อะดิโพเนคทินเป็นฮอร์โมนที่สร้างจากเนื้อเยื่อไขมันที่มีความสำคัญกับร่างกายชนิดหนึ่ง โดยเป็นฮอร์โมนประเภทโปรตีนมีขนาด 30 กิโลดาลต้น (kDa) ประกอบด้วยกรดอะมิโน 244 ตัว มีชื่อเรียกอื่นคือ AdipoQ, adipocyte complement-related protein หรือ Acrp30, apM1 หรือ GBP-28 ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1995

โดยปกติแล้วอะดิโพเนคทินในพลาสมาจะอยู่ในรูปของสารเชิงซ้อนมัลทิเมอร์ (multimer complex) ในคนปกติจะสามารถพบอะดิโพเนคทินในพลาสมาปริมาณค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับฮอร์โมนชนิดอื่นๆ โดยพบประมาณ 5-10 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร (µg/ml) ส่วนโครงสร้างของสายโปรตีน อะดิโพเนคทินประกอบด้วย 3 โดเมน ได้แก่ N-terminal variable domain, collagenous domain และ C-terminal globular domain อะดิโพเนคทินมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับ collagens VIII, collagens X และ complementary factor C1q

เครดิตฟรี

สำหรับประเภทของอะดิโพเนคทินนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Full-lengthadiponectin ซึ่งพบเป็นปริมาณมากในเลือด ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 รูปแบบตามน้ำ หนักโมเลกุล ได้แก่

low molecular weight (LMW) trimer ที่เกิดจากการรวมตัวของ 3 monomers
medium molecular weight (MMW) hexamer ที่เกิดจากการรวมตัวของ 2 trimers โดยอาศัยพันธะไดซัลไฟด์เชื่อมบริเวณ N-terminal cysteine residues และ
high molecular weight (HMW) multimer ที่เกิดจากการรวมตัวของ 2 hexamers ซึ่งอาศัยพันธะไดซัลไฟด์เช่นกัน

ส่วนอีกประเภทหนึ่ง คือ globular adiponectin ซึ่งพบปริมาณน้อยในเลือดเกิดจากการตัด N-terminal variable domain และ collagenous domain ออกจาก full-length adiponectin (proteolytic cleavage) โดยเอนไซม์ leukocyte elastase ทำ ให้โครงสร้างของ globular adiponectin มีเฉพาะ globular domain เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยรายงานว่า adiponectin แต่ละรูปแบบนั้นมีฤทธิ์แตกต่างกัน และ HMW multimer เป็นรูปแบบที่มีฤทธิ์ต่อความไวของอินซูลิน และมีฤทธิ์ป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้มากกว่ารูปแบบอื่น

นอกจากนี้ลักษณะของอะดิโพเนคทินในร่างกายมนุษย์ยังมีความแตกต่างกันระหว่างเพศหญิงและเพศชาย (sexual dimorphism)โดยระดับของอดิโพเนคทินในเลือดของเพศหญิงสูงกว่าเพศชายประมาณ 40% เนื่องจากผลของฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนในเพศชาย และมีสัดส่วนของอดิโพเนคทินชนิด HMW มากกว่าอีกด้วย

สล็อต

แหล่งที่พบและแหล่งที่มา

ฮอร์โมนอะดิโพเนคทินเป็นฮอร์โมนที่สร้างได้โดยร่างกายมนุษย์ ซึ่งจะสร้างจากเนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งเป็นแหล่งหลักในการสร้าง แต่ในปัจจุบันพบว่ามีการสร้างอะดิโพเนคทินจากเซลล์อื่นๆ ได้เช่น ไขกระดูก (bone marrow), เนื้อเยื่อทารกในครรภ์ (fetal tissue), เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ (cardiomyocyte), เซลล์บุโพรงหลอดเลือดในตับ (hepatic endothelial cells) แต่อย่างไรก็ตามแหล่งสำคัญที่ผลิตอะดิโพเนคทินในผู้ใหญ่ คือ เนื้อเยื่อไขมัน

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า แหล่งอาหารก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการสร้างฮอร์โมนอะดิโพเนคทิน กล่าวคือ หากร่างกายมีการรับประทานอาหารที่เป็นแหล่งของธาตุสังกะสีและแมกนีเซียม ก็จะช่วยทำให้ร่างกายเพิ่มการสร้างฮอร์โมนอะดิโพเนคทินได้ ซึ่งแหล่งของอาหารนั้นรวมถึงอาหารประเภทต่างๆ ดังนี้ ผักใบเขียว ถั่วเปลือกแข็ง ธัญพืช โกโก้ น้ำมันมะกอก กล้วยน้ำวา อะโวคาโด้ และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เป็นต้น อีกทั้งยังมีข้อมูลการศึกษาวิจัยพบว่า การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารประเภทกากใยสูง และการควบคุมน้ำหนัก ยังสามารถช่วยเพิ่มการสร้างฮอร์โมนอะดิโพเนคทินได้อีกด้วย

ปริมาณที่ควรได้รับ

สำหรับปริมาณของอะดิโพเนคทินที่ควรได้รับต่อวันนั้น ไม่สามารถกำหนดเกณฑ์ที่จะได้รับจากอาหารได้ เพราะอาหารที่รับประทานเข้าไปจะไม่มีและไม่อยู่ในรูปของฮอร์โมนอะดิโพเนคทิน โดยตรงแต่อยู่ในรูปของธาตุอาหารอื่นที่จะเข้าไปช่วยเสริมในการสร้างฮอร์โมนอะดิโพเนคทิน แต่มีรายงานการศึกษาวิจัยว่าปริมาณของฮอร์โมนอะดิโพเนคทิน ในคนที่มีภาวะปกติจะความเข้มข้นของ อะดิโพเนคทินในเลือดอยู่ในช่วง 5-30 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และระดับของ ApN ในเลือดจะมีการเปลี่ยนแปลงตามจังหวะรอบวัน (circadian rhythm) โดยระดับ ของฮอร์โมนอะดิโพเนคทินจะสูงสุดในช่วงเช้า และต่ำสุดในช่วงกลางคืน ซึ่งปริมาณอะดิโนเนคทินทั้งหมดในเลือดคิดเป็น0.01% ของปริมาณโปรตีนทั้งหมดในเลือด

สล็อตออนไลน์

ประโยชน์และโทษ

ฮอร์โมนอะดิโพเนคทินมีบทบาทเกี่ยวข้องกับกระบวนการเมแทบอลิซึมของสารอาหารโดยเฉพาะเมแทบอลิซึมของน้ำตาลและกระบวนการแคแทบอลิซึมของกรดไขมัน โดยลดการนำกรดไขมันอิสระเข้าสู่เซลล์ และยังช่วยเพิ่มกระบวนการออกซิเดชันของกรดไขมันในตับและกล้ามเนื้อ ที่สำคัญอะดิโพเนคทินมีความสำคัญในการเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวาน และฮอร์โมนอะดิโพเนคทินยังมีบทบาทเกี่ยวข้องกบการอักเสบ โดยอะดิโพเนคตินมีส่วนยับยั้งการแสดงออกของโมเลกุลที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ เช่น vascular cell adhesion molecule-1 (VCAM-1), intercellular adhesion molecule-1 (ICAM-1) และ selectin ซึ่งถูกกระตุ้นโดย TNF-α อีกทั้งยังมีบทบาทในการเพิ่มการสร้างไนตริกออกไซด์ทำให้หลอดเลือดขยายตัวลดการเกิดการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือด (platelet aggregation),

มีส่วนในการยับยั้งการทำงานของแมโครฟาจ (macrophage) และลดการสะสมของโฟมเซลล์ (foam cells), ลดระดับของ plasminogen activator inhibitor-1 (PAI-1) ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดภาวะลิ่มเลือด (thrombi) และการแตกของ atherogenic plaques ซึ่งจะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดต่างๆ, โรคความดันโลหิตสูง รวมถึงความผิดปกติของหัวใจได้อีกด้วย

ผลของอะดิโพเนคทินที่เป็นประโยชน์ในลักษณะต่างๆ

อะดิโพเนคทิน

คำย่อ: AMP = adenosine monophosphate; HDL-C = high-density lipoprotein cholesterol; Apo B = apolipoprotein B; Lp (a) = lipoprotein a; CRP = C reactive protein; IL-6 = interleukin-6; TNF-α= tumor necrosis factor α; PAI-1 = plasminogen activator inhibitor-1, ICAM = intercellular adhesion molecule; VCAM= vascular cell adhesion molecule; EC = endothelial cells; VSMC= vascular smooth muscle cells; PA = plasminogen activator

jumboslot

ส่วนการลดลงของระดับฮอร์โมนอะดิโพเนคทินในร่างกายนั้น มีรายงานการศึกษาวิจัยพบว่า อาจก่อให้เกิดโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบเมแทบอลิลิก และระบบหลอดเลือดหัวใจ เช่น โรคหัวใจขาดเลือด (ischemic heart disease) โรคหลอดเลือดสมอง(stroke) โรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary heart disease) ภาวะตับอักเสบไขมันมาก(steatohepatitis) ภาวะดื้ออินซูลิน ภาวะตับคั่งไขมันที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ (non-alcoholic fatty liver) นอกจากนี้การลดลงของอดิโพเนคทินยังทำให้มีการเพิ่มขึ้นของสารต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำให้เกิดภาวะท่อเลือดแดงและหลอดเลือดแดงแข็ง (atherosclerosis) อีกด้วย

การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้อง

มีผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนอะดิโพเนคทิน พบว่าออกฤทธิ์โดยจับกับตัวรับที่ผิวเซลล์ โดยตัวรับของอดิโพเนคทินมีอยู่ 3 ชนิดได้แก่ ตัวรับอดิโพเนคทิน1 (adiponectin receptor 1, AdipoR1) ตัวรับอดิโพเนคทิน2 (adiponectin receptor 2, AdipoR2) ซึ่งตัวรับสองชนิดนี้เป็นตัวรับหลักที่เกี่ยวข้องกับเมแทบอลิซึมของกลูโคสและไขมัน ตัวรับ AdipoR1 พบที่กล้ามเนื้อโครงร่าง และตัวรับชนิด AdipoR2 พบได้ที่ตับ โดยหลังจากที่ adiponectin เข้าจับกับตัวรับ AdipoR1 และ AdipoR2 แล้วจะเกิดกระบวนการถ่ายโอนสัญญาณ (signal transduction) ต่างๆ ตามมา ได้แก่ การกระตุ้น p38-mitogen activated protein kinase (p38-MAPK), adenosine monophosphate protein kinase (AMP kinase) และ peroxisome proliferator-activated receptor-α (PPAR-α) และจากการกระตุ้นดังกล่าวทำให้เกิดผลลัพธ์คือ เพิ่มการเคลื่อนย้ายตัวขนส่งกลูโคส ( glucose transporter – 4 translocation ; GLUT-4 translocation) ไปที่เยื่อหุ้มเซลล์ของกล้ามเนื้อลายนำไปสู่การเพิ่มการเก็บกลับกลูโคสเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อลาย และยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ phosphoenolpyruvate carboxykinase (PEPCK) และ glucose-6-phosphatase (G6Pase) ทำให้ลดการสร้างกลูโคสใหม่ (gluconeogenesis) ที่ตับ และยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ acetyl coenzyme-A carboxylase (ACC) ทำ ให้เพิ่มการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของกรดไขมัน (fatty acid oxidation) ที่เซลล์ตับและกล้ามเนื้อลาย

slot

ส่วนตัวรับอีกชนิดหนึ่งเป็นตัวรับในกลุ่ม T-cadherin (T-Cad)เป็นตัวรับสำหรับอะดิโพเนคทินในรูปเฮกซะเมอร์ และรูปที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง โดย T-cadherin พบได้ทั่วไปในเซลล์กล้ามเนื้อเรียบ เนื้อเยื่อบุโพรงหลอดเลือด และระบบประสาท แต่ไม่พบที่เซลล์ตับโครงสร้างของ T-cadherin จะไม่มี transmembrane และ cytoplasmic domains ดังนั้นการจับของ adiponectin ที่ T-cadherin จึงไม่เกิดกระบวนการถ่ายโอนสัญญาณ ทำให้สันนิษฐานว่า T-cadherin อาจมีบทบาทเป็นตัวรับร่วม (co-receptor) หรือเป็นโปรตีนที่จับกับ ApN (adiponectin -binding protein) และยังมีอีกการวิจัยหนึ่งที่น่าสนใจ คือมีการศึกษาทดลองในมนุษย์และสัตว์ทดลองพบว่า ฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนมีผลยับยั้งการหลั่ง adiponectin ที่เกิดจากการกระตุ้นการหลั่งโดยระดับ adiponectin ที่ต่ำลง

นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ ฮอร์โมนอะดิโพเนคทินอีกหลายฉบับ ได้แก่ อะดิโพเนคทินกับการควบคุมสมดุลกลูโคสและความไวของเนื้อเยื่อต่ออินซูลิน adiponectin มีผลเพิ่มการเก็บกลับกลูโคสเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อลาย ลดการสร้างกลูโคสที่เซลล์ตับ ลดการเก็บกรดไขมันเข้าสู่เซลล์ตับ เพิ่มการเกิดปฏิกิริยาบีตาออกซิเดชันของกรดไขมันที่เซลล์ตับและกล้ามเนื้อลาย เพิ่มการสลายไขมันในเซลล์กล้ามเนื้อลาย ทั้งหมดที่กล่าวมานำ ไปสู่การลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด และเพิ่มความไวของเนื้อเยื่อต่ออินซูลิน

อะดิโพเนคทินต่อการต้านภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง adiponectin มีผลกระตุ้นการสร้างและการทำ งานของเอนไซม์ nitric oxide synthase ที่เยื่อบุโพรงหลอดเลือด ทำให้เพิ่มการสร้างไนตริกออกไซด์ ApN ยับยั้ง cell adhesion molecule ลดการเคลื่อนที่และการรวมตัวของโมโนไซต์ที่ผนังหลอดเลือดยับยั้งการแสดงออก (expression) และการทำงานของตัวรับ scavenger receptor class A1 (SR-A1) บนแมโครฟาจ ทำให้ลดการนำ oxidized LDL เข้าสู่แมโครฟาจ ยับยั้งการเกิด foam cell และยับยั้งการกระตุ้นโดย growth factor ที่เซลล์กล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือด ทำให้ลดการเจริญของเซลล์กล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือด

อะดิโพเนคทินต่อการต้านการอักเสบเมื่อ adiponectin เข้าจับกับตัวรับ AdipoR1 และ AdipoR2 ที่โมโนไซต์ แมโครฟาจ และเยื่อบุโพรงหลอดเลือด ทำให้ยับยั้งการสร้าง proinflammatory cytokines และ chemokines จากทั้งเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันและเยื่อบุโพรงหลอดเลือด ซึ่งเซลล์ดังกล่าวจะถูกกระตุ้นให้สร้าง proinflammatory cytokines และ chemokines เมื่อมีการอักเสบเกิดขึ้น นอกจากนี้ ApN มีผลลดระดับ TNF-α, interleukin-6 (IL-6) และ CRP และควบคุมการทำงานของ inflammatory cell และใน พ.ศ.2550 มีการศึกษาระดับของอะดิโพเนคทินในกลุ่มผู้หญิงวัยกลางคนช่วงอายุ49 – 65 ปี ชาวแอฟริกัน-อเมริกันที่อ้วน (obese) และไม่อ้วน (non-obese) โดยใช้ค่าดัชนีมวลกายเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาโดยกำหนดให้ ค่าดัชนีมวลกาย ≥30 kg/m2 จัดเป็นกลุ่มอ้วน และใช้กลุ่มตัวอย่างที่มีค่าระดับน้ำตาลในเลือดสูง (ค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มอ้วนเท่ากับ 125.30 ±58.43 mg/dl และกลุ่มไม่อ้วนเท่ากับ 131.78 ±93.10 mg/dl)โดยใช้วิธี commercially available RIA kit และจากการศึกษาพบว่ากลุ่มอ้วนระดับของอะดิโพเนคทินลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มไม่อ้วน (8.45 vs 10.47 µg/mL, P = 0.01) นอกจากนี้ระดับอะดิโพเนคตินในผู้หญิงแอฟริกัน-อเมริกัน ยังถูกพยากรณ์โดยระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์และยังช่วยในการพยากรณ์โรคหลอดเลือดสมองในหญิงอ้วนได้อีกด้วย

ส่วนในประเทศไทยมีการศึกษาความสัมพันธ์ของ adiponectin gene -11377C>G polymorphism ร่วมกับระดับของ อะดิโพเนคติน และภาวะเมแทบอลิกซินโดรม โดยใช้กลุ่มตัวอย่างที่มีภาวะเมแทบอลิกซินโดรมซึ่งมีค่าระดับน้ำตาลในเลือดปกติ (ค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือด [Median (95 % CI)] เท่ากับ 95.0 (91.0-97.3) mg/dl) โดยใช้วิธี radioimmunoassay kit from Linco Researchและจากการศึกษาพบว่า กลุ่มที่มีภาวะเมแทบอลิกซิโดรมระดับของอะดิโพเนคทินลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (7.9 vs 14.5 µg/mL, P < 0.001) และอะดิโพเนคตินมีความสัมพันธ์กบระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิตินอกจากนี้ยังพบว่าการลดลงของอะดิโพเนคตินมีความเกี่ยวข้องกับ gene -11377C>G Polymorphism ซึ่งยีนนี้จะพบได้มากในกลุ่มที่มีภาวะเมแทบอลิกซินโดรมอยางมีนัยสำคัญทางสถิติ