ช่วยตัวเองบาปไหม ? ก่อนอื่นเลยเราต้องแยกแยะให้ออกก่อนว่าบาปหรือศีลมีความหมายว่าอย่างไร ?

เครดิตฟรี

ศีลคืออะไร ? ศีลมีความหมายว่า “ปกติ” ประกอบไปด้วยศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 มีไว้เพื่อความสงบสุขของสังคมโดยรวม ซึ่งมุ่งโดยตรงต่อความประพฤติเป็นหลักอย่างทางกายและวาจา แต่ทางใจเพียงแค่คิดศีลก็ยังไม่ขาด (ถ้าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนก็ใช้ได้แล้วครับ)

ช่วยตัวเองผิดศีลไหม ? จากความหมายข้างต้นจะเห็นได้ว่า การช่วยตัวเองไม่เป็นเหตุให้ผิดศีล 5 ข้อกาเมเพราะไม่ได้ผิดคู่ของตัวเองหรือผู้อื่น แต่จิตใจอาจจะด่างพร้อยได้ ถ้าหากช่วยตัวเองด้วยจิตใจที่อยากจะไปร่วมเพศกับหญิงอื่นที่มีเจ้าของเป็นต้น หรือถ้าขณะช่วยตัวเองแล้วนึกถึงผู้หญิงโป๊หรือดูหนังโป๊ ศีลอาจด่างพร้อยได้แต่ไม่ถึงกับขาด เพราะการนึกถึงรูปโป๊ถือเป็นมโนกรรม (ทางใจ) ยังไม่ล่วงศีล เพราะศีลต้องล่วงด้วยกายหรือวาจาเท่านั้น แต่ถ้าเป็นศีล 8 ข้ออพรหมจริยาฯ ซึ่งเป็นศีลขั้นสูง อันนี้ผิดเต็ม ๆ ครับ (เพราะต้องเว้นทั้งกาย วาจา และใจ)

ช่วยตัวเองบาปไหมแต่ถ้าเอาศีลของพระเป็นเกณฑ์ การมีเพศสัมพันธ์กับสตรีนี่ปาราชิกทันที แต่ถ้าช่วยตัวเองด้วยแม่นางทั้งห้าซึ่งในทางศาสนาจะเรียกว่า แกล้งทำให้น้ำอสุจิคลาดเคลื่อน ซึ่งถือเป็นความจงใจ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่อาบัติน้อยลงมาหน่อย กลับมาที่ปุถุชนคนธรรมดาอย่างเรา การมีเพศสัมพันธ์หรือกับแม่นางทั้งห้าเขาไม่ได้ห้าม แต่ทั้งนี้จะต้องละเว้นจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ผู้ปกครองเขาไม่อนุญาต (พ่อแม่หรือสามีผู้ปกครองภรรยา หรือภรรยาผู้ปกครองสามี) ถ้าเขาไม่อนุญาตผิดศีลเต็ม ๆ และบาปอย่างแน่นอน “แม้เจ้าตัวจะสมยอมด้วยก็ตาม” (แต่ต้องถูกต้องตามกฎหมายด้วย เพราะฉะนั้นการเที่ยวโสเภณีก็ผิดเช่นกัน)

บาปคืออะไร ? บาปก็คือ มูลฐานจากจิตที่เป็นอกุศลซึ่งประกอบไปด้วย ความพอใจ ความไม่พอใจ และความหลงใหล อย่างเช่น จิตใจเศร้าหมอง จิตเหลวไหล จิตใจหมกมุ่นขุ่นมัว เหลวไหล ต่ำทราม หรือจิตใจมีคุณภาพต่ำลง ไม่ว่าจะแง่ใดทางศาสนามันก็คือ “บาป” ทั้งสิ้น นั่นก็แปลว่า แค่มองดอกไม้แล้วคิดว่าสวยก็คือบาปที่เกิดกับตัวเราแล้ว แต่ก็ถือเป็นบาปเล็กน้อยเท่านั้น

ช่วยตัวเองเป็นบาปหรือไม่ ? การช่วยตัวเองนั้นเกิดจากกามราคะ ซึ่งเป็นพื้นฐานของจิตที่เป็นอกุศล ถือเป็นการยึดมั่น ก่อให้เกิดความหลง เกิดอารมณ์กำหนัด ซึ่งเป็นอารมณ์ใฝ่ต่ำ จิตย่อมเศร้าหมอง และยังมีเจตนาอันไม่บริสุทธิ์หรือตั้งใจให้อสุจิคลาดเคลื่อน ถือเป็นการกระทำผิดทั้งทางกายและใจ จึงมีผลเป็นบาป

ช่วยตัวเองเป็นบาปหรือไม่มีข้อสงสัยตามมาว่า ถ้าเราช่วยตัวเองโดยไม่ได้จินตนาการอะไรจะบาปหรือไม่ ? คำตอบก็คือ “ไม่บาป” (แต่จะเป็นไปได้เหรอ?)

สล็อต

ซึ่งก็ชัดเจนแล้วว่า แม้จะไม่ผิดศีล 5 แต่ก็อาจจะถือเป็นบาปได้นั่นเอง แต่ปุถุชนจนถึงอนาคามียังดับกามราคะไม่ได้ นับประสาอะไรกับมนุษย์ธรรมดาอย่างเรา ๆ เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องกังวลว่าการช่วยเหลือตนเองแล้วจะบาปจนถึงขั้นตกนรก เพราะบาปที่เกิดขึ้นกับเราทุก ๆ วันมันมีมากกว่านี้เยอะ

สำหรับวิธีลดความอยาก ความต้องการของตัวเอง วิธีที่ใช้ได้ผลดีที่สุดก็อย่าปล่อยตัวให้ว่าง ไปออกกำลังกาย เตะบอล วิ่ง วายน้ำ ฯลฯ ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ผ่อนคลายความหมกมุ่นลงไปได้เยอะเลยทีเดียว

สรุป ถ้ามองในแง่ของพุทธศาสนาการช่วยตัวเองถือ “เป็นบาป” แต่ถ้ามองในแง่ของวิทยาศาสตร์ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก ๆ ซึ่งจะช่วยลดความต้องการของตัวเองและช่วยผ่อนคลายได้ ไม่เดือดร้อนคนอื่น และทำให้มีปัญหาอาชญากรรมที่น้อยลง ซึ่งผู้เขียนเองมองสั้น ๆ ว่า ถ้าทำอะไรไปแล้วจิตใจของเรามีความสุข และไม่ได้ทำอะไรเดือดร้อนใครก็ถือเป็นสิ่งที่ดีแล้วปุจฉา – “กราบพระอาจารย์ เคยผ่านชีวิตคู่แบบตะวันตกมาหลายครั้ง ปัจจุบันไม่กล้าเที่ยวผู้หญิงเพราะกลัวบาป ใช้วิธี สำเร็จความใคร่ด้วยตนเองโดยการเปิดหนังลามกดู ไม่อยากจินตนาการถึงสตรีอื่น มันห้ามยากที่สุด 10 ปีเที่ยวผู้หญิงกลางคืน 5 ครั้ง อดทนอย่างมาก กราบถามว่าบาปไหม และจะให้ผลอย่างไร”

พระไพศาล วิสาโล- “การสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองของฆราวาส พุทธศาสนาไม่ได้มองว่าเป็นบาป ไม่ผิดศีล แต่หากหมกมุ่นกับมัน ก็ทำให้จิตใจหมองมัว และยิ่งตกอยู่ในอำนาจของกามมากขึ้น หรือถ้าทำบ่อย ๆ ก็กลายเป็นการผิดธรรม ข้อ กามสังวร (คือความประมาณในกาม) ที่จริงแม้มีคู่ครองคนเดียว แต่หมกมุ่นในเมถุนกับคู่ครองของตน ก็เรียกว่าขาดกามสังวรได้ ถ้าคุณรู้สึกว่ากามราคะรบกวนจิตใจ อยากแนะนำให้ลองทำสมาธิดู สุขจากสมาธิก็ช่วยระงับกามราคะได้ รวมทั้งลองใช้สติในการดูกามราคะที่เกิดขึ้น ไม่ปฏิเสธผลักไส แต่เห็นมันปรากฏที่ใจ และถ้ามันแสดงอาการที่กาย ก็รับรู้อาการเหล่านั้นด้วยใจที่เป็นกลาง การหายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ ก็ช่วยได้ในการผ่อนคลายความเครียดทั้งทางกายและใจขณะที่ถูกกามราคะรบกวนได้ อันนี้เป็นข้อแนะนำที่ง่าย ๆ ที่คุณหรือใคร ๆ น่าจะทำได้”อย่างไรก็ดี … ผู้เขียนขอเพิ่มเติม คือ สำหรับฆราวาสผู้รักษาศีล 5 การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ถือว่าไม่ได้ผิดศีลข้อ 3 เพราะไม่ได้พรากลูกเมียใคร แต่ถ้าเป็นฆราวาสที่รักษาศีล 8 ถือว่าผิด เพราะมีกล่าวไว้ในศีลข้อ 3 ที่ว่าด้วย อะพรัหมะจะริยาฯ คือ ละเว้นจากการประพฤติอันเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์ , สามเณร ถือศีล 10 ก็ผิดเช่นกัน สำหรับพระสงฆ์ ถือศีล227 ก็ถือว่าผิด เพราะมีพระวินัยห้ามพระภิกษุจงใจทำน้ำอสุจิให้เคลื่อน ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ซึ่งเป็นอาบัติหนัก

สล็อตออนไลน์

สั้น ๆ ครับ การช่วยตัวเองนั้นผิดศีลครับ ข้อที่ ๑ ห้ามฆ่าสัตว์
ส่วน การดูหนังโป๊ ฆาราวาสไม่ผิดศีลครับ ถ้ารักษาศีล ๘ ผิดครับ ข้อที่ ๗ ห้ามดูการละเล่น แต่เป็นอกุศล (มีคนตอบแล้ว)คือเป็นมโนกรรมด้วย คือการกระทำที่เกิดทางใจนั่นเอง ตอบแบบรวม ๆ สรุปเลย สิ่งเหล่านี้ที่กล่าวมานี้เป็นกรรมที่ทำให้คนเราทั้งหลายต้องเกิดไม่รู้จักจบจักสิ้น คือ ตัณหา นั่นเอง ครับ

สำหรับ ฆราวาส ไม่ผิดศีล แม้อสุจิจะเกิดจาก ๔ สมุฏฐาน(กรรม จิต อุตุ อาหาร) แต่ก็เกิดจากกรรมของเจ้าของอสุจิ ราคะจิตของผู้มีน้ำอสุจิ อุตุภายในร่างนั้น และอาหารมีช็อกโกแลต(สารเร่งผลิตอสุจิระดับอันตราย แม้ไม่ฝัน หลับเป้นตายก็ยังเปียก) เป็นต้น อสุจิไม่ได้เกิดจากกรรม จิต อุตุ อาหารของผู้อื่นเลย จนกว่าจะพุ่งออกจากกายไป, หากพุ่งออกไปแล้วก็เป็นอุตุชรูปอย่างเดียว แม้อาหารชรูปก็ไม่เป็น.
สำหรับบรรพชิต จงใจทำอสุจิเคลื่อนไม่ว่าจะมาสเตอเบชั่น ไปจนกระทั่งนอนคว่ำให้เสียวๆจะได้พุ่ง(ถ้าคว่ำเฉยๆไม่อยากให้เคลื่อนต้องทุกกฎ ในเพราะการนอนคว่ำ) หรือแม้แต่แอ่นเอวร่อนองคชาตไปในอากาศเพื่อจงใจให้หลั่งน้ำกามออกมาก็เป็นสังฆาทิเสส ต้องอยู่มานัตถ้าไม่ปกปิดไว้ ถ้าปกปิดไว้ล่วงราตรีเท่าไหร่ก้ต้องอยู่บริวาสไปเท่านั้น แล้วจึงของมานัตอีก ๖ราตรีนั้นได้(เป็นมาตั้งแต่บวชอายุ ๒๐ ปิดไว้จน ๘๐ ก็ต้องอยู่ปริวาส ๖๐ ปี + มานัตอีก ๖ วัน)

ดูภาพยนต์โป๊ ไม่ผิดปาฏิโมกขสังวรศีล แต่ผิดอินทรียสังวรศีล ปล่อยให้อกุศลเกิด บาปทั้งนั้น ถ้าล่วงอกุศลกรรมบทด้วยก็นำเกิดในอบายได้ ไม่ล่วงก็ให้ผลในปวัตติการได้ หนำซ้ำอกุศลที่กำลังทำอยู่ก็อาจเป็นอุปนิสสยปัจจัยดึงเอากรรมที่เคลยล่วงอกุศลกรรมบถในอดีตมาให้ผลได้อีก

jumboslot

เรารู้สึกว่า เป็นการกระจายรายได้สู่สังคม เป็นการแลกเปลี่ยนกันตามความพอใจ ไม่มีการบังคับ อันนี้จะเป็นบาปไหมครับ และการดูซีดีโป๊กับการช่วยตัวเองเป็นบาปหรือไม่ เราจะตัดใจ ลดละเรื่องนี้ ได้อย่างไร เพราะเคยเพ่งอสุภะก็แล้ว ไม่ไปดำริ ไปคิดถึงก็แล้ว ก็ยังไม่สำเร็จ ยังมีกามอยู่ครับ ทั้งที่ปกติก็เป็นคนชอบทำบุญใส่บาตร อ่านหนังสือธรรมะก็มาก ไปปฏิบัติก็บ่อย แต่ตัดเรื่องกามไม่ได้สักที และไม่คิดมีครอบครัว เพราะก็เข้าใจว่ากามนั้นทำให้เราต้องมีภาระมาก เลยเลือกที่จะเที่ยวไปปลดปล่อย (แต่ป้องกัน) จะดีกว่า

อีกอย่างสังเกตว่า เวลารักใคร ชอบใคร มักทดสอบตัวเองบ่อยครั้ง ว่ารักชอบเขา หรือเป็นเพียงความใคร่อยากได้ในตัวเขาเท่านั้น พอช่วยตัวเองแล้วก็รู้สึกเฉยๆ กลับวางเฉยต่อความรัก ความหลง เหมือนไม่มีอะไร รู้สึกว่าถ้าตัดเรื่องกามไปได้ เราคงไม่คิดอยากมีคู่กันสักเท่าไร นอกจากหากเจอกัลยาณมิตรที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน คือ ชอบทำบุญ สนใจธรรมะ อยากเป็นคนดี อยากหลุดพ้น

แต่… เจ้ากามนี่นะครับ คล้ายกับยาเสพติด หลายคนก็คงเป็นอยู่ เพียงแต่เขาคงไม่ค่อยอยากพูดถึง แต่… ผมคิดว่าเรื่องนี่หล่ะครับที่เป็นเหตุให้เกิดกรรมต่างๆ มากมาย ปัญหาสังคมมากมาย หากเราตัดกามได้คงดี

กุศโลบายให้ตัดกาม ก็รู้ ใครก็ทราบครับ แต่ในทางโลกแห่งความเป็นจริงไม่ง่ายเลย

คนที่ทำได้ เข้าใจว่าคงเคยเป็นพระหรือรักษาพรหมจรรย์มาก่อน จริตทางไม่หมกมุ่นจึงไม่มี ใช่ไหมครับ แล้วคนบาปอย่างผมจะทำอย่างไร ให้ตัดกามได้หล่ะคับ

การเที่ยวหญิงโสเภณีที่ให้บริการอย่างถูกต้องไม่ขัดต่อกฏหมายบ้านเมือง และผู้ปกครองยินยอม ไม่ขัดกับศีลข้อที่ ๓ (กาเมสุมิจฉาจาร) เพราะไม่มีเจตนากระทำทุจริต การดูสื่อที่เป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์และการช่วยตัวเองไม่ขัดกับศีล ๕ ของคฤหัสถ์ แต่เป็นการสะสมอกุศล ผู้ที่จะละความพอใจในกามได้เด็ดขาด คือ พระอนาคามีบุคคลและพระอรหันต์เท่านั้น ส่วนปุถุชนผู้หนาด้วยกิเลส ย่อมมีความยินดีพอใจกามเป็นธรรมดา แต่โลภะก็ไม่ใช่ตัวเรา

ฉะนั้น ถ้าจะละความพอใจในกาม ต้องอบรมเจริญปัญญาจนบรรลุเป็นพระอนาคามีบุคคล แต่ในเบี้องต้นต้องอบรมปัญญาเพื่อละความเห็นผิดก่อน จะละความพอใจในกามก่อนยังไม่ได้

slot

ธรรมดาปุถุชน หากพ้นจากการขับเคลื่อนของกามกิเลส ก็มิใช่ปุถุชน ผมว่า 99.99% ของคน เป็นเช่นเดียวกับเจ้าของกระทู้แม้แต่ผมก็เช่นกัน ถามว่าปาปไหม? รอให้ผู้รู้มาตอบดีกว่า ส่วนตัวผมคิดว่ามันทำให้จิตใจเศร้าหมอง เมื่อใจเศร้าหมอง ก็ต้องเป็นทุกข์

ลองเปลี่ยนมุมมองดูนะครับ ผมคิดอย่างนี้ครับ หากเรายังไม่สามารถตัดสินใจแน่วแน่ที่จะเดินตามทางที่จะละกิเลสให้หมดไป เราก็ต้องยอมรับเป็นทาสกิเลสบ้าง หากฝืนใจไป ก็ทุกข์เปล่าๆ เราอยู่ในโลก มันก็เป็นธรรมดาของโลก มีกิเลสบ้างก็ใช่เสียหายอะไร ค่อยเป็นค่อยไป จะให้กลายเป็นผู้หมดจดในบัดนาว คงเป็นไปไม่ได้ เป็นทาสกิเลสบ้างก็ใช่เสียหาย แต่อย่าไปจมปรัก จนจิตตกต่ำเศร้าหมอง

เริ่มละกิเลสที่หยาบก่อน แล้วค่อยๆลงลึกไปเป็นลำดับ ราคะตัณหามันฝั่งลึกในสันดาน

อย่าไปยึดติดจมปรักอยู่กับมัน….อย่าอยู่คนเดี่ยว ความคิดจะปรุงแต่ง ฟุ้งซ่านไปเรื่อย (ช่วงอายุนี้ ฮอร์โมนมันแรง) หางานอดิเรกทำ

หมอที่ให้คำปรึกษาด้านเพศศึกษาบอกว่า มันเป็นกระบวนการปกติทางธรรมชาติของร่างกาย ช่วยลดความตึงเครียด (หักโหมมากร่างกายจะโทรม) วัยนี้กำลังผลิตฮอร์โมน

ที่คุณเป็นทุกข์อาจเป็นเพราะมุมมองของคุณเอง กระทำด้วยมุมมองทางโลก แล้วพิจารณาผลด้วยมุมมองธรรมะ มันก็ขัดแย้งกันละซิ คิดเสียว่ามันเป็นเรื่องปกติ (ก็เรื่องปกติจริง ของผู้ชาย)
ลองพิจารณาองค์ประกอบปาณาติปาตดูครับ
-สัตว์นั้นมีชีวิต
-รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต
-มีจิตคิดจะทำลาย
-มีความพยายามลงมือทำลาย
-และสัตว์นั้นได้ตายลง