cathedraledetunis

Day: June 18, 2021

ประโยชน์ของเท้ายายม่อม

สำหรับเท้ายายม่อมคาดว่ามีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วมีการแพร่กระจายพันธุ์ต่อไปตั้งแต่แอฟริกา เอเชีย โอเชียเนียจนถึงเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก จนเป็นพืชท้องถิ่นในทวีป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ แอฟริกา ออสเตรเลียเหนือนิวกินี หมู่เกาะไมโครนีเซีย ซามัว และฟิจิ

ส่วนในประเทศไทยสามารถพบได้มากบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ ส่วนในภาคกลางและภาคตะวันออกจะพบขึ้นกระจายในธรรมชาติ ซึ่งเท้ายายม่อมในประเทศไทยนั้นจะพบตามป่าผลัดใบต่างๆและป่าดิบแล้ง โดยมักจะพบตามบริเวณที่เป็นดินทรายและที่ๆมีร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่

เครดิตฟรี

ประโยชน์และสรรพคุณเท้ายายม่อม

ส่วนต่างๆเท้ายายม่อมมีการนำไปใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย เช่น ดอก และยอดอ่อน ใช้ลวกเป็นผักจิ้มน้ำพริก หรือใช้ทำอาหารจำพวกผัดหรือแกงต่างๆ เช่น ผักกะทิเท้ายายม่อม เป็นต้น หัวเท้ายายม่อมสามารถนำมาสกัดทำแป้งเรียกว่าแป้งเท้ายายม่อมใช้เป็นอาหารและสมุนไพรสำหรับคนไข้ที่เบื่ออาหาร อ่อนเพลียได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้แป้งที่สกัดได้จากหัวเท้ายายม่อมยังสามารถนำมาใช้ประกอบอาหารและทำขนมได้หลายชนิด โดยจะให้ความเข้มเหนียวหนืดและใส โดยอาหารและขนมที่นิยมใช้แป้งเท้ายายม่อมทำ

หรือใช้เป็นส่วนผสมกับแป้งต่างๆ เช่น ราดหน้า กระเพาะปลา หอยทอด ซุปเห็ด ขนมชั้น ขนมเปียกปูน ลอดช่องกะทิ ข้าวเกรียบปากหม้อ ขนมกะละแม ขนมหัวผักกาด ทับทิมกรอบ บัวลอย เป็นต้น และประโยชน์อีกอย่างหนึ่งจากแห้งเท้ายายม่อม คือ สามารถใช้หมักยีสต์ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ได้อีกด้วย

ส่วนสรรพคุณทางยาจากส่วนต่างๆ ของเท้ายายม่อมที่ได้ระบุไว้ ตามตำรายาต่างๆนั้น ระบุว่า ราก ใช้แก้ไข้ ขับเสมหะ ริดสีดวงทวาร แก้ไส้เลื่อน หัว นำมาทำเป็นแป้ง ใช้ประกอบอาหาร มีสรรพคุณช่วยเจริญอาหาร บำรุงร่างกาย บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย สมานแผลในกระเพาะอาหาร แก้ท้องอืด ท้องเสีย ผงแป้งใช้ภายนอกโรยแผลเพื่อห้ามเลือด ใช้ทาแก้ผดผื่นคัน ใช้ลดสิวลดฝ้า ทำให้หน้าขาว เหง้า ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย หัวหรือราก ทาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย พิษผึ้ง พิษแมงกะพรุนไฟ และผดผื่นแพ้ต่างๆ

สล็อต

ลักษณะทั่วไปเท้ายายม่อม

เท้ายายม่อมจัดเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีหัวใต้ดินหรือลำต้นจริงสะสมอาหาร รูปร่างกลมแบน หรือรีกว้างเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5-4 นิ้ว เปลือกผิวด้านนอกบางผิวเรียบเมื่อหัวยังอ่อนอยู่จะเป็นสีขาว แต่เมื่อแก่แล้วจะเป็นสีน้ำตาล เนื้อในสีขาวใส ส่วนเหนือดินหรือลำต้นเทียมสูงได้ถึง 1.5 เมตร เป็นลำต้นเทียมที่เจริญโผล่ออกมาจากหัวหรือลำต้นจริง มีลักษณะทรงกลม มีเปลือกสีเขียว ประด้วยลายจุดสีน้ำตาลอมดำกระจายทั่ว ด้านในเป็นเยื่ออ่อนแตกใบออกด้านข้าง ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ เวียนออกเป็นแนวรัศมี ใบมีขนาดใหญ่และเว้าลึก รูปฝ่ามือ ปลายแยกเป็น 3 แฉก แต่ละแฉกขอบเว้าลึก กว้าง 50-70 เซนติเมตร และยาว 120 เซนติเมตร ก้านใบรวมทั้งกาบใบ ยาว 20-170 เซนติเมตร ปลายใบแหลม ก้านใบทรงกลมสีดำแกมเขียว

ดอกออกเป็นช่อ แบบซีรั่ม มีก้านดอกหลักที่เป็นลำต้นเทียม ยาวประมาณ 100-170 เซนติเมตร โดยช่อดอกอยู่ปลายสุด ใน 1 ช่อดอกจะมีดอกย่อยประมาณ 15-40 ดอก ดอกย่อยมีลักษณะเป็นรูปกรวย ถูกหุ้มด้วยกลีบเลี้ยงสีเขียวประด้วยสีดำ ด้านในเป็นกลีบดอก จำนวน 5 กลีบ มีสีเหลืองหรือสีเขียวอมม่วง ภายในมีเกสรตัวผู้ 6 อัน ปลายแผ่นเป็นแผ่น ตรงกลางเป็นก้านเกสรเพศตัวเมีย ปลายเกสรแยกเป็น 3 แฉก ระหว่างดอกย่อยมีใบประดับเป็นเส้นทรงกลมยาวสีดำหรือสีม่วงอมน้ำตาล ประมาณ 20-40 เส้น/ช่อดอก ซึ่งแต่ละเส้นจะยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร

ผลมีลักษณะทรงกลมปลายเรียวแหลม ผลดิบมีเปลือกหุ้มผลมีสีเขียว เป็นสันนูนจากขั้วผลลงท้ายผล ประมาณ 5-6 สัน ท้ายผลมีกลีบห้อยเป็นติ่ง ส่วนผลแก่หรือผลสุกมีสีเหลือง โดยมีขนาดผลประมาณ 1.5-3 เซนติเมตร ภายในผลมีเปลือกหุ้มแข็ง ด้านในมีเมล็ดรูปไข่สีน้ำตาลผิวลาย ขนาด 5-8 มิลลิเมตรจำนวนมาก

สล็อตออนไลน์

การขยายพันธุ์เท้ายายม่อม

เท้ายายม่อมสามารถขยายพันธุ์ 2 วิธี คือ การเพาะด้วยเมล็ด ซึ่งจะใช้เมล็ดแก่ที่เก็บจากต้นหลังต้นแห้งตายแล้ว โดยควรเก็บเมล็ดไว้สักระยะ 2-3 เดือน เพื่อให้เมล็ดพักตัวก่อนแล้วจึงนำไปทำการเพาะเมล็ดและปลูกตามวิธีปกติ และอีกวิธีหนึ่งคือ การใช้หัวโดยใช้หัวลูกหรือหัวย่อยที่เจริญออกจากหัวแม่ได้เลย

ทั้งนี้การปลูกเท้ายายม่อมด้วยเมล็ดจะต้องรอให้ต้นเติบโต 2 ปีขึ้นไปถึงจะมาสามารถเก็บหัวได้ เพราะเจริญเติบโตช้ากว่าการปลูกด้วยหัวย่อย ซึ่งการใช้หัวย่อยปลูกจะสามารพเก็บหัวได้หลังปลูก 1 ปี

สำหรับการเก็บหัวเท้ายายม่อมควรเก็บในช่วงปลายฤดูหนาว-ต้นฤดูแล้ง ซึ่งสังเกตได้จากใบจะเริ่มเหลือง และเหี่ยวหรือยุบตัวและแห้งตาย

องค์ประกอบทางเคมี

มีผลการศึกษาถึงองค์ประกอบทางเคมีของหัวเท้ายายม่อมพบว่ามีสารสำคัญหลายชนิด เช่น Taccalin , β – sitosterol ,Cerylic alcohol , Steroidal Sapogenins, Sapogenins เป็นต้น

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

ใช้แก้ไข้ ขับเสมหะโดยใช้ราก มาต้มกับน้ำดื่ม ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง โดยใช้เหง้ามาต้มกับน้ำดื่ม ใช้บำรุงร่างกาย ช่วยให้เจริญอาหาร บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย สมานแผลในกระเพาะอาหาร โดยใช้หัวมาทำแป้ง แล้วนำไปประกอบอาหารรับประทาน ใช้แก้ไส้เลื่อน แก้ริดสีดวง โดยใช้รากมาเผาให้ร้อนแล้วใช้ผ้าห่อแล้วจึงนั่งทับลงบริเวณที่เป็น ใช้แก้แมลงสัตว์กัดต่อย แก้พิษผดผื่นต่างๆ โดยใช้หัวหรือรากมาฝนกับน้ำมะนาวแล้วใช้ทาบริเวณที่เป็น ใช้ทาหน้าแก้สิวฝ้า ทำให้หน้าขาว โดยใช้ผงแป้งเท้ายายม่อมผสมกับน้ำผึ้ง แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้สักพักแล้วจึงล้างออก ใช้สมานแผลและห้ามเลือดโดยใช้ผงแห้งเท้ายายม่อมมาพอกบริเวณแผล

jumboslot

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

เท้ายายม่อมเป็นพืชที่มีข้อมูลมีการศึกษาทางเภสัชวิทยาน้อยมากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ แต่มีการศึกษาหนึ่งพบว่า สารรสขมที่ชื่อ Taccalin สามารถใช้เป็นยาแก้ท้องอืดท้องเสียและโรคเกี่ยวกับลำไส้ได้

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

หัวเท้ายายม่อมสดมีรสขม และมีสารพิษ (เพราะเป็นพืชวงศ์เดียวกับกลอยและบุก) ดังนั้นจึงไม่ควรรับประทานสด โดยควรแปรรูปเป็นแป้งหรือควรให้ผ่านความร้อนก่อน
ถึงแม้ว่าการบริโภคส่วนต่างๆเท้ายายม่อมที่แปรรูปอย่างถูกวิธีจะปลอดภัย แต่สำหรับการนำไปใช้เป็นยาสมุนไพรสำหรับบำบัดรักษาโรคต่างๆนั้น ควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกันกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยควรใช้ในปริมาณที่พอดีที่ระบุไว้ในตำรับตำรายาต่างๆ และไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ สำหรับ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องก่อนจะใช้ส่วนต่างๆของเท้ายายม่อม เป็นสมุนไพรควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

slot

เท้ายายม่อมเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2.5 เมตร เป็นไม้ลงรากแก้วอันเดียวลึก พุ่งตรง รากกลม ดำ โต ลำต้นตั้งตรง ไม่มีกิ่งก้านสาขา หรือแตกกิ่งบริเวณใกล้ยอด บริเวณปลายกิ่งเป็นสันสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม หรือรอบข้อ ข้อละ 3-5 ใบ จากต้นตรงขึ้นไปจนถึงยอด ใบรูปวงรีแกมขอบขนาน หรือรูปขอบขนานแกมใบหอกกลับ กว้าง 1.5-2.5 เซนติเมตร ยาว 12-18 เซนติเมตร เส้นกลางใบงอโค้งเข้าหาลำต้น เกือบเป็นรูปครึ่งวงกลม ดัดใบให้งอตามไปด้วยเมื่อแตกกิ่งใหม่ ปลายและโคนใบแหลม ดอกช่อแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง เป็นพุ่มกระจาย คล้ายฉัตรเป็นช่อชั้นๆ ตั้งขึ้น กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ขนาดดอกกว้าง 1.5 เซนติเมตร ก้านดอกยาว 10-12 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงสีเขียว หรือแดง มี 5 แฉก ผลสดรูปทรงกลม แป้น เมื่อสุกมีสีน้ำเงินแกมสีดำ หรือสีดำแดง มีกลีบเลี้ยงสีแดงติดอยู่ พบตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ดอกออกช่วงเดือนเมษายนถึงพฤศจิกายน ยอดอ่อนและดอกอ่อนนำมาลวกเป็นผักจิ้มน้ำพริก

ตำรายาไทย ใช้ ราก รสจืดขื่น เป็นตัวยาในพิกัดยาเบญจโลกวิเชียรแก้ไข้ แก้พิษสัตว์กัดต่อย ปรุงเป็นยาแก้พิษไข้ พิษกาฬ ลดความร้อนในร่างกาย กระทุ้งพิษไข้หวัด ไข้เหนือ ขับเสมหะลงสู่เบื้องต่ำ ถอนพิษไข้ทุกชนิด แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้หืดไอ แก้อาเจียน ดับพิษฝี แก้ไข้เหนือไข้พิษ ไข้กาฬ ตัดไข้จับ แก้ไข้เพื่อดีพิการ แก้พิษงู ราก ใบ แก้หืด ต้น รสจืดเฝื่อน ขับเสมหะให้ลงเบื้องต่ำ ขับพิษไข้ทุกชนิด แก้ร้อนใน
ยาพื้นบ้านล้านนา ใช้ ราก ผสมใบพิมเสนต้น เหง้าว่านกีบแรด เนระพูสีทั้งต้น ใช้น้ำซาวข้าวและน้ำเกสรบุนนาคเป็นน้ำกระสายยา ปั้นเป็นลูกกลอน กินถอนพิษไข้กาฬ (ไข้ที่มีตุ่มที่ผิวหนัง ตุ่มอาจมีสีดำ)

สรรพคุณของทานาคา

ทานาคาเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนชื้นของทวีปเอเชีย เช่นใน ประเทศพม่าและไทย แล้วต่อมาจึงกระจายพันธุ์ไปยังบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ อินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน ศรีลังกา ลาว และในมณฑลยูนนานของจีนเป็นต้น

เครดิตฟรี

สำหรับในประเทศไทยพบมากทางภาคเหนือรวมถึงภาคตะวันตกที่มีชายแดนติดกับประเทศพม่า โดยจะพบมากตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ที่มี ความสูงจากระดับน้ำทะเล100 – 400 ม.

ประโยชน์และสรรพคุณทานาคา

ชาวพม่านิยมนำเนื้อไม้รวมถึงเปลือกของทานาคามาบดหรือฝนกับหินให้เป็นผงแล้วนำมาเป็นเครื่องประทินผิวหน้า มากกว่า100 ปีมาแล้ว โดยเชื่อว่าจะทำให้ผิวน้าขาวขึ้น ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ รักษารอยแผลเป็นต่างๆ รักษาผดผื่น คัน ผิวอักเสบ แดงอาการแพ้ต่างๆ ควบคุมความมัน ทำให้สิวอักเสบ แห้งเร็ว ต่อต้านริ้วรอยได้ ป้องกันแสงแดดให้กับผิว

นอกจากนี้เนื้อไม้ของต้นทานาคาจะมีลักษณะเนื้อหยาบเป็นมันเลื่อมมีสีน้ำตาลปนเหลือง มีความแข็งแรงและเหนียวมีน้ำหนักปานกลาง สามารถนำมาใช้ในงานแกะสลัก หรือจะใช้ทำตู้ ทำหีบใส่ของเพื่อป้องกันตัวแมลงต่างๆได้

ส่วนสรรพคุณทางยาทานาคานั้นตามตำรายาไทยระบุถึงสรรพคุณไว้ว่า ใบ รสขมเฝื่อน ใช้ผสมกับสมุนไพรอื่น ต้มกิน แก้ลมบ้าหมู ราก รสขมเย็น แก้โรคลำไส้ แก้ปวดท้องบริเวณลำไส้ใหญ่ และบริเวณลิ้นปี่ ใช้เป็นยาถ่าย ขับเหงื่อ ฝนกับน้ำสะอาดใช้ทาหน้าแทนแป้งทำให้ผิวสีเหลือง แก้สิวฝ้า ผล มีรสขมเฝื่อน เป็นยาบำรุงกำลัง ยาบำรุงร่างกาย แก้ไข้ แก้พิษ

แก้อาหารไม่ย่อย แก้ท้องอืดเฟ้อ เป็นยาสมานแผล ยาบำรุง ช่วยเจริญอาหาร ดับพิษร้อน แก้ไข้ แก่น รสจืด เย็น ดองเหล้ากินแก้กษัย บำรุงเลือด แก้กระษัย แก้โลหิตพิการ แก้ผอมแห้ง เปลือกต้น มีรสขม บำรุงดวงจิตให้แช่มชื่น ขับผายลม ใช้แก้ไข้ ส่วนตำรายาพื้นบ้านระบุสรรพคุณว่าใช้แก้ปวดตามข้อ ปวดเมื่อย เส้นตึง แก้ร้อนใน แก้โรคประดงเช่นกับสมุนไพรตัวอื่นๆเช่น เถาวัลย์เปรียง เถาเอ็นอ่อน

สล็อต

ลักษณะทั่วไปทานาคา

ทานาคาจัดเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ต้น หรือไม้ยืนต้นขนาดกลาง ไม้ผลัดใบ สูง 5-10 เมตร ลำต้นเปลาตรง แตกกิ่งในระดับและมักจะต่ำ กิ่งก้านตั้งฉากกับลำต้น แต่เนื้อไม้สีขาว ส่วนเปลือกต้นเป็นสีน้ำตาล ผิวขรุขระ ลำต้นและกิ่งมีหนามแข็ง และยาวตรง หนามออกเดี่ยวหรือเป็นคู่ ยาวได้ถึง 2.5 เซนติเมตร แต่กิ่งอ่อนและยอดอ่อนเกลี้ยง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว เรียงสลับกัน มีใบย่อยประมาณ 4-13 ใบ ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปวงรีแกมรูปไข่กลับ กว้างประมาณ 1.5-3 เซนติเมตรและยาวประมาณ 2-7 เซนติเมตร

โคนและปลายใบมีลักษณะสอบแคบ ส่วนขอบใบเป็นซี่ฟันเลื่อยแบบตื้น ๆ เนื้อใบบางคล้ายกระดาษจนถึงหนาคล้ายกับแผ่นหนัง ผิวใบเนียน เกลี้ยง เมื่อส่องดูจะเห็นต่อมน้ำมันเป็นจุดใส ๆ กระจายอยู่ทั่วไป และมีเส้นแขนงของใบมีอยู่ประมาณข้างละ 3-5 เส้น ส่วนก้านใบแผ่เป็นปีก มีลักษณะเป็นครีบออกทั้งสองข้างและเป็นช่วง ๆ ระหว่างคู่ของใบย่อย และก้านช่อใบสามารถยาวได้ถึง 3 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อแบบช่อกระจะ โดยจะออกเป็นกระจุกตามกิ่งเล็กๆหรือตามบริเวณซอกใบ

สล็อตออนไลน์

ดอกสีขาวหรือสีขาวอมเหลือง กลีบดอกมี 4 กลีบ เมื่อบานจะแผ่ออกหรือลู่ไปทางก้านเล็กน้อย กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ รูปคล้ายสามเหลี่ยม กว้าง และยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร ปลายแหลม ผิวด้านนอกมีขนละเอียด และมีต่อมน้ำมันด้านใน สำหรับลักษณะกลีบดอกเป็นรูปไข่แกมรูปรี กว้างประมาณ 3 มิลลิเมตร ยาว 7 มิลลิเมตร มีต่อมน้ำมันประปราย เกสรตัวผู้มี 8 อัน ยาว 4-6 มิลลิเมตร ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร มีต่อมน้ำมันใต้ยอดเกสรเพศเมีย จานฐานดอกเกลี้ยง ส่วนก้านช่อดอกยาวได้ถึง 2 เซนติเมตร และก้านดอกย่อยยาว 8-10 มิลลิเมตร เกลี้ยง หรือมีขน ผลเป็นแบบผลสด รูปทรงกลม มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ในผลมีเมล็ดรูปทรงกลมสีน้ำตาลอมส้มอยู่ประมาณ 1-4 เมล็ด โดยเมล็ดจะมีความกว้างประมาณ 5 มิลลิเมตร ส่วนก้านผลยาวได้ถึง 2 เซนติเมตร

การขยายพันธุ์ทานาคา

ทานาคาสามารถขยายพันธุ์ได้โดย การใช้เมล็ดและการปักชำ โดยในประเทศพม่าจะมีการนิยมนำมาปลูกและขยายพันธุ์ในเชิงพาณิชย์กันมาก ส่วนในประเทศไทยนั้นยังไม่นิยมนำมาปลูก เพราะเป็นพืชที่ต้องใช้เวลาในการเก็บเกี่ยวนาน ในการนำมาใช้ประโยชน์นั้นจะเป็นการนำเนื้อไม้มาใช้ประโยชน์มากกว่าส่วนอื่นๆ ซึ่งเนื้อไม้ที่มีคุณภาพดีนั้นจะต้องมีอายุ 35 ปีขึ้นไป ถึงจะสามารถนำมาใช้ได้ สำหรับวิธีการขยายพันธุ์ทานาคานั้นก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันกับการเพาะเมล็ดและการปักชำไม้ยื่นต้นอื่นๆ ที่ได้กล่าวมาแล้วในบทความก่อนหน้าที่

องค์ประกอบทางเคมี

มีการศึกษาวิจัยองค์ประกอบทางเคมีของเนื้อไม้และเปลือกรากทานาคาพบว่า ทานาคามีสารประกอบทางเคมีจำนวนมาก เช่น 2-Hydroxyquinoline, N-acetyl-Nmethyltryptamine, 2-Quinolone, Tanakine tanakamine, 4-Methoxy-1-methyl-2-quinolone, 7-Methoxy-6-(2, 3-epoxy-6-methylbutyl),Sitosterol, Suberosin, Arbutin, Suberenol,Coumarin, และ Marmesin

jumboslot

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

ใช้แก้โรคเกี่ยวกับลำไส้ แก้ปวดท้อง ปวดลิ้นปี่ ขับเหงื่อ โดยใช้รากแห้งมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้อาหารไม่ย่อย แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ บำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง บำรุงเลือด ช่วยเจริญอาหาร แก้โลหิตพิการ แก้กษัย โดยใช้ผลแห้มาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้ไข้ขับผายลม โดยใช้เปลือกต้นมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้ปวดตามข้อ แก้เส้นตึง แก้ร้อนใน แก้ประดง โดยใช้เนื้อไม้และเปลือกลำต้นมาต้มกับน้ำดื่ม ครั้งละ ครึ่งแก้ว วันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น ใช้แก้สิวฝ้า แก้เส้นตึง แก้ผดผื่นคัน โดยใช้เนื้อไม้มาฝนให้แห้งเป็นผง แล้วผสมกับน้ำสะอาดแล้วใช้ทาบริเวณที่เป็น

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ฤทธิ์ปกป้องผิวจากแสงอัลตราไวโอเลต มีผลจากการศึกษาวิจัยพบว่าสารสำคัญที่ชื่อ marmesin ที่พบในเนื้อไม้และเปลือกรากของทานาคา เป็นสารกรองแสงอัลตร้าไวโอเลตได้ โดยแสงอัลตร้าไวโอเลตจะก่อให้เกิดการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังโดยกระตุ้นการสังเคราะห์ เอนไซม์แมทริกซ์-เมทัลโลโปรตีเนส-1(matrix-metalloproteinase-1, MMP-1) ซึ่งจะไปตัดเส้นใยโปรตีนคอลลาเจนที่ช่วยคงความแข็งแรงและยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อผิวหนังและลดการสังเคราะห์โปร-คอลลาเจนพบว่าสารสกัดลำต้นทานาคาสามารถยับยั้งMMP-1และเพิ่มการสร้างโปร-คอลลาเจน จึงพิสูจน์ภูมิปัญญาที่ชาวเมียนมาร์ใช้ได้ดี

slot

ฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน มีผลการศึกษาวิจัยพบว่า สาร arbutin มีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินได้ ซึ่งเม็ดสีเมลานินเป็นเหตุของฝ้า กระ และรอยหมองคล้ำด่างดำของผิว โดยฤทธิ์ในการยับยั้งกิจกรรมของเอนไซม์ tyrosinase ที่มีบทบาทในการสังเคราะป็เม็ดสีผิวหรือเมลานิน โดยการเปลี่ยนสารตั้งต้นไทโรซินให้เป็นเมลานินได้

นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาวิจับพบว่าผงทานาคา และสารสกัดน้ำของทานาคายังแสดงฤทธิ์ต้านการออกซิเดชั่น ลดการเสื่อมของเซลล์ และต้านการอักเสบ ส่วนสาร suberosin ที่พบในทานาคายังมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย และช่วยป้องกันรักษาสิวได้อีกด้วย

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

ผงทานาคาที่มีคุณภาพดี และมีสารสำคัญครบถ้วนนั้นต้องเป็นผงทานาคาที่ได้จากเนื้อไม้ทานาคาที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ยังมี หลักการพิสูจน์ผงทานาคาแท้แบบง่ายๆ โดยให้เอามะนาวบีบลงบนผงทานาคา หากเกิดฟองฟู่แสดงว่าผงทานาคานั้นจะถูกผสมด้วยดินสอพอง ส่วนอีกวิธีหนึ่งสามารถพิสูจน์ได้ด้วยการสัมผัส โดยห่างหยิบเอาผงทานาคาใส่นิ้วมือแล้วลองบี้ดูหากเนียนเหมือนแป้งฝุ่น ก็แสดงว่ามีการผสมดินสอพองมา ซึ่งทานาคาของแท้จะต้องหยาบนิดหน่อย เหมือนเม็ดข้าวสารคั่ว และสำหรับการใช้ส่วนต่างๆของทานาคาเพื่อเป็นสมุนไพรในการบำบัดรักษาโรคตามตำรับตำรายานั้นๆ ก็ควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกันกับการใช้สมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยควรใช้ในปริมาณที่พอดีที่ระบุไว้ในตำรับตำยายานั้นๆ ไม่ควรใช้ในปริมาณที่มากจนเกินไป หรือใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ส่วนเด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำ ก่อนใจใช้ทานาคาในการบำบัดรักษาโรคต่างๆนั้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ