cathedraledetunis

Day: July 21, 2021

สรรพคุณของว่านมหาหงส์

ว่านมหาหงส์ มีชื่อสามัญ ว่า Butterfly lily มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Hedychium coronarium J.Koenig ชื่ออื่นๆของว่านมหาหงส์ เช่น เลเป ลันเต ตาห่าน เหินแก้ว เหินคำ ว่านกระชายเห็น สะเลเต กระทายเหิน หางหงส์ ตาเหิน เฮวคำ เป็นต้น ในเหง้ามหาหงส์ มีน้ำมันหอมระเหย ลักษณะเป็นของเหลวสีเหลือง มีกลิ่นฉุน ประกอบด้วยสาร beta-pinene, borneol และ d-limonene, linalool นิยมนำมาทำเป็นโลชั่นกันยุง นอกจากนั้นยังนำเอาไปเป็นส่วนประกอบของ เครื่องสำอางค์ ครีม โลชั่น โคโลน สบู่ ครีมอาบน้ำ น้ำหอม หรือโคลนหมักตัว

เครดิตฟรี

ลักษณะของต้นว่านมหาหงส์

ต้นมหาหงส์ เป็นพืชล้มลุก เหง้าอยู่ใต้ดิน อายุยืนยาวหลายปี เหง้าของมหาหงส์มีสีนวล และมีกลิ่นเฉพาะตัว ต้นของมหาหงส์จะสูงประมาณ 1 เมตร จะมีกาบใบซ้อนกัน ใบมีสีเขียวลักษณะกลม ดอกจองมหาหงส์มีสีขาวสวย เหมือนดอกลิลลี่ สามารถขยายพันธุ์ได้ โดยใช้เหง้า ผลของมหาหงส์ ผลเป็นรูปทรงกลม

สรรพคุณของว่านมหาหงส์

สรรพคุณของมหาหงส์ เรานำเหง้าของมหาหงส์มาใช้ประโชยน์ รายละเอียด ดังนี้

นำเหง้าแห้งของมหาหงส์มาบด ผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นยา ใช้ยาบำรุงกำลัง และเป็นยาอายุวัฒนะ กินเป็นยาแก้กษัย บำรุงไต
นำเหง้ามาต้มดื่ม เป็นยาแก้ต่อมทอนซิลอักเสบได้ ช่วยขับลม แก้อาการท้องอืด ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย แก้ลมชัก
นำเหง้ามาคั้นน้ำ นำมารักษาแผลฟกช้ำ และแผลบวม
ประโยชน์ของต้นมหาหงส์

สล็อต

คนเมืองทางภาคเหนือจะใช้หน่ออ่อนลวกรับประทานกับน้ำพริก
ชาวไทใหญ่จะใช้ดอกมหาหงส์บูชาพระ
น้ำมันจากเหง้าสดสามารถนำมาใช้ฆ่าแมลงได้ ด้วยการใช้เหง้าสดจำนวนพอสมควรนำมาทุบแล้วสกัดให้ได้น้ำมันหอมระเหย เรียกว่า “ น้ำมันมหาหงส์ ”
น้ำมันหอมระเหยใช้เป็นส่วนผสมในการทำน้ำหอม
ด้วยความหอมของดอกมหาหงส์ ในวงการสปาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศจึงนิยมใช้มหาหงส์เป็นส่วนผสมในครีม โลชัน โคโลญจน์ สบู่ ครีมอาบน้ำ หรือโคลนหมักตัว
มหาหงส์เป็นว่านที่ได้ชื่อว่าเข้ายาทำเสน่ห์ มีความเชื่อว่าจะช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับผู้ปลูก ให้คนรักคนหลง โดยจะนิยมปลูกเพื่อเพิ่มเมตตามหานิยมและความเป็นสิริมงคลให้แก่สถานที่ปลูก และยังเชื่อว่า “ว่านมหาหงส์” เป็นว่านให้ลาภแก่ผู้ปลูก และหากนำเหง้าหรือหัวพกพาติดตัวไปด้วยก็จะยิ่งเพิ่มเสน่ห์มหานิยม
ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับได้ สามารถออกได้ตลอดปี ดอกจะมีกลิ่นหอมมากโดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงเย็นถึงมืด ทนทานต่อแมลงต่าง ๆ โดยดอกจะทยอยบานและอยู่ทนหลายวัน ถ้านำไปปลูกบริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ก็จะเหมาะยิ่งนัก เพราะสามารถปลูกได้ในที่ร่ม แดดไม่จัดมากนัก ชอบที่ชื้นแฉะ แต่ถ้านำไปปลูกลงในกระถางก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง โดยปกติแล้วดอกมหาหงส์จะเป็นสีขาว สีดอกจะตัดกับสีเขียวเข้มของต้นและใบอย่างสวยงาม ในปัจจุบันพบว่ามีการนำพันธุ์มหาหงส์เข้ามาปลูกกันหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นชนิดดอกสีขาว ดอกสีขาวตรงกลางเหลือง ดอกสีขาวตรงกลางแดง ดอกสีแดงอมสีชมพูจนถึงสีแดงเข้ม หรือดอกสีเหลืองทองทั้งดอก โดยจะมีทั้งดอกเล็กและดอกใหญ่
การปลูกว่านมหาหงส์

การปลูกว่านมหาหงส์ ว่านมหาหงส์ เป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทราย นำเหง้าปักลงดิน ว่านมหาหงส์ก็จะแตกกอ ลำต้นสูง เหมือนกับ ข่า ตะไคร้ เป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย ดูแลง่าย

สล็อตออนไลน์

ไม้ล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน ส่วนที่เห็นว่าเป็นต้นที่จริงแล้วเป็นกาบใบที่รวมตัวกัน ปลูกได้ดีในพื้นที่ได้รับแสงแดดรำไรระหว่างพันธุ์ไม้ใหญ่ ดอกจะทยอยบานทำให้สามารถชื่นชมความงามได้หลายวัน ทนทานต่อดินฟ้าอากาศ โรคแมลง อายุยืน ปลูกง่าย โตเร็ว แข็งแรง เป็นพันธุ์ไม้หอมที่ต้องการความชื้นสูง ควรปลูกไว้ใกล้ๆ น้ำ มีอานุภาพด้านเมตตามหานิยม เมื่อปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เป็นที่เมตตาของผู้คน และผู้เลี้ยงจะได้รับโชคลาภอยู่เสมอ หัวใต้ดิน (เหง้า) ใช้ต้มเป็นยาแก้ต่อมทอนซิลอักเสบ น้ำคั้นจากหัวใต้ดินใช้ทาแผลฟกช้ำบวม สารที่ให้ความหอมในมหาหงส์ใช้เป็นส่วนผสมของสบู่ โคโลน โลชั่น ครีมอาบน้ำ

ต้นมหาหงส์ จัดเป็นไม้ล้มลุกที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน มีอายุหลายปี เหง้าเป็นสีนวลและมีกลิ่นเฉพาะ ส่วนที่อยู่เหนือดินมีความสูงประมาณ 1-1.5 เมตร ลำต้นเหนือพื้นดินเป็นลำต้นเทียมที่มีกาบใบซ้อนกันแน่น ลักษณะกลมและเป็นสีเขียว ขยายพันธุ์ได้ง่ายด้วยวิธีการแยกเหง้าไปปลูก ปลูกได้ดีในพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดรำไร เพาะปลูกง่าย แข็งแรง โตเร็ว อายุยืน มีความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ โรคและแมลง มีอายุยืน มักขึ้นตามพื้นที่ชื้นแฉะหรือตามชายป่าใกล้ลำธาร

ใบมหาหงส์ ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ มีใบประมาณ 7-12 ใบ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานหรือเป็นรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบมน ส่วนขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 5-8 เซนติเมตรและยาวประมาณ 16-25 เซนติเมตร เส้นกลางใบเห็นได้ชัดจากด้านหลังใบ แผ่นใบด้านบนเกลี้ยง ส่วนผิวใบด้านล่างมีขนนุ่มโดยเฉพาะเส้นกลางใบ แผ่นใบมักงอตัวลงไปด้านหลัง ส่วนก้านใบสั้นเป็นกาบห่อหุ้มลำต้น ลักษณะเกลี้ยงและเป็นมัน ลิ้นใบยาวประมาณ 1.5-3 เซนติเมตร เป็นเนื้อเยื่อบางสีขาว

ดอกมหาหงส์ ออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอดของลำต้นเทียม ดอกมีขนาดกว้างประมาณ 4-8 เซนติเมตรและยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ส่วนก้านช่อดอกยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ดอกมีใบประดับใหญ่เป็นจำนวนมาก เรียงซ้อนกันและมีขนาดลดหลั่นกันไปตามลำดับ ลักษณะของใบประดับเป็นรูปหอกหรือรูปไข่ ปลายแหลม ผิวเกลี้ยง เป็นสีขาว มีขนาดกว้างประมาณ 2.5-4 เซนติเมตรและยาวประมาณ 4-6 เซนติเมตร ส่วนใบประดับย่อยเป็นรูปหอก ปลายมน ผิวเกลี้ยง ขอบพับเข้าหากัน ตรงกลางเป็นสัน แต่ละอันจะซ้อนเหลื่อมกัน เมื่อกางออกจะมีขนาดกว้างประมาณ 1.5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 3-3.3 เซนติเมตร ดอกมีขนาดใหญ่และมีกลิ่นหอม โดยจะออกตามซอกใบประดับประมาณ 1-5 ดอก มีกลีบดอกเป็นรูปแถบแคบ ๆ ปลายมน สีขาว กว้างประมาณ 0.2 มิลลิเมตรและยาวประมาณ 3.5-4 เซนติเมตร ส่วนกลีบปากเป็นรูปไข่เกือบกลม มีขนาดกว้างประมาณ 5-5.5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 4-4.5 เซนติเมตร ปลายแยกเป็นกลีบ 2 กลีบ ลึกเป็น 1/3 ของกลีบ สีขาว ตรงกลางกลีบค่อนไปทางโคนเป็นสีเหลือง สีขาว หรือสีนวล

jumboslot

โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาวประมาณ 5-8 เซนติเมตร สีขาว ปลายกลีบดอกหยักบาง ส่วนกลีบเลี้ยงเป็นสีเขียว โคนเชื่อมติดกัน ส่วนหลอดกลีบเลี้ยงยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร ปลายแยกเป็นแฉกตื้น 3 แฉกและแฉกลึก 1 แฉก กว้างประมาณ 6 มิลลิเมตรและยาวประมาณ 1.7 เซนติเมตร ปลายกลีบเป็นสีขาวแกมสีเขียว ส่วนโคนเป็นสีขาว ดอกมีเกสรเพศผู้ที่เป็นหมันแผ่เป็นกลีบขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นรูปไข่กลับแกมรูปรี หรือเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายมนสีขาว กว้างประมาณ 2.2-2.4 เซนติเมตรและยาวประมาณ 4.2-4.5 เซนติเมตร เกสรเพศผู้ อับเรณูเป็นรูปขอบขนาน กว้างประมาณ 0.3 เซนติเมตรและยาวประมาณ 1.4-1.5 เซนติเมตร ก้านชูอับเรณูยาวประมาณ 1.4-2 เซนติเมตร มีเกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์ 1 ก้าน มีรังไข่เป็นรูปขอบขนานกว้างประมาณ 0.2-0.4 เซนติเมตรและยาวประมาณ 0.3-0.5 เซนติเมตร ผิวเรียบ มี 3 ห้อง ส่วนยอดเกสรเพศเมียมีลักษณะเกือบกลม มีขนาดประมาณ 0.1 เซนติเมตร ออกดอกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม

ผลมหาหงส์ ผลเป็นผลแห้ง ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม แตกออกได้เป็นพู 3 พู

สรรพคุณของมหาหงส์
ตำรายาไทยจะใช้เหง้ามหาหงส์เป็นยาบำรุงกำลังและยาอายุวัฒนะ ด้วยการใช้เหง้าแห้งบดละเอียดผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอนรับประทานก่อนอาหารเช้าและเย็น (เหง้า)
เหง้านำมาตากแห้งแล้วบดให้เป็นผงละเอียดผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอน ใช้รับประทานเป็นยาแก้กษัย (อาการป่วยที่เกิดจากหลายสาเหตุ ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม ซูบซีด ปวดเมื่อย โลหิตจาง) (เหง้า)
เหง้านำมาต้มเป็นยาแก้ต่อมทอนซิลอักเสบได้ (เหง้า)
ช่วยขับลม (เหง้า) เหง้านำมาต้มกับน้ำดื่มจะช่วยแก้อาการท้องอืดได้ (เหง้า)
ในต่างประเทศจะใช้เหง้ามหาหงส์ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย และช่วยในการขับลม (เหง้า)
ช่วยบำรุงไต ด้วยการใช้เหง้าแห้งบดละเอียดผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอน รับประทานก่อนอาหารเช้าและเย็น (เหง้า)
คนเมืองจะใช้เหง้าใต้ดินนำมาต้มกับน้ำดื่มแก้อาการลมชักหรือใช้ทาตุ่มผื่นลมพิษ (เหง้า)
น้ำคั้นจากเหง้าใต้ดินใช้เป็นยารักษาแผลฟกช้ำ แผลบวมได้ (เหง้า)

slot

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของมหาหงส์
น้ำมันหอมระเหยที่ได้จากเหง้ามีลักษณะเป็นของเหลวใส มีสีเหลืองอ่อน และมีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว โดยประกอบไปด้วย beta-pinene, borneol, d-limonene, linalool
น้ำมันหอมระเหยจากเหง้ามหาหงส์ เมื่อนำมาเตรียมเป็นโลชันกันยุงกัด พบว่าสามารถช่วยป้องกันการกัดของยุงรำคาญ 5.8 ชั่วโมง ยุงก้นปล่อง 7.1 ชั่วโมง และยุงลายสวนได้ 7.5 ชั่วโมง
ประโยชน์ของมหาหงส์
คนเมืองทางภาคเหนือจะใช้หน่ออ่อนลวกรับประทานกับน้ำพริก
ชาวไทใหญ่จะใช้ดอกมหาหงส์บูชาพระ
น้ำมันจากเหง้าสดสามารถนำมาใช้ฆ่าแมลงได้ ด้วยการใช้เหง้าสดจำนวนพอสมควรนำมาทุบแล้วสกัดให้ได้น้ำมันหอมระเหย (เรียกว่า “น้ำมันมหาหงส์”)
น้ำมันหอมระเหยใช้เป็นส่วนผสมในการทำน้ำหอม
ด้วยความหอมของดอกมหาหงส์ ในวงการสปาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศจึงนิยมใช้มหาหงส์เป็นส่วนผสมในครีม โลชัน โคโลญจน์ สบู่ ครีมอาบน้ำ หรือโคลนหมักตัว
มหาหงส์เป็นว่านที่ได้ชื่อว่าเข้ายาทำเสน่ห์ มีความเชื่อว่าจะช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับผู้ปลูก ให้คนรักคนหลง โดยจะนิยมปลูกเพื่อเพิ่มเมตตามหานิยมและความเป็นสิริมงคลให้แก่สถานที่ปลูก และยังเชื่อว่า “ว่านมหาหงส์” เป็นว่านให้ลาภแก่ผู้ปลูก และหากนำเหง้าหรือหัวพกพาติดตัวไปด้วยก็จะยิ่งเพิ่มเสน่ห์มหานิยม
ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับได้ สามารถออกได้ตลอดปี ดอกจะมีกลิ่นหอมมากโดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงเย็นถึงมืด ทนทานต่อแมลงต่าง ๆ โดยดอกจะทยอยบานและอยู่ทนหลายวัน ถ้านำไปปลูกบริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ก็จะเหมาะยิ่งนัก เพราะสามารถปลูกได้ในที่ร่ม แดดไม่จัดมากนัก ชอบที่ชื้นแฉะ แต่ถ้านำไปปลูกลงในกระถางก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง โดยปกติแล้วดอกมหาหงส์จะเป็นสีขาว สีดอกจะตัดกับสีเขียวเข้มของต้นและใบอย่างสวยงาม ในปัจจุบันพบว่ามีการนำพันธุ์มหาหงส์เข้ามาปลูกกันหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นชนิดดอกสีขาว ดอกสีขาวตรงกลางเหลือง ดอกสีขาวตรงกลางแดง ดอกสีแดงอมสีชมพูจนถึงสีแดงเข้ม หรือดอกสีเหลืองทองทั้งดอก โดยจะมีทั้งดอกเล็กและดอกใหญ่

การรักษาโรคไทรอยด์

ไทรอยด์ เป็นต่อมไร้ท่อขนาดใหญ่ของร่างกายมนุษย์ ซึ่งต่อมไทรอยด์ มีหน้าที่หลักคือ ผลิตฮอร์โมน ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ จึงหมายถึง ภาวะที่ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนผิดปกติ และการขาดไอโอดีน หรือการมีไอโอดีนในร่างกายมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดโรคกับต่อมไทรอยด์ได้

เครดิตฟรี

ไทรอยด์เป็นพิษ ( Hyperthyroidism , Overactive Thyroid ) คือ ภาวะที่ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนออกมามากเกินไป ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานมากขึ้น เป็นสาเหตุทำให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วแบบผิดปกติ หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดปกติ เหงื่อออกง่าย และหงุดหงิด ฉุนเฉียว เป็นต้น เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ จะส่งผลให้ระบบในร่างกายทั้งหมดผิดปรกติ ซึ่งระบบประสาทจะไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้

ความผิดปรกติของไทรอยด์ สามารถแบ่งได้เป็น 3 แบบ คือ

ฮอร์โมนไทรอยด์เกิน เป็น ภาวะที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกมามากเกินความจำเป็น ส่งผลให้หัวใจเต้นแรง ใจสั่น นอนไม่หลับ และน้ำหนักตัวลด ทำให้มีอารมณ์แปรปรวนบ่อย
ฮอร์โมนไทรอยด์ขาด (Hypothyroidism) เป็นภาวะที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกมาน้อยเกินไปไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้หัวใจเต้นช้าลง รู้สึกหนาว ระบบความจำเสื่อม ตัวบวม ท้องผูก ถ้าเกิดกับเด็กจะทำให้ตัวการเจริญเติบโตของเด็กไม่ดี ตัวจะแคระแกรน
ฮอร์โมนไทรอยด์ปกติ เป็นภาวะที่ฮอร์โมนของร่างกายหลั่งออกมาปกติ แต่มีความผิดปกติที่ตรงต่อมไทรอยด์
สาเหตุของการเกิดไทรอยด์เป็นพิษ

สาเหตุของโรคไทรอยด์เป็นพิษนั้นเกิดขึ้นจาก การทำงานมากกว่าปรกติของต่อมไทรอยด์ จนทำให้ร่างกายมีปริมาณของฮอร์โมนไทรอยด์มากกว่าความต้องการของร่างกาย สามารถแยกสาเหตุได้ 3 สาเหตุหลัก ๆ ประกอบด้วย

การรับประทานอาหาร การรับประทานอาหารที่มีไอโอดีนมากเกินไปก็สามารถก่อให้เกิดโรคไทรอยด์เป็นพิษ เนื่องจากไอโอดีนเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์
การอักเสบของต่อมไทรอยด์ การอักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุของต่อมไทรอยด์สามารถส่งผลต่อการทำงานของของต่อมไทรอยด์ได้ โดยการอักเสบของต่อมไทรอยด์จะทำให้ฮอรโมนไทรอยด์ถูกผลิตออกมามากขึ้น และทำให้ฮอร์โมนรั่วไหลออกไปที่กระแสเลือด ทั้งนี้การอักเสบของต่อมไทรอยด์ส่วนใหญ่ไม่มีอาการเจ็บ ยกเว้นอาการไทรอยด์อักเสบแบบกึ่งเฉียบพลันที่เกิดขึ้นได้น้อย สามารถส่งผลให้เกิดอาการเจ็บได้
เนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์ เป็นกรณีที่พบได้น้อย เนื้องอกที่เกิดบริเวณไทรอยด์ และเนื้องอกที่เกิดบริเวณต่อมใต้สมอง อาจส่งผลให้เกิดการหลั่งของฮอร์โมนไทรอยด์มากขึ้นจนกลายเป็นพิษได้
การได้รับการเสริมฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไป ยาที่มีส่วนประกอบของไอโอดีนบางชนิด เช่น ยาอะไมโอดาโรน (Amiodarone) ที่ใช้ในการรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ จะทำให้เกิดการหลั่งของฮอร์โมนไทรอยด์มากขึ้นจนกลายเป็นพิษ

สล็อต

อาการของโรคไทยรอยด์

สำหรับอาการของโรคไทรอยด์เป็นพิษ นั้น ผู้ป่วยจะมีความผิดปรกติของระบบการทำงานของร่างกาย เช่น หัวใจเต้นเร็วผิดปรกติ ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย ใจสั่น ในผู้ป่วยบางรายอาจจะเป็น โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ระบบการเผาผลาญ ของร่างกายถูกกระตุ้น ทำให้น้ำหนักตัวลดลง นอนไม่หลับ ท้องเสียง่าย เนื่องจากระบบทางเดินอาหารถูกกระตุ้นให้ทำงาน ตาโปนเยื่อหลังนัยน์ตาขยาย ในผู้หญิงอาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ กล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน ซึ่งสามารถสรุปอาการของโรคเป็นข้อๆ เพื่อให้ง่ายต่อการเรียนรู้ ดังนี้

อารมณ์แปรปรวน วิตกกังวล หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิ
คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว
นอนหลับยาก
มีปัญหาสายตา เช่น ตาโปน เห็นภาพซ้อน เป็นต้น
สุขภาพผมเปลี่ยนไป ผมเปราะบางขาดง่าย และมีอาการผมร่วง
ผู้หญิงมีรอบเดือนผิดปกติ ประจำเดือนมีสีจางและมาไม่สม่ำเสมอ
กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะบริเวณต้นขาและต้นแขน
เล็บยาวเร็วผิดปกติ
หัวใจเต้นเร็วมากกว่า 100 ครั้ง/นาที โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
มือสั่นตลอดเวลา
มีอาการคัน
เหงื่อออกมาก
ผิวหนังบาง
น้ำหนักลด แต่มีความอยากอาหารมากขึ้น
อาจพบเต้านมมีขนาดใหญ่ขึ้นในเพศชาย
มะเร็งต่อมไทรอยด์ (Thyroid carcinoma) มีทั้งชนิดรุนแรงและไม่รุนแรง จะพบมากในผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป และสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย แต่พบว่าผู้ชายจะมีความรุนแรงของโรคมากกว่าผู้หญิง

สล็อตออนไลน์

การรักษาโรคไทรอยด์

โรคของต่อมไทรอยด์สามารถรักษาได้อย่างไร เมื่อเราพบว่าร่างกายมีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกิน สามารถทำการรักษาได้โดย กินยาลดการทำงานของต่อมไทรอยด์ การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ หรือ การกินน้ำแร่รังสีไอโอดีน
เมื่อเราพบว่าร่างกายเป็นภาวะไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป สามารถรักษาได้โดย การกินยาไทรอยด์เพิ่มระดับฮอร์โมน และให้ยาขับน้ำ เพื่อลดการบวมของร่างกาย
หากพบว่าเป็นมะเร็งต่อมไทยรอยด์ จะต้องทำการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ และกินยาน้ำแร่รังสีไอโอดีน รวมถึงฉายรังสีรักษา

การดูแลตนเองเมื่อเป็นไทยรอยด์

เมื่อมีอาการผิดปกติดังกล่าวหรือสังเกตเห็นมีก้อนเนื้อผิดปกติในบริเวณต่อมไทรอยด์ และ/หรือลำคอ ควรรีบพบแพทย์เสมอภายใน 1 – 2 สัปดาห์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะช่วยให้การรักษาได้ผลดีกว่า ใช้เวลารักษาและเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาน้อยกว่าการรักษาในระยะที่เป็นโรคเรื้อรังหรือเป็นโรคมะเร็งในระยะลุกลาม

ป้องกันไม่ให้เกิดโรคของต่อมไทรอยด์

การป้องกันโรคไทยรอยด์ในทางการแพทย์นั้น โรคต่อมไทรอยด์ ไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่ยกเว้นในผู้ป่วยที่เป็นโรคคอพอก ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการขาดสารไอโอดีน ดังนั้น การป้องกันโรคไทรอยด์ เราต้อง รับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของ ไอโอดีนในปริมาณที่เหมาะสม โดยอาหารที่มีสารไอโอดีย เช่น อาหารทะเล เกลือทะเล นอกจากการรับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว การรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน การออกกำลังกาย ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ก็สามารถลดความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ได้

jumboslot

บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยโรคว่า ไทรอยด์เป็นพิษ มักจะมีความสงสัยเกี่ยวกับวิธีการรักษา เพราะแพทย์แต่ละท่าน จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาไทรอยด์เป็นพิษ ในแง่มุมที่ต่างๆกัน เราลองมาทำความเข้าใจดูว่า จะรักษาไทรอยด์เป็นพิษได้ด้วยวิธีใดบ้าง

รักษาไทรอยด์เป็นพิษอย่างไรจึงจะดี
การรักษาหลักของไทรอยด์เป็นพิษ คือ การกินยา ยาที่ใช้รักษา เป็นยาที่มีฤทธิ์ต่อต้านการทำงานของฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ ซึ่งยับยั้งทั้งการสร้างฮอร์โมนขึ้นมาใหม่ และ ยับยังการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนที่มีอยู่แล้ว เมื่อรับประทานยาที่ได้ขนาดพอเหมาะ อาการมักจะดีขึ้นในเวลาไม่กี่วัน ในระยะแรกแพทย์อาจจะให้ยาที่ลดอาการใจสั่นร่วมด้วย แต่เมื่อระดับของฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์อยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องให้ยาลดอาการใจสั่น กินแต่ยาต้านฤทธิ์ฮอร์โมนไทรอยด์ เพียงอย่างเดียวก็พอ
เนื่องจากโรคของไทรอยด์เป็นพิษ ส่วนใหญ่จะเกิดจากปฏิกริยาของร่างกายต่อต่อมไทรอยด์ของเราเอง ทำให้เกิดการกระตุ้นให้ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ จนเกิดเป็นพิษขึ้น ปฏิกริยานี้ จะต้องใช้เวลาในการหาย คือ จะไม่หายในทันที แต่จะลดความรุนแรงลงเรื่อยๆ โดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 2 ปี ดังนั้น เมื่อกินยารักษาไทรอยด์เป็นพิษจนรู้สึกสบายตัว ไม่เหนื่อย ไม่ใจสั่น น้ำหนักตัวเริ่มขึ้น ก็ไม่ควรหยุดยาทันที เพราะโรคยังเป็นอยู่ แต่ถูกกดไม่ให้มีอาการด้วยยาที่รับประทาน แพทย์จะเป็นผู้ตรวจเลือดให้เพื่อดูว่าอาการของโรคดีขึ้นมากน้อยเพียงใด เมื่ออาการดีขึ้น แพทย์จะค่อยๆ ลดยาลง จนสามารถหยุดยาได้ในที่สุด
ดังนั้น ผู้ที่เป็นโรคนี้ หากหยุดยาเอง จะมีอาการกลับมาเป็นใหม่ เพราะโรคยังอยู่ เมื่อไม่มียาควบคุมจึงมีอาการกลับมาเป็นซ้ำ การปฏิบัติที่ถูกต้องสำหรับคนเป็นโรคนี้ คือ ไม่ควรหยุดยาเอง กินยาให้สม่ำเสมอ ไปตรวจตามแพทย์นัด หากลืมยา หรือ ทำยาหาย ควรไปพบแพทย์เพื่อซื้อยาใหม่ ไม่ควรหยุดยาเพราะจะทำให้เกิดอาการและการควบคุมโรคยากขึ้น

ทำไมบางครั้งกินยาแล้ว คอกลับโตขึ้น
ในผู้ป่วยบางรายเมื่อกินยาแล้ว คอกลับโตขึ้น อาจมีสาเหตุได้ 2 กลุ่มคือ ยาไม่พอ ทำให้โรคยังกำเริบอยู่ คอจึงโตขึ้น ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะมีอาการคล้ายกับตอนเริ่มต้น แต่ในผู้ป่วยอีกกลุ่มเกิดจากการกินยาเกินขนาด คือ โรคเริ่มดีขึ้น แต่ยังกินยาเท่าเดิมอยู่ จึงเกิดคอพอกชนิดไม่เป็นพิษร่วมด้วย คอก็โตขึ้นได้เช่นกัน ข้อแนะนำคือ หากกินยาแล้วคอกลับโตขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล ไม่ควรเปลี่ยนแพทย์บ่อยๆ เพราะการรักษาจะไม่ต่อเนื่อง

slot

หากกินยาไม่หาย จะทำอย่างไรดี
หากกินยาแล้วไม่ดีขึ้น อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด หรือ การกินไอโอดีนกัมมันตรังสี ระยะเวลาเฉลี่ยในการรักษาด้วยยา มักจะประมาณ 2 ปี ในระหว่างนี้ หากลดยาไม่ได้ หรืออาการมากขึ้น แนะนำให้ทำการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด หรือกลืนรังสี

การผ่าตัดรักษาไทรอยด์เป็นพิษ
การรักษาไทรอยด์เป็นพิษด้วยการผ่าตัด จะทำการผ่าตัดโดยการวางยาสลบ และตัดเนื้อไทรอยด์ส่วนเกินออกให้เหลือเนื้อไทรอยด์อยู่ในระดับใกล้เคียงกับคนปกติ วิธีนี้ หลังผ่าตัด ผู้ป่วยจะหายจากอาการของไทรอยด์เป็นพิษทันที แต่มีข้อเสียที่ต้องวางยาสลบ และ อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เสียงแหบ มือชา ฯลฯ ภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวพบได้ไม่บ่อยนัก รวมแล้วไม่ถึงร้อยละ 5 แต่เป็นภาวะที่อาจมีผลต่อกิจวัตรตลอดชีวิต ดังนั้น จึงมักจะมีความลังเลในการตัดสินใจผ่าตัด

การรักษาด้วยสารรังสี
ส่วนการรักษาด้วยรังสี จะเป็นการกินน้ำที่ประกอบด้วยสารไอโอดีน กัมมันตรังสี ที่ได้รับการคำนวณขนาดไว้ให้พอดีกับแต่ละบุคคล โดยเมื่อกลืนน้ำรังสีนี้เข้าไปแล้ว สารไอโอดีนกัมมันตรังสี จะไปจับที่เนื้อเยื่อต่อมไทรอยด์ทำให้เกิดการทำลายของเนื้อเยื่อต่อมไทรอยด์ จนเหลือเนื้อไทรอยด์น้อยลง อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับคนปกติ วิธีนี้ไม่ต้องเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด แต่มีข้อด้อยที่ว่า อาการไทรอยด์เป็นพิษจะยังไม่หายไปในทันที จะใช้เวลาในการกินยาอยู่อีกประมาณ 6 เดือน และในระยะยาว อาจเกิดภาวะไทรอยด์ทำงานไม่เพียงพอ ต้องกินยาเข้าเสริมการทำงานของต่อมไทรอยด์ (อาจต้องกินยาตลอดชีวิต)

สรุป
การรักษาไทรอยด์เป็นพิษ ส่วนใหญ่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการกินยา หากกินยาไม่หาย อาจรักษาด้วยการผ่าตัด หรือ การใช้สารรังสี อย่างไรก็ดี การเลือกวิธีการรักษาว่าวิธีไหนเหมาะสม จะต้องใช้วิจารณญาณของแพทย์เลือกให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละรายครับ ในรายที่ทำได้หลายอย่าง จะเป็นการตัดสินใจร่วมกันของแพทย์และผู้ป่วยครับ

คุณค่าทางโภชนาการของฟักข้าว

ฟักข้าว ภาษาอังกฤษ เรียก Baby Jackfruit มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Momordica cochinchinensis (Lour) Spreng. ฟักข้าวมีชื่ออื่นๆ เช่น มะข้าว ขี้กาเครือ พุกู้ต๊ะ ผักข้าว เป็นต้น ต้นฟักข้าว มีถิ่นกำเนิดในประเทศพม่า ไทย จีน ลาว เขมร บังกลาเทศ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และมาเลเซีย

เครดิตฟรี

คุณค่าทางโภชนาการของฟักข้าว

นักโภชนาการ ได้ศึกษา ฟักข้าว พบว่า ในผลอ่อนของผักข้าวขนาด 100 กรัม มีกากใยอาหาร 1 กรัม น้ำตาล 1.8 กรัม โปรตีน 0.98 กรัม มีวิตามินซี 0.04 มิลลิกรัม บีต้าแคโรทีน 91 มิลลิกรัม แคลเซียม 0.34 มิลลิกรัม ในฟักข้าวจะมีบีตาแคโรทีนมากกว่าแครอตถึง 10 เท่าตัว มีไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศถึง 12 เท่าตัว

ลักษณะของต้นฟักข้าว

ต้นฟักข้าว เป็นพืชล้มลุก เป็นพืชชนิดเถาไม้เลื้อย ลักษณะคล้ายกับต้นตำลึง ใบของฟักข้าวเป็นใบเดี่ยว รูปร่างคล้ายกับหัวใจ ทรงรี ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นแฉก ดอกของฟักข้าวจะออกตรงข้อต่อตามซอกใบ ลักษณะของดอกฟักข้าวเหมือนกับดอกตำลึงเลย มีกลีบดอกสีขาว ดอกของฟักข้าวจะมีสีเหลือง ผลของฟักข้าวจะคล้ายรูปไข่เปลือกมีหนามเล็กๆ ผลอ่อนมีสีเขียว ผลสุกสีส้ม เมล็ดของฟักข้าว จะอยู่ในผลของฟักข้าวเหมือนเมล็ดแตง

สรรพคุณของฟักข้าว

สำหรับการใช้ประโยชน์จากฟักข้าว ด้านกรบำรุงร่างกายและการรักษาโรค เราสามารถนำฟักข้าวมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ตั้งแต่ ใบ ราก ผล เมล็ด รายละเอียด ดังนี้

ใบของฟักข้าว เรานำมาใช้ ช่วยลดน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยเบาหวานได้ ช่วยแก้ไข้ตัวร้อนได้ ใช้รักษาริดสีดวง แก้อาการปวดหลังได้ แก้กระดูกเดาะ ช่วยถอนพิษอักเสบ รักษาฝี รักษาหูด
รากของฟักข้าว เรานำมาใช้ ดื่มช่วยถอนพิษ ช่วยขับเสมหะ ช่วยลดไข้ แก้ปวดตามข้อ
ผลอ่อนของฟักข้าว ใช้ลดน้ำตาลในเลือด ใช้รักษาโรคเบาหวาน
เมล็ดของฟักข้าว ใช้ในการ รักษาฝีในปอด รักษาท่อน้ำดีอุดตัน ช่วยขับปัสสาวะ รักษาอาการอักเสบ รักษาอาการบวม รักษากลากเกลื้อน รักษาโรคผิวหนัง

สล็อต

ประโยชน์ของฟักข้าว

มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
ช่วยในการชะลอวัย ป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ปัญหาผิวแห้งกร้าน ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด
ฟักข้าวมีเบตาแคโรทีนสูงกว่าแครอท 10 เท่า และมีไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า !
ประโยชน์ของฟักข้าวช่วยบำรุงและรักษาสายตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา โรคต้อกระจก ประสาทตาเสื่อม ตาบอดตอนกลางคืน (เยื่อเมล็ด)
ช่วยป้องกันโรคหัวใจ หลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจขาดเลือด
ช่วยป้องกันและช่วยยับยั้งการเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือด
ช่วยป้องกันเส้นเลือดในสมองแตก ซึ่งเป็นสาเหตุของการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลพบว่า ฟักข้าวมีโปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อเอดส์ (HIV) และยังช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย ซึ่งได้ทำการจดสิทธิบัตรในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ประโยชน์ของฟักข้าวกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ฟักข้าวมีฤทธิ์ในการต่อต้านมะเร็ง ไวรัส ช่วยยับยั้งระดับน้ำตาลในเลือด และยับยั้งการสังเคราะห์โปรตีน
ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารและมะเร็งปอด
งานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮานอยพบว่า น้ำมันจากเยื่อหุ้มเมล็ดของฟักข้าวมีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งตับ
ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้
ช่วยในการขับเสมหะ ใช้กลั้วคอช่วยลดอาการเจ็บคอหรืออาการอักเสบที่ลำคอ
ฟักข้าวเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในระยะพักฟื้นหรือผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ มีโรคประจำตัวหรือร่างกายอ่อนแอ
รากฟักข้าวใช้แช่น้ำสระผม ช่วยทำให้ผมดกดำขึ้น แก้ปัญหาผมร่วง แก้อาการคันหนังศีรษะ รังแค และช่วยฆ่าเหาได้อีกด้วย (ราก)
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ ได้ทำการศึกษาร่วมกันในเรื่องของการนำน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดของฟักข้าวมาพัฒนาเป็นเครื่องสำอางสูตรลดเลือนริ้วรอย ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จนได้รับรางวัล “IFSCC Host Society Award 2011” จากงานประชุมสมาพันธ์นักเคมีเครื่องสำอางนานาชาติ

สล็อตออนไลน์

ผลอ่อนฟักข้าวใช้ทำเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นนำไปต้มหรือนึ่งจิ้มกินกับน้ำพริก หรือนำไปใส่แกงต่าง ๆ เช่น แกงส้มลูกฟักข้าว เป็นต้น
ยอดฟักข้าวอ่อนใช้ทำเป็นอาหารก็อร่อย (กลิ่นจะคล้าย ๆ กับยอดหรือใบมะระ) เมนูฟักข้าว เช่น แกงเลียง แกงส้ม ผัดไฟแดง คั่วแค ใช้ลวกหรือต้มกินกับน้ำพริก ฯลฯ
ฟักข้าวสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง เช่น น้ำฟักข้าว ฟักข้าวแคปซูล เป็นต้น

ต้นฟักข้าว มีถิ่นกำเนิดตั้งแต่ในประเทศจีนตอนใต้ พม่า ไทย ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และบังกลาเทศ โดยจัดเป็นพรรณไม้ล้มลุก เป็นไม้เถาเลื้อย อายุยิ่งมากเถายิ่งใหญ่ มีมือเกาะคล้ายกับตำลึง ชอบแสงแดด เลื้อยได้ทั้งบนพื้น บนต้นไม้ บนรั้ว บนหลังคา (ขอให้มีที่เกาะ)

ใบฟักข้าว ใบเป็นใบเดี่ยว ใบเป็นรูปหัวใจหรือรูปไข่ คล้ายกับใบโพธิ์ ความกว้างและความยาวของใบมีขนาดเท่ากัน โดยยาวประมาณ 6-15 เซนติเมตร ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นแฉก ประมาณ 3-5 แฉก
ดอกฟักข้าว ดอกจะออกตรงบริเวณข้อต่อระหว่างใบหรือตามซอกใบ โดยจะออกดอกข้อละหนึ่งดอก ลักษณะของดอกฟักข้าวจะคล้ายกับดอกตำลึง กลีบดอกมีสีขาวอมเหลือง หรือขาวแกมเหลือง ส่วนก้านเกสรและกลีบละอองจะมีสีม่วงแกมดำหรือสีม่วงแกมน้ำตาล ใบเลี้ยงประดับมีขน โดยดอกฟักข้าวจะเป็นดอกแบบไม่สมบูรณ์เพศ แยกเป็นดอกเพศเมียและดอกเพศผู้จะอยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศเมียจะมีขนาดเล็ก ปลายใบมน ส่วนดอกเพศผู้ปลายใบแหลม ดอกฟักข้าวมีสีเหลือง มีกลีบดอก 5 กลีบ

ผลฟักข้าว มีลักษณะคล้ายรูปไข่กลมรี ที่เปลือกมีหนามเล็ก ๆ อยู่รอบผล ผลอ่อนจะมีสีเขียวอมเหลือง แต่เมื่อสุกแล้วผลจะมีสีแดงหรือสีส้มอมแดง ผลสุกเนื้อจะเป็นสีเหลือง มีเยื่อกลางหุ้มเมล็ดเป็นสีแดง

เมล็ดฟักข้าว ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลจำนวนมากเรียงตัวอยู่คล้ายเมล็ดแตง ด้านในเมล็ดมีเนื้อสีขาว (เมล็ดดิบมีพิษ ต้องคั่วหรือต้มให้สุกก่อนนำมาใช้)

สรรพคุณของฟักข้าว
ผลอ่อนและใบอ่อนช่วยลดน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้ (ผลอ่อน, ยอดฟักข้าว)
ช่วยบำรุงปอด ช่วยแก้ฝีในปอด (เมล็ด)
ใบฟักข้าวมีรสขมเย็น มีสรรพคุณช่วยแก้ไข้ตัวร้อนได้ (ใบ)
รากช่วยถอนพิษไข้ (ราก)
ช่วยขับเสมหะ (ราก)

jumboslot

ช่วยแก้ท่อน้ำดีอุดตัน (เมล็ด)
ช่วยขับปัสสาวะ (เมล็ด)
ใบช่วยแก้ริดสีดวง (ใบ)
ใบนำมาตำใช้พอกแก้อาการปวดหลังได้ (ใบ)
ช่วยแก้กระดูกเดาะ (ใบ)
ช่วยแก้ข้อเข่า อาการปวดตามข้อ (ราก)
เมล็ดแก่นำมาบดให้แห้ง ผสมน้ำมันหรือน้ำส้มสายชูเล็กน้อย นำมาใช้ทาบริเวณที่มีอาการอักเสบ อาการบวม จะช่วยรักษาอาการได้ และยังช่วยรักษากลากเกลื้อน โรคผิวหนัง ผดผื่นคันต่าง ๆ อาการฟกช้ำได้อีกด้วย (เมล็ดแก่)
รากใช้ต้มดื่มช่วยถอนพิษทั้งปวง (ราก)
ใบช่วยถอนพิษอักเสบ (ใบ)
ช่วยแก้พิษ แก้ฝี (ใบ)
ช่วยแก้ฝีมะม่วง (ใบ)
ฟักข้าว สรรพคุณใบช่วยแก้หูด (ใบ)
เมล็ดฟักข้าว สามารถนำมาใช้แทนเมล็ดแสลงใจได้ (โกฐกะกลิ้ง)
ประโยชน์ของฟักข้าว

slot

มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
ช่วยในการชะลอวัย ป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ปัญหาผิวแห้งกร้าน ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด
ฟักข้าวมีเบตาแคโรทีนสูงกว่าแครอท 10 เท่า และมีไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า !
ประโยชน์ของฟักข้าวช่วยบำรุงและรักษาสายตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา โรคต้อกระจก ประสาทตาเสื่อม ตาบอดตอนกลางคืน (เยื่อเมล็ด)
ช่วยป้องกันโรคหัวใจ หลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจขาดเลือด
ช่วยป้องกันและช่วยยับยั้งการเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือด
ช่วยป้องกันเส้นเลือดในสมองแตก ซึ่งเป็นสาเหตุของการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลพบว่า ฟักข้าวมีโปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อเอดส์ (HIV) และยังช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย ซึ่งได้ทำการจดสิทธิบัตรในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ประโยชน์ของฟักข้าวกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ฟักข้าวมีฤทธิ์ในการต่อต้านมะเร็ง ไวรัส ช่วยยับยั้งระดับน้ำตาลในเลือด และยับยั้งการสังเคราะห์โปรตีน
ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารและมะเร็งปอด
งานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮานอยพบว่า น้ำมันจากเยื่อหุ้มเมล็ดของฟักข้าวมีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งตับ
ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้
ช่วยในการขับเสมหะ ใช้กลั้วคอช่วยลดอาการเจ็บคอหรืออาการอักเสบที่ลำคอ
ฟักข้าวเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในระยะพักฟื้นหรือผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ มีโรคประจำตัวหรือร่างกายอ่อนแอ
รากฟักข้าวใช้แช่น้ำสระผม ช่วยทำให้ผมดกดำขึ้น แก้ปัญหาผมร่วง แก้อาการคันหนังศีรษะ รังแค และช่วยฆ่าเหาได้อีกด้วย (ราก)
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ ได้ทำการศึกษาร่วมกันในเรื่องของการนำน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดของฟักข้าวมาพัฒนาเป็นเครื่องสำอางสูตรลดเลือนริ้วรอย ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จนได้รับรางวัล “IFSCC Host Society Award 2011” จากงานประชุมสมาพันธ์นักเคมีเครื่องสำอางนานาชาติ
ผลอ่อนฟักข้าวใช้ทำเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นนำไปต้มหรือนึ่งจิ้มกินกับน้ำพริก หรือนำไปใส่แกงต่าง ๆ เช่น แกงส้มลูกฟักข้าว เป็นต้น
ยอดฟักข้าวอ่อนใช้ทำเป็นอาหารก็อร่อย (กลิ่นจะคล้าย ๆ กับยอดหรือใบมะระ) เมนูฟักข้าว เช่น แกงเลียง แกงส้ม ผัดไฟแดง คั่วแค ใช้ลวกหรือต้มกินกับน้ำพริก ฯลฯ
ฟักข้าวสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง เช่น น้ำฟักข้าว ฟักข้าวแคปซูล เป็นต้น

สรรพคุณของต้นชมจันทร์

ดอกชมจันทร์ หรือ ดอกพระจันทร์ ภาษาอังกฤษ เรียก Moonflower มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ipomoea alba L. ต้นชมจันทรมีถิ่นกำเนิดที่ทวีปอเมริกากลางและทวีปอเมริกาใต้ แต่สามารถปลูกได้ในประเทศเขตร้อน ดอกชมจันทร์ เป็นไม้ประดับ ที่มีดอกสวยงามซึ่งมีลักษณะเป็นดอกเดี่ยวสีขาว มีกลิ่นหอม และจะบานในเวลากลางคืนตั้งแต่ช่วงประมาณหัวค่ำเป็นต้นไป และนี่จึงเป็นที่มาของเหล่าชื่อของดอกไม้ชนิดนี้นั่นเอง โดยในต่างประเทศจะนิยมปลูกดอกชมจันทร์เพื่อใช้เป็นไม้ประดับ แต่สำหรับในประเทศไทยกลับปลูกกันมากเพื่อใช้เป็นอาหาร เพราะดอกชมจันทร์นั้นสามารถใช้ทำอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัด แกง ทอด เดี๋ยวนี้ตามร้านอาหารก็นำดอกชมจันทร์มาเป็นเมนูอาหารกันมากขึ้น

เครดิตฟรี

ต้นชมจันทร์ เป็นพืช ชนิดไม้เลื้อย ลักษณะของต้นและใบคล้ายกับต้นมอร์นิ่งกลอรี ใบมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ใบมีสีเขียว ดอกชมจันทร์จะมีสีขาวและมีกลิ่นหอม ผลของต้นชมจันทร์ จะคล้ายดอกบัวตูมที่มีขนาดเล็ก

ลักษณะของต้นชมจันทร์

ลำต้นเป็นเถา ไม่มีขน ลำต้นมียางใส ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 5-13 เซนติเมตร ยาว 8-17 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม โคนใบเว้าลึก ก้านใบเรียว ยาว 5-18 เซนติเมตร ดอกสีขาว กลิ่นหอม บานตอนเช้าและพลบค่ำ ออกตามง่ามใบเป็นดอกเดี่ยว ๆ หรือเป็นช่อ 2-5 ดอก เมื่อบานเต็มที่ กว้าง 10-13 เซนติเมตร ก้านช่อดอกยาว 1-20 เซนติเมตร

คุณค่าทางโภชนาการของดอกชมจันทร์

จากการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของดอกชมจันทร์ ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 34.91 กิโลแคลอรี และ มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย วิตามินบี 1 0.04 มิลลิกรัม แคลเซียม 22.74 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.05 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 34.42 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 1.25 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.05 มิลลิกรัม วิตามินซี 0.09 มิลลิกรัม วิตามินเอ 136.11 มิลลิกรัม โคเอนไซม์คิว 0.28 มิลลิกรัมมีสารต้านอนุมูลอิสระ

สรรพคุณของต้นชมจันทร์

เรานิยมนำดอกของชมจันทร์มาใช้ประโยชน์ ซึ่งดอกชมจันทร์ มีสรรพคุณ เป็นยาเย็น มีฤทธิ์ เป็นยาระบายอ่อนๆ มีไขมันต่ำ วิตามินบี ช่วยบำรุงสมอง ช่วยให้ความจำดี และวิตามินซีในดอกชมจันทร์ จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ใช้เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย และป้องกันมะเร็ง ดอกชมจันทร์ สามารถใช้ แก้ร้อนใน บำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันโรคดีซ่าน ขับปัสสาวะ และบรรเทาริดสีดวงทวาร ส่วน เกสรของดอกชมจันทร์ สามารถช่วยบำรุงระบบประสาท ทำให้ผ่อนคลาย มีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อนๆ

สล็อต

ประโยชน์ดอกชมจันทร์

ต้นชมจันทร์มีดอกสีขาวสวยงาม บานในเวลาตอนกลางคืน และกลิ่นหอม ในต่างประเทศ เช่นยุโรปและสหรัฐอเมริกาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ แต่บางพื้นที่ของประเทศไทย เช่น ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มมีการนำดอกมารับประทานเป็นอาหาร โดยใช้ดอกตูมมาผัดกับน้ำมันหอย หรือลวกจิ้มกับน้ำพริก จากผลการวิเคราะห์พบสรรพคุณดอกชมจันทร์ ดังนี้

ดอกชมจันทร์ เป็นผักที่ไขมันต่ำและมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ เหมาะแก่ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
ดอกชมจันทร์ มีธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และยังประกอบด้วยวิตามินต่าง ๆ ได้แก่ วิตามินบี เป็นต้น ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
ดอกชมจันทร์ มีสรรพคุณแก้ร้อนใน บำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันโรคดีซ่าน ขับปัสสาวะ และบรรเทาริดสีดวงทวาร ขณะที่เกสรดอกชมจันทร์มีสรรพคุณช่วยบำรุงประสาท ช่วยให้ผ่อนคลายทำให้สดชื่น และมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อน ๆ จึงช่วยให้หลับสบาย
ต้นชมจันทร์ เป็นพืชที่ปลูกได้ไม่ยาก เจริญเติบโตง่าย แถมยังมีแมลงมารบกวนน้อยมาก จึงไม่ต้องพึ่งพาการใช้สารเคมีใดๆ เลยก็ได้ ทำให้ไม่ว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ในด้านไหนก็รู้สึกถึงได้ความปลอดภัย โดยเฉพาะการใช้เป็นยาสมุนไพรป้องกันและรักษาโรคต่างๆ นั้น ดอกชมจันทร์สามารถให้สรรพคุณและประโยชน์ที่เต็มร้อยแน่นอน

ดอกชมจันทร์เป็นไม้ประดับที่มีดอกสวยงามซึ่งมีลักษณะเป็นดอกเดี่ยวสีขาว มีกลิ่นหอม และจะบานในเวลากลางคืนตั้งแต่ช่วงประมาณหัวค่ำเป็นต้นไป และนี่จึงเป็นที่มาของเหล่าชื่อของดอกไม้ชนิดนี้นั่นเอง โดยในต่างประเทศจะนิยมปลูกดอกชมจันทร์เพื่อใช้เป็นไม้ประดับ แต่สำหรับในประเทศไทยกลับปลูกกันมากเพื่อใช้เป็นอาหาร เพราะดอกชมจันทร์นั้นสามารถใช้ทำอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัด แกง ทอด เดี๋ยวนี้ตามร้านอาหารก็นำดอกชมจันทร์มาเป็นเมนูอาหารกันมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุผลที่คนไทยหันมาให้ความสนใจกับดอกชมจันทร์กัน นั่นเป็นเพราะประโยชน์และสรรพคุณเป็นยาที่ช่วยบำรุงร่างกายและรักษาโรคต่างๆ ได้หลายชนิด ในปัจจุบันจึงมีการวิจัยพัฒนาทำเป็นชาดอกชมจันทร์ซึ่งได้รับความนิยมไม่น้อยทั้งในเรื่องสี กลิ่น และรสชาติ

สล็อตออนไลน์

เพื่อนบ้านมีดอกชมจันทร์ ออกดอกให้ดูทุกวัน ที่บ้านเองก็เพิ่งจะปลูก ดูลักษณะต้นชมจันทร์จะถูกกับดินฟ้าอากาศ เพราะขึ้นง่าย โตเร็ว เวลานี้กำลังเลื้อยขึ้นค้างที่ทำไว้ให้อย่างรวดเร็ว

ดอกชมจันทร์เป็นไม้เลื้อยทอดยาว ชูยอดปะกับสิ่งใดก็เกาะสิ่งนั้น

ลำต้นเป็นเถาสีม่วงเหนียว มีข้อใบแตกใบตามข้อ ใบรูปหัวใจ พอใบแก่อาจเว้าลึกเป็นแฉก สามเหลี่ยมสามแฉก ใบบางดกออกทุกข้อเถา และแต่ละข้อก็ออกดอกข้อละ 2-3 ดอก

ดอกมีก้านยาวมาก ปลายก้านเป็นดอกเริ่มจากดอกอ่อนยังเล็ก ดอกกลีบพนมเหมือนบัวดอกน้อย พอเต็มที่ดอกก็โตขึ้น เห็นกลีบพนมซ้อนกันเวียนรอบ จรดกันที่ปลายแหลม

พอค่ำกลีบจะพองออก และดอกจะบานตอนค่ำ เช้าขึ้นก็โรย ดอกชมจันทร์มี 5 กลีบติดกันเป็นพืด เกสรจากหลอดกลางดอกเป็นสีเหลือง

สัณฐานดอกชมจันทร์ คล้ายดอกผักบุ้ง แต่กลีบดอกบางกว่า เมื่อบานกลางคืน ยังบานเลยมาถึงเช้าเห็นดอกสีขาวพร่าง พร้อมกลิ่นหอมอ่อนเย็นชื่นใจ

การปลูกดอกชมจันทร์ใช้เมล็ด โดยพรวนดินให้ร่วนซุย แล้วฝังเมล็ดที่แช่น้ำก่อนสัก 1-2 คืน ไม่ช้าก็งอกเป็นต้น ทอดยอดยาวเกาะเลื้อยพันร้านที่ทำไว้ จะทำไม้ร้านแบบค้างถั่วฝักยาวหรือบวบ หรือมะระก็ได้ ถ้าไม่ทำร้านให้โดยปลูกให้ไต่ตามรั้วบ้าน ถึงเวลาก็ออกดอกเป็นไม้ประดับ สวยไปอีกแบบ

ดอกชมจันทร์จะออกดอกตลอดเวลา ให้ดอกและเก็บได้ตลอด เก็บได้ทุกวัน ออกดอกดกโตเร็วมาก จนเถาเริ่มแก่ ก็ตัดแต่งให้แตกยอดใหม่ก็ออกดอกต่อไป เก็บได้หลายรุ่นจนต้นแก่ 1-2 ปี ค่อยถอนทิ้งเพราะหมดอายุแล้วปลูกใหม่

ดอกชมจันทร์ สวยงาม ปลูกประดับและเก็บดอกเป็นอาหาร ขณะเดียวกันก็เป็นพืชสมุนไพรให้ประโยชน์เป็นยาระบาย มีไฟเบอร์สูงมาก

jumboslot

เห็นดอกชมจันทร์วางขายตามตลาด แล้วนึกภูมิใจที่บ้านเมืองไทยมีของกินหลากหลายอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะปลูกอะไรลงในดินก็งอกงามเป็นอาหารได้

ถ้ารู้จักเลือกอาหาร ปรับปรุงการกินให้ถูกวิธี ก็ไม่ต้องซื้อยาราคาแพง เรามีชีวิตอยู่กับธรรมชาติ สุขภาพก็ดี ชีวิตก็ปกติสุข

คนที่รู้สึกอึดอัดไม่สบายด้วยเหตุใด ลองเดินดูของขายในตลาดสด มีความรู้เรื่องกินอยู่บ้าง ก็เลือกหาของกินมาทำกินเอง ประหยัดและถูกอนามัย ของสดที่เห็นนั้นง่ายๆ เราสามารถมาปลูกกินเองก็ได้ กินของทำเองสะอาด ความรู้สึกอึดอัดก็หายไป อายุก็ยืนยาว

พื้นแผ่นดินไทย ปลูกพืชพันธุ์ใดลงไปก็งอกงาม ผลิตผลได้กินตลอดเวลา สมกับคำที่ว่า

“เมืองไทยใหญ่อุดม ดินดีสมเป็นนาสวน”

ถ้าขยันสักหน่อย เราก็มีอยู่มีกิน ไม่ต้องกลัวอดตาย

สรรพคุณทางยา
มีคุณสมบัติเป็นยาช่วยระบาย จึงเหมาะแก่ผู้ที่มีอาการท้องผูก หรือเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร มักรับประทานเป็นอาหารปลอดสารพิษ อาหารเพื่อสุขภาพ
มีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นตัวการทำร้ายระบบภูมิคุ้มกันโรคและเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย เพราะอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างโคเอนไซน์คิว ช่วยลดความเสี่ยงจะเกิดโรคและไม่เจ็บป่วยง่าย ป้องกันไม่ให้อวัยวะต่างๆ เสื่อมเร็วกว่าเวลาอันควร
มีวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินบี 3 ซึ่งมีความสำคัญเพราะคนเราต้องการทุกวัน เพื่อช่วยบำรุงร่างกาย เพื่อพลังกาย ดูแลสมองช่วยให้ความจำดี แก้อาการปวดหัว
บำรุงกระดูกและฟัน เพราะมีทั้งธาตุแคลเซียมและธาตุฟอสฟอรัสที่มีหน้าที่ในการช่วยเสริมสร้างให้กระดูกและฟันแข็งแรง
มีวิตามินซี ที่มีความสำคัญคอยปกป้องเซลล์ในร่างกายไม่ให้อ่อนแอ ช่วยชะลอความแก่ และป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ลดความเสี่ยงจะเกิดโรคมะเร็งได้

slot

การเลือก “ดอกชมจันทร์” มาประกอบอาหารสุขภาพ
ต้นชมจันทร์ เป็นพืชที่ปลูกได้ไม่ยาก เจริญเติบโตง่าย แถมยังมีแมลงมารบกวนน้อยมาก จึงไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีใดๆทั้งสิ้น การจะนำมาใช้ประโยชน์ในด้านไหนก็รู้สึกถึงได้ความปลอดภัยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการใช้นำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย อาทิ การผัดน้ำมันหอย ลวกจิ้มน้ำพริก ชุบแป้งทอด แกงจืด แกงส้ม ทั้งยังเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆได้ดี

ข้อควรระวัง! ก่อนรับประทาน
เนื่องจากดอกชมจันทร์มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ สำหรับผู้ที่มีธาตุอ่อน หากรับประทานมากอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียนได้ จึงควรเด็ดเอาเกสรที่ติดอยู่กับขั้วดอกชมจันทร์ออกเสียก่อน แล้วค่อยนำไปทำอาหาร จะช่วยให้รับประทานได้โดยไม่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว แต่หากยังคงมีอาการควรหยุดกินแล้วรีบพบแพทย์

คุณค่าทางโภชนาการของดอกชมจันทร์ ขนาด 100 กรัม
ให้พลังงาน 34.91 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย วิตามินบี 1 0.04 มิลลิกรัม แคลเซียม 22.74 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.05 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 34.42 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 1.25 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.05 มิลลิกรัม วิตามินซี 0.09 มิลลิกรัม วิตามินเอ 136.11 มิลลิกรัม โคเอนไซม์คิว 0.28 มิลลิกรัมมีสารต้านอนุมูลอิสระ