การที่คู่สมรสจะมีลูกยากหรือง่ายนั้น มักจะเกี่ยวกับอายุของฝ่ายหญิงและความถี่ในการร่วมเพศ เมื่อมีอายุมากขึ้นและร่วมเพศน้อยลง โอกาสตั้งครรภ์ก็จะน้อยลงตามไปด้วย ยิ่งถ้าร่วมเพศไม่ตรงกับช่วงตกไข่ด้วยแล้วก็จะไม่ทำให้ตั้งครรภ์ได้ เพราะไข่ที่ตกแล้วจะอยู่ได้เพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น นอกจากนี้ถ้าฝ่ายหญิงมีโรคหรือความผิดปกติเกี่ยวกับมดลูก ท่อนำไข่ และรังไข่ เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอกมดลูก ฯลฯ ก็จะยิ่งทำให้โอกาสมีลูกเองตามธรรมชาติลดลง

เครดิตฟรี


สำหรับฝ่ายชายนั้น อายุที่สูงขึ้นก็อาจจะมีผลต่อการมีลูกยากบ้างเล็กน้อย ถ้ามีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ฯลฯ ก็อาจมีผลต่อการแข็งตัวขององคชาตและความผิดปกติของการหลั่งอสุจิได้ หรือผู้ที่เคยเป็นคางทูมหรือลูกอัณฑะอักเสบก็อาจจะมีอสุจิน้อยลง โอกาสที่ภรรยาจะตั้งครรภ์ก็มีน้อยลง นอกจากนี้การที่ฝ่ายชายมักสูบบุหรี่และดื่มสุรา ก็จะมีผลต่อปริมาณอสุจิและความแข็งแรงของตัวอสุจิด้วย จึงทำให้มีลูกยากขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับวัยรุ่นที่นอกจากจะไม่มีโรคประจำตัวแล้วยังมีเพศสัมพันธ์กันบ่อย ฝ่ายหญิงจึงมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ง่ายมากทั้ง ๆ ที่ยังไม่พร้อม

วิธีการมีลูก
ในกรณีที่คุณมีภาวะมีบุตรยาก ให้อ่านคำแนะนำในการรักษาในหัวข้อถัดไปครับ แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่ยังรอการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติและคู่สมรสยังมีอายุไม่มาก ถ้าอยากมีลูกได้สมใจหวังก็ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ครับ

วางแผนมีลูกตั้งแต่อายุยังน้อย ผู้หญิงที่มีลูกดกส่วนใหญ่แล้วจะแต่งงานเร็ว ซึ่งตรงกันข้ามกับคู่ที่แต่งงานช้า โดยช่วงวัยที่เหมาะสมและมีโอกาสตั้งครรภ์ได้มาก คือ ช่วงอายุ 20-30 ปี เนื่องจากร่างกายมีความสมบูรณ์เต็มที่ ถ้าตั้งครรภ์ได้ก็จะมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้น้อยมาก
ร่วมเพศให้ถูกวัน การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงไข่ตกจะทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากที่สุด โดยปกติแล้วไข่จะตกในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนที่ประจำเดือนรอบใหม่จะมา ถ้าสตรีมีรอบเดือนมาสม่ำเสมอและมีรอบเดือนมาทุก ๆ 28 วันเสมอ วันไข่ตกก็อยู่ในช่วงวันที่ 14 ของรอบเดือน (นับวันที่ประจำเดือนมาวันแรกเป็นวันที่ 1 ของรอบเดือน) ดังนั้น ฝ่ายชายจึงสามารถเริ่มมีเพศสัมพันธ์ในช่วงก่อนวันตกไข่ได้ประมาณ 2 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 12 ของรอบเดือน เพราะอสุจิจะมีชีวิตรอผสมไข่อยู่ได้ประมาณ 2 วันก่อนการตกไข่ (มีคำแนะนำว่าให้มีเพศสัมพันธ์ในวันที่ 13, 15 และ 17 ของรอบเดือน เพราะเป็นช่วงวันไข่ตก โดยดักทั้งหน้า กลาง และหลังวันไข่ตก) ส่วนในกรณีที่มีรอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือมาค่อยตรงเวลา การคำนวณวันไข่ตกก็อาจจะเกิดความคลาดเคลื่อนได้ แต่เราก็มีวิธีหาวันตกไข่ได้อย่างแม่นยำหลากหลายวิธีด้วยกันครับ เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิ, การตรวจมูกที่ปากมดลูก, การใช้ชุดตรวจการไข่, การตรวจน้ำลาย ฯลฯ สามารถอ่านเรื่อง “วันไข่ตก” เพิ่มเติมได้ที่บทความ 8 วิธีหาวันไข่ตก & คำนวณวันไข่ตก
ความถี่ในการร่วมเพศ แม้ว่าการมีเพศสัมพันธ์ทุกวันจะช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้จริง แต่ก็อาจจะเป็นการเพิ่มความเครียดและทำให้ปริมาณของอสุจิลดน้อยลงด้วย โดยทั่วไปจึงมีคำแนะนำให้มีเพศสัมพันธ์วันเว้นวันหรือ 2 วันครั้ง จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้มากกว่า เพราะอสุจิที่ปล่อยออกมาจะมีความสมบูรณ์แข็งแรงและแหวกว่ายเข้าไปได้ถึงปลายทาง เมื่อทราบดังนี้แล้วก็อย่าหักโหมมากเกินไปละครับ

สล็อต

ท่วงท่าในการร่วมเพศ มีความเชื่อที่ว่าท่ามิชชันนารี (Missionary) หรือท่าที่ผู้หญิงนอนหงายอยู่ด้านล่าง ส่วนฝ่ายชายอยู่ด้านบน เป็นท่าที่สามารถมีลูกได้ง่ายที่สุด เนื่องจากฝ่ายชายสามารถสอดใส่เข้าไปได้ลึกและหลั่งน้ำอสุจิเข้าไปที่ปากมดลูกได้โดยตรง ทั้งยังเป็นท่าที่ฝ่ายหญิงได้พักผ่อนสบาย ๆ ไม่เกร็งตัว หลังมีเพศสัมพันธ์แนะนำให้ฝ่ายหญิงนอนหงายโดยเอาหมอนหนุนสะโพกให้ยกสูงขึ้นด้วย ค้างเอาไวอย่างน้อยประมาณ 10-15 นาที เพื่อช่วยให้อสุจิวิ่งไปผสมกับไข่ได้ดียิ่งขึ้น
การถึงจุดสุดยอดของฝ่ายหญิง จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้มากขึ้น เพราะเมื่อฝ่ายหญิงถึงจุดสุดยอด จะมีการหลั่งน้ำเมือกที่ช่วยนำอสุจิให้ไปถึงไข่ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งช่องคลอดยังมีการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อในท้องน้อยหลายครั้ง จึงมีผลทำให้เกิดแรงดูดน้ำอสุจิเข้าไปในโพรงมดลูกได้มากขึ้นด้วย
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ผู้หญิงที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ การตกไข่และระดับฮอร์โมนเพศจะสม่ำเสมอและมีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากกว่าผู้ที่อ้วนหรือผอมมากเกินไป โดยมีงานวิจัยที่ระบุว่า การมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะใช้เวลาเป็น 2 เท่าของคนน้ำปกติจึงจะตั้งครรภ์ได้ แต่ถ้าผอมเกินไปก็จะใช้เวลามากถึง 4 เท่าของคนน้ำหนักปกติจึงจะสามารถตั้งครรภ์ได้ ส่วนในกลุ่มผู้ชายมีงานวิจัยที่พบว่า ผู้ที่อ้วนจะมีจำนวนอสุจิลดลง 22% และมีความเข้มข้นลดลง 24%
ลดความเครียด ในกรณีของฝ่ายหญิง ความเครียดจะรบกวนการทำงานของฮอร์โมนในระบบสืบพันธุ์ ทำให้ฝ่ายหญิงประจำเดือนขาดหายไปหรือมีประจำเดือนผิดปกติ เกิดภาวะไม่ตกไข่ ทำให้ไข่เจริญเติบโตได้ไม่สมบูรณ์ และทำให้ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วฝังตัวที่มดลูกได้ยากขึ้น ส่วนฝ่ายชายนั้นระดับฮอร์โมน Testosterone และจำนวนอสุจิลดต่ำลง มีการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ดังนั้นในช่วงที่มีความเครียดการผลิตอสุจิและการตกไข่จะถูกยับยั้ง ส่งผลให้เกิดภาวะมีบุตรยากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันถ้าสามารถบรรเทาอาการหรือผ่อนคลายความเครียดได้จะช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น
งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์ (เหล้า เบียร์ ไวน์ ฯลฯ) เป็นประจำจะลดโอกาสการมีลูกลงถึงร้อยละ 50 เพราะจะทำให้ปริมาณของอสุจิลดลง ไม่แข็งแรง เคลื่อนไหวไม่ดี หรือมีรูปร่างผิดปกติ ทั้งยังเป็นสาเหตุลดการดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นต่อความแข็งแรงของอสุจิ อย่างธาตุสังกะสี ส่วนการสูบบุหรี่นั้นจะทำให้ฮอร์โมนผิดปกติ อสุจิมีจำนวนลดลง อสุจิไม่มีคุณภาพ และลดการตกไข่ของฝ่ายหญิง
ดื่มกาแฟให้น้อยลง ในผู้ที่มีลูกยากควรจะได้รับคาเฟอีนต่ำกว่าวันละ 200-250 มิลลิกรัม หรือประมาณ 1 แก้วกาแฟ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ระบุว่า การได้รับคาเฟอีนเกินกว่าวันละ 300 มิลลิกรัม จะเพิ่มโอกาสการแท้งบุตรได้
ระวังอย่าให้บริเวณอัณฑะร้อน เช่น การอาบน้ำอุ่นหรือแช่น้ำร้อนเป็นเวลานาน ๆ, การนั่งมอเตอร์ไซค์ที่ตากแดดนาน ๆ, การใส่กางเกงในรัดแน่น, การใส่โทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋ากางเกง ฯลฯ เพราะอัณฑะของฝ่ายชายจะผลิตอสุจิได้สูงสุดเมื่อมีอุณหภูมิเย็นกว่าอุณหภูมิร่างกายปกติ และจะสร้างอสุจิได้น้อยลงเมื่ออยู่ในภาวะที่ร้อนอบอ้าว

สล็อตออนไลน์

หลีกเลี่ยงการใช้เจลหล่อลื่นในขณะร่วมเพศ การใช้เจลหล่อลื่นที่มีขายอยู่ทั่วไป อาจสามารถลดการเคลื่อนไหวของอสุจิลงร้อยละ 60-100 จึงทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้น้อยลง
ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง, อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและเหมาะสม, รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่, ระวังไม่ให้ขาดสารอาหาร (ที่คนไทยขาดกันมากก็คือ ธาตุเหล็ก, ไอโอดีน, วิตามินดี) และควรทานโฟลิคทุกวันก่อนคิดที่จะมีลูกอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เด็กในครรภ์พิการ, กินกรด-ด่างอย่างสมดุล เช่น ถ้ากินเนื้อ (กรด) มากเกินไป ก็ให้กินอาหารที่มีด่างเสริม เช่น ผักใบเขียว นมจืดไขมันต่ำ, ระวังสารเคมีที่พิษ เช่น สารตะกั่ว ควันเสีย ยาฆ่าแมลง ฯลฯ
ภาวะมีบุตรยาก
ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) คือ ภาวะที่คู่สมรสไม่สามารถตั้งครรภ์ได้หลังจากพยายามมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 วัน โดยไม่ได้คุมกำเนิดมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะต้องรอให้ครบ 1 ปีก่อนนะครับแล้วจึงค่อยมาพบแพทย์ เพราะในความเป็นจริงนั้นบางคู่ก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าตนเองมีปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจส่งผลให้มีลูกได้ยาก เช่น ฝ่ายหญิงมีสุขภาพไม่แข็งแรง มีอายุมากกว่า 35 ปี มีรอบเดือนไม่สม่ำเสมอ มีประวัติเคยผ่าตัดหรือมีการอักเสบในช่องท้องมาก่อน หรือในฝ่ายที่รู้ตัวว่ามีสุขภาพไม่แข็ง เคยมีอุบัติเหตุหรือมีการติดเชื้อรุนแรงที่อวัยวะเพศมาก่อน ฯลฯ คุณก็สามารถมาพบแพทย์เพื่อขอรับการปรึกษาได้ก่อน 1 ปีครับ

ทั้งนี้ภาวะมีบุตรยากไม่ขึ้นอยู่กับว่าเป็นคนเชื้อชาติใด ไม่ว่าจะเป็นไทย จีน อินเดีย หรือยุโรปก็ตาม ก็พบภาวะมีบุตรยากได้ทั้งนั้น โดยที่ผ่านมานั้นได้มีการศึกษามากมายที่พบว่า “การมีลูกยากนั้นจะเกิดขึ้นจากฝ่ายหญิงมากกว่าประมาณ 40-50% ในขณะที่ฝ่ายชายจะพบได้น้อยกว่าประมาณ 25-30% และเกิดทั้งจากฝ่ายชายและฝ่ายหญิงร่วมกัน 20% ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 15% จะเป็นกรณีที่ตรวจไม่พบเจอสาเหตุทั้งจากฝ่ายชายและฝ่ายหญิงด้วยวิธีการตรวจพื้นฐาน” ดังนั้นการประเมินภาวะมีบุตรยากจึงจำเป็นต้องประเมินจากทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม เพราะอาจมีความผิดปกติเกิดขึ้นทั้ง 2 ฝ่ายเลยก็ได้ แต่โดยเฉลี่ยแล้วมักจะพบผู้มีภาวะมีบุตรยากได้ประมาณ 10-15% ของคู่สมรสทั้งหมดหรือของประชากรที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ (ปกติแล้วการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หากไม่มีการคุมกำเนิด จะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ประมาณ 50% ภายในเวลา 5 เดือน และการตั้งครรภ์จะเพิ่มขึ้นเป็น 80-90% ในเวลา 1 ปี) ทั้งนี้ภาวะการมีบุตรยากจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

jumboslot

ภาวะมีบุตรยากชนิดปฐมภูมิ (Primary infertility) หมายถึง คู่สมรสยังไม่เคยมีบุตรมาก่อน
ภาวะมีบุตรยากชนิดทุติยภูมิ (Secondary infertility) หมายถึง คู่สมรสเคยมีบุตรหรือเคยตั้งครรภ์มาก่อน แต่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก
มีลูกยากทําไงดี

การปฏิสนธิระหว่างอสุจิกับไข่จะเกิดขึ้นได้จะต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง เช่น ฝ่ายชายต้องมีเชื้ออสุจิที่แข็งแรง เคลื่อนไหวได้ดี และมีจำนวนมากพอ ส่วนฝ่ายหญิงจะต้องมีไข่ซึ่งเกิดจากรังไข่ที่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ทั้งก่อนและหลังไข่ตก การตกไข่จะต้องเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ท่อนำไข่จะต้องมีความสมบูรณ์ เมื่อเชื้ออสุจิพบกับไข่ที่ท่อนำไข่ ตัวอ่อนที่ได้รับการผสมจะใช้เวลาเดินทางไปตามท่อนำไข่เข้าไปถึงโพรงมดลูกประมาณ 5-7 วัน ต่อจากนั้นจะมีการฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูกในวันที่ 7-9 ปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฝังตัวจึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน เช่น มูกที่ปากมดลูกต้องมีปริมาณที่พอเหมาะและมีคุณภาพดี, ปากมดลูก โพรงมดลูก และท่อนำไข่ จะต้องไม่มีพยาธิหรือมีสภาพที่เป็นตัวขัดขวางต่อการเดินทางของตัวอ่อน เช่นเดียวกับสภาพภายในมดลูก จะต้องไม่มีเนื้อเยื่องอกมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกจะต้องสมบูรณ์แข็งแรง มีความหนาพอที่จะรองรับการฝังตัวและการเจริญเติบโตของตัวอ่อนได้

สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก
สาเหตุของการมีบุตรยากนั้นสามารถเกิดได้ทั้งฝ่ายกับชายหรือฝ่ายกับหญิงเพียงฝ่ายเดียวหรือเกิดจากทั้ง 2 ฝ่ายร่วมกันก็ได้ (คู่สมรสจำนวนไม่น้อยที่สาเหตุการมีบุตรยากมาจากความผิดปกติของทั้ง 2 ฝ่ายร่วมกัน) หรืออาจตรวจไม่พบสาเหตุความผิดปกติใด ๆ เลยก็มี

[NPC5]
สาเหตุจากฝ่ายหญิง : คู่สมรสบางคู่นั้นพบว่าฝ่ายหญิงมีความผิดปกติในอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น รังไข่ทำงานไม่ได้ตามปกติและสามารถตกไข่ได้, มีความผิดปกติของฮอร์โมนในร่างกายที่ส่งผลต่อการตกไข่, ท่อรังไข่อุดตัน, มีเนื้องอกของมดลูกขนาดใหญ่หรืออยู่ในโพรงมดลูก, มีซีสต์หรือเนื้องอกของรังไข่, มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือมีพังผืดที่เกิดขึ้นในช่องเชิงกรานหรือที่ปีกมดลูก เป็นต้น ส่วนสาเหตุอื่น ๆ ที่มีผลทำให้มีลูกได้ยาก คือ มีอายุมากเกินไป สูบบุหรี่เป็นประจำ ฯลฯ (จากสถิติพบว่าสาเหตุการมีบุตรยากในฝ่ายหญิงมาจาก การอุดตันของท่อนำไข่ และ/หรือมีความผิดปกติของเยื่อบุช่องท้องประมาณ 35%, เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ 35%, การตกไข่ผิดปกติหรือไม่สม่ำเสมอ 25%)
สาเหตุจากฝ่ายชาย : ในบางคู่สาเหตุการมีบุตรยากอาจเกิดขึ้นกับฝ่ายได้เช่นกัน เช่น ฝ่ายชายมีอวัยวะสืบพันธุ์ผิดปกติมาแต่กำหนดจนไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้, ฝ่ายชายมีพันธุกรรมที่ผิดปกติเกี่ยวกับโครโมโซมหรือยีนที่ทำให้ไม่สามารถสร้างเชื้ออสุจิได้หรือสร้างได้น้อยกว่าปกติ เช่น เชื้ออสุจิมีปริมาณน้อย เชื้ออสุจิอ่อนแอ เชื้ออสุจิมีรูปร่างผิดปกติ หรือแม้แต่เป็นหมัน (ตรวจไม่พบเชื้ออสุจิในน้ำอสุจิ), ฝ่ายชายได้รับสารเคมีบางชนิดเป็นประจำ เช่น ยาฆ่าแมลง สารตะกั่ว สารประกอบเบนซีน รวมถึงการใช้ยาบางชนิด, มีโรคประจำตัวบางอย่างที่ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ เช่น เบาหวาน หรือเป็นโรคคางทูมตั้งแต่ในวัยเด็ก, เป็นผู้สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ, เคยได้รับอุบัติเหตุมาก่อน เป็นต้น
ไม่ทราบสาเหตุ : นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังพบว่ามีคู่สมรสที่จัดเป็นกลุ่มที่มีบุตรยากโดยไม่ทราบสาเหตุอีกจำนวนหนึ่ง คือ ประมาณ 15-20% ที่แม้จะตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ แล้วก็ยังไม่พบความผิดปกติใด ๆ ซึ่งเป็นปัญหาจากความสามารถในการเจริญพันธุ์ต่ำเองและมักจำเป็นต้องให้การรักษาเพื่อช่วยให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าตนเองอยู่ในภาวะมีบุตรยากหรือไม่ แนะนำให้ไปพบสูตนรีแพทย์ครับ ในเบื้องต้นแพทย์จะทำการซักประวัติและทำการตรวจร่างกายจากทั้งสองฝ่าย รวมทั้งการตรวจภายในของฝ่ายหญิงด้วยว่ามีความผิดปกติอะไรหรือไม่ จากนั้นแพทย์จะทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติมอีกครั้ง

หมายเหตุ : 25% ของคู่สมรสที่มีบุตรยากมักมีสาเหตุมากกว่าหนึ่งอย่างขึ้นไป

การตรวจวินิจฉัยภาวะการบุตรยาก
แพทย์ผู้ทำการรักษาจะทำการวินิจฉัยทั้งจากฝ่ายชายและฝ่ายหญิงโดยการซักถามประวัติทางการแพทย์เพื่อหาสาเหตุเบื้องต้นก่อน จากนั้นแพทย์จะทำการตรวจร่างกายเพิ่มเติมและตรวจภายในของฝ่ายหญิง แล้วส่งตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมเพื่อสาเหตุของการเกิดภาวะมีบุตรยาก โดยสามารถจำแนกการส่งตรวจได้ดังนี้