกล้ม กับน้ำพริกหรือแกงเผ็ดต่าง ๆ เช่น แกงกะทิ แกงส้ม โดยนิยมกินเมล็ดสดทั้งแกะเปลือกหุ้มเมล็ดหรือไม่แกะเปลือกหุ้มเมล็ด หรืออาจจะนำเมล็ดสะตอไปดัดแปลงโดยน้ำมาดอง ต้มหรือนำเอาทั้งฝักไปเผาไฟ เรียกว่า “ตอหมก” โดยนอกจากกินเป็นผักแกล้มแล้ว ยังใช้สามารถเมล็ดสะตอปรุงอาหารอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น ผัดกะปิกุ้งสด สะตอผัดหมู ผัดเผ็ด ต้มกะทิ เป็นต้น

นอกจากนี้สะตอยังมีสรรพคุณทางยาคล้ายๆกับตะไคร้ โดยในตำราไทย ระบุถึงการใช้เมล็ดสะตอขับลมในลำไส้ ช่วยเจริญอาหาร ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะปวดขัดหรือกะปริบกะปรอย หรือขุ่นข้น หรือมีเลือดไหล และอาการเกี่ยวกับไตพิการ ที่ปัสสาวะมีสีขุ่นข้น เหลืองหรือแดง และมีอาการแน่นท้อง กินอาหารไม่ได้ ส่วนชาวโอรังอัสลีในรัฐเประ ประเทศมาเลเซียจะใช้เมล็ดสดรับประทาน แก้อาการผิดปกติของไต

ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันยังมีการศึกษาวิจัย และระบุถึงสรรพคุณของสะตอว่า ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ลดระดับน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน เป็นต้น

สล็อต

ลักษณะทั่วไปสะตอ

สะตอจัดเป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ โดยสามารถสูงได้ถึง 30 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มโปร่งแผ่กว้าง ลำต้นเรียบ สีน้ำตาลอ่อน หรือสีน้ำตาลขาว ลอกเป็นสะเก็ดเล็กน้อยหรือเป็นร่องตื้นๆ บริเวณกิ่งก้านมีขนละเอียดขึ้นปกคลุม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น คือ มีก้านใบหลักยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร ที่ประกอบด้วยก้านใบย่อย 14-24 คู่ โดยแต่ละก้านใบย่อยยาวประมาณ 2.2-6 เซนติเมตร และมีใบย่อยเรียงสลับตรงข้ามกัน 30-38 คู่ ลักษณะใบย่อยเป็นขอบขนาน สีเขียวสดถึงเขียวเข้มตามอายุใบ แผ่นใบเรียบบาง แต่จะเหนียวและแข็ง ปลายใบมน มีติ่งเล็กตรงกลางของปลายใบ

ดอกออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแน่นที่ปลายกิ่ง โดยช่อดอกจะยาวห้อย กว้าง 3-3.5 ซม. ยาว 7-10 ซม. และจะมีก้านช่อดอกยาว 30-40 ซม. และมีกลีบเลี้ยงขนาดเล็ก 4-5 กลีบ กลีบดอกเชื่อมติดกัน เป็นหลอดยาว 0.9-1.2 ซม. ปลายแยกเป็น 5 แฉก มีเกสรเพศผู้จำนวนมาก ผลออกเป็น ฝัก มีลักษณะแบน มีทั้งชนิดที่เป็นฝักบิดเป็นเกลียว (สะตอข้าว) และชนิดที่แบนตรง (สะตอดาน) โดยฝักสะตอจะยาวประมาณ 25-45 เซนติเมตร กว้างประมาณ 4-5 เซนติเมตร (แล้วแต่สายพันธุ์) เปลือกฝักมีสีเขียว และค่อยเปลี่ยนเป็นสีดำ ตรงกลางฝักเป็นตุ่มนูน โดยด้านในเป็นที่อยู่ของเมล็ดที่เรียงซ้อนกันประมาณ 10-20 เมล็ดต่อฝัก

เมล็ดมีลักษณะคล้ายหัวแม่มือ หรือรูปรีค่อนข้างกลม ขนาดเมล็ดทั่วไป กว้างประมาณ 2.2-2.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร เมล็ดอ่อนมีสีเขียว ให้รสหวานมัน และมีกลิ่นฉุน และเมื่อแก่จะเริ่มเหลือง และเมื่อสะตอสุก ฝักจะเป็นสีดำ เนื้อสะตอเป็นสีเหลืองบางๆ รับประทานได้ทั้งเม็ด เมล็ดในระยะนี้รสมัน เนื้อมีรสหวาน

สล็อตออนไลน์

การขยายพันธุ์สะตอ

สะตอสามารถขยายพันธุ์ได้โดยวิธีการเพาะเมล็ด และการติดตา แต่วิธีที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน คือ วิธีการเพาะเมล็ด โดยเลือกเมล็ดจากฝักแก่ ลอกเอาเยื่อหุ้มเมล็ดออกแล้วนำไปแช่น้ำ ๑ คืน นำมาสะเด็ดน้ำให้แห้ง เพาะในถุงเพาะชำหรือแปลงเพาะกล้า

สำหรับการเพาะในถุงพลาสติกควรใช้ถุง ขนาด 4×8 นิ้ว เจาะก้นถุง 2-3 รูเพื่อระบายน้ำ ใส่ดินผสมปุ๋ยคอกอัตรา 2 ต่อ 1 ลงไปประมาณค่อนถุงนำไปตั้งในเรือนเพาะชำ แล้วนำเมล็ดที่เตรียมไว้มาปลูกตรงกลางถุงโดยให้ทาวด้านหัวกดลงลึกประมาณ 1 เซนติเมตร (เพื่อที่เวลางอกลำต้นจะตั้งตรง) จากนั้นรดน้ำให้ชุ่มชื้นทุกวัน ๆ ละ 1-2 ครั้ง ภายใน 2-3 วัน เมล็ดจะเริ่มงอก จนอายุ 1 ปี จะมีใบออกประมาณ 3-4 ใบ จึงสามารถนำไปปลูกได้

การเตรียมหลุมปลูกให้ใช้จอบขุดดินให้มีขนาดพอดีเท่ากับถุงที่ใช้เพาะต้นกล้า กรีดด้านข้างถุงเพาะแล้ววางลงไปในหลุมปลูกใช้ไม้ปักแนบลำต้นผูกเชือกยืดกันลมโยก รดน้ำให้ชุ่มชื้นและควรทำร่มเงาให้ด้วย ส่วนระยะปลูก ควรใช้ระยะ 12×12 เมตร ใน 1 ไร่ จะปลูกได้ประมาณ 11 ต้น สะตอจะเริ่มให้ผลผลิตครั้งแรกเมื่อมีอายุ 4-7 ปี ตั้งแต่เริ่มปลูกโดยในต้นละตอหนึ่งจะให้ผลผลิตได้ประมาณ 200-300 ฝัก และจะให้ฝักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีตามอายุ

องค์ประกอบทางเคมี

มีการศึกษาวิจัยถึงองค์ประกอบทางเคมีในเมล็ดสะตอพบว่ามีสารสำคัญๆ ดังนี้ β-sitosterol , Stigmasterol , lectin , 1,2,4, Trithiolane , dichrostachmic acid , serine , glycine , aspartic acid เป็นต้น นอกจากนี้เมล็ดสะตอยังมีคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้

jumboslot

คุณค่าทางโภชนาการของเมล็ดสะตอ (100 กรัม)

– พลังงาน 130 กิโลแคลอรี่

– โปรตีน 8 กรัม

– คาร์โบไฮเดรต 15.50 กรัม

– ไขมัน 4 กรัม

– เส้นใย 0.50 กรัม

– แคลเซียม 76 มิลลิกรัม

– ฟอสฟอรัส 83 มิลลิกรัม

– เหล็ก 0.70 มิลลิกรัม

– วิตามินเอ 9 I.U.

– วิตามินบี 1 0.10 มิลลิกรัม

– วิตามินบี 2 0.01 มิลลิกรัม

– วิตามินบี 3 1 มิลลิกรัม

– วิตามินซี 6 มิลลิกรัม

โครงสร้างสะตอ

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

สำหรับรูปแบบการใช้สะตอเป็นสมุนไพรในการบำบัดรักษาอาการต่างๆ ตามสรรพคุณทางยาของตำรายาไทยนั้น โดยส่วนมากแล้วจะเป็นการนำเมล็ดสะตอมารับประทานในรูปแบบของอาหาร ทั้งการกินสดๆ และการนำมาประกอบอาหารมากกว่าการนำมาใช้แปรรูปเป็นยาเหมือนสมุนไพรชนิดอื่นๆ

slot

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ฤทธิ์เพิ่มการแบ่งตัวของเม็ดเลือดขาว

มีการศึกษาวิจัยผลของเล็คตินที่แยกได้จากเมล็ดสะตอ (Pakia speciosa Hassk.) ต่อการแบ่งตัวของเม็ดเลือดขาวที่ได้จากอาสาสมัครสุขภาพดีและจากผู้ป่วยมะเร็งหลอดอาหาร โดยใช้วิธีวัดการนำเข้า (incorporation) [3H] thymidine ในดีเอ็นเอของเม็ดเลือดขาว พบว่าเล็คตินทำให้เม็ดเลือดขาวแบ่งตัวเพิ่มขึ้นตามความเข้มข้นของเล็คติน และลดลงเมื่อความเข้มข้นของเล็คตินมากเกินไป โดยผลของเล็คตินต่อเม็ดเลือดขาว ที่แยกจากเลือดผู้ป่วยมะเร็งหลอดอาหารไม่แตกต่างจากผลต่อเม็ดเลือดขาวที่ได้จากอาสาสมัครปกติแต่อย่างใด

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านเชื้อจุลชีพของสะตอ มีการศึกษาวิจัยสารสำคัญและฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระและต้านเชื้อจุลชีพของสารสกัดจากฝักสะตอ 2 ชนิด ได้แก่ สะตอข้าว และสะตอดาน พบว่าสะตอดานจะมีปริมาณของสารฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์สูงกว่าสะตอข้าว โดยสารสกัด 50% เอทานอลจากฝักสะตอทั้ง 2 ชนิด มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ เมื่อทดสอบด้วยวิธี DPPH, ABTS และ metal ion chelating assay โดยสารสกัดจากสะตอข้าวจะมีฤทธิ์ดีกว่า นอกจากนี้สารสกัดทั้งสองยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในอาหาร ได้แก่ Bacillus cereus, Escherichia coli, Listeria monocytogenes, Salmonella typhimurium, Staphylococcus aureus และ Vibrio choleraและแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการเน่าเสียของอาหาร ได้แก่ Aeromonas hydrophila, Pseudomonas aeruginosa และ Serratia marcescens

นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาวิจัยฉบับอื่นๆ ระบุว่า เมล็ดสะตอมีฤทธิ์ ระดับการเกาะกลุ่มของเม็ดเลือดแดง ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด และฤทธิ์กระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวของลำไส้อีกด้วย

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

ในเมล็ดสะตอมีกรดยูริก (Uric acid) สูงดังนั้นผู้ที่เป็นโรคเก๊าท์หรือผู้ที่มีระดับกรดยูริกในร่างกายสูงควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน เพราะอาจส่งผลให้อาการกำเริบได้
เมล็ดสะตอมีกลิ่นฉุดมาก เนื่องจากมีสารในกลุ่ม polysulfides ทำให้เกิดกลิ่น ดังนั้นเวลารับประทานเมล็ดสะตอแล้วจะมีกลิ่นปาก แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการับประทานมะเขือเปราะ 2-3 ลูก หลังรับประทานเมล็ดสะตอ จะสามารถดับกลิ่นปากได้ในระดับหนึ่ง

การศึกษาทางเภสัชวิทยาของมะพร้าว

คนรักสุขภาพมักสรรหาอาหารที่เขาว่าดีทานกันอย่างขะมักเขม้น ไม่ใช่เรื่องผิดหรอกนะคะ ถ้าคุณจะชอบทานควินัว หรือเมล็ดเจีย แต่ถ้ามองใกล้ตัวอีกนิด จะเห็นว่า “ซุปเปอร์ฟู้ด” หรืออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ดีต่อสุขภาพเป็นอันดับต้นๆ ไม่จำเป็นต้องตามหาซื้อจากเมืองนอกเมืองนา “มะพร้าว” บ้านเราแล้วนี่แหละ ถูก ดี และมีประโยชน์ไม่แพ้ใครแน่นอน

เครดิตฟรี

9 ประโยชน์ดีๆ ที่ไม่ควรมองข้ามของ “น้ำมะพร้าว”
ช่วยรักษาอาการขาดน้ำ เมื่อไรก็ตามที่รู้สึกกระหายน้ำ หรือร่างกายขาดน้ำ น้ำมะพร้าวจะช่วยให้เติมน้ำในร่างกายไปพร้อมๆ กับเกลือแร่ที่มีประโยชน์ และรสชาติหวานสดชื่นจากธรรมชาติ นักกีฬาจึงสามารถดื่มน้ำมะพร้าวแทนการดื่มน้ำเกลือแร่หลังออกกำลังกายได้สบายๆ

น้ำมะพร้าว อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 6 วิตามินซี แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เหล็ก กรดอะมิโน และโปรตีนที่ดีต่อร่างกายอีกด้วย

ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน และอิลาสตินให้กับผิว จึงทำให้ผิวพรรณเต่งตึง เปล่งปลั่งสดใส

มีไซโตไคน์ ที่ช่วยบำรุงฮอร์โมนในร่างกายให้แข็งแรง ดูแลการเจริญเติบโต และการพัฒนาของร่างกาย ช่วยชะลอวัย และช่วยลดโรคภัยที่มักมาพร้อมกับวัยชราได้ เช่น โรคความจำเสื่อม (อัลไซเมอร์) เป็นต้น

น้ำมะพร้าว ช่วยย่อยอาหาร และลดอาการกรดไหลย้อน

ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

ช่วยขับปัสสาวะ บรรเทาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

หากมีอาการปวดหัวจากการขาดน้ำ การดื่มน้ำมะพร้าวจะช่วยให้อาการปวดหัวทุเลาลงได้โดยเร็ว

หากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเมาค้าง สามารถดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อบรรเทาอาการดังกล่าวได้ดีเลยทีเดียว

สล็อต

น้ำมะพร้าว 100 กรัม ให้พลังงาน 79 กิโลแคลอรี่ ดังนั้นจึงเป็นอาหารพลังงานต่ำ แต่ให้ความสดชื่นได้ดี เหมาะกับทุกเพศทุกวัย แต่สำหรับใครที่เป็นโรคไต และโรคเบาหวาน อาจต้องปรึกษาคุณหมอ เพื่อหาปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกาย เพราะอย่างไรแล้ว น้ำมะพร้าว ก็เป็นน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาล และโพแทสเซียม

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ฤทธิ์สมานแผล มีการศึกษาวิจัยกลไกการออกฤทธิ์สมานแผลของน้ำมะพร้าวอ่อน (Cocos nucifera L.) ซึ่งมีสารสำคัญ เช่น ไฟโตเอสโตเจน (phytoestrogen), เบต้า-ซิโตสเตอรอล (β-sitosterol) ในหนูแรทที่ถูกตัดรังไข่ออก (ovariectomized rat) โดยในการทดลองได้แบ่งหนูออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 6 ตัว กลุ่มที่ 1 เป็นหนูที่ผ่าเปิดหน้าท้องแต่ไม่ได้ตัดแยกรังไข่ออก (sham-operated), กลุ่มที่ 2 เป็นหนูที่ถูกตัดรังไข่ออก (ovariectomized; ovx), กลุ่มที่ 3 เป็นหนูที่ถูกตัดรังไข่ออกและได้รับ estradiol benzoate (EB) ขนาด 2.5 มก./กก./วัน โดยฉีดเข้าทางช่องท้อง, กลุ่มที่ 4 เป็นหนูที่ถูกตัดรังไข่ออกและได้กินน้ำมะพร้าวอ่อนขนาด 100 มล./กก./วัน โดยกลุ่มที่ 1 และ 2 จะได้รับน้ำปราศจากไอออน (deionized water) หลังจากทำการผ่าตัดเอารังไข่ออกเป็นเวลา 2 สัปดาห์ จึงทำให้หนูเกิดแผลขนาด 1 ซม. จำนวน 2 แผลที่บริเวณผิวหนังส่วนหลังจากนั้นจึงเริ่มให้สารทดสอบตามกลุ่มเป็นเวลา 7 วัน หรือ 14 วัน เมื่อครบกำหนดเวลา หนูจะถูกฆ่าและนำมาประเมินผล จากผลการทดลองพบว่า หนูกลุ่มที่ได้รับน้ำมะพร้าวอ่อนเป็นเวลา 14 วัน จะมีขนาดของเซลล์ผิวหนังคีราติโนไซต์ (keratinocyte) ใหญ่กว่า และมีกิจกรรมภายในไซโตพลาสซึมมากกว่าของหนูในกลุ่ม ovx นอกจากนี้ยังพบว่า macrophage migration inhibitory factor (MIF) ของหนูกลุ่มที่ได้รับน้ำมะพร้าวอ่อน มีระดับลดลง โดย MIF เป็นสารในร่างกายที่เกิดขึ้นเมื่อเกิดการอักเสบ จากการทดลองแสดงให้เห็นว่า ฤทธิ์สมานแผลของน้ำมะพร้าวอ่อนเกิดจากการเพิ่มการแลกเปลี่ยนสารต่างๆ ผ่านไซโตพลาสซึมภายในของเซลล์ผิวหนังและกลไกการยับยั้ง MIF

ฤทธิ์ลดภาวะกระดูกพรุน มีการศึกษาวิจัยในหนู (Wistar rats) เพศผู้ โดยนักวิจัยไทย พบว่าการให้น้ำมะพร้าวอ่อนในขนาด 100 มล/กก น้ำหนักตัว นาน 14 วัน มีผลเพิ่มความหนาของกระดูกอ่อนขากรรไกรล่าง (mandibular condylar cartilage) ในกลุ่มหนูที่ไม่ได้ตัดอัณฑะออก การศึกษาโดยนักวิจัยกลุ่มเดียวกันในระยะต่อมาในลักษณะเดียวกัน พบว่าการให้น้ำมะพร้าวอ่อนในขนาด 100 มล/กก นาน 14 วัน มีผลเพิ่มความหนาของกระดูกฟองน้ำของขากรรไกรล่าง (mandibular cancellous bone) ในกลุ่มหนูที่ไม่ได้ตัดอัณฑะออก และ กลุ่มหนูที่ตัดอัณฑะออก ซึ่งคาดว่าน้ำมะพร้าวอ่อนน่าจะมีประโยชน์ในการชะลอภาวะกระดูกพรุนในชายวัยหมดฮอร์โมน

สล็อตออนไลน์

ส่วนอีกการศึกษาหนึ่งของน้ำมะพร้าวอ่อนต่อเมตาบอลิสมของกระดูกในหนูเพศเมียที่ถูกตัดรังไข่ โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่ม baseline กลุ่มหนูที่ผ่าเปิดหน้าท้องแต่ไม่ได้ตัดแยกรังไข่ออก (sham-operated) กลุ่มที่ถูกตัดรังไข่ (bilateral ovariectomy) และกลุ่มที่ถูกตัดรังไข่และได้รับน้ำมะพร้าวอ่อนความเข้มข้น 5 เท่า ในขนาด 10 มล./กก. นน.ตัว/วัน เป็นเวลา 6 สัปดาห์ พบว่าหนูในกลุ่มที่ตัดรังไข่และได้รับน้ำมะพร้าวอ่อนจะมีความหนาแน่นของมวลกระดูกและอัตราการสร้างกระดูกสูงกว่ากลุ่มตัดรังไข่แต่ไม่ได้รับน้ำมะพร้าว แสดงว่าน้ำมะพร้าวอ่อนมีผลต่อเมตาบอลิสมของกระดูกและอาจช่วยชะลอการสูญเสียมวลกระดูกที่เกิดขึ้นหลังจากหมดประจำเดือนได้

ฤทธิ์ลดความดันโลหิต มีการศึกษาฤทธิ์ที่ทำให้หลอดเลือดคลายตัวของสารสกัดเอทานอลจากกะลามะพร้าว (CNE) ต่อหลอดเลือดแดงทั้งในภาวะที่มีและไม่มี endothelium พบว่า CNE มีผลลดการหดตัวของหลอดเลือดแดงที่ถูกกระตุ้นด้วย norepinephrine, phenylephrine หรือ potassium chloride ได้ดีในภาวะที่มี endothelium และฤทธิ์คลายหลอดเลือดของ CNE จะถูกยั้บยั้งเมื่อให้ร่วมกับ NG-nitro-L-arginine (nitric oxide synthase inhibitor) และ 1H-[1,2,4]-oxadiazolo-[4,3-A]-quinoxalin-1-one (ODQ: guanylase cyclase inhibitor) ส่วน atropine (muscarinic receptor antagonist) และ indomethacin (cyclooxygenase inhibitor) มีผลยับยั้งเพียงเล็กน้อย ในขณะที่ glibenclamide (ATP-sensitive K+ channel blocker) ไม่มีต่อการทำงานของ CNE และเมื่อนำไปทดสอบฤทธิ์ลดความดันโลหิตในหนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดความดันโลหิตสูงโดยเกลือ acetate deoxycorticosterone (DOCA) พบว่าหนูแรทที่ได้รับ CNE ขนาดวันละ 300 มก./กก.น้ำหนักตัว ติดต่อกัน 12 วัน มีความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัว (systolic blood pressure) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 185.3 ± 4.7 มม.ปรอท เหลือ 145.6 ± 6.1 มม.ปรอท) โดยพบว่าสารสำคัญที่มีผลต่อการออกฤทธิ์เป็นสารกลุ่มโพลีฟีนอล ได้แก่ chrologenic acid, vanillic acid และ ferulic acid จากการทดลองที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าสารสกัดเอทานอลจากกะลามะพร้าวช่วยลดความดันโลหิต โดยเกี่ยวข้องกับการสร้าง nitric oxide จาก endothelium ผ่าน nitric oxide/guanylase cyclase pathway โดยตรง รวมถึงมีผลกระตุ้น muscarinic receptor ใน cyclooxygenase pathway

jumboslot

ฤทธิ์ชะลอการลุกลามของโรคอัลไซเมอร์ มีการศึกษาพบว่าในน้ำมะพร้าวอ่อนประกอบด้วยสารประกอบ ทรานส์-ซีติน ในปริมาณประมาณ 181.93 นาโนโมลาร์ ในรูปแบบต่างๆ โดยสารประกอบนี้อยู่ในกลุ่มของฮอร์โมนพืช คือ กลุ่มไซโตไคนิน (cytokinin) มีรายงานว่าสารประกอบ ทรานส์-ซีติน แสดงคุณสมบัติยังยั้งเอนไซม์อะเซติลโคลีนเอสเตอเรส (acetylcholinesterase) (ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์) และสามารถใช้ในโรคอัลไซเมอร์ หรือความผิดปกติที่เกี่ยวกับระบบประสาท เช่น ความจำเสื่อม (dementia) นอกจากนี้การศึกษาอีกฉบับยังพบว่า ทรานส์-ซีติน สามารถป้องกันการสร้างโปรตีนอะมัยลอยด์-เบต้า (amyloid-β protein) (ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดการลุกลามของโรคอัลไซเมอร์เร็วขึ้น) เมื่อทำการศึกษาในหลอดทดลอง โดยใช้สาร ทรานส์-ซีติน ทดสอบกับเซลไฟโบรบลาสต์ของคน พบว่าสารนี้แสดงฤทธิ์ชะลอความแก่

ฤทธิ์ลดระดับไขมันในเลือด มีการศึกษาในหนูขาว (albino rats) เพศผู้ โดยให้น้ำมะพร้าวอ่อน หรือน้ำมะพร้าวแก่ ในขนาด 4 มล/100 กรัม น้ำหนักตัว พบว่า การให้น้ำมะพร้าวสามารถยับยั้งการเพิ่มขึ้นของระดับคอเลสเตอรอลในเลือด, คอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี คือ ชนิด วี แอล ดี แอล (VLDL cholesterol) และ แอล ดี แอล (LDL cholesterol) และไตรกลีเซอร์ไรด์ (triglyceride) และมีผลเพิ่มระดับ คอเลสเตอรอลชนิดดี คือ ชนิด เอช ดี แอล (HDL cholesterol) ด้วย นอกจากนี้ ระดับไขมันในเนื้อเยื่อของตับ หัวใจ ไต และหลอดเลือดแดงใหญ่ (aorta) ก็ลดลงด้วยเช่นกัน พบว่าน้ำมะพร้าวมีผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มระดับไขมัน และมีผลส่งเสริมการทำงานของเอนไซม์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการลดระดับไขมัน น้ำมะพร้าวมีผลเร่งการเปลี่ยนคอเลสเตอรอลไปเป็นกรดน้ำดี และเพิ่มการขับถ่ายน้ำดีและนิวทรัลเสตียรอล สำหรับในตับและในหลอดเลือดแดงใหญ่ มีการสะสมของไขมันในเนื้อเยื่อลดลงมาก พบว่าระดับของกรดอะมิโน แอล-อาร์จินีน (L-arginine) ในเลือด, ระดับไนไตรต์ในปัสสาวะ และการทำงานของเอนไซม์ไนตริคออกไซด์ซินเตส (nitric oxide synthase) สูงขึ้น ซึ่งเอนไซม์นี้มีหน้าที่เปลี่ยน แอล อาร์จินีน ให้เป็นไนตริคออกไซด์ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของผนังหลอดเลือดให้อยู่ในสภาวะที่ดี การศึกษาโดยนักวิจัยกลุ่มเดียวกันในระยะต่อมาในหนูเพศผู้ พบว่าน้ำมะพร้าวมีผลลดคอเลสเตอรอลคล้ายคลึงกับยาโลวาสแตติน (lovastatin) ในขนาด 0.1 กรัม/100 กรัมของอาหาร ระยะเวลา 45 วัน

slot

ฤทธิ์ฆ่าพยาธิ มีการศึกษาฤทธิ์ฆ่าพยาธิตัวกลมของสารสกัดน้ำและสารสกัด butanol จากส่วนเปลือกสีเขียวของมะพร้าว ในหนูเมาส์พันธุ์ swiss albino เพศผู้ 36 ตัว ซึ่งตรวจวิเคราะห์อุจจาระแล้วพบว่าติดพยาธิชนิด Syphacia obvelata และ Aspiculuris tetraptera ในการทดลอง แบ่งหนูออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละ 6 ตัว ให้สารสกัดเปลือกมะพร้าวและยาถ่ายพยาธิแก่หนูทั้งหกกลุ่มด้วยวิธีป้อนเข้ากระเพาะ (intragastric route) ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ให้สารสกัดน้ำเปลือกมะพร้าวขนาด 1000 มก./กก. กลุ่มที่ 2 ให้สารสกัดน้ำเปลือกมะพร้าวขนาด 2000 มก./กก. กลุ่มที่ 3 ให้สารสกัด butanol เปลือกมะพร้าว ขนาด 500 มก./กก. กลุ่มที่ 4 ให้สารสกัด butanol เปลือกมะพร้าว ขนาด 1000 มก./กก. กลุ่มที่ 5 ให้ยาถ่ายพยาธิ febendazole ขนาด 0.56 มก./กก. (positive control) และกลุ่มที่ 6 ให้ 3% dimethylsulfoxide ขนาด 0.02 มล./กก. (negative control) กลุ่มที่ 1, 2, 5 และ 6 ทำการให้สารสกัดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วัน ส่วนกลุ่มที่ 3 และ 4 ให้ 3 วัน เมื่อครบ 5 วันหนูทุกตัวถูกผ่าเปิดลำไส้ใหญ่ เพื่อนับจำนวนพยาธิ ผลการทดลองพบว่าสารสกัดน้ำจากเปลือกมะพร้าวไม่มีฤทธิ์ในการฆ่าพยาธิ และสารสกัด butanol เปลือกมะพร้าวขนาด 500 มก./กก. และ 1000 มก./กก. สามารถฆ่าพยาธิได้ 62.72 และ 98.36% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับกลุ่ม negative control

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

ควรรับประทานมะพร้าวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวในปริมาณที่พอดี โดยเฉพาะกะทิ เพราะอาจทำให้ได้รับพลังงานและไขมันมากเกินไปได้
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคตับ และโรคไต ควรบริโภคน้ำมะพร้าวแต่พอดีไม่ควรดื่มมากจนเกินไป
ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเรื้องรังต่างๆ รวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำก่อนจะบริโภคมะพร้าว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ