cathedraledetunis

Day: July 26, 2021

แนะนำวงแหวนคุมกําเนิด

วงแหวนคุมกําเนิด หรือ วงแหวนช่องคลอด (Birth Control Ring) คือ วงแหวนสำหรับใส่ช่องคลอดที่เรียกว่า “นูวาริง” (NuvaRing®) มีลักษณะเป็นแหวนพลาสติกขนาดเท่ากำไลข้อมือ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5.5 เซนติเมตร (มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 54 มิลลิเมตร และมีความหนา 4 มิลลิเมตร) ผลิตมาจากวัสดุที่เรียกว่า “เอธิลีนไวนิลอะซิเตทโคโพลิเมอร์” ซึ่งผิวมีลักษณะเรียบ โปร่งใส ไม่มีสี ตัววงแหวนนุ่มและยืดหยุ่น ไม่ละลายในร่างกาย ภายในวงแหวนพลาสติกจะบรรจุไปด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจนคล้ายกับยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมที่ใช้กันอยู่ โดยจะประกอบไปด้วย Etonogestrel (โปรเจสโตรรเจน) 11.7 มิลลิกรัม และ Ethinyl estradiol (เอสโตรเจน) 2.7 มิลลิกรัม โดยมีไว้ใช้สำหรับใส่เข้าไปในช่องคลอดและฮอร์โมนจะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเพื่อช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ ซึ่งในปัจจุบันในบ้านเราเริ่มมีใช้กันแล้วนะครับ

เครดิตฟรี

การทำงานของวงแหวนคุมกำเนิด
วงแหวนคุมกำเนิดจะใช้สำหรับใส่เอาไว้ในช่องคลอดเดือนละ 3 สัปดาห์ หรือ 21 วัน (ใส่วงแหวนวันแรกที่มีประจำเดือน) หลังจากใส่เข้าไปแล้ว ฮอร์โมน Etonogestrel (โปรเจสโตเจน) และ Ethinyl estradiol (เอสโตรเจน) ที่มีอยู่ในวงแหวนจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดทันที โดยจะปล่อยฮอร์โมนออกมาในปริมาณต่ำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ (ปล่อยฮอร์โมน Etonogestrel วันละ 0.12 มิลลิกรัม และปล่อย Ethinyl estradiol วันละ 0.015 มิลลิกรัม) ซึ่งฮอร์โมนที่ถูกปล่อยออกมานั้นจะไปยับยั้งรังไข่ในการปล่อยไข่ออกมาแต่ละเดือน จึงทำให้ไม่เกิดการตั้งครรภ์ พอครบ 21 วันแล้วก็ถอดออกมา 7 วันเพื่อเป็นการพักร่างกาย (หลังจากถอดวงแหวนคุมกำเนิดออกประมาณ 2-3 วัน ประจำเดือนก็จะเริ่มมา แต่มาไม่มากหรือเพียงบางเบา) เมื่อครบเจ็ดวันแล้วจะต้องใส่วงแหวนเข้าไปในช่องคลอดใหม่ จนครบ 21 วัน แล้วก็ถอดออกเว้นไปอีก 7 วัน แล้วจึงค่อยใส่วงแหวนเข้าไปใหม่
วงแหวนใส่ช่องคลอด

แหวนคุมกำเนิด

ประสิทธิภาพของวงแหวนคุมกำเนิด
ตามหลักแล้วการใช้วงแหวนคุมกำเนิดอย่างถูกต้อง (Perfect use) จะมีโอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้เพียง 0.3% ซึ่งหมายความว่า จำนวนการตั้งครรภ์ต่อปี (first year of use) ของสตรีที่คุมกำเนิดด้วยการใช้วงแหวนคุมกำเนิดจำนวน 1,000 คน จะมีโอกาสตั้งครรภ์ประมาณ 3 คน แต่โดยทั่วไปแล้วจากการใช้งานจริง (Typical use) กลับพบว่าอัตราการล้มเหลวทำเกิดการให้ตั้งครรภ์จะเพิ่มสูงมากขึ้นเป็น 9% หรือคิดเป็น 1 ใน 11 คน จากผู้ที่คุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก็คือจะต้องไม่ลืมถอดออกและใส่กลับคืนให้ถูกเวลา ส่วนด้านล่างนี้เป็นตารางเปรียบเทียบระหว่างการคุมกำเนิดด้วยวิธีการใช้วงแหวนคุมกำเนิดกับวิธีการคุมกำเนิดแบบอื่น ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจครับ

สล็อต

ผู้ที่ไม่ควรใช้วงแหวนคุมกำเนิด
ผู้ที่สงสัยว่าตัวเองตั้งครรภ์ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้
ผู้ที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรนบางประเภท, มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดอุดตัน เช่น โรคอ้วน เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หลอดเลือดอักเสบ มีเลือดอุดตันที่ขา รวมถึงเส้นเลือดในสมองแตก หรือหัวใจวาย, โรคตับหรือตับทำงานผิดปกติ, เป็นมะเร็งเต้านม, มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ที่มีพยาธิสภาพทางการแพทย์บางประการซึ่งจำกัดให้ไม่สามารถใส่วงแหวนคุมกำเนิดได้ รวมไปถึงผู้ที่ให้นมทารกที่ต่ำกว่า 6 เดือน
นอกจากนี้ตัวยาบางชนิดอาจเป็นตัวยับยั้งประสิทธิภาพการทำงานของวงแหวนคุมกำเนิดได้ อย่างไรก็ตามคุณควรปรึกษาแพทย์ให้แน่ใจก่อนว่าการใช้วงแหวนคุมกำเนิดมีอันตรายหรือไม่ เพราะแพทย์เท่านั้นที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องก่อนที่คุณจะตัดสินใจ

วิธีใช้วงแหวนคุมกำเนิด
ขั้นตอนการใส่วงแหวนคุมกำเนิด : ให้เริ่มใส่ห่วงอนามัยในวันแรกของการมีเลือดประจำเดือนออกมา ในขั้นตอนแรกให้ล้างมือให้สะอาด ฉีกซองออก แล้วหยิบวงแหวนออกมา จากนั้นบีบวงแหวนเข้าหากันด้วยนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ แล้วจึงค่อย ๆ สอดวงแหวนเข้าไปในช่องคลอด (ให้เลือกท่าที่จะใส่ได้สะดวก เช่น การนั่งยอง ๆ หรือการนอนหงายชันขาขึ้นทั้งสองข้าง) แล้วใช้นิ้วชี้ดันเข้าไปให้สุด หากใส่แล้วรู้สึกระคาย ให้ดันวงแหวนให้ลึกเข้าไปในช่องคลอดอีก (เมื่อใส่วงแหวนเข้าไปแล้วสตรีส่วนมากมักจะไม่รู้สึกว่าใส่วงแหวนคุมกำเนิดอยู่) ซึ่งกล้ามเนื้อช่องคลอดจะช่วยยึดวงแหวนเอาไว้ไม่ให้วงแหวนเคลื่อนหลุดออกมา แม้ว่าจะเป็นเวลาออกกำลังกายหรือเวลามีเพศสัมพันธ์ก็ตาม (ส่วนข้อมูลจากหนังสือคู่มือตั้งครรภ์และเตรียมคลอด หน้า 449 ของ นพ.สุวชัย อินทรประเสริฐ ระบุว่า ในกรณีที่ต้องการมีเพศสัมพันธ์ก็ให้เอาวงแหวนออก หลังจากเสร็จภารกิจแล้วก็ใส่กลับเข้าไปใหม่) แต่ในการใส่วงแหวนคุมกำเนิดครั้งแรกนั้นจะยังไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ทันที ดังนั้นในช่วง 7 วันแรกของการใส่วงแหวน จึงต้องใช้วิธีการคุมกำเนิดแบบอื่นร่วมด้วยเสมอ เช่น การสวมถุงยางอนามัย หรืองดการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงระยะนั้น

วิธีใส่วงแหวนคุมกำเนิด

สล็อตออนไลน์

สำหรับการเริ่มใส่วงแหวนคุมกำเนิด อาจมีข้อแตกต่างออกไปบ้าง ขึ้นอยู่กับวิธีการคุมกำเนิดเดิมที่เคยใช้มาก่อน ดังนี้

หากยังไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีใดมาก่อน ให้เริ่มใส่วงแหวนคุมกำเนิดครั้งแรกได้ในวันแรกของการมีประจำเดือน
หากใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมในเดือนที่ผ่านมา ให้เริ่มใส่วงแหวนคุมกำเนิดได้อย่างช้าที่สุดในวันถัดจากวันสุดท้ายในระยะหยุดยา (แบบ 21 เม็ด) แต่ถ้ายาคุมกำเนิดที่ใช้เป็นแบบ 28 เม็ด ให้เริ่มใส่วงแหวนคุมกำเนิดได้อย่างช้าที่สุดในวันถัดจากวันที่รับประทานยาที่ไม่มีสารออกฤทธิ์เม็ดสุดท้าย
หากใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยวในเดือนที่ผ่านมา สามารถหยุดใช้ยาคุมกำเนิดในวันใดก็ได้ และเริ่มใส่วงแหวนคุมกำเนิดในวันถัดมา ณ เวลาเดียวกันกับที่รับประทานยาตามปกติ
ถ้าใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดมาก่อนในช่วงเดือนที่ผ่านมา ให้ใช้วงแหวนคุมกำเนิดได้ในวันถัดจากวันที่พักการใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด
ในกรณีที่คุมกำเนิดด้วยการฉีดยาคุมกำเนิด ใช้ยาฝังคุมกำเนิด หรือใช้ห่วงอนามัยคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว ในเดือนที่ผ่านมา ให้เริ่มใส่วงแหวนคุมกำเนิดได้เมื่อถึงกำหนดวันที่ต้องฉีดยาคุมครั้งต่อไป หรือในวันที่ถอดยาฝังคุมกำเนิดออก หรือในวันที่ถอดห่วงคุมกำเนิด
สตรีหลังคลอดบุตร จะต้องรอจนกว่าเลือดประจำเดือนมาเป็นปกติครั้งแรกก่อน จึงจะเริ่มใส่วงแหวนคุมกำเนิดได้ แต่บางครั้งอาจจะเริ่มใส่ได้เร็วกว่านี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ โดยเฉพาะช่วงที่กำลังให้นมบุตรและต้องการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้จะต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ส่วนสตรีหลังแท้งบุตรคุณควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์
ขั้นตอนการถอดวงแหวนคุมกำเนิด : ในการถอดวงแหวนให้ถอดโดยใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลางสอดเข้าไปในช่องคลอด และเกี่ยวรอบวงแหวน พร้อมกับดึงวงแหวนออกมาตามภาพ

jumboslot

วิธีถอดวงแหวนคุมกำเนิด

หากลืมใส่วงแหวนควรทำอย่างไร ? : ในกรณีที่ถอดออกมาเป็นเวลาน้อยกว่า 24 ชั่วโมง ให้ล้างวงแหวนด้วยน้ำให้สะอาดและรีบใส่กลับไปทันที (ในระหว่างนี้การคุมกำเนิดยังได้ผลดีอยู่) แต่หากวงแหวนอยู่นอกช่องคลอดนานเกินกว่า 24 ชั่วโมง ก็ให้รีบใส่กลับเข้าไปทันทีที่จำได้ และใช้วิธีการคุมกำเนิดแบบอื่นร่วมด้วยเป็นระยะเวลา 7 วัน แต่ถ้าวงแหวนอยู่นอกช่องคลอดนานเกินกว่า 24 ชั่วโมง ในระหว่าง “สัปดาห์ที่ 3” ให้รีบใส่วงแหวนกลับเข้าไปทันที และต้องเริ่มนับเป็นอีก 3 สัปดาห์ใหม่ ซึ่งประจำเดือนอาจมาไม่เหมือนประจำเดือนปกติ หรืออาจมาแค่เป็นจุด ๆ ส่วนในกรณีที่ลืมใส่วงแหวนคุมกำเนิดนานเกินกว่า 24 ชั่วโมง “หลังจากที่เว้นช่วงไม่ได้ใส่มาเป็นเวลา 1 สัปดาห์” ให้รีบใส่วงแหวนเข้าไปทันทีที่จำได้ และใช้วิธีการคุมกำเนิดแบบอื่นร่วมด้วยเป็นระยะเวลา 7 วัน เช่น การสวมถุงยางอนามัย หรืองดการมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น (ถ้ามีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันในช่วง 7 วันที่เอาห่วงออก อาจเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้ คุณควรพิจารณาใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายยาโดยไม่ต้องมีใบสั่งของแพทย์)

สามารถหาซื้อวงแหวนคุมกำเนิดได้ที่ใด ? : คุณจำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อขอใบสั่งใช้วงแหวนคุมกำเนิด แล้วจึงนำใบสั่งนั้นไปซื้อวงแหวนคุมกำเนิดได้ที่ร้านขายยาขนาดใหญ่ทั่วไป ซึ่งมีราคาประมาณวงละ 400-500 บาท

วงแหวนช่องคลอด

ผลข้างเคียงของวงแหวนคุมกำเนิด
ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะรู้สึกเป็นปกติหลังจากใช้วงแหวนคุมกำเนิด แต่ในบางรายก็ทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติ เช่น อาจมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน รู้สึกเจ็บเต้านม เป็นต้น แต่อาการเหล่านี้มักจะหายไปเองหลังจาก 1-2 เดือน ส่วนผลข้างเคียงรุนแรงเนื่องจากการใส่วงแหวนในช่องคลอดมักจะไม่ค่อยมี อย่างไรก็ตาม คุณควรปรึกษาแพทย์ทันทีหากมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้น

slot

ข้อดีของวงแหวนคุมกำเนิด
เป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูงเทียบเท่ากับการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม
เหมาะสำหรับผู้หญิงทุกคนที่ต้องการความสะดวกในการคุมกำเนิด หรือมักลืมรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นประจำ
ช่วยลดอาการข้างเคียงจากฮอร์โมน เนื่องจากตัววงแหวนจะค่อย ๆ ปลดปล่อยฮอร์โมนออกมาในระดับต่ำและคงที่ จึงช่วยลดอาการข้างเคียงต่าง ๆ จากฮอร์โมนได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เลือดออกกะปริดกะปรอย ช่วยลดสิว ลดหน้ามัน ลดขนดก และไม่มีผลต่อน้ำหนักตัวแต่อย่างใด
สวมใส่และถอดออกได้ง่ายด้วยตัวเอง (คล้ายกับการเหน็บยาในช่องคลอด)
ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ
สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ โดยไม่มีผลต่อความรู้สึกทางเพศ หรือทำให้เกิดการระคายเคืองหรือมีผลข้างเคียงใด ๆ ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง (ไม่ทำให้เกิดการตกขาวหรือติดเชื้อในช่องคลอด แต่จะทำให้สภาวะแวดล้อมในช่องคลอดเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อช่องคลอด จึงทำให้ช่องคลอดไม่แห้ง การตกขาวติดเชื้อจึงเกิดได้น้อยลง)
เป็นการดูดซึมฮอร์โมนเฉพาะที่ จึงไม่รบกวนระบบการทำงานของร่างกายทั้งหมด ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ณ ขณะนี้ยอดขายวงแหวนคุมกำเนิดใน USA เพิ่มขึ้นสูงมาก เพราะมีผลสำรวจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ที่พบว่า การคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ง่ายต่อการใส่และถอดออก และไม่มีผลกระทบต่อการมีเพศสัมพันธ์ และผู้หญิงมากกว่า 97% ยังรู้สึกพึงพอใจมากกับการใช้วงแหวนคุมกำเนิดนี้ด้วย
ข้อเสียของวงแหวนคุมกำเนิด
แม้ในปัจจุบันวงแหวนคุมกำเนิดจะมีขายตามร้านขายยาก็ตาม แต่ก็ยังจำเป็นต้องใช้ใบสั่งของแพทย์ในการซื้อ
ในครั้งแรกที่ใส่วงแหวนคุมกำเนิด จะยังไม่สามารถคุมกำเนิดได้ทันที จำเป็นต้องใช้วิธีการคุมกำเนิดแบบอื่นร่วมด้วย
ในบางรายใส่แล้วอาจเกิดการระคายเคืองช่องคลอด ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสการติดเชื้อในช่องคลอดและทำให้มีตกขาวมากขึ้นได้
ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้

ประสิทธิภาพของยาฆ่าอสุจิ

ยาฆ่าเชื้ออสุจิ หรือ ยาฆ่าอสุจิ (Spermicide) คือ การคุมกำเนิดแบบชั่วคราววิธีหนึ่ง ที่มีความปลอดภัย โอกาสเกิดผลข้างเคียงมีน้อย โดยเป็นการใส่ยาเข้าไปในช่องคลอดก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อให้ตัวยาทำลายหรือฆ่าเชื้ออสุจิหลังจากการมีเพศสัมพันธ์และมีการหลั่งน้ำอสุจิในช่องคลอด ตัวยาจะทำให้เชื้ออสุจิที่อยู่ในช่องคลอดตาย ทำให้ไม่สามารถเข้าสู่มดลูกไปผสมกับไข่ได้ เมื่อไม่มีการผสมกับไข่ จึงไม่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ ซึ่งยาฆ่าเชื้ออสุจิที่นำมาใช้กันในปัจจุบันก็มีอยู่หลากหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น ยาเหน็บช่องคลอด ยาเม็ดฟองฟู่ ฟองอัดในกระป๋อง ครีม เยลลี่ เป็นต้น

เครดิตฟรี

รูปแบบของยาฆ่าเชื้ออสุจิ
สารที่นิยมนำมาใช้ทำเป็นยาฆ่าอสุจิมากที่สุด คือ Nonoxynol-9 (สารประกอบอินทรีย์ที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้ออสุจิได้) ซึ่งมีอยู่ในผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ เช่น ยาเม็ดฟองฟู่, ฟองอัดในกระป๋อง, ยาเหน็บช่องคลอด, แบบเยลลี่, แบบครีม, แบบโฟม (โดยการฉีดจากกระป๋อง), แบบแผ่นฟิล์มบาง ๆ เป็นต้น ซึ่งเมื่อสอดหรือใส่ยาเข้าไปในช่องคลอดของสตรีแล้ว ตัวยาจะเข้าไปเคลือบบริเวณปากมดลูกและคอยทำลายเชื้ออสุจิที่ผ่านเข้ามา เพื่อป้องกันไม่ให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้

นอกจากรูปแบบดังที่กล่าวมาแล้ว ยาฆ่าเชื้ออสุจิยังมีอยู่ในรูปแบบอื่น ๆ อีกด้วย คือ การเคลือบยาฆ่าเชื้ออสุจิในถุงยางอนามัยของฝ่ายชาย และเคลือบยาฆ่าเชื้ออสุจิในฟองน้ำคุมกำเนิดสตรี (Contraceptive sponge ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่มีลักษณะเป็นก้อนกลมที่มีรูพรุนเล็ก ๆ จำนวนมากคล้ายฟองน้ำ และเคลือบไปด้วยสารฆ่าเชื้ออสุจิ เมื่อใส่เข้าไปในช่องคลอดโดยให้ไปคลุมอยู่ที่ปากมดลูกเพื่อช่วยคุมกำเนิด) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดให้ดียิ่งขึ้น

การออกฤทธิ์ของยาฆ่าเชื้ออสุจิ
สารฆ่าอสุจิจะไปทำให้ตัวอสุจิไม่เคลื่อนไหว ทำลายหรือฆ่าตัวอสุจิ ทำให้ตัวอสุจิไม่สามารถผ่านปากโพรงมดลูกเข้าไปผสมกับไข่ของฝ่ายหญิงได้

สล็อต

ประสิทธิภาพของยาฆ่าเชื้ออสุจิ
ตามหลักแล้วการใช้ยาฆ่าเชื้ออสุจิอย่างถูกต้อง (Perfect use) จะมีโอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 18% ซึ่งหมายความว่า จำนวนการตั้งครรภ์ต่อปี (first year of use) ของสตรีที่คุมกำเนิดด้วยการใช้ยาฆ่าเชื้ออสุจิจำนวน 100 คน จะมีโอกาสตั้งครรภ์ประมาณ 18 คน แต่โดยทั่วไปแล้วจากการใช้งานจริง (Typical use) กลับพบว่าอัตราการล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์จะเพิ่มสูงมากขึ้นเป็น 28% หรือคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 คน จากผู้ที่คุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ (วิธีนี้เป็นวิธีที่มีโอกาสล้มเหลวสูงสุดของการคุมกำเนิดด้วยวิธีทางการแพทย์) ซึ่งสาเหตุก็น่าจะมาจากการใช้ยาที่ไม่ถูกต้อง สอดยาตื้นเกินไป หรือมีเพศสัมพันธ์ก่อนที่ตัวยาจะออกฤทธิ์อย่างเต็มที่ องค์การอนามัยโลกจึงมีคำแนะนำว่า ควรใช้ยาฆ่าเชื้ออสุจิร่วมกับวิธีการคุมกำเนิดอย่างอื่นอยู่เสมอ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดให้มีมากขึ้น เช่น การสวมถุงยางอนามัย, หมวกครอบปากมดลูก, การคุมกำเนิดด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การนับวัน การหลั่งนอก เป็นต้น ส่วนด้านล่างนี้เป็นตารางเปรียบเทียบระหว่างการคุมกำเนิดด้วยวิธีการใช้ยาฆ่าเชื้ออสุจิกับวิธีการคุมกำเนิดแบบอื่น ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจครับ

ผู้ที่เหมาะจะใช้ยาฆ่าเชื้ออสุจิ
คู่ที่นาน ๆ จะมีเพศสัมพันธ์กันสักครั้ง
คู่ที่ฝ่ายชายไม่ยอมใช้ถุงยางอนามัย แต่ฝ่ายหญิงต้องการที่จะคุมกำเนิด
ผู้ที่พร้อมจะยอมรับการตั้งครรภ์ หากการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ล้มเหลว
ผู้ที่ไม่สะดวกเข้ารับบริการการวางแผนครอบครัวจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ เช่น การฉีดยาคุมกำเนิด การฝังยาคุมกำเนิด การใส่ห่วงอนามัย เป็นต้น
ผู้ที่ไม่ควรใช้ยาฆ่าเชื้ออสุจิ
ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) หรือโรคเอดส์ หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ เช่น ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีหรือมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากยาฆ่าอสุจินี้อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองทั้งในผนังช่องคลอดหรือที่อวัยวะเพศของฝ่ายชาย หรือทำให้เกิดรอยแผลหรือรอยถลอกได้ ซึ่งจะทำให้มีโอกาสแพร่เชื้อหรือติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
คู่ที่มีเพศสัมพันธ์กันบ่อย ๆ เพราะการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้มีโอกาสล้มเหลวได้สูง และยานี้ก็ต้องใช้ทุกครั้งก่อนการมีเพศสัมพันธ์ จึงอาจทำให้ไม่สะดวก

สล็อตออนไลน์

วิธีใช้ยาฆ่าเชื้ออสุจิ
การใช้ยาหรือสารฆ่าอสุจิจะต้องใส่เข้าไปในช่องคลอดก่อนการมีเพศสัมพันธ์เสมอ โดยทั่วไปแล้วจะต้องใส่ยาเข้าไปในช่องคลอดให้ลึกที่สุดจนถึงบริเวณปากมดลูกก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ยากระจายตัวได้ทั่วช่องคลอด ถ้าเป็นพวกฟองฟู่จะกระจายตัวได้เร็วกว่ายาแบบครีมและแบบเหน็บ โดยจะมีฤทธิ์ในการคุมกำเนิดได้ประมาณ 30-60 นาที การใส่ยาครั้งหนึ่งจะสามารถช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้สำหรับการร่วมเพศเพียง 1 ครั้งเท่านั้น เนื่องจากตัวยามีฤทธิ์อ่อนและต้องใช้เวลาในการฆ่าอสุจิ ถ้าหากมีการร่วมเพศซ้ำจะต้องใส่ยาอีกครั้ง และหลังจากร่วมเพศเสร็จใหม่ ๆ ไม่ควรรีบสวนล้างช่องคลอด เพราะน้ำจะไปละลายตัวยาออกมา ทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง ถ้าต้องการสวนล้างช่องคลอดก็ให้ทำภายหลังการร่วมเพศประมาณ 6-8 ชั่วโมงขึ้นไป นอกจากนี้หลังจากใส่ยาแล้วก็ไม่ควรจะลุก ยืน เดิน หรือไปนั่งถ่ายปัสสาวะ/อุจจาระ จนกว่าจะมีเพศสัมพันธ์เรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาไหลออกมา ดังนั้น ก่อนจะใส่ยาเข้าไปในช่องคลอดทุกครั้ง ก็ควรจะทำอะไรให้เรียบร้อยเสียก่อน

วิธีใช้ยาฆ่าเชื้ออสุจิ

โดยรูปแบบของยาฆ่าอสุจิก็มีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน ผู้ใช้ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่เขียนแนะนำไว้ในฉลากอย่างเคร่งครัด เพราะยาแต่ละรูปแบบจะมีวิธีการใช้ ขนาดของยาที่ใช้ และระยะเวลาที่ต้องใส่แตกต่างกันออกไป เช่น

ยาฆ่าเชื้ออสุจิชนิดเม็ด : วิธีการใช้จะเหมือนการใช้ยาสอดช่องคลอดทั่วไป โดยให้นั่งยอง ๆ หรือนอนชันเข่า แล้วใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งจับยาสอดเข้าไปในช่องคลอด และใช้นิ้วชี้ดันเข้าไปในช่องคลอดให้ลึกมากที่สุด
ยาฆ่าตัวอสุจิ

ยาเม็ดฟองฟู่ฆ่าเชื้ออสุจิ (Foam Tablet) : มีลักษณะเป็นเม็ดกลม มีรูตรงกลาง มีขนาดเท่ายารับประทานทั่วไป ก่อนใช้ต้องนำไปจุ่มน้ำสะอาด ให้ยาเม็ดชุ่มน้ำพอสมควร แล้วจึงสอดเข้าไปในช่องคลอดให้ลึกที่สุด แล้วรอประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้ยาละลายกลายเป็นฟองอยู่ในช่องคลอด ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์
ยาฆ่าเชื้ออสุจิชนิดฟอง (Aerosol Foams) : มีลักษณะเป็นฟองอัดอยู่ในขวด เป็นยาฆ่าอสุจิที่มีการกระจายตัวในช่องคลอดได้ดี ตัวฟองสามารถกระจายไปคลุมช่องคลอดและปากมดลูกได้เร็วมาก แต่ต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์ประกอบคือหลอดฉีดฟอง (ลักษณะคล้ายหลอดฉีดยา) โดยใช้หลอดดูดฟองออกมาจากกระป๋องที่มีฟองบรรจุอยู่ จากนั้นสอดหลอดฉีดยาเข้าไปในช่องคลอดให้ลึกที่สุด แล้วขยับกลับมา 1 นิ้วฟุต ก่อนที่จะดันหลอดฉีดฟองอัดเข้าไปในช่องคลอด (ปกติท่าที่ใส่ยาได้ง่าย คือ ท่านอนหงาย หรือท่านั่งยอง ๆ) ซึ่งตัวยาจะเริ่มมีผลในการคุมกำเนิดได้ภายใน 2-3 นาทีหลังใส่ และป้องกันการคุมกำเนิดได้ประมาณ 1 ชั่วโมง
ยาฆ่าเชื้ออสุจิชนิดฟอง

jumboslot

ยาฆ่าเชื้ออสุจิในรูปแบบครีมหรือเยลลี่ (Cream and Jellies) : ยารูปแบบนี้จะมีแท่งพลาสติกที่ใช้บรรจุยา ใช้สำหรับสอดแท่งพลาสติกเข้าไปในช่องคลอด แล้วจึงดันยาออกจากหลอดให้มาอยู่ช่องคลอด แล้วรอประมาณ 10-15 นาที ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์
ครีมฆ่าเชื้ออสุจิ

ฟองน้ำคุมกำเนิด (Contraceptive Sponge) : เป็นสารสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ที่มีลักษณะเป็นสารปรุพรุนและเคลือบไปด้วยน้ำยาฆ่าอสุจิ ตัวฟองน้ำจะมีลักษณะเป็นรูปกลม รูปรี หรือเป็นรูปคล้ายโดนัท ใช้สำหรับสอดใส่ในช่องคลอดให้ลึกที่สุดเพื่อช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ แต่การใช้จะต้องสอดเข้าไปในช่องคลอดให้ถูกวิธีก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ สามารถใส่ไว้ในช่องคลอดได้ 1 วัน ในระหว่างนี้ถ้ามีการร่วมเพศหลายครั้งก็ไม่จำเป็นต้องใส่ยาเพิ่ม แต่การจะเอาฟองน้ำออกก็ต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 6 ชั่วโมงขึ้นไปหลังจากมีเพศสัมพันธ์ เพื่อให้ตัวยาได้ทำลายอสุจิให้หมด แต่ฟองน้ำที่ว่านี้ในบ้านเรายังไม่มีขายนะครับ คงต้องรอไปก่อน และใช้วิธีคุมกำเนิดแบบอื่นแทน
ฟองน้ำคุมกำเนิด

ยาฆ่าเชื้ออสุจิชนิดแผ่นฟิล์ม (Contraceptive Film)
ยาฆ่าเชื้ออสุจิชนิดแผ่นฟิล์ม

ผลข้างเคียงของยาฆ่าเชื้ออสุจิ
อาจทำให้เกิดการแพ้ยาฆ่าเชื้ออสุจิได้ โดยอาจทำให้เกิดการระคายเคือง บวมแดง ทั้งต่อช่องคลอดของสตรีและต่ออวัยวะเพศชาย
หากเกิดเป็นแผลถลอกที่เกิดจากการระคายเคือง จะทำให้เกิดการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ได้ง่ายมากขึ้น
อาจทำให้เกิดการติดเชื้อยีสต์หรือเชื้อราในช่องคลอดได้ง่ายขึ้น
อาจทำให้เกิดการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะได้ง่ายขึ้น
มีโอกาสเกิดช่องคลอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรียประจำถิ่น หรือที่เรียกว่าโรค Bacterial Vaginosis ได้มากขึ้น

slot

ข้อดีของยาฆ่าเชื้ออสุจิ
เป็นยาที่ใช้ได้ง่าย สามารถใช้ได้ด้วยตนเองหรือคู่นอน ไม่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรทางการแพทย์
มีราคาไม่แพง หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์
ยานี้มีความปลอดภัยสูง โอกาสเกิดอาการแทรกซ้อนมีน้อย
ไม่มีผลข้างเคียงจากการใช้ฮอร์โมนเหมือนการคุมกำเนิดแบบอื่น เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฝังคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด เป็นต้น
เหมาะสำหรับคู่สมรสที่ไม่ได้พบกันบ่อย เพราะจะใช้เฉพาะเวลาร่วมเพศเท่านั้น ถ้าใช้วิธีนี้ร่วมกับการป้องกันอย่างอื่น เช่น การนับวันปลอดภัย หลั่งภายนอก หรือสวมถุงยางอนามัย ก็จะช่วยให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูงขึ้นด้วย
สามารถใช้ได้ในสตรีที่กำลังเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ข้อเสียของยาฆ่าเชื้ออสุจิ
ประสิทธิภาพในด้านการคุมกำเนิดยังไม่สูงนัก จะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากถ้าใส่ยาเข้าไปไม่ลึกพอ หรือยายังไม่กระจายตัวดีพอ หรือใช้ยาไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้จะใส่ยาไว้รอก็ไม่ได้ จะต้องใส่ยาในช่วงเวลาที่จำกัดเท่านั้น (10-15 นาที) ซึ่งอาจทำให้ขัดต่อความรู้สึกและอารมณ์ของทั้งคู่ได้
เนื่องจากการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้มีความเสี่ยงสูง การป้องกันการตั้งครรภ์จึงต้องใช้ร่วมกับวิธีการคุมกำเนิดแบบอื่นเสมอ เช่น การคุมกำเนิดแบบธรรมชาติ (เช่น การหลั่งนอก, นับวัน), การใช้ร่วมกับถุงยางอนามัย, หมวกครอบปากมดลูก (Cervical cap), แผ่นกั้นปากมดลูก (Diaphragm) เป็นต้น
ในบางคู่จะไม่นิยมใช้วิธีคุมกำเนิดรูปแบบนี้กันมากนัก เพราะยาที่ใส่เข้าไปอาจทำให้รู้สึกเหนียว แฉะ เปื้อน หรือมีการหล่อลื่นในช่องคลอดมากเกินไป จนก่อให้เกิดความรำคาญได้
ต้องใช้ทุกครั้งเมื่อจะมีเพศสัมพันธ์
ต้องทำความสะอาดอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการใช้ยาฆ่าเชื้ออสุจิทุกครั้ง เช่น หลอดฉีดโฟม หลอดฉีดของเหลวเข้าไปในช่องคลอด เป็นต้น
ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
ในรายที่แพ้ยา อาจทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคือง บวมแดง หรือแสบได้

หมวกครอบปากมดลูก

หมวกครอบปากมดลูก หรือ หมวกยางครอบปากมดลูก หรือ หมวกยางคุมกำเนิด (Cervical Cap) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับคุมกำเนิดแบบชั่วคราวชนิดหนึ่ง โดยจะมีลักษณะรูปร่างคล้ายกับฝาครอบปากมดลูก (Diaphragm) แต่จะมีขนาดเล็ก ใช้สำหรับสวมปิดครอบปากมดลูกได้พอดี

เครดิตฟรี

หมวกครอบปากมดลูกอาจทำจากยางธรรมชาติหรือสารสังเคราะห์หรือซิลิโคน (Silicone) ที่ไม่ระคายเคืองต่อผิวก็ได้ ผู้ใช้จึงไม่เกิดอาการแพ้ ยกเว้นในรายที่แพ้สารนั้น ๆ อยู่ก่อนแล้ว โดยหมวกครอบจะมีไว้ใช้ใส่เข้าไปในช่องคลอดให้ตัวหมวกไปสวมครอบที่ปากมดลูกก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวอสุจิวิ่งเข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อผสมกับไข่ ส่วนมากตัวหมวกจะมีการใส่ยาฆ่าเชื้ออสุจิไว้ด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดอีกทางหนึ่ง โดยเป็นตัวช่วยทำลายเชื้ออสุจิ

เปรียบเทียบระหว่างหมวกครอบปากมดลูกกับฝาครอบปากมดลูก : พบว่าทั้งสองแบบมีสิ่งที่เหมือนกันในเรื่องของหลักการทำงานในการคุมกำเนิด การใส่อุปกรณ์เข้าไปในช่องคลอดและถอดออกทำแบบเดียวกัน มีขั้นตอนการใส่และถอดออกคล้ายกัน ต้องใช้ร่วมกับยาฆ่าเชื้ออสุจิเหมือนกัน และมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดใกล้เคียงกัน ส่วนสิ่งที่แตกต่างกัน คือ เรื่องของขนาด โดยหมวกครอบปากมดลูกจะมีขนาดใหญ่กว่าฝาครอบปากมดลูก แต่หมวกครอบปากมดลูกจะครอบปากมดลูกได้สนิทกว่าฝาครอบปากมดลูก ในการใช้จึงอาจทำให้เกิดความมั่นใจมากกว่า ว่าจะไม่เลื่อนหรือหลุดออกมาตอนมีเพศสัมพันธ์ จึงไม่ขัดจังหวะการมีเพศสัมพันธ์ ส่วนภาพด้านล่างนี้คือหมวกครอบปากมดลูกแต่ละแบบครับ

หมวกยางครอบปากมดลูก

ประสิทธิภาพของหมวกครอบปากมดลูก
ตามหลักแล้วการใช้หมวกครอบปากมดลูกอย่างถูกต้องเหมาะสม (Perfect use) จะมีโอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 7.6% (FemCap), 9% (Prentif ในสตรีที่ไม่มีบุตร), 26% (Prentif ในสตรีที่มีบุตร), 5% (Lea’s Shield ในสตรีที่ไม่มีบุตร), 15% (Lea’s Shield ในสตรีที่มีบุตร) ซึ่งหมายความว่า จำนวนการตั้งครรภ์ต่อปี (first year of use) ของสตรีที่คุมกำเนิดด้วยการใช้หมวกครอบปากมดลูก จำนวน 100 คน จะมีโอกาสตั้งครรภ์ประมาณ 7.6, 9, 26, 5 และ 15 คน ตามลำดับ แต่โดยทั่วไปแล้วจากการใช้งานจริง (Typical use) กลับพบว่า อัตราการล้มเหลวทำเกิดการให้ตั้งครรภ์จะเพิ่มสูงมากขึ้นเป็น 16% และ 32% สำหรับหมวกครอบปากมดลูกชนิด Prentif ในสตรีที่มีบุตรและไม่มีบุตร ตามลำดับ หรือคิดเป็น 16 หรือ 32 ใน 100 คน (ส่วนหมวกครอบปากมดลูกชนิดอื่น ๆ ไม่มีข้อมูลการใช้ทั่วไปเป็นตัวเลขที่แน่ชัดครับ) จากผู้ที่คุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ ส่วนด้านล่างนี้เป็นตารางเปรียบเทียบระหว่างการคุมกำเนิดด้วยวิธีการใช้หมวกครอบปากมดลูกกับวิธีการคุมกำเนิดแบบอื่น ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจครับ

สล็อต

หมวกครอบปากมดลูกเหมาะกับใคร ?
สตรีที่ต้องการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว
สตรีที่มีข้อห้ามในการใช้วิธีการคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมน เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด ฯลฯ

ข้อห้ามในการใช้หมวกครอบปากมดลูก
ห้ามใช้หมวกครอบปากมดลูกในขณะที่กำลังมีประจำเดือน
หากมีการติดเชื้อในช่องคลอดหรือติดเชื้อที่ปากมดลูก ยิ่งไม่ควรใช้หมวกครอบปากมดลูก เพราะจะทำให้เกิดอาการเจ็บแสบเวลาใส่และถอด อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดบาดแผลเพิ่มเติม ทำให้ตกขาวคั่งค้างในช่องคลอดมากขึ้น นอกจากนี้การรักษาภาวะการอักเสบก็จะไม่ได้ผลดีตามไปด้วย ดังนั้น จึงควรรักษาการอักเสบติดเชื้อให้หายดีเสียก่อน แล้วจึงใช้หมวกครอบปากมดลูก
ไม่แนะนำให้ใช้หมวกครอบปากมดลูกในรายที่เป็นเด็กสาว เพราะใส่ยากและหลุดง่ายหากใส่ไม่ดี
ห้ามใส่ในกรณีที่ตรวจปากมดลูกพบเซลล์ผิดปกติ
วิธีใช้หมวกครอบปากมดลูก
การสวมใส่หมวกครอบปากมดลูก ฝ่ายหญิงสามารถสวมใส่หมวกครอบปากมดลูกเข้าไปในช่องคลอดได้ด้วยตัวเอง หรือจะให้ฝ่ายชายใส่ให้ก็ได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้

สล็อตออนไลน์

ล้างมือให้สะอาด และตรวจสอบความสมบูรณ์ของหมวกครอบปากมดลูกก่อนใช้ทุกครั้ง โดยให้ดูว่าตัวอุปกรณ์มีรูรั่ว รอยฉีกขาด หรือเว้าแหว่งผิดปกติหรือไม่ หากมีปัญหาจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลง อีกทั้งยังต้องใช้สารฆ่าเชื้ออสุจิร่วมกับหมวกครอบปากมดลูกด้วยเสมอ จึงต้องตรวจดูวันหมดอายุของยาฆ่าเชื้ออสุจิและหมวกครอบปากมดลูกด้วย
วิธีใส่หมวกครอบปากมดลูก
ให้แกะหมวกครอบปากมดลูกออกจากกล่องบรรจุและทาหรือใส่ยาฆ่าเชื้ออสุจิทั้งด้านในและด้านนอกของหมวกครอบปากมดลูก (ห้ามใส่แป้งหรือน้ำมันทุกชนิด เพราะจะทำให้ตัวอุปกรณ์เสียหาย)
วิธีใช้หมวกครอบปากมดลูก
เลือกใส่ในท่าที่สบาย โดยอาจจะเป็นท่านอนชันเข่า ท่านั่งยอง ๆ ท่ายืน หรือท่ายืนยกเข่า 1 ข้างบนเก้าอี้ก็ได้ แล้วจึงใช้นิ้วมือข้างที่ถนัดจับขอบหมวกครอบปากมดลูก บีบเข้าหากันเพื่อให้หมวกแคบลง แล้วจึงสอดเข้าไปในช่องคลอด ใส่นิ้วเข้าไปในช่องคลอดเพื่อจัดให้หมวกครอบปากมดลูกเข้าไปในครอบปากมดลูกพอดี
วิธีใส่หมวกยางครอบปากมดลูกวิธีใช้หมวกยางครอบปากมดลูก
หลังจากมีเพศสัมพันธ์เสร็จแล้ว ต้องใส่คาไว้ในช่องคลอดประมาณ 6-8 ชั่วโมงเพื่อให้ยาฆ่าเชื้ออสุจิทำงานก่อน (อย่าเพิ่งรีบร้อนเอาออก เพราะจะทำให้เชื้ออสุจิในช่องคลอดที่ยังไม่ตายจากยาฆ่าเชื้อวิ่งเข้าไปในโพรงมดลูกได้) เมื่อจะเอาหมวกครอบปากมดลูกออก ให้ค่อย ๆ ใช้นิ้วสอดเข้าไปล้วงเอาหมวกครอบปากมดลูกออกมา และหากจะมีการร่วมเพศซ้ำก็ควรใส่ยาฆ่าเชื้ออสุจิเข้าไปในช่องคลอดเพิ่มเติมด้วย (ไม่ควรทิ้งหมวกครอบปากมดลูกไว้ในช่องคลอดนานเกิน 24 ชั่วโมง)
เมื่อนำหมวกครอบปากมดลูกออกมา ให้นำไปล้างให้สะอาด ตากและเก็บไว้ในที่แห้ง เพื่อจะได้นำกลับมาใช้ได้ใหม่ แล้วล้างมือให้สะอาดก็เป็นอันเสร็จวิธีการ ส่วนการจะนำมาใช้ซ้ำได้กี่รอบก็ต้องอ่านจากเอกสารกำกับที่ข้างกล่อง เพราะหมวกครอบปากมดลูกในแต่ละรุ่นจะมีความแตกต่างกันที่ตัววัสดุที่นำมาใช้ แต่โดยทั่วไปแล้วหมวกครอบปากมดลูกจะทำมาจากวัสดุที่ทนทาน ไม่ฉีกขาดได้ง่าย และมีราคาพอประมาณ จึงสามารถนำมาใช้งานซ้ำได้หลายครั้งจนกว่าตัวหมวกจะฉีกขาดหรือหมดอายุจึงค่อยเปลี่ยนไปใช้ชิ้นใหม่ ถ้าจะถามว่าสามารถใช้งานได้ซ้ำกี่ครั้ง ก็คงไม่สามารถตอบได้ชัดเจน เพราะขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้และวิธีการดูแลรักษา
วิธีถอดหมวกยางครอบปากมดลูกวิธีถอดหมวกครอบปากมดลูก

jumboslot

หมวกครอบปากมดลูกมีผลต่อเพศสัมพันธ์หรือไม่ ?
การสวมใส่หมวกครอบปากมดลูกให้พอดีกับปากมดลูก จะไม่ทำให้เกิดปัญหาหรือมีผลต่อการมีเพศสัมพันธ์ของฝ่ายชาย ส่วนฝ่ายหญิงนั้น ในการใช้หมวกครอบปากมดลูกช่วงแรกอาจจะรู้สึกว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในช่องคลอด แต่ถ้าหากใช้จนชินแล้วก็น่าจะไม่มีปัญหาทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง คือ ไม่มีผลต่อการมีเพศสัมพันธ์ แต่อย่างไรก็ตามหากมีปัญหาเกิดขึ้นทั้ง 2 ฝ่ายก็ควรจะพูดคุยปรึกษาเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

หมวกครอบปากมดลูกหาซื้อได้ที่ใด ?
คุณสามารถหาซื้อหมวกครอบปากมดลูกได้ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่บางแห่งหรือตามร้านขายยาขนาดใหญ่ทั่วไป (เนื่องจากว่าอุปกรณ์ชนิดนี้จะมีอยู่ด้วยกันหลายขนาดและทำมาจากวัสดุที่แตกต่างกัน อายุการใช้งานก็แตกต่างกันไปและมีการใช้ซ้ำกันได้ ในการเลือกซื้อผู้ซื้อควรเลือกขนาดที่พอเหมาะสำหรับตัวเองก่อนจะตัดสินใจใช้งานจริง โดยจะมีทั้งขนาดเล็ก กลาง และขนาดใหญ่ จึงอาจต้องซื้อมาลองใส่ดูก่อนเพื่อหาขนาดที่เหมาะสมกับสรีระ)

ข้อดีของหมวกครอบปากมดลูก
ใช้เป็นวิธีการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว เหมาะสำหรับคู่สมรสที่ไม่ได้พบกันบ่อย เพราะจะใช้เฉพาะเวลามีเพศสัมพันธ์เท่านั้น
สามารถใช้ได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรทางการแพทย์
ตัวอุปกรณ์ไม่มีส่วนผสมของฮอร์โมน จึงทำให้ไม่เกิดผลข้างเคียงจากการคุมกำเนิดโดยใช้ฮอร์โมนเหมือนการคุมกำเนิดวิธีอื่น เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฝังคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด เป็นต้น

slot

ผลข้างเคียงของหมวกครอบปากมดลูกมีโอกาสเกิดได้น้อยมาก (ในบางรายอาจพบว่าแพ้ยาง มีอาการระคายเคืองอักเสบ บางรายพบว่ามีอาการทางเดินปัสสาวะอักเสบได้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเคยเป็นมาก่อนในอดีต)
หากเลือกใส่หมวกครอบปากมดลูกได้ถูกขนาดและอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องในช่องคลอด จะไม่มีปัญหาในขณะมีเพศสัมพันธ์
ทำให้มีประจำเดือนมาเป็นปกติ เพราะการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ไม่มีฮอร์โมนเป็นส่วนผสม
เมื่อหยุดใช้งาน ก็สามารถมีลูกได้ทันที

ข้อเสียของหมวกครอบปากมดลูก
หาซื้อได้ไม่สะดวก ขั้นตอนในการใส่หมวกครอบปากมดลูกจะค่อนข้างยุ่งยาก คือ ต้องใส่ก่อนการมีเพศสัมพันธ์และต้องมีการดึงอุปกรณ์ออกมาทำความสะอาดอีกเมื่อเสร็จภารกิจ
มีโอกาสล้มเหลวจากการคุมกำเนิดได้ง่าย แม้จะใช้อย่างถูกต้องก็ตาม แต่จะยิ่งมีโอกาสล้มเหลวมากขึ้นไปอีกหากใช้อย่างไม่ถูกต้องเหมาะสม
ในบางรายที่ใช้หมวกครอบปากมดลูกอาจระคายเคืองต่อสารที่ใช้ มีอาการคัน และทำให้มีตกขาวได้
หมวกครอบปากมดลูกที่ค้างอยู่ในช่องคลอดหลังการใช้ อาจเอาออกมาไม่ได้
ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ เนื่องจากช่องคลอดยังมีการสัมผัสกับอวัยวะเพศของฝ่ายชายอยู่

วิธีใส่ฝาครอบปากมดลูก

ฝาครอบปากมดลูก หรือ หมวกยางกั้นช่องคลอด หรือ ไดอะแฟรม (Diaphragm) คือ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับคุมกำเนิดในสตรีแบบชั่วคราวประเภทหนึ่ง ตัวฝาครอบนั้นผลิตมาจากวัสดุสังเคราะห์และจากธรรมชาติทั้งซิลิโคน (Silicone) Latex หรือยางธรรมชาติ มีลักษณะคล้ายรูปถ้วยตื้น ๆ ขนาดเล็กรูปทรงกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-10 เซนติเมตร ด้านหนึ่งตัน ส่วนอีกด้านหนึ่งเปิด ผนังบางและนิ่ม ที่ขอบเป็นวงแข็งกว่าส่วนอื่น เพื่อช่วยให้คงรูปอยู่ได้ด้านเดียว

เครดิตฟรี

ฝาครอบปากมดลูกมีไว้สำหรับใส่เข้าไปในช่องคลอดสตรีในลักษณะวางขวางหรือปิดทางเข้าในมดลูกก่อนการมีเพศสัมพันธ์ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เชื้ออสุจิผ่านเข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อผสมกับไข่ ส่วนมากแล้วตัวฝาครอบจะมีการใส่สารฆ่าเชื้ออสุจิเอาไว้ด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดอีกทางหนึ่ง โดยเป็นตัวช่วยทำลายเชื้ออสุจิ

ประสิทธิภาพของฝาครอบปากมดลูก
ตามหลักแล้วการใช้ฝาครอบปากมดลูกอย่างถูกต้องเหมาะสม (Perfect use) จะมีโอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 6% ซึ่งหมายความว่า จำนวนการตั้งครรภ์ต่อปี (first year of use) ของสตรีที่คุมกำเนิดด้วยการใช้ฝาครอบปากมดลูก จำนวน 100 คน จะมีโอกาสตั้งครรภ์ประมาณ 6 คน แต่โดยทั่วไปแล้วจากการใช้งานจริง (Typical use) กลับพบว่าอัตราการล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์จะเพิ่มสูงมากขึ้นเป็น 12% หรือคิดเป็น 12 ใน 100 คน จากผู้ที่คุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ ส่วนด้านล่างนี้เป็นตารางเปรียบเทียบระหว่างการคุมกำเนิดด้วยวิธีการใช้ฝาครอบปากมดลูกกับวิธีการคุมกำเนิดแบบอื่น ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจครับ

ฝาครอบปากมดลูกเหมาะกับใคร ?
สตรีที่ต้องการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว
สตรีที่มีข้อห้ามในการคุมกำเนิดโดยใช้ฮอร์โมน เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด ฯลฯ
ฝาครอบคุมกำเนิด

สล็อต

หมวกยางกั้นช่องคลอด

วิธีใช้ฝาครอบปากมดลูก
การสวมใส่ฝาครอบปากมดลูก ฝ่ายหญิงสามารถสวมใส่ฝาครอบปากมดลูกเข้าไปในช่องคลอดได้ด้วยตัวเอง หรือจะให้ฝ่ายชายใส่ให้ก็ได้ แต่จะต้องมีการฝึกฝนในการใส่ให้ชำนาญ ในช่วงแรกอาจรู้สึกว่ายุ่งยากเล็กน้อย แต่ทักษะการใส่จะดีขึ้นเองเมื่อใช้ไปเรื่อย ๆ (การใส่ฝาครอบปากมดลูกสามารถใส่ไว้ล่วงหน้าก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ได้ประมาณ 30 นาที และจะต้องใช้ร่วมกับยาฆ่าเชื้ออสุจิเสมอ หากใส่ฝาครอบปากมดลูกที่มียาฆ่าเชื้ออสุจิแล้วไม่มีเพศสัมพันธ์ เมื่อจะมีเพศสัมพันธ์จะต้องใส่ยาฆ่าเชื้ออสุจิเข้าไปในช่องคลอดอีกครั้ง) โดยมีขั้นตอนการใส่ฝาครอบปากมดลูกดังนี้

ขั้นตอนแรกให้ล้างมือให้สะอาด แกะฝาครอบปากมดลูกออกจากกล่องบรรจุ พร้อมกับตรวจสอบดูความเรียบร้อยก่อนใช้งาน ว่าฝาครอบมีรูรั่ว มีรอยฉีกขาด หรือเว้าแหว่งผิดปกติหรือไม่ เพราะถ้ามีปัญหาจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลงอย่างมาก อีกทั้งยังต้องใช้สารฆ่าเชื้ออสุจิร่วมกับฝาครอบปากมดลูกด้วยเสมอ จึงต้องตรวจดูวันหมดอายุของยาฆ่าเชื้ออสุจิและฝาครอบปากมดลูกด้วย
ทายาฆ่าเชื้ออสุจิทั้งด้านในและด้านนอกของฝาครอบปากมดลูก (ห้ามใส่แป้งหรือน้ำมันทุกชนิด เพราะจะทำให้ตัวอุปกรณ์เสียหาย)

เลือกใส่ในท่าที่สบายและถนัดเพื่อเปิดช่องคลอด โดยอาจจะเป็นท่านอนชันเข่า ท่านั่งยอง ๆ ท่ายืน หรือท่ายืนยกเข่า 1 ข้างบนเก้าอี้ก็ได้ หากเป็นการใส่ครั้งแรกให้ลองสอดนิ้วชี้ของมือด้านที่ถนัดเข้าไปในช่องคลอดก่อนเพื่อหาตำแหน่งของปากมดลูกและเพื่อเพิ่มความคุ้นชินกับลักษณะของช่องคลอดตัวเอง เมื่อเอานิ้วมือออกจากช่องคลอดแล้ว ให้จับขอบฝาครอบปากมดลูกบีบเข้าหากันเพื่อให้ฝาครอบมีขนาดแคบลงพอที่จะสอดเข้าไปในช่องคลอดได้ (จับฝาครอบโดยใช้มือข้างที่ถนัดและใช้มืออีกข้างหนึ่งแยกผนังทางเข้าช่องคลอดออกจากกัน) แล้วจึงค่อย ๆ สอดหรือดันฝาครอบปากมดลูกเข้าไปในช่องคลอดให้ลึกที่สุดเท่าที่จะลึกได้ ใส่นิ้วตามเข้าไปในช่องคลอดอีกครั้งเพื่อจัดฝาครอบปากมดลูกให้เข้าไปอยู่ลึกที่สุดจนชนและครอบบริเวณปากมดลูกพอดี โดยจัดให้ฝาครอบวางตัวในแนวขวางของช่องคลอดกั้นระหว่างปากมดลูกกับช่องคลอดด้านนอกที่เหลือ เมื่อใส่เสร็จแล้วก็ให้ล้างมือให้สะอาด

สล็อตออนไลน์

หลังจากที่มีเพศสัมพันธ์เสร็จแล้ว ต้องใส่คาไว้ในช่องคลอดประมาณ 6-8 ชั่วโมงเพื่อให้ยาฆ่าเชื้ออสุจิทำงานก่อน (อย่าเพิ่งรีบร้อนเอาออก เพราะจะทำให้เชื้ออสุจิในช่องคลอดที่ยังไม่ตายจากยาฆ่าเชื้อวิ่งเข้าไปในโพรงมดลูกได้) เมื่อจะเอาฝาครอบปากมดลูกออก ให้ค่อย ๆ ใช้นิ้วชี้สอดเข้าไปในช่องคลอดล้วงเข้าไปด้านหลังของขอบหน้าดึงลงแล้วดึงเอาฝาครอบปากมดลูกออกมา (ระวังอย่าให้เล็บเกี่ยวฝาครอบขาด) และหากจะมีการร่วมเพศซ้ำก็ควรใส่ยาฆ่าเชื้ออสุจิเข้าไปในช่องคลอดเพิ่มเติมด้วย โดยการใส่ยาฆ่าเชื้ออสุจิเข้าไปในช่องคลอดได้เลยโดยไม่ต้องเอาฝาครอบปากมดลูกออก (ไม่ควรทิ้งฝาครอบปากมดลูกไว้ในช่องคลอดนานเกิน 24-30 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้ช่องคลอดระคายเคืองและมีของเหลวออกมาได้ แต่หากใช้ฝาครอบนี้ในระหว่างที่มีประจำเดือน ไม่ควรจะทิ้งไว้นานเกินกว่า 6 ชั่วโมง เพราะอาจมีการเสี่ยงเล็กน้อยต่ออาการช็อกจากสารพิษ)
เมื่อเอาฝาครอบปากมดลูกออกมาแล้ว ให้นำมาล้างให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ ปล่อยให้แห้งโดยไม่จำเป็นต้องตากแดด เก็บฝาครอบเข้ากล่อง เก็บไว้ในที่เย็นและแห้งไม่ให้ถูกแสง เพื่อที่จะได้สามารถนำมาใช้ในครั้งต่อไป และก่อนใช้ทุกครั้งจะต้องทายาฆ่าเชื้ออสุจิด้วยเสมอ (ฝาครอบปากมดลูกสามารถใช้ซ้ำได้เหมือนหมวกครอบปากมดลูก แต่จะใช้ซ้ำกันกี่ครั้งก็ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ โดยสามารถดูได้จากเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์) และล้างมือให้สะอาด
วิธีใส่ฝาครอบปากมดลูก

จะรู้ได้อย่างไรว่าใส่ฝาครอบปากมดลูกในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว ?
เมื่อใส่นิ้วเข้าไปในช่องคลอดจะคลำได้ปากมดลูกว่าอยู่ในฝาครอบ (เวลาคลำจะให้ความรู้สึกเหมือนคลำปลายจมูก)
เมื่อลุก เดิน วิ่ง ไอ จาม ปัสสาวะ อุจจาระ ฝาครอบปากมดลูกจะไม่หลุด
หากคลำไม่ได้ปากมดลูกหรือปากมดลูกไม่อยู่ในฝาครอบ ให้ดึงฝาครอบปากมดลูกออก แล้วใส่ยาฆ่าเชื้ออสุจิและสอดเข้าไปใหม่
คำแนะนำในการใช้ฝาครอบปากมดลูก
หากต้องการมีเพศสัมพันธ์อีกครั้งภายหลังการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกภายใน 6 ชั่วโมง ต้องใส่ยาฆ่าเชื้ออสุจิเข้าไปในช่องคลอดด้วยเสมอ

jumboslot

อย่าสวนล้างช่องคลอดในขณะที่ยังใส่ฝาครอบปากมดลูก
ห้ามใช้ฝาครอบปากมดลูกในขณะที่กำลังมีประจำเดือน
ควรเปลี่ยนฝาครอบปากมดลูกทุก ๆ 1-2 ปี
ก่อนการใช้ทุกครั้งจะต้องตรวจสอบดูรอยรั่วหรือรอยฉีกขาดทุกครั้ง
หากมีอาการปวดท้องน้อย ปวดเวลาปัสสาวะ มีอาการคันช่องคลอดและเป็นไข้ คุณควรไปพบแพทย์
ฝาครอบปากมดลูกหาซื้อได้ที่ใด ?
ฝาครอบปากมดลูกสามารถหาซื้อได้ตามโรงพยาบาลขนาดใหญ่บางแห่งและตามร้านขายยาขนาดใหญ่ทั่วไป โดยเฉพาะในย่านที่คนตะวันตกอาศัยอยู่ และเนื่องจากฝาครอบปากมดลูกมีอยู่ด้วยกันหลายขนาดและทำมาจากวัสดุที่แตกต่างกัน จึงทำให้แต่ละแบบมีอายุการใช้งานแตกต่างกันออกไปและมีการใช้ซ้ำได้ การเลือกซื้อมาใช้จึงควรเลือกฝาครอบปากมดลูกที่มีขนาดเหมาะสมสำหรับช่องคลอดและปากมดลูกของแต่ละคน ดังนั้น ก่อนใช้จริงจึงต้องซื้อมาทดลองใช้หลาย ๆ ขนาดก่อน เพื่อหาขนาดที่เหมาะสมและพอเหมาะจะกั้นปากมดลูกกับช่องคลอดได้พอดี ต้องไม่มีขนาดเล็กเกินไป ปิดปากมดลูกได้หมด (ขวางช่องคลอดได้โดยไม่เลื่อนหลุด) โดยผู้ใส่จะต้องสอดนิ้วเข้าไปเพื่อตรวจสอบในช่องคลอดเอาเอง แล้วสังเกตดูว่าหลังใส่เข้าไปแล้วรู้สึกเจ็บปวดหรือระคายเคืองหรือไม่

ผลข้างเคียงของฝาครอบปากมดลูก
ผลข้างเคียงที่เกิดจากการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้มีน้อยมาก แต่อาจรวมถึงทางเดินปัสสาวะอักเสบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสตรีที่เคยมีประวัติการเป็นมาก่อนในอดีต
ข้อดีของฝาครอบปากมดลูก
ไม่ต้องพึ่งพาการคุมกำเนิดจากฝ่ายชายในการใช้ถุงยางอนามัย
การมีเพศสัมพันธ์ไม่มีการสะดุดเพราะต้องใส่ฝาครอบก่อนการมีเพศสัมพันธ์ ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนกับการใส่ถุงยางอนามัย

slot

ง่ายต่อการพกพาและใช้คุมกำเนิดได้ทันที
ฝาครอบปากมดลูกไม่มีส่วนผสมของยาฮอร์โมน จึงไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงจากฮอร์โมนเหมือนการคุมกำเนิดวิธีอื่นอย่างยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฝังคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด เป็นต้น
ไม่มีผลต่อประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนมาตามปกติ
สามารถใช้ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรทางการแพทย์
เมื่อหยุดใช้ภาวะการเจริญพันธุ์จะกลับมาทันที
สามารถใช้ได้ในช่วงที่ให้นมบุตร

ข้อเสียของฝาครอบปากมดลูก
หาซื้อได้ไม่สะดวก มีขั้นตอนในการใส่และถอดเก็บค่อนข้างจะยุ่งยากเล็กน้อย
ต้องใส่ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ ทำให้ขัดจังหวะในการร่วมเพศ
โอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์จากการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ยังอยู่ในระดับเสี่ยง แม้จะใช้อย่างถูกต้องก็ตาม และจะยิ่งมีโอกาสล้มเหลวมากขึ้นไปอีกหากใช้อย่างไม่ถูกต้องเหมาะสม
อาจทำให้ช่องคลอดเกิดการระคายเคืองต่อยาที่ใช้ มีอาการคัน และทำให้มีตกขาวได้
หากฝาครอบปากมดลูกค้างอยู่ในช่องคลอดและเอาออกเองไม่ได้ ต้องมาที่โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัย
ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ เนื่องจากช่องคลอดยังมีการสัมผัสกับอวัยวะเพศของฝ่ายชายอยู่

ใครควรทำหมันบ้าง

ปกติแล้วลักษณะครอบครัวไทย ฝ่ายชายจะเป็นผู้นำและมีสิทธิ์มีเสียงมากกว่า สังคมเราจึงยกให้การคุมกำเนิดและการทำหมันเป็นเรื่องของผู้หญิง ผู้ชายมักจะไม่ยอมทำเพราะตัวเองไม่เคยผ่านความเจ็บปวดเหมือนผู้หญิงและคิดว่าการทำหมันคือการตอน ทำแล้วใช้งานไม่ได้ แต่ความจริงแล้วการทำหมันชายนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายมาก สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยสูง ราคาไม่แพง บางครั้งหน่วยงานของรัฐหลายแห่งก็ทำให้ฟรี และที่สำคัญนอกจากทำที่โรงพยาบาลแล้ว คลินิกบางแห่งก็ทำให้ได้ครับ ถ้าถามหมอ หมอส่วนใหญ่คงแนะนำให้ฝ่ายชายเป็นผู้ทำหมัน ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นบวกกับอยากให้เห็นใจฝ่ายหญิงที่ผ่านความเจ็บปวดมาหลายครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งสามีภรรยาก็ควรจะตกลงรับผิดชอบกันเอาเองว่าใครเหมาะสมที่จะทำหมันมากกว่ากัน

เครดิตฟรี

ข้อดีของการทำหมันชาย
เป็นวิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูงกว่าการทำหมันหญิง
การทำหมันชายเป็นวิธีการผ่าตัดที่สามารถทำได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ ใช้เวลาในการผ่าตัดน้อย มีความปลอดภัยกว่าการทำหมันหญิง
ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดถูก เป็นวิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีการคุมกำเนิดอื่น ๆ
ผ่าตัดเพียงครั้งเดียว สามารถคุมกำเนิดได้ตลอดชีวิต (แต่ก็ไม่ 100%)
ช่วยเพิ่มความสุขทางเพศหลังการทำหมัน คู่สมรสรู้สึกมีอิสระในการร่วมรักกันมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากคู่สมรสไม่ต้องกังวลเรื่องการตั้งครรภ์
ไม่มีผลต่อสมรรถภาพทางเพศของเพศชาย เนื่องจากการผ่าตัดไม่เกี่ยวข้องกับเส้นประสาทหรือเกี่ยวกับการสร้างหรือการใช้ฮอร์โมนเพศของร่างกายแต่อย่างใด
ไม่มีผลต่อการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โรคมะเร็งอัณฑะ หรือโรคมะเร็งชนิดอื่น ๆ รวมทั้งของอวัยวะสืบพันธุ์ทั้งของผู้ทำหมันและของภรรยา
ไม่มีผลต่อพละกำลังในการทำงานหนัก คุณสามารถทำงานหนักตามปกติ

ข้อเสียของการทำหมันชาย
หลังทำหมันแล้วจะต้องใช้เวลาหลายเดือนถึงจะตรวจไม่พบเชื้ออสุจิในน้ำกามที่หลั่งออกมา
ในบางรายอาจพบภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงหลังการผ่าตัดทำหมันชายได้ตามที่กล่าวไป แต่ก็พบได้น้อยมาก หรืออาจมีการติดเชื้อบริเวณแผลที่ผ่าตัดได้
ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
การแก้หมันจะได้ผลไม่ดี

สล็อต

ทำหมันแล้วยังตั้งท้องได้หรือเปล่า ?
ได้ครับ แต่โอกาสมีก็น้อยมาก ๆ คือ ใน 1,000 คน จะมีสัก 1-2 คน สาเหตุก็คงมาจากเมื่อทำหมันเสร็จไม่นานก็มีเพศสัมพันธ์ทันที โดยไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น ทั้งที่ยังไม่ถึงกำหนด ตัวอสุจิที่ค้างอยู่ปลายท่อ จึงเกิดการผสมกับไข่ได้ หรืออีกกรณีหนึ่งที่เป็นไปได้ก็คือ ท่อที่ผูกไว้นั้นเข้ามาต่อกันเองซึ่งก็เกิดได้กับบางคนเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าทำหมันแล้วเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมาจริง ๆ ลูกน้อยในครรภ์ก็ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด ตรงนี้ขอให้สบายใจได้เลยครับ

ทำหมันแล้วแต่อยากมีลูกอีก จะทำได้หรือไม่ ?

อาจจะทำได้ครับ แต่ทำได้ยาก มีค่าใช้จ่ายสูง และแพทย์ต้องมีความชำนาญสูง โดยแพทย์จะช่วยต่อท่อทางเดินน้ำอสุจิในเพศชายให้ได้ แต่ก็ไม่ปรากฏผลสำเร็จมากนัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาหลังการผ่าตัดทำหมัน ความชำนาญของแพทย์ อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการแก้ไข รวมถึงอายุและสุขภาพของผู้ทำหมันและภรรยาด้วย ซึ่งโดยทั่วไปโอกาสแก้ไขได้สำเร็จจะอยู่ที่ประมาณ 30-75% ทั้งนี้พบว่าอัตราการตั้งครรภ์สูงสุดจะเกิดขึ้นภายใน 3 ปีหลังผ่าตัดแก้ไขทำหมันไปแล้ว แต่ทางที่ดีแล้วแนะนำว่าควรตัดสินใจให้แน่วแน่ก่อนดีกว่าครับ ว่าจะทำหมันหรือไม่

แก้หมันชาย

นอกจากวิธีการผ่าตัดแก้ไขเพื่อต่อท่อทางเดินน้ำอสุจิแล้ว ยังสามารถใช้วิธีดูดเก็บเนื้อเยื่อบริเวณอัณฑะเพื่อหาตัวอสุจิ แล้วนำมาใช้ในเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ได้ด้วย เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว

สล็อตออนไลน์

ทำหมันแล้วนกเขาไม่ขันจริงหรือ ?
ไม่จริง 1,000,000 % ครับ หลายคนเข้าใจว่า “การทำหมัน” กับ “การตอน” นั้นเหมือนกัน แต่ความจริงแล้วแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ เพราะการตอนจะเป็นการตัดลูกอัณฑะออกไปเลย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของบุคลิกลักษณะทางเพศ และทำให้สมรรถภาพทางเพศเสื่อม เนื่องจากอัณฑะเป็นที่สร้างอสุจิและฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะเพศ กำหนดลักษณะความเป็นชายทั้งหมด เช่น บุคลิก รูปร่าง ท่าทาง และความรู้สึกเป็นชาย ทำให้มีอารมณ์ทางเพศ การตอนลูกอัณฑะออกไปจึงมีผลทำให้ร่างกายขาดฮอร์โมนเพศชาย และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบุคลิกดังกล่าว

ส่วนการทำหมันนั้นจะเป็นเพียงการตัดท่ออสุจิให้ขาดออกจากกัน ทำให้ตัวอสุจิไม่สามารถผ่านออกมาผสมกับไข่ของเพศหญิงได้ โดยไม่มีผลต่อการทำงานของฮอร์โมนเพศชายเลย ความต้องการทางเพศยังอยู่เต็ม 100% ดังนั้น ภายหลังการทำหมันแล้ว เมื่อผู้ชายถึงจุดสุดยอดก็ยังหลั่งน้ำกามออกมาได้เหมือนเดิม เพียงแต่ไม่มีตัวอสุจิออกมาด้วยเท่านั้น

ส่วนคนที่บอกว่าทำหมันแล้วรู้สึกว่ามีความต้องการทางเพศน้อยลงนั้นคงเป็นผลมาจากด้านจิตใจมากกว่า เพราะมีความกลัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รวมกับไปหลงเชื่อข่าวลือผิด ๆ ก็เลยเกิดอุปาทานขึ้นมา และคิดอยู่ตลอดเวลาว่าทำหมันแล้วมีความต้องการน้อยลง ก็เลยอาจจะเสื่อมจริง ๆ ขึ้นมาก็ได้ หรือในอีกกรณีหนึ่ง นอกจากสุขภาพทางด้านจิตใจแล้วก็ต้องยอมรับว่าสมรรถภาพทางเพศจะดีหรือแย่ลงก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น วัย อายุ สุขภาพร่างกาย สิ่งแวดล้อม และทัศนคติเกี่ยวกับเพศ ฯลฯ ถ้าปัจจัยเหล่านี้ยังอยู่ในลักษณะเหมาะสม สมรรถภาพทางเพศก็จะเป็นปกติครับ และอย่าลืมด้วยว่าปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เช่น มีอายุมากขึ้น สุขภาพเสื่อมโทรม ฯลฯ ก็มีผลทำให้สมรรถภาพทางเพศเสื่อมลงอยู่แล้วตามปกติ และเกิดขึ้นได้กับทุกคนครับ ไม่ว่าคนนั้นจะทำหมันหรือไม่ทำหมันก็ตาม สรุปว่า “การเปลี่ยนแปลงด้านสมรรถภาพทางเพศหลังจากทำหมันนั้นจะมาจากสาเหตุอื่น ๆ ไม่ใช่มาจากการทำหมันอย่างแน่นอน”

jumboslot

ทำหมันแล้วเจ้าชู้มากขึ้น ?
ไม่เกี่ยวกันอย่างแน่นอนครับ เพราะเรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับอุปนิสัยของแต่ละคน บางคนอาจจะเป็นคนเจ้าชู้มาตั้งแต่ยังไม่ได้ทำหมันก็ได้ โดยที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้แสดงออกเพราะกลัวจะไปทำผู้หญิงอื่นท้อง หรือถ้าเป็นผู้หญิงก็อาจจะกลัวท้องขึ้นมาแล้วทำให้อับอาย จึงยับยั้งชั่งใจไว้ พอทำหมันจนแน่ใจแล้วว่าไม่ตั้งท้อง ก็เลยปล่อยตัวตามนิสัยตัวเอง พอถูกจับได้ก็ไปโทษว่าการทำหมันทำให้เสียคน ทั้งที่ความจริงแล้วไม่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด

ทำหมันแล้วโทรม ทำงานหนักไม่ไหวจริงหรือไม่ ?
ไม่จริงเลยครับ เพราะการทำหมันชายจะเป็นการผูกตัดท่อน้ำเชื้ออสุจิ ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับอวัยวะส่วนอื่นของร่างกายแต่อย่างใด ส่วนที่ทำให้ร่างกายทรุดโทรมนั้นมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น หลงเชื่อข่าวลือผิด ๆ เกี่ยวกับการทำหมันหรือมีความกลัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งเหล่านี้เป็นภาวะทางด้านจิตใจ หรือบางคนอาจมีโรคอยู่ก่อนแล้วหรือเพิ่งเกิดโรคหลังจากที่ทำหมันซึ่งเป็นไปตามกาลเวลา แต่ไม่รู้จะโทษอะไรดี ก็เลยไปโทษว่าสาเหตุเป็นเพราะการทำหมัน ทั้งที่ความจริงแล้วไม่เกี่ยวข้องกันเลย หรือในอีกกรณีที่บางคนใช้การทำหมันเป็นข้ออ้างไม่อยากทำงานหนัก แต่ความจริงแล้วไม่เกิน 1 สัปดาห์แผลก็หายสนิทแล้วครับ สามารถทำงานหนักได้ทุกชนิด ไม่ต่างจากช่วงก่อนทำหมันเลย

ทำหมันแล้วเป็นโรคประสาทจริงหรือไม่ ?
ไม่เกี่ยวกันครับ เพราะการทำหมันไม่ได้ทำลายระบบประสาทแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่ทำให้เกิดอาการหงุดหงิด ปวดศีรษะ หรือเป็นโรคประสาทได้ ถ้าจะเป็นก็เป็นเองครับ ไม่เกี่ยวกับการทำหมัน อย่างบางคนที่เคยมีอาการดังกล่าว พอทำหมันแล้วอาการหายไปเลยก็มี ซึ่งอาจเพราะไม่ต้องมากังวลเรื่องจะมีลูกนั่นเอง

slot

ทำหมันแล้วจะอ้วนขึ้นหรือผอมลงหรือไม่ ?
ไม่เกี่ยวครับ เพราะการทำหมันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อต่อมหรืออวัยวะใด ๆ ที่เกี่ยวกับการกินอาหารและระบบการย่อยอาหารแต่อย่างใด การที่คนเราจะอ้วนหรือผอมนั้นหลัก ๆ แล้วจะขึ้นอยู่กับอาหารการกินหรือเกี่ยวกับสุขภาพทั่วไปของคน ๆ นั้นมากกว่า คนที่อ้วนขึ้นก็อาจเป็นเพราะพันธุกรรมเดิมหรือเกิดความสบายใจทำให้กินดีอยู่ดีจนอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้น ส่วนคนที่ผอมลง ก็อาจเกิดจากการเจ็บป่วยอย่างอื่นก็ได้ ซึ่งมันมีอยู่หลายปัจจัยครับ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหมันอย่างแน่นอน

ทำหมันชายแล้วเสี่ยงเป็นมะเร็งในระบบอวัยวะสืบพันธุ์มากขึ้น ?
มีความเชื่อที่ว่า หลังการทำหมันชายความดันที่เพิ่มขึ้นภายในท่อทางเดินของเชื้ออสุจิ น่าจะมีผลต่อการทำงานของระบบอวัยวะสืบพันธุ์ โดยเฉพาะต่อลูกอัณฑะและต่อมลูกหมากจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในอวัยวะเหล่านี้มากขึ้น แต่จากการศึกษาติดตามความสัมพันธ์ดังกล่าว ก็พบว่าไม่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใดครับ

โดยในลูกอัณฑะที่มีความเชื่อว่า ความดันที่เพิ่มขึ้นภายในท่อจะมีผลต่อการสร้างเชื้ออสุจิ ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งของลูกอัณฑะมากขึ้น จากการศึกษาพบว่า ผู้ชายที่ทำหมันนั้นมักจะอยู่ในช่วงอายุที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งของลูกอัณฑะอยู่แล้ว และในรายงานทางการแพทย์ที่ตรวจพบมะเร็งลูกอัณฑะหลังการทำหมันชายนั้น เป็นการตรวจพบภายหลังการทำหมันไปแล้ว 3 เดือน เนื่องจากมีอาการปวดถ่วงที่ลูกอัณฑะตลอดเวลา จึงมาตรวจอย่างละเอียดและเพิ่งพบว่าเป็นมะเร็งอัณฑะดังกล่าว

ส่วนในกรณีต่อมลูกหมากที่เชื่อกันว่าต่อมลูกหมากสร้างและขับสารคัดหลั่งออกมาลดลง เซลล์ภายในจึงมีการเจริญเติบโตและมีขนาดเพิ่มขึ้น ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้น แต่จากการศึกษาติดตามพบว่า การทำหมันชายไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งการทำงานของต่อมลูกหมากและระบบต่อมไร้ท่อทั้งต่อมใต้สมองและลูกอัณฑะ ส่วนสาเหตุที่ตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ทำหมันมากกว่านั้น น่าจะมาจากการที่ผู้ทำหมันจะต้องมาพบแพทย์เพื่อปรึกษาปัญหาสุขภาพบ่อยกว่า จึงทำให้มีโอกาสตรวจพบได้มากกว่าผู้ที่ไม่ได้ทำ

การทําหมันชาย

การทำหมันชาย (Vasectomy หรือ Male sterilization) คือ การคุมกำเนิดถาวรโดยการตัดและผูกท่อทางเดินของเชื้ออสุจิ เพื่อไม่เปิดโอกาสให้เชื้ออสุจิเดินทางเข้ามาในช่องคลอดขณะร่วมเพศได้

เครดิตฟรี

แต่ทั้งนี้ลูกอัณฑะยังคงผลิตเชื้ออสุจิและฮอร์โมนอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ตัวอสุจิจะไม่สามารถเดินทางผ่านท่ออสุจิมาได้ และจะสลายตัวไปเองตามกรรมวิธีของร่างกาย โดยไม่เป็นอันตรายใด ๆ ต่อร่างกาย (การทำหมันไม่ใช่การตอนหรือตัดลูกอัณฑะทิ้งไป จนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ) ส่วนน้ำอสุจิหรือน้ำกามก็ยังคงมีเหมือนเดิมตามปกติครับ ส่วนวิธีการผ่าตัดทำหมันชายในปัจจุบันจะมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ

การใช้มีดกรีดเปิดผิวหนังบริเวณถุงอัณฑะเหนือท่อทางเดินของเชื้ออสุจิ 1-2 แผล แล้วทำการผูกและตัดท่อทางเดินของเชื้ออสุจิทั้ง 2 ข้าง จากนั้นเย็บปิดผิวหนังที่กรีด
การใช้เครื่องมือเจาะบริเวณผิวหนังเพื่อหาท่อทางเดินของเชื้ออสุจิ แล้วทำการผูกและตัดท่อทางเดินของเชื้ออสุจิ แผลจะมีขนาดเล็กกว่าวิธีแรก จึงไม่จำเป็นต้องเย็บปิดแผล
ประสิทธิภาพในการทำหมันชาย
การทำหมันชายถือเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่ดีที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากปลอดภัย มีผลข้างเคียงน้อย และมีประสิทธิภาพสูงมาก (แม้จะไม่ 100% ก็ตาม) ซึ่งตามหลักแล้วการทำหมันชายอย่างถูกต้อง (Perfect use) จะมีโอกาสล้มเหลวทำให้ฝ่ายหญิงเกิดการตั้งครรภ์ได้เพียง 0.1% ซึ่งหมายความว่า จำนวนการตั้งครรภ์ต่อปี (first year of use) ของสตรีจำนวน 1,000 คน จะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ประมาณ 1 คน แต่โดยทั่วไปแล้วจากการใช้งานจริง (Typical use) กลับพบว่า อัตราการล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์จะเพิ่มสูงมากขึ้นเล็กน้อยเป็น 0.15% หรือคิดเป็น 1 ใน 666 คน (คาดว่าเกิดจากการความผิดพลาดในการผ่าตัด หรือเกิดจากการเชื่อมต่อกันเองของท่อทางเดินของเชื้ออสุจิ) ในขณะที่การทำหมันหญิงแบบทั่วไป (Tubal ligation) จะมีโอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้มากกว่าการทำหมันชายมากกว่า 5 เท่าตัว คือ 0.5% (1 ใน 200 คน) ส่วนด้านล่างนี้เป็นตารางเปรียบเทียบระหว่างการคุมกำเนิดด้วยวิธีการทำหมันชายกับวิธีการคุมกำเนิดแบบอื่น ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจครับ

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำหมันชาย
การทำหมันชายแม้จะเป็นวิธีการคุมกำเนิดแบบถาวรและได้ผลดีที่สุด แต่ก็ยังไม่สามารถคุมกำเนิดได้เต็ม 100% เพราะในปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดในโลกที่สามารถคุมกำเนิดได้ 100% (นอกจากการที่ไม่มีเพศสัมพันธ์) แม้จะใส่ถุงยางอนามัยก็ตาม
“จะไม่เป็นหมันทันทีหลังการผ่าตัด” ต้องรอนานประมาณ 3 เดือน หรือหลังการหลั่งน้ำอสุจิอย่างน้อย 20 ครั้ง และทำการตรวจดูน้ำเชื้อว่ายังพบเชื้ออสุจิอยู่หรือไม่ เพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นหมัน เนื่องจากหลังการทำหมันแล้ว ในน้ำกามจะยังคงมีอสุจิตกค้างอยู่ในท่อทางเดินของเชื้ออสุจิได้อีกระยะหนึ่ง ดังนั้น ในระยะแรกหลังการทำหมัน จึงควรให้ฝ่ายหญิงคุมกำเนิดต่อไปก่อนหรือฝ่ายชายจะใช้ถุงยางอนามัยไปก่อนก็ได้ จนกว่าจะผ่านช่วงระยะเวลาดังกล่าวแล้ว แต่ที่แน่นอนที่สุดก็คือ หลังตรวจน้ำเชื้อแล้วจะต้องไม่พบเชื้ออสุจิ แต่หากภายหลัง 3 เดือนไปแล้ว ยังมีการตรวจพบเชื้ออสุจิในท่อทางเดินของเชื้ออสุจิอยู่ แสดงว่าเกิดความล้มเหลวในการผ่าตัดทำหมัน

สล็อต

ผู้ที่ทำหมันชายกว่า 80-90% จะตรวจไม่พบเชื้ออสุจิในน้ำกามที่หลั่งออกมาภายหลังที่มีการหลั่งน้ำกามออกไปแล้วประมาณ 12-15 ครั้ง และกว่า 80% จะตรวจไม่พบเชื้ออสุจิในน้ำกามหลังการทำหมันไปแล้วประมาณ 6 สัปดาห์ โดยไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับความบ่อยครั้งของการหลั่งน้ำกาม
หลังการทำหมันเชื้ออสุจิที่ยังเหลือค้างอยู่ในท่อทางเดินของเชื้ออสุจิจะสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวใน 3 สัปดาห์แรก
การทำหมันชายเป็นการผ่าตัดและผูกท่อทางเดินของเชื้ออสุจิ เพื่อป้องกันไม่ให้มีเชื้ออสุจิปนออกมาในน้ำกามที่หลั่งออกมา “ไม่ใช่การผ่าตัดเพื่อเอาลูกอัณฑะออก” แต่อย่างใด
ไม่มีผลทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง ความรู้สึก ความต้องการ ความพึงพอใจ การแข็งตัวของอวัยวะเพศ ตลอดจนการถึงจุดสุดยอดและหลั่งน้ำกามยังคงเป็นเหมือนเดิมทุกประการ
ไม่มีผลทำให้พละกำลังในการทำงานหนักตามปกติลดลงแต่อย่างใด
น้ำอสุจิที่หลั่งออกมาในแต่ละครั้งนั้น มากกว่า 80% เป็นเพียงน้ำเลี้ยงเชื้ออสุจิที่ผลิตมาจากต่อมลูกหมาก ต่อมสร้างเมือก ที่มีรูเปิดเข้ามาที่ท่อปัสสาวะ และมีส่วนน้อยเพียง 20% เท่านั้นที่เป็นตัวอสุจิที่ผลิตมาจากอัณฑะแล้วลำเลียงมาเปิดเข้าสู่ท่อปัสสาวะ
ผู้ที่ไม่ควรทำหมันชาย
ผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะอยากมีบุตรอีกหรือไม่
ผู้ที่ต้องการมีเพิ่มอีกในอนาคต
ผู้ที่ไม่มีภาวะแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หากได้รับยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด คุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน และต้องงดยาดังกล่าวก่อนทำการผ่าตัดตามที่แพทย์สั่ง
ในช่วงเวลาที่ทำการผ่าตัดทำหมันจะต้องไม่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือมีการติดเชื้อบริเวณถุงอัณฑะ

สล็อตออนไลน์

การเตรียมตัวก่อนการทำหมันชาย
คู่สมรสที่เลือกการทำหมันชายเป็นวิธีคุมกำเนิด ควรมีบุตรมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 คน เนื่องจากการผ่าตัดแก้หมันเพื่อต้องการจะมีบุตรเพิ่มอีกในภายหลัง ยังประสบผลสำเร็จไม่มาก
บุตรคนเล็กควรมีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป เนื่องจากเด็กในวัยขวบปีแรกมักป่วยเป็นโรคอันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้ง่าย
ควรเตรียมตัวโกนขนรอบ ๆ บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกออก เพื่อความสะอาดและความสะดวกระหว่างการผ่าตัดทำหมัน
ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง หากคุณมีภาวะเลือดออกผิดปกติและเลือดแข็งตัวช้า เช่น มีห้อเลือดตามตัว รวมถึงเคยมีประวัติการแพ้ยาโดยเฉพาะยาชาจากการผ่าตัดครั้งก่อน เพื่อแพทย์จะได้ใช้ข้อมูลเลือกวิธีการผ่าตัดทำหมันที่เหมาะสมต่อไป
ในรายที่ยังเป็นโรคติดเชื้อต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคติดเชื้อบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก ได้แก่ หูดที่องคชาต ตุ่มหนองที่ผิวหนังถุงอัณฑะ ฯลฯ ควรจะเข้ารับการรักษาให้เรียบร้อยเสียก่อน เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนติดเชื้อภายหลังการผ่าตัด

วิธีการทำหมันชาย
ในขั้นตอนการผ่าตัดทำหมันชายนั้นจัดเป็นหัตถการที่ไม่มีอะไรซับซ้อนมาก ไม่ต้องดมยาสลบระหว่างทำการผ่าตัด แต่ผู้ให้การผ่าตัดจะต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการตัดทำหมันที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ส่วนผู้เข้ารับการผ่าตัดไม่จำเป็นต้องงดอาหารมาก่อน แต่ควรเตรียมตัวโดยการโกนขนบริเวณหัวหน่าวและลูกอัณฑะออกให้เกลี้ยง ล้างและฟอกสบู่ให้เรียบร้อย เมื่อถึงเวลาทำหมันหมอจะใช้ยาฆ่าเชื้อฟอกบริเวณผิวหนังของอวัยวะเพศและถุงหุ้มอัณฑะอีกครั้ง แล้วทำการฉีดยาชาเฉพาะที่เข้าไปทางส่วนบนของถุงหุ้มอัณฑะข้างใดข้างหนึ่ง ผ่าประมาณครึ่งเซนติเมตรหรือเจาะเป็นรูเล็ก ๆ เอาท่อน้ำเชื้อออกมาผูก 2 เปลาะ แล้วตัดตรงกลางเพื่อกันไม่ให้ท่อน้ำเชื้อต่อกันอีก จากนั้นจึงปิดแผล (จะเย็บแผลหรือไม่เย็บก็ได้ถ้าแผลมีขนาดเล็กมาก) ส่วนถุงอัณฑะอีกข้างหนึ่งก็ทำแบบเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดจะใช้เวลาทำประมาณ 8-10 นาที เสร็จแล้วก็สามารถกลับบ้านหรือกลับไปทำงานได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล

jumboslot

วิธีการทำหมันชาย

การดูแลตัวเองหลังการทำหมันชาย
ในส่วนของการปฏิบัติตัวหลังการทำหมันชาย ผู้รับการทำหมันสามารถกลับบ้านและไปทำงานได้ตามปกติ แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรปฏิบัติดังนี้

ในวันแรกหลังการผ่าตัดทำหมันให้ใช้น้ำแข็งประคบบริเวณแผลผ่าตัดที่ถุงอัณฑะ เพื่อช่วยลดอาการบวม บรรเทาความเจ็บปวด และป้องกันการเกิดลิ่มเลือดหรือห้อเลือด
ควรระวังไม่ให้แผลผ่าตัดถูกน้ำอย่างน้อย 3 วัน
เพื่อป้องกันเลือดออกจากบริเวณแผล หลังทำหมันเสร็จแล้วไม่ควรยกของหนัก ออกกำลังกายอย่างหนัก รวมถึงการนั่งคร่อมบนจักรยานและมอเตอไซค์ หรือนั่งรถกระเทือนมากในระยะ 1-3 วันแรก
ควรสวมกางเกงชั้นในรัดเอาไว้
ควรงดมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์หลังทำหมัน เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์ทันทีหลังทำหมัน จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเจริญเข้าต่อกันของท่อทางเดินของเชื้ออสุจิที่ตัดและผูกแยกจากกันไว้ ส่งผลทำให้การคุมกำเนิดล้มเหลว
ในระยะแรกหากต้องการมีเพศสัมพันธ์ ควรใช้วิธีการคุมกำเนิดชั่วคราววิธีอื่นร่วมด้วยไปก่อนประมาณ 2-3 เดือน เช่น การคุมกำเนิดโดยใช้ถุงยางอนามัย การรับประทานยาคุมกำเนิดจากฝ่ายหญิง ฯลฯ จนกระทั่งตรวจไม่พบเชื้ออสุจิในน้ำกามที่หลั่งออกมาแล้ว เพราะอาจจะยังมีเชื้ออสุจิค้างอยู่ที่ส่วนปลายของท่ออสุจิและอยู่ในถุงอสุจิ
ควรเข้ารับการตรวจน้ำกามที่หลั่งออกมาภายหลังการทำหมันชายไปแล้วประมาณ 4-6 สัปดาห์ เพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าเป็นหมันโดยสมบูรณ์ (ไม่พบเชื้ออสุจิ) และควรตรวจอีกติดต่อกันอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อความมั่นใจ
หลังการทำหมันชายหากมีอาการปวดบวมบริเวณถุงอัณฑะ หรืออัณฑะมีขนาดใหญ่มากขึ้น หรือมีน้ำ เลือด หรือหนองซึมจากแผลผ่าตัด คุณควรรีบไปพบแพทย์ก่อนเวลานัด
ภาวะแทรกซ้อนหลังการทำหมันชาย
ในบางรายหลังการผ่าตัดทำหมันอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงจากการทำหมันชายได้ (แต่พบได้น้อยมาก) ดังนี้

slot

แผลผ่าตัดเกิดการติดเชื้อ เป็นกรณีที่พบได้น้อยมากและมักพบร่วมกับการเกิดลิ่มเลือด โดยแผลผ่าตัดที่ติดเชื้อจะมีอาการบวมแดง และมีอาการปวดเจ็บอัณฑะเวลากดหรือนุ่งกางเกง ในบางรายอาจมีหนองไหลออกมาจากแผลผ่าตัด หากเกิดอาการดังกล่าว ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน
เกิดห้อเลือดหรือลิ่มเลือดคั่งอยู่ในบริเวณถุงอัณฑะ จะพบได้ประมาณ 1% หรือ 1 ใน 100 คน ของผู้รับการทำหมัน สาเหตุก็มาจากการบาดเจ็บต่อหลอดเลือดที่อยู่โดยรอบท่อทางเดินของเชื้ออสุจิในระหว่างการฉีดยาชาเฉพาะที่ระหว่างการผ่าตัดแยกท่อทางเดินของเชื้ออสุจิและจับผูกเส้นเลือดไม่ดีพอ ถ้าลิ่มเลือดคั่งมีขนาดเล็ก ร่างกายจะสามารถดูดซึมให้หายไปได้เองภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าลิ่มเลือดมีขนาดใหญ่และมีอาการปวดมาก ก็รีบกลับมาพบแพทย์ที่ทำการผ่าตัดควักเอาลิ่มเลือดออก และจับผูกตำแหน่งเส้นเลือดที่เป็นต้นเหตุ
การอักเสบของท่อทางเดินของเชื้ออสุจิที่ติดกับลูกอัณฑะ กรณีนี้พบได้ประมาณ 1-3 คน จาก 500 คน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการบวมอักเสบ เนื่องจากความดันภายในท่อที่เพิ่มสูงขึ้นภายหลังการผ่าตัดและผูก สามารถให้การรักษาได้ด้วยการนั่งแช่ในน้ำอุ่นวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ใส่เครื่องช่วยพยุงอัณฑะที่นักกรีฑาใช้กัน และให้ยาอาการอักเสบประเภท NSAIDs ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปได้เองภายใน 6-12 สัปดาห์
ปวดหน่วงเรื้อรังที่อัณฑะ เป็นกรณีที่พบได้เพียง 0.05% หรือประมาณ 1 ใน 2,000 คน มีสาเหตุมาจากความดันที่เพิ่มขึ้นภายในท่อทางเดินของเชื้ออสุจิด้านที่ติดกับลูกอัณฑะ เนื่องจากยังมีการสร้างอสุจิได้อยู่เหมือนเดิม แต่ไม่สามารถถูกปลดปล่อยออกมาได้จากการถูกผ่าตัดท่อทางเดินของเชื้ออสุจิ ซึ่งอาการปวดหน่วงเรื้อรังนี้จะเป็นไม่มาก แต่มักจะเป็น ๆ หาย ๆ ตลอดไป และต้องการการรักษาตามอาการเป็นบางครั้งเท่านั้น ส่วนในรายที่มีอาการปวดมากอาจจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัดต่อหมันให้กลับมาเป็นอย่างเดิม หรือทำการผ่าตัดเอาท่อที่ติดกับลูกอัณฑะออกให้หมด
ก้อนในถุงอัณฑะ มีลักษณะเป็นก้อนอสุจิจากการรั่วของแผลผ่าตัดผูกท่อทางเดินของเชื้ออสุจิก่อให้เกิดการอักเสบโดยรอบและจับตัวกันเป็นก้อนห่อหุ้มปลายท่อทางเดินของเชื้ออสุจิ อาการนี้พบได้ประมาณ 2 ใน 3 ของผู้รับการทำหมันชาย แต่จะตรวจคลำพบเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ซึ่งอาการนี้จะไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด สามารถรักษาได้โดยการพักผ่อนร่างกายและให้ยาต้านการอักเสบ แต่จะเป็นสาเหตุสำคัญของการเจริญเชื่อมต่อกันของท่อทางเดินของเชื้ออสุจิ ทำให้การคุมกำเนิดล้มเหลว ซึ่งมักพบได้ภายใน 12 สัปดาห์หลังการทำหมัน แต่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากนั้นนานนับ 10 ปี (มีข้อดีคือ ช่วยเพิ่มโอกาสของการตั้งครรภ์ภายหลังการผ่าตัดต่อหมัน (ในกรณีที่อยากมีลูกอีก) และทำให้ความดันภายในท่อลดลง)
ผลที่ตามมาหลังการทำหมันชาย
ผู้ที่ทำหมันชายส่วนใหญ่จะมีอายุในช่วง 30-40 ปี แต่จากการสำรวจและติดตามผลในผู้ชายที่ทำหมันไปแล้วนานกว่า 25 ปี จำนวนมากกว่า 10,000 ราย ไม่พบว่าทำให้เกิดความผิดปกติต่อระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายแต่อย่างใด ยกเว้น

ระบบการสืบพันธุ์ ความดันที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ท่อที่ติดกับลูกอัณฑะโป่งพอง เกิดรอยแตกเล็ก ๆ และเกิดการจับตัวเป็นก้อนของเชื้ออสุจิ ส่งผลให้เกิดการอุดตันขึ้นจากการกดทับภายนอกท่อ ทั้งนี้พบว่าท่อเหล่านี้จะเสี่ยงต่อการอุดตันอย่างสิ้นเชิงหลังจากทำหมันไปแล้วประมาณ 10 ปี แต่จะไม่ส่งผลต่อเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพศในลูกอัณฑะ ระดับฮอร์โมนในกระแสไหลเวียนเลือดจึงเป็นปกติ และไม่มีผลต่อสมรรถภาพทางเพศ นอกจากนี้น้ำกามที่หลั่งออกมาก็มีสีและกลิ่นเหมือนปกติ เนื่องจากน้ำกามกว่า 90-95% จะมาจากสารคัดหลั่งของต่อมลูกหมากและถุงเก็บเชื้ออสุจิที่อยู่หลังต่อมกระเพาะปัสสาวะ
ระบบการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อสิ่งแปลกปลอม โดยปกติแล้วเชื้ออสุจิจะถูกแยกจากระบบไหลเวียนเลือดของร่างกายจากสิ่งกีดขวางที่อยู่ภายในลูกอัณฑะ ความดันภายในท่อที่เพิ่มสูงขึ้นหลังการทำหมันจะทำให้สิ่งกีดขวางเหล่านี้ถูกทำลาย เชื้ออสุจิจึงรั่วไหลเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต กลายเป็นสิ่งแปลกปลอมหนึ่งของร่างกาย ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นเพื่อมาจับรวมตัวกับเชื้ออสุจิและขจัดออกไป ซึ่งภูมิต้านทานนี้จะค่อย ๆ ลดหายไปได้เองภายหลังการทำหมันชายใน 2-4 ปี โดยจะไม่มีผลต่อการทำงานในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย