cathedraledetunis

Day: September 3, 2021

วิธีทำให้หน้าขาวแบบธรรมชาติ

จากพัฒนาการความสวยสดงดงามที่ดีขึ้นในขณะนี้ ทำให้มีผลิตภัณฑ์ช่วยทำให้หน้าขาวใสออกมาเอาอกเอาใจผู้หญิงมากจนถึงเลือกซื้อกันผิด รวมถึงการใช้ชีวิตที่รีบในทุกๆวัน การจะไปเข้าสถานพยาบาลเสริมความสวยสดงดงามทำทรีตเมนต์ทุกอาทิตย์ผู้คนจำนวนมากก็อาจจะไม่ว่างว่าง ทั้งยังจำเป็นต้องใช้เงินมากไม่น้อยเลยทีเดียวอีกด้วย แล้วก็ด้วยความยุ่งยากพวกนี้ พวกเรารู้เรื่องปัญหาของผู้หญิงดี ก็เลยได้สะสม 9 วิธีการทำให้หน้าขาวแบบธรรมชาติ มาฝากกัน ซึ่งเป็นแนวทางหน้าขาวแบบง่ายๆเพียงแต่ใช้วัตถุดิบใกล้ตัว รับประกันว่าไม่เป็นอันตราย และก็ขาวใสขึ้นจริงแน่ๆ

เครดิตฟรี

  1. มะเขือเทศ
    เริ่มกันที่ผลไม้ที่เป็นตัวช่วยชั้นยอดเยี่ยมที่มีอีกทั้งวิตามินและก็ธาตุ รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยที่วัย ให้ผู้หญิงเอามาหั่นเป็นแว่นครึ้มราวๆครึ่งนิ้วสำหรับสครับบริเวณใบหน้าก่อนอาบน้ำเพื่อกำจัดเซลล์ผิวเก่า สิวเสี้ยน ลดความหมองคล้ำ หรือจะสับละเอียดแล้วเอามาพอกหน้าสัก 30 นาทีก่อนไปนอนก็ได้ แล้วล้างออกให้สะอาด เมื่อตื่นมารุ่งอรุณผิวจะมองผ่องแผ้ว ผ่องใสขึ้นอย่างชัดเจน
  2. แตงร้าน
    ตัวช่วยสุดสุภาพรับประกันว่าไม่ทำให้ผิวเคือง เหมาะสมกับทุกภาวะผิวโดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวที่มีผิวแห้งด้วยเหตุว่าแตงร้านมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก เพียงแค่เอามาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆก่อนปั่นละเอียด แล้วหลังจากนั้นพอกหน้าทิ้งเอาไว้ราว 25-30 นาทีแล้วล้างออก วิตามินซีรวมทั้งสารฟีนอลิกในแตงร้านจะช่วยลดรอยแดงจากสิว ช่วยทำให้ผิวนุ่มเปียกชื้น รวมทั้งขาวกระจ่างขาวใสเยอะขึ้นเรื่อยๆ
  3. มะละกอ
    มะละกอคือผลไม้ที่มีวิตามินเอแล้วก็โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีขว้างเปนที่ช่วยเก็บกักรวมทั้งเพิ่มความชื้นต่อผิวอยู่สูง ก็เลยเหมาะสมกับผู้หญิงผิวแห้งอย่างดีเยี่ยม โดยนำมะละกอสุกมาบดละเอียดก่อนพอกหน้าทิ้งเอาไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออก สูตรนี้จะช่วยทำให้ผิวมองชุ่มฉ่ำ ขาวผ่องแผ้ว แล้วก็เนียนใสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย
  4. กล้วย
    นอกเหนือจากใช้ผลกล้วยสุกบดพอกหน้าเพื่อผิวเกลี้ยงนุ่มแล้ว ยังสามารถนำข้างในของเปลือกกล้วยมาเช็ดเบาๆบนบริเวณใบหน้าเป็นสครับช่วยจัดการสิ่งสกปรกได้อีกด้วย หรือจะขูดส่วนข้างในของเปลือกกล้วยมาใช้พอกหน้าทิ้งเอาไว้ตลอดคืนก็ได้ ซึ่งสารฟีนอลิกและก็วิตามินอีจะช่วยผลัดเซลล์ผิวทำให้ผิวกลับมาแข็งแรง กระจ่างขาวสวยใส และไม่แห้งแข็งจ้ะสล็อต
  5. ส้ม
    ส้ม เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีช่วยทำนุบำรุงผิวให้กระจ่างขาวใส ฟื้นฟูส่วนที่หมองคล้ำ ทำให้สิวแห้งเร็วและไม่กำเนิดรอยแผลเป็น ผู้หญิงสามารถใช้เนื้อส้มแกะเม็ดปั่นละเอียดมาพอกหน้าทิ้งเอาไว้ก่อนไปนอน หรือนำข้างในของเปลือกส้มมาสครับเบาๆบนหน้าก่อนอาบน้ำก็ได้ แต่ว่าเพราะส้มนั้นมีกรดซิตริกสูง จำเป็นจะต้องใช้เวลาพอกหรือสครับไม่เกิน 15 นาที หรือไม่ก็นำไปผสมกับไข่ขาวหรือน้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะพร้าวเพื่อปกป้องการระคายเคือง ดังนี้ถ้าเกิดผู้ใดกันหาซื้อส้มมิได้สามารถใช้มะนาวแทนได้นะคะ
  6. นม
    กลเม็ดความสวยสดงดงามที่นิยมใช้มานานมาก วิธีการใช้ก็ง่ายแสนง่ายเพียงแค่นำสำลีมาจุ่มในน้ำนมแล้วโปะทิ้งเอาไว้บนบริเวณใบหน้าราว 10-15 นาที ปลดปล่อยให้กรดแลคติกซึมไปสู่หน้าเพื่อบำรุงให้ผิวกระจ่างขาวใสแล้วก็เนียนนุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ชี้แนะให้ใช้เป็นนมอุ่นจะช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นสำหรับในการกระชับรูขุมขน หรือนำไปผสมกับมะขามแฉะอัตราส่วน 1:1 จะช่วยเรื่องปรับเซลล์ผิวให้สว่างขึ้นได้จ้ะ
  7. น้ำผึ้ง
    ของดีจากธรรมชาติแท้ๆที่มีสารต้านทานอนุมูลอิสระและก็กรดกลูโคนิก การพอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง 15-20 นาที ก็เลยช่วยยั้งการเติบโตของแบคทีเรีย ป้องกันผิวจากรังสียูวี สร้างเสริมเซลล์ผิวหนังใหม่ทำให้หน้ากระจ่างขาวใสแล้วก็อ่อนกว่าวัย แม้กระนั้นจำต้องประณีตบรรจงในตอนล้างกันนิดเดียว โดยใช้ลำสีชุบน้ำอุ่นขัดถูออกให้สะอาดเพื่อปกป้องปัญหาเกี่ยวกับการหลงเหลือสะสมจนกระทั่งกำเนิดสิว แล้วก็จำเป็นต้องเลือกใช้น้ำผึ้งแท้หรือน้ำผึ้งสำหรับใช้กับผิวหน้าแค่นั้นนะคะ
  8. โยเกิร์ต
    โยเกิร์ตนอกเหนือจากมีจุลชีพแลคโตบาซิลลัสแล้วก็กรดแลคติกช่วยเรื่องจัดการสิ่งสกปรก ลดความมัน และก็การเกิดสิวผื่นแล้ว ยังมีวิตามินบีช่วยบำรุงผิวหน้าให้เปียกชื้น เนียนนุ่ม เปลี่ยนหน้าหมองให้ขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย โดยให้ผู้หญิงเลือกซื้อโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาทาแล้วนวดวนๆบนบริเวณใบหน้าราว 20 นาทีหรือนวดกระทั่งแห้งแล้วล้างออก หรือไม่ก็อาจจะนำไปใช้เป็นส่วนประกอบกับวัตถุดิบข้ออื่นๆก็ได้ผลในด้านดีด้วยเหมือนกันจ้ะสล็อตออนไลน์
  9. ข้าวโอ๊ต
    เมล็ดพืชสารพัดประโยชน์ที่ดีต่อผิวหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ เหมาะกับใช้สครับผิวและก็พอกรอบๆที่มีสิว โดยให้นำข้าวโอ๊ตมาปั่นละเอียด ผสมน้ำให้ได้เนื้อข้นๆเสร็จแล้วพอกหน้าทิ้งเอาไว้โดยประมาณ 10-15 นาที ตัวข้าวโอ๊ตจะช่วยซับไขมัน สิ่งสกปรก เซลล์หนังที่ตายแล้วให้หลุดออก ทำให้ผิวหน้ามองขาวกระจ่างขาวสวยใสเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังช่วยลดริ้วรอยต่างๆก้าวหน้าอีกด้วย
  10. ดินสอพอง
    นำดินสอพองมาผสมน้ำให้เป็นเนื้อครีมข้น แล้วทาทิ้งเอาไว้ให้ทั่วบริเวณใบหน้า เว้นรอบๆรอบดวงตาแล้วก็ริมฝีปาก ทิ้งเอาไว้ 15-20 นาที ดินสอพองจะซึมซับความมันบนบริเวณใบหน้า ดีท็อกซ์สารตกค้างที่ติดตามอยู่บนผิว ทำให้ผิวหน้ามองงามกระดอน แถมยังช่วยป้องกันแสงแดดได้อีกด้วยนะ
  11. น้ำตาล
    เพียงแต่นำน้ำตาลมาปั่นหรือบดอย่างละเอียดนิดหน่อย บางทีอาจเพิ่มนมลงไปนิดนึง แล้วเอามานวดเบาๆเป็นวงกลมให้ทั่วบริเวณใบหน้า จะก่อให้ผิวเกลี้ยงกระจ่างขาวสวยใส ชุ่มชื่นกระชุ่มกระชวยขึ้น
  12. กล้วยหอม
    ผลไม้สีเหลืองสดนี้มิได้เกิดผลดีต่อร่างกายเพียงแค่นั้น แต่ว่ายังส่งผลให้ผิวหน้างามนุ่ม เปียกชื้น รวมทั้งสามารถขจัดปัญหาผิวได้หลายสิ่งหลายอย่างอย่างยิ่งจริงๆ เพียงแค่นำกล้วยหอมสุกมาบดให้เป็นเนื้อละเอียดแล้วเอามาพอกหน้าทิ้งเอาไว้โดยประมาณ 15 นาที เท่านี้ก็ตระเตรียมอวดผิวสวยๆให้คนอื่นๆริษยาได้เลย
  13. ฟักทอง
    เพียงแต่ฟักทองต้มบดมัวแต่เนื้อโดยประมาณ ½ ถ้วย (บางทีอาจเพิ่มน้ำลงไปหน่อยเดียวเพื่อไม่ให้แห้งมากจนเกินไป) หลังจากนั้นก็เลยนำเนื้อฟักทองมาพอกไว้ทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งเอาไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เช็ดหน้าให้แห้ง สารอาหารรวมทั้งวิตามินเอที่อยู่ในฟักทอง จะช่วยสร้างเสริมอนุมูลอิสระ เพิ่มของกินลงสู่ผิวทำให้หน้าขาวใส เนียนนุ่มเสมือนผิวเด็กเลยล่ะjumboslot
  14. แอปเปิล
    นำแอปเปิลมาปอก แล้วเอาเฉพาะเนื้อมาปั่นอย่างถี่ถ้วน (บางทีอาจผสมน้ำผึ้งลงไปนิดเดียว) แล้วเอามาพอกหน้าทิ้งเอาไว้ 20 นาที คอลลาเจนแล้วก็อิลาสตินในผลแอปเปิลจะช่วยทำให้หน้าใส ไม่มีริ้วรอย แถมผิวหน้ายังแข็งแรงขึ้นอีกด้วย
  15. ขมิ้นรวมทั้งนมสด
    ถ้าหากเปิดตำราเรียนสมุนไพรที่ใช้บำรุงผิวพรรณของคนภายในแต่ก่อนๆมั่นใจว่า ขมิ้นต้องอยู่ในอันดับหนึ่งอย่างแน่แท้ เพราะเหตุว่าขมิ้นจะช่วยทำให้ผิวพรรณนุ่มนวลแจ่มใส สะอาดหมดจด เพียงแค่นำผงขมิ้น 1 ถ้วยผสมกับนมสด 3/4 ถ้วย ผสมกันไปจนกว่าจะเข้ากัน แล้วเอามาพอกลงบนผิวขณะอาบน้ำ ทิ้งเอาไว้ราว 15-30 นาที ทำบ่อยเป็นประจำทุกๆวัน การันตีผิวขาวอมชมพูนุ่มสุดๆ
    ดังนี้ รู้จักแนวทางบำรุงผิวขาวด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติกันไปแล้ว ถ้าเกิดอยากรักษาภาวะผิวขาวกระจ่างขาวสวยใสเป็นธรรมชาติให้อยู่กับพวกเราได้นาน การเลือกใช้สินค้าที่สมควรพร้อมๆกันก็จะช่วยทำให้ปรับคำตอบออกมาดีขึ้น โดยการทดลองหาครีมหน้าขาวที่อุดมไปด้วยวิตามิน บำรุงผิวขาวกระจ่างขาวสวยใสธรรมชาติมาเป็นผู้ช่วยสักตัว อย่าง Olay White Radiance Light Perfecting Essence Serum เนื่องจากว่ามีส่วนผสมของ Niacinamide (Vitamin B3) รวมทั้งเป็นไปได้อีกทั้ง Treatment, Day cream และก็ Night cream ในขวดเดียว การันตีได้ว่านอกจากผิวจะมองขาวกระจ่างขาวสวยใสขึ้นแล้ว ปัญหาจุดด่างดำรวมทั้งรอยหมองคล้ำต่างๆก็จะลดลางเลือนลงไปด้วยslot

รู้เท่าทันสารอันตรายก่อนหน้าพัง

ครีมหน้าขาวเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมอย่างยิ่งในกลุ่มผู้หญิงที่ปรารถนาลดลางเลือนจุดด่างดำบนผิว หรือปรารถนาปรับสีผิวให้ขาวใสขึ้นตามกระแสที่นิยม ครีมหน้าขาวที่มีวางจำหน่ายทั่วๆไปตามตลาดมีส่วนประกอบที่แตกต่าง ครีมบางตัวอาจมีส่วนประกอบของสารสกัดที่มาจากธรรมชาติ แม้กระนั้นก็มีอีกหลากหลายประเภทที่ผสมสารที่เกิดอันตรายต่อผิวด้วยเหมือนกัน
ครีมหน้าขาวเป็นที่นิยมอย่างล้นหลามในประเทศแถบทวีปเอเชียทิศตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองไทย โดยจะช่วยลดจำนวนเม็ดสีในชั้นผิวหนัง รวมทั้งทำให้ผิวกระจ่างขาวสวยใสขึ้นอย่างเร็ว แม้กระนั้นครีมหน้าขาวบางตัวบางทีอาจผสมสารอันตรายอย่างไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) สเตียรอยด์จำพวกใช้ข้างนอก (Topical Steroids) และก็สารปรอท ซึ่งสารอันตรายพวกนี้ทำให้เกิดผลเสียยังไงต่อผิว รวมทั้งพวกเราจะมีแนวทางเลือกครีมหน้าขาวอปิ้งไรให้ไม่มีอันตรายต่อผิว หาคำตอบได้ในเนื้อหานี้

เครดิตฟรี
การทำงานของครีมหน้าขาว
โดยทั่วไปแล้ว ผิวหนังของมนุษย์จะมีสารสำคัญที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดสีผิว เรียกว่า เมลานิน (Melanin) โดยสร้างจากเซลล์ผิวหนังเมลาโนไซต์ (Melanocyte) ซึ่งแต่ละคนจะมีจำนวนเมลานินในผิวหนังแตกต่างกัน ขึ้นกับเชื้อชาติ พันธุกรรม ฮอร์โมน รวมทั้งการพบเจอกับแสงอาทิตย์ โดยต้นเหตุกลุ่มนี้จะทำการกระตุ้นให้มีการสร้างเมลานินมากขึ้น ทำให้ผิวหนังมีสีคล้ำลง ครีมหน้าขาวก็เลยถูกประยุกต์ใช้เพื่อลดจำนวนเมลานินแล้วก็ปรับให้สีผิวมองขาวขึ้น
ดังนี้ องค์ประกอบในครีมหน้าขาวอาจมีอีกทั้งสารสกัดที่ได้มาจากธรรมชาติที่มักไม่ทำให้ผิวกำเนิดอาการแพ้หรือระคาย อย่างวิตามินซี เบต้า แคโรทีน (Beta Carotene) สารสกัดจากรากชะเอมเทศ (Licorice Extract) แล้วก็สารสกัดจากทับทิม ไปจนกระทั่งสารที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวรวมทั้งเป็นสารต้องห้าม อย่างไฮโดรควิโนนและก็คอร์ติวัวสเตียรอยด์ (Corticosteroid) การใช้ครีมหน้าขาวที่มีสารอันตรายกลุ่มนี้ จำเป็นที่จะต้องมีใบสั่งยาจากหมอเพื่อรักษาโรคผิวหนังโดยเฉพาะอย่างยิ่งแค่นั้น
สารอันตรายในครีมหน้าขาวที่ควรจะหลีกเลี่ยง
สารอันตรายในครีมหน้าขาวหลายอย่างสามารถออกฤทธิ์ทำลายผิวหนังและก็บางทีอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตถ้าเกิดใช้ในจำนวนมากหรือใช้โดยตลอดเป็นเวลานานโดยมิได้อยู่ภายใต้ข้อแนะนำของหมอ โดยแบบอย่างสารอันตรายที่พบมากในครีมหน้าขาว ดังเช่น
ไฮโดรควิโนน
ไฮโดรควิโนนเป็นสารที่มีคุณลักษณะยั้งการผลิตเม็ดสีผิว ก็เลยมักประยุกต์ใช้เพื่อรักษาปัญหาผิวที่มีสีแก่กว่าผิวหนังรอบๆอื่น ยกตัวอย่างเช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำตามวัย (Age Spots) และก็รอยสิว ผู้ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนนบางรายบางทีอาจรู้สึกแสบร้อนหรือระคายผิว แต่ว่าถ้าใช้ตลอดในระยะยาวอาจส่งผลให้กำเนิดฝ้าถาวร (Exogenous Ochronosis) แล้วก็เพิ่มการเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง
ในประเทศไทย ไฮโดรควิโนนจัดเป็นยาทาภายนอกเพื่อการดูแลและรักษาด้านการแพทย์ รวมทั้งได้ถูกสั่งห้ามใส่เอาไว้ภายในสินค้าเครื่องแต่งตัวที่วางขายทั่วๆไป โดยอย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) กำหนดให้ผสมสารไฮโดรควิโนนในสินค้ารักษาฝ้าได้ไม่เกิน 2% ยิ่งไปกว่านี้ หญิงมีท้องหรือกำลังให้นมลูกไม่สมควรใช้สินค้าที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนน เพราะเหตุว่าบางทีอาจซับไปสู่กระแสโลหิตแล้วก็ก่อให้เกิดอันตรายต่อลูก

สล็อต
สารปรอท
สารปรอทเป็นสารที่แพงถูก นิยมเอามาใส่เอาไว้ภายในครีมหน้าขาวเพื่อลดรอยดำบนผิวหนัง ยั้งการผลิตเม็ดสีผิว ทำให้สีผิวขาวขึ้น การใช้สินค้าที่มีส่วนผสมของสารปรอทอาจจะก่อให้กำเนิดอาการแพ้ ผิวเปลี่ยนสี ผิวบางลง เมื่อใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานจะถูกซึมซับไปสู่กระแสโลหิต ทำให้ไตรวมทั้งระบบประสาทถูกทำลาย ดังนี้ สารปรอทเป็นสารอันตรายที่ห้ามวางขายในหลายประเทศ รวมทั้งในประเทศไทยป้ายประกาศเป็นสารห้ามใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ปี พุทธศักราช 2551
สเตียรอยด์
สเตียรอยด์จำพวกที่ใช้ด้านนอก อย่างไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) มีคุณลักษณะชะลอการผลัดเซลล์ผิวทำให้สีผิวขาวขึ้น ก็เลยมักประยุกต์ใช้สำหรับการรักษาโรคผิวหนัง อาทิเช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) ฯลฯ
แม้กระนั้น การใช้สเตียรอยด์ที่มีความเข้มข้นสูงและก็เป็นระยะเวลาที่ยาวนานต่อเนื่องกันอาจจะก่อให้กำเนิดอาการแพ้ แสบร้อน ผิวบางลง แล้วก็กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดสิวสเตียรอยด์ได้ จะต้องใช้ตามคำแนะนำของหมอ นอกนั้น หญิงมีครรภ์ควรจะเลี่ยงการใช้ครีมที่มีความเข้มข้นของสเตียรอยด์สูง ถ้าจะต้องใช้ยาควรที่จะเลือกจำพวกที่มีความเข้มข้นต่ำถึงปานกลาง และก็ใช้ในช่วงเวลาสั้นๆเพียงแค่นั้น
การใช้ครีมหน้าขาวให้ไม่มีอันตรายต่อผิว ควรจะใช้จากที่หมอสั่งรวมทั้งกระทำตามคำเสนอแนะของหมออย่างเคร่งครัด ไม่สมควรซื้อครีมหน้าขาวมาใช้เอง เพราะว่านอกเหนือจากจะเป็นโทษต่อผิวหนังแล้ว ยังบางทีอาจเป็นเกิดโทษต่อรูปแบบการทำงานของอวัยวะอื่นๆภายในร่างกายได้
วิธีการสำหรับเลือกซื้อสินค้าเพื่อบำรุงผิวโดยสวัสดิภาพ
ก่อนที่จะมีการเลือกซื้อครีมหรือสินค้าดูแลผิวพรรณขาวใดๆก็ตามควรจะอ่านฉลากบนบรรจุภัณฑ์อย่างรอบคอบ ไม่สมควรใช้ครีมที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนน สารปรอท และก็สเตียรอยด์ ถ้าเกิดสินค้าไม่แสดงเนื้อหาขององค์ประกอบ ไม่แสดงชื่อผู้สร้าง หรือวันเดือนปีที่ผลิต ควรจะเลี่ยงการใช้สินค้านั้น ในเรื่องที่สงสัยว่าสินค้าที่ใช้อยู่หรือที่อยากซื้อมีสารอันตรายผสมอยู่หรือเปล่า สามารถตรวจตรารายนามเครื่องแต่งหน้าตามประกาศของสำนักควบคุมเครื่องแต่งตัวและก็วัตถุอันตรายเหมาะเว็บ www.fda.moph.go.th ของหน่วยงานของกินแล้วก็ยา (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา)
อย่างไรก็แล้วแต่ คนที่มีปัญหาผิวหนัง อย่างฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ ควรจะขอความเห็นหมอเพื่อรับคำเสนอแนะสำหรับการเลือกใช้สินค้า โดยหมอบางทีอาจชี้แนะให้ใช้แนวทางรักษาอื่นๆร่วมด้วย ยกตัวอย่างเช่น การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peeling) การขัดกรอผิวด้วยผลึกแร่ (Microdermabrasion) เพื่อกำจัดเซลล์ผิวชั้นผิวหนังชั้นนอก ซึ่งเป็นเซลล์ที่ตายแล้วออกไป หรือวิธีการทำเลเซอร์ (Laser Treatment) ที่เหมาะสมกับภาวะผิว

สล็อตออนไลน์
การใช้ครีมที่เอาไว้สำหรับบำรุงผิวหรือสินค้าเพื่อผิวขาวเป็นเพียงแค่หนึ่งในทางแก้ไขปัญหาผิวสีคล้ำให้ขาวขึ้น แม้กระนั้นหากต้องการจะให้ผิวขาวใสรวมทั้งมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง การดูแลรักษาและบำรุงผิวบ่อยๆด้วยแนวทางอื่นๆร่วมด้วยนับว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรไม่มีความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทาครีมที่มีไว้สำหรับกันแสงแดดเพื่อคุ้มครองผิวสีคล้ำเสียจากรังสียูวี ถ้าเกิดมีลักษณะแพ้หรืออาการแตกต่างจากปกติข้างหลังการใช้ครีมหรือสินค้าอะไรก็แล้วแต่ควรจะไปพบหมอเพื่อรับการดูแลรักษาอย่างถูกทาง
เลือก ครีมทาผิวขาว ตัวไหนดี ที่เหมาะสมกับผิวหน้าพวกเรา
หน้าแห้ง หน้าลอก (Dry Skin)
หากคุณเป็นผู้ที่มีผิวแห้ง คุณจะกลุ้มใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแต่งหน้าทาปากแล้วไม่ค่อยติดทน ด้วยเหตุนั้นคุณจำเป็นต้องเลือกใช้ สรับประทานห่วงใย ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เจล หรือวิตามินอี เข้ามาหรือจะเป็นพวกเอสเซนท์โลชั่นที่เพิ่มเติมความสดชื่นให้ผิวก็ได้จ้ะ
หน้ามัน (Oily Skin)
จำนวนมากคนหน้ามันจะมากับรูขุมขนที่กว้าง ต้องการหลบหน้ามัน ทดลองใช้สรับประทานสนใจที่มีส่วนผสมของ Oil-Control เพื่อควบคุมความมันบนผิวหน้า ส่วนถ้าเกิดเป็นการล้างจ่ายสิ่งสกปรกบนบริเวณใบหน้า ให้เลือกแบบ Oil Free ผู้หญิงหรือชายหนุ่มๆพากเพียรเลี่ยงการล้างหน้าล้างตากับน้ำอุ่นให้ล้างน้ำธรรมดาพอเพียงจ้ะ
ผิวผสม (Combination Skin)
เป็นเกาะกึ่งกลางระหว่า ผิวปกติ ผิวแห้งและก็ผิวมัน ส่วนมากจะมีสิวหัวดำมาคู่กันถ้าเกิดคุณมีผิวจำพวกนี้ ทดลองหาสรับประทานสนใจที่ป้องกันการเกิดสิว แก้ไขปัญหารูขุมขนกว้างแล้วก็ผิวมันมาใช้มองนะ
ผิวปกติ (Normal Skin)
เป็นผิวที่ไม่มันและไม่แห้งจนถึงเหลือเกิน เรียกว่า คนไหนกันที่มีผิวแบบงี้โชคดีมากมายเลยล่ะ อาจระดับผิวอย่างงี้ไว้ พร้อมมีสรับประทานห่วงใยบำรุงปกติที่เหมาะสมกับผิวปกติไว้นะ
ผิวเปราะบางแพ้ง่าย (Sensitive skin)
ลำดับแรกเลยจำต้องใช้สรับประทานสนใจที่หลบหลีกการแพ้ ดังเช่นว่าสารที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดการแพ้ง่าย ได้แก่ สารส่วรผสมน้ำหอม สารกันเสีย สารป้องกันแสงแดด ทดลองเบาๆไว้ก่อนยิ่งดี

jumboslot
1.ล้างหน้าล้างตาด้วยแนวทางที่ถูก
ลำดับแรก ผู้หญิงควรจะเลือกสินค้าล้างหน้าล้างตาที่มีความเหมาะสมกับผิว แล้วก็ควรจะล้างหน้าล้างตาอย่างถูกแนวทางเพียงแค่นั้นหมายถึงให้เริ่มล้างน้ำอุ่นก่อนเพื่อช่วยเปิดรูขุมขนแล้วต่อจากนั้นล้างด้วยสินค้าตามธรรมดา แล้วล้างด้วยน้ำอุ่นอีกทีจนกระทั่งสะอาด แล้วก็เลยล้างปิดท้ายด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขน เพียงเท่านี้ก็จะก่อให้ผิวหน้าสะอาดใสไม่มีสิวได้แล้วจ้ะ

jumboslot
2.บำรุงผิวด้วยไวท์เทนนิ่ง
ภายหลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้ว ผู้หญิงควรจะรีบทาครีมที่เอาไว้ดูแลผิวหน้าโดยทันที โดยควรจะเลือกสินค้าที่มีส่วนผสมจากไวท์เทนนิ่งเป็นหลัก เพื่อบำรุงผิวหน้าให้ขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ
3.ทาครีมสำหรับกันแสงแดดบ่อยๆ
ภายหลังทาโลชั่นบำรุงผิวแล้ว ถ้าเป็นตอนตอนกลางวัน ผู้หญิงอย่าลืมทาโลชั่นที่เอาไว้กันแดดเด็ดขาด โดยควรที่จะทำการเลือกประเภทที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป แล้วก็ถ้าถูกตากแดดบ่อยครั้งควรที่จะเลือกทาโลชั่นสำหรับกันแดดค่า SPF 50 รวมทั้งบากบั่นหลบหลีกแสงตะวันให้ได้มากที่สุด บางทีอาจกางร่ม หรือใส่หมวกก็ได้เพื่อช่วยคุ้มครองปกป้องผิวจากรังสี UV
4.ขัดผิวหน้าทุกอาทิตย์
ควรจะขัดผิวหน้าบ้างเพื่อกระตุ้นเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก รวมทั้งสูตรที่พวกเราขอเสนอแนะก็คือ สูตรขัดผิวหน้าจากมะขามแฉะนั่นเอง เพียงแค่นำน้ำมะขามแฉะข้นๆมาผสมกับน้ำผึ้งแล้วต่อจากนั้นเอามาขัดผิวหน้ากระทั่งทั่วอย่างเบามือ ปลดปล่อยไว้ราวๆ 15-20 นาทีแล้วล้างหน้าล้างตาให้สะอาด สูตรนี้ควรจะทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ยืนยันผิวหน้าขาวกระจ่างขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติแน่ๆ
5.มาส์กหน้าก่อนไปนอน
เนื่องจากการมาส์กหน้าเป็นการช่วยทำนุบำรุงและก็ดูแลใบหน้าได้อย่างลึกล้ำ ทั้งยังยังเป็นเหตุให้บริเวณใบหน้าขาวใส เนียนนุ่มเปียกชื้นแบบมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงได้ด้วย โดยหาซื้อสินค้าแผ่นมาส์กหน้าบำรุงผิวแบบสำเร็จรูปทั่วๆไปมาไว้มาส์กหรือจะมาส์กด้วยสูตรโยเกิร์ต มะนาว แล้วก็น้ำผึ้งก่อนนอนก็ได้ด้วยเหมือนกัน
6.กินน้ำมะเขือเทศวันแล้ววันเล่า
การกินน้ำมะเขือเทศเสมอๆแต่ละวันจะช่วยทำนุบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างขาวสวยใสจากด้านในสู่ด้านนอกได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว ชี้แนะให้กินน้ำมะเขือเทศวันละ 1 แก้ว จะซื้อแบบใส่กล่องมาดื่มหรือทำสูตรโฮมเมดด้วยตัวเองก็ได้ เท่านี้ก็จะมีผลให้ผิวหน้ารวมทั้งผิวกายได้รับการบำรุงอย่างผุดผ่องขึ้นแล้วจ้ะ
7.กินน้ำสะอาดมากมายๆ
การกินน้ำสะอาดมากมายๆเป็นอีกเทคนิคสู่การมีผิวขาวกระจ่างขาวสวยใสในแบบธรรมชาติได้อย่างง่ายๆ เพราะว่าน้ำที่สะอาดจะช่วยดีท็อกซ์พิษ ดีต่อระบบขับถ่ายแล้วก็ช่วยขับฉี่ ของเสียก็เลยถูกขับออกมาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ทำให้ผิวสะอาดและก็กระจ่างขาวสวยใส แถมยังดีต่อร่างกายมากไม่น้อยเลยทีเดียวอีกด้วย[NPC5]

เคล็ดลับดูแลสะดือให้สะอาด

แน่ๆว่าการดูแลแต่เพียงผิวหน้ารวมทั้งผิวกาย ยังคงไม่พอสำหรับผู้หญิงโดยยิ่งไปกว่านั้นสะดือซึ่งเป็นรอบๆที่มักถูกไม่มีความเอาใจใส่กระบวนการทำความสะอาดบ่อยมาก ก่อปัญหาสะดือดำ จนกระทั่งยังคลุมเคลือที่จะสวมเสื้อโชว์เอว ฉะนั้นก็เลยต้องการเชิญชวนผู้หญิงทุกคน หันมาให้ความเอาใจใส่กับการดูแลสะดือของตนให้คืนดีกันจ้ะ ซึ่งเทคนิคสำหรับในการดูแลสะดือให้สะอาดทำเป็นดังต่อไปนี้

เครดิตฟรี
1.ล้างฟองสบู่ให้สะอาดสะอ้าน
รู้ไหมว่าเนื้อสบู่ไม่ว่าจะเป็นแบบก้อนหรือแบบเหลว ล้วนมีไขมันเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ด้วยเหตุผลดังกล่าวเมื่อล้างฟองสบู่ไม่สะอาดสะอ้านเมื่อใดก็ตามอาบน้ำ ย่อมทำให้ฟองสบู่มีการสะสม เมื่อสะสมตรงเวลานับเป็นเวลาหลายวันก็ทำให้เป็นก้อนดำ นำมาซึ่งการทำให้ผิวรอบๆสะดือเปรอะเปื้อนและก็มีกลิ่นเหม็นอีกด้วย
2.ถูสะดือให้แห้งทุกหนข้างหลังอาบน้ำ
ข้างหลังอาบน้ำทุกคราว ผู้หญิงควรจะขัดถูผิวทั่วร่างกายให้แห้ง และผิวรอบๆสะดือควรจะใช้ผ้าขนหนูถูด้านในสะดือให้แห้งด้วยเหมือนกัน เพราะผิวตรงสะดือมีลักษณะเป็นหลุม ถ้ามีน้ำคงเหลืออยู่ก็ย่อมไหลไปสู่สะดือได้ ถ้าหากคิดว่าเช็ดถูภายในสะดือด้วยผ้าขนหนูแล้วไม่แห้ง ชี้แนะให้ใช้คอตตอนบัดขัดถูสะดือให้แห้ง เนื่องจากว่าวิธีแบบนี้จะช่วยทำให้แน่ใจว่าจะไม่กำเนิดความอับเปียกชื้นและก็เชื้อราในสะดืออย่างแน่แท้
3.ใช้เบบี้ออยล์ชำระล้าง
วิธีการทำความสะอาดด้วยเบบี้ออยล์ หรือจะเลือกใช้ขี้ผึ้งก็ได้สุดแต่สบาย เสนอแนะให้ใช้คอตตอนบัดจุ่มลงไปในเบบี้ออยล์หรือขี้ผึ้งให้เพียงพอเปียกแฉะ แล้วเอามาขัดถูภายในสะดือ ถ้ามีกลิ่นเหม็น เสนอแนะให้ใช้คอตตอนบัดอันใหม่เช็ดถูถัดไปเรื่อยจนกระทั่งจะไม่มีกลิ่น แล้วจึงปิดด้วยการใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นแล้วขัดชำระล้างสะดืออีกที
4.ชำระล้างด้วยแอลกอฮอล์
ในส่วนของกระบวนการทำความสะอาดสะดือด้วยแอลกอฮอล์ ให้ใช้คอตตอนบัดจุ่มลงไปในแอลกอฮอล์ แล้วเอามาขัดภายในสะดือ ถ้าหากมีสีดำติดที่ก้อนสำลี ให้แปลงใช้อันใหม่จุ่มแอลกอฮอล์แล้วขัดถูอีกที ทำแบบนี้ถัดไปเรื่อยจนกระทั่งไม่มีอะไรติดที่ก้อนสำลี ต่อด้วยการใช้น้ำดื่มถูแอลกอฮอล์รอบๆสะดือ แล้วจึงปิดด้วยการอาบน้ำให้สะอาด
5.ปรับฮอร์โมนให้ปกติ
การปรับฮอร์โมนให้ปกติ โดยส่วนมากมักใช้วิธีแบบนี้กับเพศหญิงท้อง เหตุเพราะการมีท้องทำให้ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนทำให้สะดือดำ แม้กระนั้นภายหลังจากออกลูกน้อยแล้ว สีดำรอบๆสะดือจะเบาๆเลือนหายไป แล้วก็กลับมามีผิวธรรมดาจากการรักษาอย่างยอดเยี่ยม แม้กระนั้นถ้าหากรอยดำที่สะดือยังไม่หายไป เสนอแนะให้ขอคำแนะนำหมอผู้ชำนาญเพื่อหาทางปรับฮอร์โมนให้กลับมาปกติดังเดิม

สล็อต
สะดือดำ มีต้นเหตุที่เกิดจากอะไร ?

  1. รอยเปื้อนคราบไคลสะสม
    บนผิวกายของพวกเราชอบมีไคลอยู่ทั่วทุกผิว ทั้งยัง ผิวหน้า, แขน, ขา, ข้อพับ รวมถึงสะดือก็มีไคลสะสมได้ด้วย นานวันเข้าพบกไม่ยินยอมขัดไคลออกไปบางทีก็อาจจะเปลี่ยนเป็นรอยเปื้อนดำจนถึงเห็นได้ด้วยตาเปล่านั่นเอง
  2. ล้างสบู่ออกไม่หมด
    เหตุเพราะในเนื้อสบู่อีกทั้งแบบก้อนและก็สบู่เหลวจะมีไขมันเป็นองค์ประกอบสำคัญอยู่ ถ้าล้างออกไปไม่หมดไขมันจากฟองสบู่ก็จะสะสมจนถึงกำเนิดเป็นก้อนดำ นอกเหนือจากการที่จะทำให้ผิวเปรอะเปื้อนแล้วบางทีอาจส่งกลิ่นที่ไม่พึ่งต้องการได้ด้วย
    แนวทางสำหรับดูแลผิว
  3. ฮอร์โมนเปลี่ยน
    แม่ที่กำลังมีท้องรวมทั้งมีการเปลี่ยนของฮอร์โมนอย่างเร็ว หลายๆคนชอบเจอกับปัญหาผิวดำคล้ำรอบๆข้อพับ จั๊กกะแร้ จุกนม ก้านคอ พุง รวมถึงบริเวณสะดือ ซึ่งจะกำเนิดรอยสีดำอย่างชัดเจนมากมายทีเดียว
  4. ความอับเปียกชื้นรวมทั้งเชื้อรา
    เพราะเหตุว่าสะดือมีลักษณะเป็นหลุมเล็กๆอยู่ข้างหน้าท้อง ทำให้ผู้หญิงละเลยและไม่ถูกใจขัดถูผิวด้านในสะดือ เพียงพอสวมเสื้อผ้าทั้งที่ยังแฉะอยู่ก็จะก่อให้ชื้นแฉะ กำเนิดเชื้อรา รวมทั้งส่งกลิ่นเหม็นได้นั่นเองสล็อตออนไลน์
    แนวทางสำหรับในการดูแลผิว
    5 กลเม็ดจัดแจงปัญหาสะดือดำ
  5. ใช้แอลกอฮอล์ชำระล้าง
    นำก้านสำลีจุ่มลงไปในแอลกอฮอล์ แล้วหลังจากนั้นเอามาเช็ดถูภายในสะดือ ถ้าหากดึงขึ้นมาแล้วก้านสำลีมีสีดำก็เปลี่ยนแปลงอันใหม่โดยทันที ทำแบบงี้ไปเรื่อยกระทั่งไม่มีอะไรติดก้านสำลีออกมา แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยใช้น้ำกินมาถูแอลกอฮอล์ออกไป จบท้ายด้วยการอาบน้ำตามเดิม
  6. ชำระล้างด้วยเบบี้ออยล์หรือขี้ผึ้ง
    สำหรับผู้ใดกันที่แพ้แอลกอฮอล์ทดลองแปลงมาใช้เบบี้ออยล์หรือขี้ผึ้งแทนได้ โดยใช้ก้านสำลีจุ่มลงในเบบี้ออยล์หรือขี้ผึ้งพอเพียงเปียก ต่อจากนั้นเอามาถูภายในสะดือ แม้ก้านสำลีเลอะเทอะและก็มีกลิ่นเหม็นติดขึ้นมาควรจะแปลงก้านอันใหม่ เช็ดถูไปเรื่อยกระทั่งสะอาดแล้วเอาผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาถูอีกครั้ง เพียงเท่านี้สะดือก็จะสะอาดและไม่ดำแล้ว
    แนวทางดูแลผิว
  7. ล้างฟองสบู่ให้หมดทุกคราวjumboslot
    เวลาล้างฟองสบู่ออกด้วยน้ำกิน ควรจะใช้มือคลำฟองด้านในสะดือออกไปให้หมด อย่าให้เหลือรอยเปื้อนฟองแล้วก็ความลื่นไถลในนั้น หรือแม้กระทั้งฟองของแชมพูที่ไหลลงมาก็บางครั้งก็อาจจะไหลเข้าสะดือแบบที่พวกเราไม่รู้ตัว ด้วยเหตุดังกล่าวควรจะล้างตัวด้วยน้ำขั้นตอนสุดท้ายให้นานขึ้นอีกสักนิดสักหน่อย เพื่อที่ฟองต่างๆจะได้ไม่เกาะผิวกายนั่นเอง
  8. ใช้ผ้าขนหนูขัดสะดือให้แห้ง
    ภายหลังอาบน้ำเสร็จแล้วผู้หญิงจำเป็นจะต้องใช้ผ้าขนหนูถูด้านในสะดือให้แห้ง แม้กระทั้งผิวตอนบนของร่างกายก็อย่าให้มีความชุ่มชื้นหลงเหลือ เนื่องจากว่าสะดือของพวกเรามีลักษณะเป็นหลุม ถ้าหากมีหยดน้ำหลงเหลืออยู่ก็จะไหลสู่สะดือได้นั่นเอง ส่วนผู้ใดที่มีสะดือลึกรวมทั้งแคบก็ทดลองใช้ก้านสำลีขนาดเล็กขัดถูสะดือให้แห้งทุกคราว ความอับเปียกชื้นหรือเชื้อราก็จะไม่มากมายวนจิตใจแล้ว
    แนวทางสำหรับในการดูแลผิว
  9. ปรับฮอร์โมนให้ธรรมดา
    สำหรับเพศหญิงมีครรภ์ที่เกิดมีสะดือดำเพราะเหตุว่าฮอร์โมนเปลี่ยน ภายหลังออกลูกแล้วสีคล้ำพวกนั้นจะเบาๆเลือนรางไปและก็กลับมาเป็นผิวสวยใสตามเดิม แม้กระนั้นถ้าเกิดรอสักพักแล้วรอยดำยังไม่หาย ควรจะเข้ารับการหารือจากหมอผู้ชำนาญ และก็หาทางปรับฮอร์โมนให้กลับมาธรรมดาตามเดิมจะดีมากกว่า
    ตอนนี้ผู้ใดที่ประสบเจอกับปัญหาสะดือดำแม้ทดลองเอาทั้งยัง 5 กลเม็ดไปทดลองประยุกต์มอง การันตีว่าสะดือของคุณจำเป็นจะต้องกลับมาขาว ไม่มีปัญหาสะดือดำให้กวนโอ๊ยอีกแน่ๆslot

รู้จักกับประเภทของสิว

สิว สิ่งที่ทำให้หลายคนหมดความมั่นใจและความเชื่อมั่นไป เพราะเหตุว่าหน้าไม่เรียบเนียบ ยิ่งกว่านั้นบางทีอาจมีผลเสียกับชีวิตงานการ เคยสงสัยกันไหมว่าสิวที่ขึ้นบนบริเวณใบหน้าเป็นสิวจำพวกใด แล้วก็การดูแลและรักษาที่ถูกของสิวแต่ละชนิดจำเป็นต้องทำยังไง วันนี้พวกเราก็เลยเชื้อเชิญผู้หญิงมาทำความรู้จักกับสิว 6 ชนิด พร้อมด้วยขั้นตอนการรักษาที่ช่วยทำให้ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียนได้ดังเดิม ตามมามองกันจ้ะว่ามีสิวชนิดใดบ้าง

เครดิตฟรี
1.Nodular Acne – สิวอักเสบ
สิวอักเสบเป็นสิวที่เกิดขึ้นจากการที่แบคทีเรียเข้าไปอยู่ในรูขุมขนที่มีเซลล์ผิวตายแล้ว บวกกับความมันบนผิวหน้า รูปแบบของสิวอักเสบจะเป็นตุ่มแข็งสีแดงและไม่มีหัว
แนวทางรักษาสิวอักเสบ
การดูแลและรักษาสิวอักเสบไม่อาจจะทำได้ด้วยผู้กระทำดออกเอง แม้กระนั้นทุเลาอาการอักเสบได้ด้วยการป้ายยาไฮโดรคอร์ติโซน แต่ว่าถ้าหากอาการเกิดขึ้นอีก ควรจะเจอหมอผิวหนังเพื่อรับคำขอคำแนะนำรวมทั้งการดูแลและรักษาถัดไป
2.Whiteheads – สิวหัวขาว
สิวหัวขาวจัดเป็นสิวตันหัวปิด สามารถปรับปรุงไปเป็นสิวหนองขนาดใหญ่ได้ มีลักษณะเป็นตุ่มสีขาวอยู่ใต้ผิวหนัง เกิดขึ้นจากความเคลื่อนไหวของฮอร์โมน แล้วก็การใช้สินค้าต่างๆที่มีไขมันเป็นองค์ประกอบ
แนวทางรักษาสิวหัวขาว
สิวหัวขาวสามารถรักษาด้วยการใช้การทายาที่มีส่วนผสมของ Benzoyl peroxide ด้วยเหตุว่าช่วยลดการอุดตันและเปิดรูขุมขนทำให้สิวตันหลุดออกได้ง่าย
3.Blackheads – สิวหัวดำ
สิวหัวดำพบบ่อยรอบๆหนโซน ซึ่งสีดำของหัวสิวนั้นมิได้เกิดขึ้นจากสิ่งสกปรก เพียงแค่มีสาเหตุจากรูขุมขนตันไปด้วยเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และก็น้ำมันบนผิวหน้าทำปฏิกิริยากับออกสิเจนทำให้หัวสิวเป็นสีดำ
แนวทางรักษาสิวหัวดำ
การดูแลและรักษาสิวหัวดำใช้แนวทางเดียวกันกับการดูแลรักษาสิวหัวขาว มันก็คือการทายาที่มีส่วนผสมของ Benzoyl peroxide นั่นเอง

สล็อต
4.Pustule – สิวหัวหนอง
สิวหัวหนองมีเหตุที่เกิดจากการที่รูขุมขนมีการตันมากมาย จนกระทั่งทำให้ผิวเริ่มบวมจนถึงเป็นตุ่มหนอง และก็มีเหตุที่เกิดจากการรับเชื้อของรูขุมขน ทำให้ตุ่มสิวเป็นตุ่มหนองบวมแดงและก็ไวต่อการสัมผัส
แนวทางรักษาสิวหัวหนอง
การดูแลและรักษาสิวหัวหนองเสนอแนะให้ใช้แผ่นดูดสิวสำหรับการซึมซับหนองจากหัวสิว และก็ห้ามใช้มือบีบหรือกดออกเองเด็ดขาด เพราะเหตุว่าอาจก่อให้เชื้อแบคทีเรียแพร่ระบาดไปยังส่วนอื่นๆของผิวหน้านั่นเอง ถ้าอาการแย่ลง ควรจะเจอหมอผิวหนังให้รักษาถัดไป
5.Cystic Acne – สิวหัวช้าง
สิวหัวช้างเริ่มจากเป็นตุ่มแดงเล็กๆแล้วขยายใหญ่ขึ้นเป็นก้อนแข็ง มีความเหมือนซีสต์ขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยหนอง เกิดขึ้นจากการอักเสบในรูขุมขนที่มีความร้ายแรง ก็เลยมักทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัส
แนวทางรักษาสิวหัวช้าง
ในส่วนของการดูแลรักษาสิวหัวช้างมีเพียงแค่ตัวเลือกเดียวก็คือ รับการดูแลรักษาจากหมอผู้ที่มีความชำนาญ และไม่ควรจะรักษาเองด้วยเหตุว่าอาจจะทำให้มีการอักเสบที่ร้ายแรงเพิ่มขึ้น
6.Papule – สิวที่มีตุ่มนูนแดง
สิวชนิดนี้จะมีตุ่มแดงขนาดเล็กและไม่มีหัวสิว สามารถปรับปรุงไปเป็นสิวอักเสบได้ มีต้นเหตุมาจากการที่แบคทีเรียตันในรูขุมขน
แนวทางรักษาสิวที่มีตุ่มนูนแดง
แนวทางรักษาสิวชนิดนี้เสนอแนะให้ทายาที่มีส่วนผสมของ Benzoyl peroxide ลงบนตุ่มสิว เพราะว่ายาจำพวกนี้มีฤทธิ์ต้านทานเชื้อแบคทีเรียเจริญ

สล็อตออนไลน์
วิธีการรักษาสิว
การดูแลและรักษาสิวจึงควรเลี่ยงเหตุที่นำไปสู่สิว รวมทั้งควรต้องแยกชนิดของสิว ระดับความร้ายแรงของสิว รวมทั้งการใช้ยาอย่างแม่นยำ
ลดการอุดตันของต่อรูขุมขนอย่างเช่นยา tretinoin
ทำลายเชื้อแบคทีเรีย
ลดการผลิตไขมัน
ลดผลพวงจากฮอร์โมน
การดูแลรักษาทั่วๆไป
รักษาสิวตัน ด้วยตัวเองแนวทางแรกเป็นอย่าทำให้ผิวหน้าเลอะเทอะเป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆ
หลีกเลี่ยงการเช็ดหน้าหรือนวดหน้าแรงจนถึงเหลือเกินสิว
อย่าใช้ผ้าที่เอาไว้สำหรับเช็ดหน้ากดทับรอบๆที่สิวอักเสบ
ล้างหน้าล้างตาวันละ 2 ครั้งตามเดิม และก็ใช้ผ้าซึมซับเบาๆไม่จำเป็นที่จะต้องล้างหลายครั้งจนถึงเหลือเกิน เพราะเหตุว่าสิวมิได้มีสาเหตุมาจากความเลอะเทอะ แม้กระนั้นสำหรับในผู้ที่หน้ามันมากมาย บางทีอาจล้างเพิ่มระหว่างวันด้วยน้ำกิน ซึ่งจะไม่นำไปสู่การเสียสมดุลของค่า pH บนผิวหน้า เว้นเสียแต่ ตอนที่เสร็จจากการบริหารร่างกาย หรือตอนที่มีความคิดว่าหน้าพวกเราเปรอะเปื้อนมากมายจริงๆ
เวลาล้างหน้าล้างตาไม่สมควรเช็ดบริเวณใบหน้าแรงๆด้วยเหตุว่าอาจก่อให้สิวมีการอักเสบได้
หลบหลีกสภาวะที่ทำให้หน้าเปียกชื้นอาทิเช่น sauna การทำงานในห้องครัว แล้วก็สถานที่ที่มีมลภาวะมากมายๆ
งดเว้นใช้เครื่องแต่งตัวที่กระตุ้นให้เกิดสิว เครื่องแต่งตัวที่เพิ่มความมัน หรือเลือกเครื่องแต่งตัวที่ถูกกับผิวหน้า
งดเว้นยาหรือครีมทาก่อนนอน
ห้ามบีบหรือแกะสิวโดยเด็ดขาด ด้วยเหตุว่าอาจก่อให้สิวแผ่ขยาย
ของกินสามารถกินได้แม้กระนั้นก็ควรอย่างยิ่งที่จะต้องหลีกเลี่ยงของกินที่มัน รวมทั้งหวานแล้วก็อย่ารับมากมายจนถึงอ้วน
การเลือกยาใช้ภายนอกสิวสังกัดประเภทของสิวซึ่งควรหารือหมอ
หลบหลีกการเช็ดกแสงอาทิตย์

jumboslot
สินค้าล้างหน้าล้างตาจะต้องเป็นสบู่เหลวอ่อนๆหรือคลีนเซอร์สูตรสุภาพ แล้วก็สครับหน้าเบาๆ
ถ้าใช้รองพื้นหรือใช้เครื่องแต่งหน้า ควรจะล้างเครื่องแต่งหน้าด้วย Cleansing Remover และก็ล้างหน้าล้างตาให้สะอาดก่อนนอน
ควรจะเลือกใช้สินค้าล้างหน้าล้างตาที่มีสามารถกำจัดแบคทีเรีย อันเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว หรือที่มีส่วนผสม ของสารสกัดจากพืชธรรมชาติ ที่เหมาะสมกับภาวะผิว
ระหว่างเป็นสิว ควรจะงดเว้นใช้สินค้าใส่ผม หรือเครื่องแต่งหน้าที่มีความเหนียวเหนียวเหนอะ เพราะเหตุว่าอาจมีหลงเหลืออยู่แถวไรผมได้ ซึ่งอาจจะเป็นผลให้เป็นสิวได้
ควรจะใช้มอยซ์พบไรเซอร์ประเภทออยล์ฟรีทาบนบริเวณใบหน้า
แม้พวกเราเส้นผมมัน ก็ควรจะสระผมให้สะอาด เนื่องจากสิวตันบางทีอาจเกิดขึ้นได้ตามรอบๆไรผม
เลี่ยงเครื่องแต่งตัวที่แรงเหลือเกินหรือมีส่วนผสมของน้ำหอม น้ำมัน หรือฮอร์โมน โดยเลือกใช้สินค้าสำหรับผิวหน้าที่บอกว่า ไม่เป็นตัวก่อสิว “Non-comedo genic” เป็นไม่ทำให้เกิดสิวตัน
ควรจะหลบหลีกการใช้สารเคมีอะไรก็แล้วแต่ก่อนนอน
หลบหลีกการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มกับปลอกใส่หมอนหรือที่พักผ่อน
พักนอนให้พอเพียง แม้ร่างกายพักน้อยเกินไป จะนำมาซึ่งการทำให้ระบบฮอร์โมนปฏิบัติงานไม่สมดุล รวมทั้งมีจำนวนสารที่ทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น
มานะหลบหลีกความตึงเครียด เพราะเหตุว่าการเครียดมากมายๆจะก่อให้ต่อมไขมันทำงานมาก บางทีอาจลดความเคร่งเครียด ด้วยการนั่งสมาธิ หรือ การฝึกหัดการหายใจ สร้างอารมณ์ตลกขบขัน ทำให้พวกเราแฮปปี้ ไม่มีความเครียด ซึ่งความตึงเครียดเป็นต้นเหตุของสิว
หมั่นบริหารร่างกายเสมอๆ
กินน้ำให้มากมายๆในวันแล้ววันเล่า เนื่องจากน้ำจะช่วยล้างพิษภายในร่างกาย
อบไอน้ำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อเปิดรูขุมขนให้ละอองน้ำเข้าไปชำระล้าง
หลบหลีกการสัมผัสบริเวณใบหน้าให้ต่ำที่สุด เพราะเหตุว่าฝ่ามือมีทั้งยังความเปรอะเปื้อน และก็แบคทีเรีย ซึ่งเป็นตัวส่งผลให้เกิดสิว
ควรจะใช้ข้างหลังฝ่ามือลูบคลำแทน เนื่องจากว่าข้างหลังฝ่ามือเป็นรอบๆที่พวกเราไม่ข้องเกี่ยวสูงที่สุด ก็เลยเป็นรอบๆที่ค่อนข้างจะสะอาด แม้กระนั้นพวกเราควรจะล้างมือให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ

slot

การรักษาหวัดของลูกน้อย

หากทารกเป็นหวัดคงทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกไม่สบายใจ โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่อาจสงสัยว่าควรดูแลลูกน้อยอย่างไรดี หรือให้ลูกรับประทานยาได้หรือไม่ ทว่าปัญหานี้สามารถรับมือได้ โดยควรศึกษาข้อมูลเพื่อช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจอาการหวัดในทารก และเตรียมพร้อมดูแลเจ้าตัวเล็กให้อาการดีขึ้นจนหายเป็นปกติ

เครดิตฟรี

ทารกเป็นหวัด สังเกตอย่างไร ?

เมื่อเป็นหวัดลูกน้อยอาจมีอาการไอ คัดจมูก น้ำมูกไหล ซึ่งน้ำมูกอาจหนาขึ้นจนเป็นสีเทา สีเหลือง หรือเป็นสีเขียวหากเป็นหวัดนานกว่า 1 สัปดาห์ และบางรายอาจมีไข้ต่ำร่วมด้วย โดยคุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตพฤติกรรมของลูกอย่างสม่ำเสมอ เพราะแม้เป็นหวัด ทารกก็จะยังสามารถเล่นและรับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่หากทารกดูเซื่องซึม ร้องไห้อย่างอ่อนแรง ไม่ยอมรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ แสดงว่าเด็กอาจมีปัญหาสุขภาพที่รุนแรงกว่าอาการหวัด ซึ่งภาวะเจ็บป่วยอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับทารกนอกเหนือจากการเป็นหวัดธรรมดา มีดังนี้

ไข้ โดยอาการจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและทำให้ทารกมีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ซึ่งอุณหภูมิปกติจะอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส
โรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น ติดเชื้อไวรัสในทางเดินอาหาร ซึ่งอาจทำให้ทารกท้องเสียและอาเจียน เป็นต้น
โรคภูมิแพ้ โดยทารกจะมีอาการคัน จาม น้ำตาและน้ำมูกไหล ซึ่งน้ำมูกที่ไหลออกมานั้นมักจะมีลักษณะเป็นของเหลวใส
ทั้งนี้ หากลูกน้อยมีอายุต่ำกว่า 3 เดือน และมีอาการหวัดหรือมีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส ควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณอันตรายของโรคหรือภาวะรุนแรงอื่น ๆ ได้

วิธีการรับมือเมื่อทารกเป็นหวัด

การดูแลเจ้าตัวเล็กด้วยวิธีต่อไปนี้ อาจช่วยบรรเทาอาการหวัดให้ดีขึ้นได้

บรรเทาอาการด้วยยา กรณีที่เด็กมีอายุมากกว่า 4 เดือนขึ้นไป อาจใช้ยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการไข้จากหวัดได้ แต่ไม่ควรซื้อยาตามร้านขายยาทั่วไปมาใช้เอง คุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยากับเจ้าตัวเล็กเสมอ รวมทั้งควรอ่านฉลากยาอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าปริมาณของยาที่ใช้นั้นเหมาะสมต่อลูกน้อย
สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด คุณพ่อคุณแม่ควรเฝ้าดูแลและสังเกตอาการป่วยของลูกอย่างสม่ำเสมอ หากทารกเป็นหวัดนานกว่า 3 วัน และมีอาการที่รุนแรงขึ้น เช่น ไออย่างต่อเนื่อง หายใจลำบาก หายใจหอบเหนื่อย เป็นต้น อาจเป็นอาการบ่งชี้ของโรคปอดบวมได้ จึงควรพาเด็กไปพบแพทย์หากเด็กมีอาการดังกล่าว

สล็อต

ระบายเสมหะ กล้ามเนื้อของทารกนั้นยังไม่แข็งแรงพอที่จะไอเพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมในระบบทางเดินหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงอาจมีเสมหะตกค้างอยู่ในลำคอ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่อาจต้องช่วยระบายเสมหะเหล่านั้นออกไปเพื่อไม่ให้เด็กรู้สึกอึดอัด โดยอาจอุ้มลูกไปห้องน้ำแล้วเปิดน้ำอุ่นทิ้งไว้เป็นเวลา 15 นาที เพราะอากาศที่ร้อนและไอน้ำในห้องน้ำจะช่วยระบายน้ำมูกและเสมหะที่อยู่ในลำคอของเจ้าตัวเล็กออกมา ซึ่งควรทำวิธีดังกล่าวก่อนนอน เนื่องจากขณะที่นอนอยู่นั้นเสมหะจะไหลลงสู่ลำคอและปอดของเด็กได้ นอกจากนี้ อาจติดตั้งเครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศบริเวณห้องนอน แต่ควรติดตั้งให้พ้นจากตัวเด็กและควรเปลี่ยนน้ำในเครื่องให้สะอาดทุกวัน
ล้างจมููก ในช่วง 6 เดือนแรกหลังลืมตาดูโลก ทารกจะหายใจทางจมูกเท่านั้น ซึ่งอาการหวัดอาจทำให้ทารกคัดจมูกและหายใจติดขัดได้ พ่อแม่อาจล้างจมูกให้ลูกโดยใช้ลูกยางดูดน้ำมูกออกไป แต่หากลูกยางนั้นมีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับรูจมูกของลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่อาจใช้กระบอกฉีดยาสำหรับล้างหูที่มีขนาดเล็กล้างจมูกของลูกน้อยแทน โดยขณะที่สอดกระบอกฉีดยาเข้ารูจมูกของเด็ก ควรเอียงหัวกระบอกฉีดยาลงเล็กน้อยเพื่อให้ตั้งฉากกับใบหน้า จากนั้นจึงค่อย ๆ ฉีดน้ำให้ไหลผ่านโพรงจมูก นอกจากนี้ อาจใช้สเปรย์พ่นจมูกหรือน้ำเกลือหยอดล้างเพื่อทำความสะอาดจมูกของลูกน้อย ซึ่งสามารถหาอุปกรณ์เหล่านี้ได้ตามร้านขายยาทั่วไป หรืออาจผสมน้ำเกลือด้วยตนเองโดยใช้เกลือ 1 ใน 4 ส่วนของช้อนชาผสมกับน้ำสะอาด 8 ออนซ์ แล้วเอาไปต้มเป็นเวลา 10 นาที จากนั้นทิิ้งไว้ให้เย็นที่อุณหภูมิห้องก่อนนำมาใช้แบบวันต่อวัน
กระตุ้นให้ลูกดูดนม เมื่อเป็นหวัด เจ้าตัวเล็กอาจเบื่ออาหาร คุณพ่อคุณแม่จึงควรกระตุ้นให้ลูกดูดนมอยู่เสมอ หากลูกไม่ยอมดูดนมเลยควรไปปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดน้ำได้ นอกจากนี้ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้สารละลายอิเล็กโตรไลต์อย่างผงเกลือแร่สำหรับเด็กว่าปลอดภัยต่อลูกน้อยหรือไม่ และควรจับให้ลูกนั่งตรง ๆ ขณะป้อนนม เพื่อป้องกันมูกไหลลงไปที่คอ
ดูแลให้เด็กนอนพักผ่อน น้ำมูก เสมหะ และการไอ อาจส่งผลกระทบต่อการนอนของลูกน้อยได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจช่วยให้ลูกได้นอนหลับพักผ่อนมากขึ้นด้วยการปรับหรือหนุนหัวเตียงเด็กขึ้นเล็กน้อย หากลูกมีปัญหาในการนอนหลับ คุณพ่อคุณแม่อาจอาบน้ำอุ่นให้ลูกหรือเปิดเพลงให้เด็กฟัง เพื่อช่วยให้นอนหลับได้ดียิ่งขึ้น
เมื่อไรควรพาเด็กไปพบแพทย์ ?

หากดูแลลูกน้อยด้วยวิธีข้างต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ควรพาเด็กไปพบแพทย์ทันที

หายใจลำบาก
ไม่ยอมดูดนม หรือดูดนมน้อยกว่าเดิมมาก
มีไข้สูง
ไออย่างรุนแรง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคไอกรนได้
มีสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เช่น ไม่ปัสสาวะเลยในช่วง 6 ชั่วโมง เป็นต้น
ทารกเป็นหวัด ป้องกันอย่างไร ?

สล็อตออนไลน์

การป้องกันทารกติดไข้หวัดนั้นอาจเป็นเรื่องยาก แต่คุณพ่อคุณแม่ก็อาจลดโอกาสที่เชื้อหวัดจะเข้าสู่ร่างกายของลูกน้อยได้ ดังนี้

อยู่ห่างจากผู้ที่ติดเชื้อหวัด และควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เจ้าตัวเล็กที่เป็นหวัดอยู่ใกล้ผู้ที่ป่วยหวัดจนกว่าอาการจะหายดีเป็นปกติ
ป้องกันการเกิดภาวะขาดน้ำ โดยพยายามให้เจ้าตัวเล็กดูดนมบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นนมขวดหรือนมแม่ และอาจให้น้ำเมื่อทารกมีอายุมากกว่า 6 เดือน หากทารกปัสสาวะน้อยกว่า 5 ครั้ง/วัน อาจเข้าข่ายภาวะขาดน้ำได้
ล้างมือให้สะอาด เพราะกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของโรคติดต่อทั้งหมดนั้นสามารถติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัส ดังนั้น ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสมาชิกทุกคนในบ้านหรือบุคคลรอบข้างล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสเจ้าตัวเล็ก และควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหารและหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม นอกจากนี้ ควรเช็ดหรือล้างมือของลูกให้สะอาดอยู่เสมอด้วย
ให้นมลูกนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่าอาจให้นมลูกเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้เจ้าตัวเล็กได้รับประโยชน์สูงสุดจากการดื่มนมแม่ นอกจากนี้ งานวิจัยหนึ่งยังระบุด้วยว่าทารกที่ดื่มนมแม่ป่วยเป็นโรคหวัดน้อยกว่าทารกที่ดื่มนมผง เนื่องจากภูมิคุ้มกันในน้ำนมแม่นั้นสามารถป้องกันเชื้อโรคได้หลายชนิด
หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ เพราะควันบุหรี่อาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบนของลูกน้อย ซึ่งทารกที่อาศัยอยู่กับผู้ที่สูบบุหรี่จะมีโอกาสเป็นหวัดได้ง่าย และจะหายเป็นปกติช้ากว่าทารกทั่วไป

  1. ดูแลจมูกลูก

เมื่อเป็นหวัดเด็กทารกมักมีความทรมานกว่าผู้ใหญ่ เพราะเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ขวบ ลิ้นจะมีขนาดใหญ่หากเทียบกับช่องปาก ทำให้เด็กหายใจทางจมูกมากกว่าทางปาก เมื่อลูกป่วยเป็นหวัด ช่องจมูกมีอาการบวม ทำให้หายใจยาก ลูกจึงทรมานมากๆ เลยล่ะค่ะ เมื่อทารกเป็นหวัด คุณพ่อคุณแม่จึงต้องช่วยดูแลจมูกของลูกให้หายใจได้คล่องที่สุด

สำหรับทารกที่อายุไม่เกิน 3 เดือน คุณหมอยังไม่แนะนำให้ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ แบบที่ฉีดน้ำเกลือเข้าจมูกด้านหนึ่ง แล้วให้ไหลออกอีกด้านหนึ่ง เพราะลูกยังไม่สามารถควบคุมการหายใจได้ แต่ให้ใช้วิธีการ “หยอดน้ำเกลือ” เพื่อให้น้ำมูกอ่อนตัวลง แล้วให้เด็กกลืนลงท้องไป หรือคุณพ่อคุณแม่จะใช้ลูกยางแดงดูดน้ำมูกออกก็ได้ค่ะ

  1. กระตุ้นให้ลูกดูดนม

สำหรับทารกที่ยังไม่หย่านมแม่ คุณแม่สามารถกระตุ้นให้ลูกกินนมแม่เพื่อลดอาการไอได้ หากลูกมีอาการเบื่ออาหารจนไม่กินนมแม่เลย ควรปรึกษาคุณหมอ เพราะลูกอาจขาดน้ำได้

jumboslot

  1. เช็ดตัวลูกเพื่อลดไข้

หากลูกเป็นไข้ คุณแม่ควรเช็ดตัวลูกด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องเพื่อบรรเทาอาการ โดยออกแรงเวลาเช็ดตัวเล็กน้อยเพื่อให้หลอดเลือดใต้ผิวหนังขยายตัว และระบายความร้อนออกไปได้ อย่าลืมคอยใช้เทอร์โมมิตเตอร์วัดไข้ลูกเพื่อดูอาการด้วยนะคะ

เทคนิคเช็ดตัวทารกอย่างถูกวิธี ช่วยบรรเทาอาการตัวร้อนจี๋เมื่อลูกเป็นไข้

  1. พาลูกไปพบคุณหมอ

สำหรับทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือน เราแนะนำว่าหากลูกป่วยเป็นหวัด ให้พาไปพบคุณหมอเพื่อดูอาการจะดีกว่า เพราะเด็กในวัยนี้ภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรงนัก สำหรับทารกที่อายุมากขึ้นมา ส่วนมากจะสามารถหายป่วยเองได้ภายใน 7-10 วัน แต่หากลูกมีอาการต่อไปนี้ ก็ควรรีบพาไปพบคุณหมอเช่นกันค่ะ

ลูกมีไข้สูงเกิน 38 องศา
มีอาการซึม
หายใจลำบาก มีน้ำมูกข้นเขียวหลายวัน
ตาแดง
ไม่ยอมกินนม อาเจียนบ่อยๆ
มีอาการไอไม่หยุด
มีอาการผิดปกติอื่นๆ ที่น่ากังวล เช่น ร้องไห้ไม่หยุด

วิธีที่ดีที่สุดในการช่วยลูกไม่ให้ทรมานจากโรคหวัด คือการดูแลเขาให้มีภูมิต้านทานโรคที่ดี ทั้งการจัดการบ้านให้สะอาด การเพิ่มภูมิต้านทานให้ลูกด้วยการให้กินนมแม่ และคอยดูแลให้ลูกอยู่ในสภาพที่อบอุ่นเสมอค่ะ

slot

วิธีการสังเกตง่าย ๆ สำหรับเด็กเล็ก ๆ ลูกที่ยังบอกความรู้สึกตัวเองไม่ได้ คือ ต้องคอยสังเกตว่าลูกมีการหายใจเสียงดังครืดคราดหรือไม่ และลูกอาจจะดูดนมได้น้อยลง มีอาการร้องไห้งอแงซึ่งเป็นเพราะหายใจไม่ออก อาจจะดูเบื้องต้นโดยการฉายไฟเพื่อดูในจมูกของลูกว่ามีน้ำมูก หรือขี้มูกหรือไม่

เมื่อรู้ว่าลูกมีอาการคัดจมูก เรามีเทคนิคสำหรับแม่ ๆ ที่จะช่วยลูกเคลียร์จมูกให้โล่งเวลาเกิดอาการคัดจมูกมาฝากกันถึง 4 วิธี ลองนำไปใช้กันดูค่ะ

การใช้ไม้ปั่นหู (คัดตันบัดส์) ขนาดเล็กค่อย ๆ จุ่มน้ำเกลือ (หาซื้อได้จากร้านขายยา) แล้วค่อย ๆเช็ดทำความสะอาดขี้มูกน้ำมูกที่ค้างอยู่ในโพรงจมูกของลูกอย่างเบามือ วิธีนี้ต้องค่อย ๆ ทำอย่างเบามือเพราะถ้าลูกดิ้นอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับเยื่อบุโพรงจมูกของลูกได้
ใช้ตัวช่วยบรรเทาอาการแพ้อากาศ อาจจะใช้สเปรย์สำหรับพ่นจมูก ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากน้ำทะเลบริสุทธิ์จากทะเลเอเดรียติกเป็นส่วนประกอบหลัก และผ่านกรรมวิธีทำให้สะอาดปราศจากเชื้อ ไม่ใส่วัตถุกันเสียและสารเติมแต่งใด ๆ มีความเหมาะสมสำหรับการทำความสะอาด ให้ความชุ่มชื้นแก่โพรงจมูก เมื่อมีอาการจมูกแห้งหรือระคายเคืองภายในจมูก และช่วยบรรเทาอาการหายใจลำบาก ใช้ได้ทั้งทารก เด็ก และผู้ใหญ่
การดูดน้ำมูกด้วยอุปกรณ์ดูดน้ำมูกอัตโนมัติ วิธีนี้อาจจะสะดวกมากขึ้นด้วยการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเช่นเดียวกัน แต่มีอุปกรณ์อัตโนมัติซึ่งพ่นน้ำเกลือเข้าไปในจมูก เพื่อเคลียร์จมูกให้ลูกได้เวลามีอาการคัดจมูก
การใช้น้ำมันยูคาลิปตัส บรรเทาอาการคัดจมูก ช่วยให้จมูกโล่งวิธีที่แนะนำส่วนใหญ่เป็นวิธีที่ดูแลลูกที่ปลายเหตุ เมื่อลูกมีอาการหวัด คัดจมูก แต่สำหรับวิธีการใช้น้ำมันยูคาลิปตัสเป็นทางเลือกที่สามารถใช้ได้กับลูกในทุก ๆ วัน คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องทาหรือโดนผิวบอบบางของลูกโดยการเอาสำลีชุบน้ำมันยูคาลิปตัสแล้ววางข้าง ๆ หมอนหรือที่นอน เพื่อให้กลิ่นระเหยในอากาศ หรือใส่นํ้ามันยูคาลิปตัส 2-3 หยด ลงในน้ำร้อน เพื่อให้กลิ่นไอระเหยเข้าไปกับการหายใจหรือสำหรับเด็กโตหน่อย หยดบนปกเสื้อก็ได้เช่นกันค่ะซึ่งวิธีนี้จะเห็นได้ว่าช่วยให้ลูกหลับดีขึ้นเพราะทำให้หายใจสะดวก ให้หายคัดจมูกเร็วขึ้น

การรักษาท้องอืดของทารก

ท้องอืดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทารกรู้สึกไม่สบายตัว เกิดขึ้นได้เป็นปกติและมักไม่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ควรเรียนรู้วิธีป้องกันและบรรเทาอาการในเบื้องต้นเพื่อช่วยคลายความอึดอัดให้ลูกน้อย รวมทั้งหมั่นสังเกตอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารที่รุนแรงได้

เครดิตฟรี

สาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยท้องอืด

สาเหตุของอาการท้องอืด อึดอัด หรือไม่สบายท้องของลูกน้อยเกิดจากการมีแก๊สสะสมในกระเพาะอาหารมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นผลมาจากหลายปัจจัย ดังนี้

ดื่มนมช้าเกินไป ลักษณะของจุกขวดนมหรือหัวนมของมารดา เช่น หัวนมบอด อาจทำให้น้ำนมไหลออกมาน้อยหรือไหลช้า ส่งผลให้ลูกน้อยกลืนอากาศเข้าไปมากขึ้นในระหว่างดูดนม
ดื่มนมเร็วเกินไป หากน้ำนมจากเต้าของมารดาหรือจุกขวดนมไหลออกมามากเกินไป ลูกน้อยจะต้องกลืนน้ำนมอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดแก๊สสะสมในกระเพาะอาหารได้มากเช่นกัน
ดื่มนมที่มีฟองอากาศ สำหรับทารกที่ดื่มนมผง ในระหว่างขั้นตอนผสมนมผงกับน้ำอาจมีฟองอากาศเกิดขึ้น ทารกอาจท้องอืดได้หากกลืนฟองอากาศมากเกินไป ดังนั้น หลังผสมนมเสร็จแล้วควรทิ้งไว้สัก 2-3 นาที เพื่อให้ฟองอากาศแตกตัวก่อนให้ลูกน้อยดื่ม
ร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้ลูกน้อยกลืนอากาศเข้าไปจำนวนมาก คุณแม่จึงควรคอยปลอบให้ทารกหยุดร้องโดยเร็ว
กระบวนการย่อยอาหาร ระบบย่อยอาหารของทารกในช่วง 3 เดือนแรกยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ การเกิดแก๊สในกระเพาะอาหารเมื่อดื่มนมแม่จึงเป็นเรื่องปกติ อาการของทารกจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองเมื่อมีอายุมากขึ้น ส่วนทารกอายุ 6 เดือนขึ้นไปที่เริ่มรับประทานอาหารชนิดอื่นนอกจากนมแม่ได้แล้ว ในช่วงแรกระบบย่อยอาหารอาจยังไม่คุ้นชินกับอาหารชนิดใหม่ ๆ ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารได้เช่นกัน
นอกจากนี้ การรับประทานอาหารบางประเภทอาจทำให้ลูกน้อยมีแก๊สสะสมในกระเพาะอาหารมากกว่าปกติ เช่น พืชตระกูลถั่ว บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี รำข้าว ข้าวโอ๊ตบด ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เป็นต้น บางรายเกิดแก๊สสะสมเนื่องจากมีอาการแพ้โปรตีนจากอาหารบางชนิด โดยเฉพาะนมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม เช่น โยเกิร์ต ชีส รวมถึงโปรตีนในนมผงและน้ำนมแม่ นอกจากนี้ อาหารที่คุณแม่รับประทานก็อาจไหลผ่านน้ำนมและส่งผลให้ทารกมีอาการท้องอืดได้ แม้เด็กไม่ได้รับประทานเองโดยตรง

สัญญาณบ่งบอกว่าลูกน้อยท้องอืด

อาการท้องอืดเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ทารกมีอายุ 2-3 สัปดาห์ แม้ทารกไม่สามารถสื่อสารให้รู้ได้ด้วยคำพูด ทว่าพ่อแม่อาจสังเกตความผิดปกติได้เมื่อลูกน้อยแสดงอาการ ดังนี้

ร้องไห้
ยกขาขึ้นสูงไปทางหน้าท้อง
ดิ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะหลังจากดื่มนม
กำมือแน่น
ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง
อย่างไรก็ตาม ทารกมักรู้สึกสบายตัวขึ้นและหยุดร้องไห้หลังผายลมหรือเรอออกมา แต่หากยังร้องไห้ไม่หยุดทั้งที่ผายลมออกมาแล้ว อาจแสดงว่าสัญญาณผิดปกติดังกล่าวเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น กรดไหลย้อน ท้องผูก โคลิค เป็นต้น

สล็อต

ท้องอืดแบบไหนจึงเป็นอันตราย

โดยปกติ อาการท้องอืดไม่เป็นอันตรายต่อทารกและสามารถรักษาได้ แต่ในบางกรณี การมีแก๊สสะสมในกระเพาะอาหารอาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นของความผิดปกติทางระบบย่อยอาหารที่รุนแรง หากสงสัยว่าลูกน้อยท้องอืดร่วมกับมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที

อาเจียน
อุจจาระมีเลือดปน
ถ่ายไม่ออก
ร้องไห้ไม่หยุดเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง
มีไข้ โดยเฉพาะทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือนที่มีไข้สูงตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป
วิธีบรรเทาอาการท้องอืดของลูกน้อย

ในเบื้องต้น พ่อแม่ควรบรรเทาอาการท้องอืดของลูกน้อยโดยกระตุ้นให้เรอออกมาระหว่างป้อนนมและหลังป้อนนมเพื่อระบายแก๊สในกระเพาะอาหาร ทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

วางทารกในท่านอนหงายแล้วนวดบริเวณหน้าท้องเบา ๆ เริ่มจากด้านขวาไปยังด้านซ้าย
วางทารกในท่านอนหงาย จากนั้นจับขาทั้ง 2 ข้างขยับขึ้นลงสลับกันคล้ายปั่นจักรยาน
อุ้มทารกขึ้น ให้คางพักอยู่บริเวณไหล่ของแม่ แล้วใช้มือตบหลังทารกเบา ๆ
ให้ทารกนั่งซ้อนบนตัก โน้มตัวทารกไปด้านหน้าเล็กน้อยโดยใช้มือโอบบริเวณคางเพื่อประคองตัวไว้ จากนั้นใช้มือตบหลังของทารกเบา ๆ
วางทารกในท่านอนคว่ำบนตัก ให้ศรีษะอยู่สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย แล้วใช้มือตบหลังของทารกเบา ๆ
นอกจากนั้น พ่อแม่อาจห่อตัวทารก ใช้จุกนมหลอก อุ้มทารกแกว่งไปมาเบา ๆ หรือไกวเปลให้ เพื่อช่วยให้ทารกผ่อนคลายจากความรู้สึกไม่สบายตัว หากลองทำตามวิธีข้างต้นแล้วลูกน้อยยังไม่เรอออกมา อาจจำเป็นต้องใช้ยาไซเมทิโคน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยขับลมและบรรเทาอาการท้องอืด นอกจากมีความปลอดภัยสูงเพราะตัวยาไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายแล้ว ในปัจจุบันยังมียาไซเมทิโคนชนิดน้ำ ทารกจึงรับประทานได้ง่าย อย่างไรก็ตาม อาจเกิดผลข้างเคียงกับผู้ใช้บางราย จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาชนิดนี้

สล็อตออนไลน์

ป้องกันอาการท้องอืดอย่างไร

วิธีป้องกันอาการท้องอืดของทารกทำได้โดยการหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร และพยายามไม่ให้ลูกน้อยกลืนอากาศเข้าไปจำนวนมาก ดังนี้

ป้อนนมให้ทารกในปริมาณที่พอเหมาะ
จัดท่าทางของทารกให้เหมาะสมขณะป้อนนม โดยยกศรีษะให้อยู่สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย
ขณะป้อนนมควรยกขวดนมขึ้นเพื่อป้องกันอากาศไหลผ่านช่องว่างบริเวณจุกนม รวมทั้งปรับขนาดรูบนจุกนมไม่ให้ใหญ่หรือเล็กเกินไป หรือใช้ขวดนมที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้ลูกน้อยกลืนอากาศเข้าไปน้อยที่สุด
ทารกที่หย่านมแม่แล้ว พ่อแม่ควรหลีกเลี่ยงการให้ลูกน้อยรับประทานอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะมาก เช่น รำข้าว ข้าวโอ๊ต กะหล่ำปลี ถั่วต่าง ๆ อาหารที่ทำจากนม เป็นต้น ส่วนคุณแม่ที่กำลังให้นมบุตรก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเหล่านี้เช่นกัน เพราะอาจส่งแก๊สผ่านปริมาณน้ำนมไปสู่ลูกน้อยได้

ทารกท้องอืด เกิดจากระบบทางเดินอาหารของเขายังบอบบาง เอนไซม์ย่อยโปรตีนและแลคโตสยังทำงานไม่สมบูรณ์ โปรตีนและแลคโตสจึงผ่านจากลำไส้เล็กไปสู่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีแบคทีเรียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และแบคทีเรียเหล่านี้นี่เองที่เป็นตัวย่อยน้ำตาลแลคโตสและโปรตีนที่ตกค้างในลำไส้ จึงทำให้เกิดแก๊สในทางเดินอาหารของลูก จนเป็นสาเหตุทารกท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้อง จนลูกร้องไห้กวนโยเยอย่างที่คุณแม่ประสบอยู่

การดูแลแก้ไขเมื่อเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้อง
เมื่อคุณแม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงแล้ว ก็มาดูวิธีการแก้อาการทารกท้องอืดเบื้องต้นกันเลยดีกว่า

  1. การจัดท่าให้นมที่ถูกต้อง
    เพื่อไม่ให้ลมหรืออากาศเข้าท้องลูก โดยขณะให้นมลูกควรยกศีรษะลูกให้อยู่สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย
  2. จับลูกไล่ลมทุกครั้งที่ลูกอิ่มนมแล้ว
    คุณแม่ต้องไม่ลืมที่จะจับลูกไล่ลมเพื่อให้เรอออกมา ลูกจะได้สบายตัวสบายท้อง

jumboslot

  1. รักษาความสะอาดอุปกรณ์ให้นม
    ต้องพิถีพิถันในการล้างการจัดเก็บเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคที่อาจส่งผลให้เกิดอาการทารกท้องอืดท้องเฟ้อได้
  2. หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะ
    ทารกที่กินนมแม่ คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะมาก เช่น ถั่วต่าง ๆ ผักบางชนิดเช่น กะหล่ำปลี เป็นต้น

หากคุณแม่พยายามทำทุกวิธีแล้ว ลูกยังมีอาการไม่สบายท้องอยู่ คุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอ เพื่อดูอาการและหาวิธีรักษาที่เหมาะสม เช่น หากลูกกินนมผงก็ลองปรึกษาคุณหมอเพื่อเปลี่ยนนมเป็นนมสูตรย่อยง่าย ที่มีโปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วน และมีน้ำตาลแลคโตสต่ำกว่านมสูตรปกติ ซึ่งจะเหมาะสมกับระบบการย่อยที่ยังบอบบางของลูก นมสูตรนี้จะช่วยให้ลูกกลับมาสบายตัว ไม่มีปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องมารบกวนให้คุณแม่ต้องกังวลใจ

มาสมัครเป็นสมาชิก Enfa Smart Club กับชมวันนี้ ลุ้นรับสร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท จำนวน 2 รางวัล
การใช้สมุนไพรเพื่อบรรเทาอาการเด็กท้องอืด

ในสมัยรุ่นปู่ย่าตายาย เมื่อเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องจนร้องกวนโยเย พ่อแม่ก็จะพยายามหาวิธีแก้ไขอาการตามภูมิปัญญาสมัยนั้น การสรรหาสมุนไพรต่างๆ มาช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ของลูกให้ดีขึ้นก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง และปัจจุบันการใช้สมุนไพรเพื่อแก้ไขอาการเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อ ก็ยังทำกันอยู่ในครอบครัวไทย แต่อาการนี้ของเด็กจะบรรเทาลงได้หรือไม่ หรือเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ เรามาหาคำตอบกันค่ะ

ความเชื่อไทยกับวิธีช่วยบรรเทาอาการเด็กท้องอืด ไม่สบายท้อง
ทามหาหิงคุ์
วิธีช่วยบรรเทาอาการเด็กท้องอืด ไม่สบายท้องตามความเชื่อไทย ที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือมหาหิงคุ์ ที่ปัจจุบันมีการผลิตที่ก้าวหน้าด้วยการสกัดมหาหิงคุ์ในรูปทิงเจอร์มหาหิงคุ์ เป็นของที่ต้องมีของคุณแม่ลูกอ่อนทั้งหลาย เพื่อไว้ใช้ทาท้อง ฝ่ามือ และฝ่าเท้า เพื่อบรรเทาอาการเด็กท้องอืด อึดอัดท้อง

ใช้หัวไพล ใบกะเพรา
ซึ่งเป็นหนึ่งในสมุนไพรแก้ท้องอืดในทารก โดยคุณแม่บางคนก็นำหัวไพลสดมาตำ แล้วนำน้ำมันที่ได้มาทาบริเวณท้องของลูก เพื่อบรรเทาอาการเด็กท้องอืด อึดอัดท้องเช่นกัน หรือการนำใบกะเพราที่มีติดครัวแทบทุกบ้านมาต้มให้ลูกกินน้ำ เพื่อขับลมในกระเพาะให้เด็กสบายท้อง

ใบพลูอังไฟ
อีกหนึ่งสมุนไพรแก้ท้องอืดในทารก ที่บางคนก็นำใบพลู 4-5 ใบ มาอังไฟหรือลนกับเทียน เพื่อให้ใบพลูอ่อนและพออุ่นๆ แล้วนำไปวางบนท้องเด็กซ้อนกันหลายชั้น พอใบพลูเย็นก็ให้เปลี่ยนใบใหม่ เชื่อว่าใบพลูมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยบรรเทาอาการเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อได้เช่นกัน

การใช้สมุนไพรแก้ท้องอืดในทารก ความเชื่อไทยในการบรรเทาอาการทารกท้องอืด

slot

ข้อควรระวังเมื่อใช้สมุนไพรกับเด็ก
การใช้สมุนไพรแก้ท้องอืดในทารกต้องคำนึงถึงข้อควรระวังเป็นพิเศษ ทั้งเรื่องปริมาณการใช้ให้เหมาะกับวัยของลูก การเลือกส่วนต่างๆ ของสมุนไพรมาใช้ให้ถูกว่า แต่ละชนิดจะต้องใช้ราก ใบ ดอก หรือผล เพื่อการออกฤทธิ์ที่ได้ผล รวมถึงวิธีการใช้ก็ต้องศึกษาให้ดีด้วย บางชนิดต้องนำมาต้ม บางชนิดต้องใช้สดถึงจะช่วยลดอาการของลูกได้ เพราะหากใช้ไม่ถูกวิธีผลที่คิดว่าจะเกิดอาจกลายเป็นผลเสีย คุณแม่จึงต้องระมัดระวังกันด้วยค่ะ

เด็กท้องอืด ใช้สมุนไพรช่วยตามความเชื่อไทยได้ผลมั้ย
เมื่อเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้อง การใช้สมุนไพรในเด็กดังกล่าว ช่วยบรรเทาอาการเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องของลูกได้ แต่ใช้ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น และเป็นการรักษาที่ปลายเหตุเท่านั้น
ดังนั้นคุณแม่จึงควรปรึกษาแพทย์ในกรณีที่ไม่สามารถบรรเทาเบื้องต้น เพื่อจะได้แก้ปัญหาจากต้นเหตุ เมื่อแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดแล้ว อาการเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อก็บรรเทาลง เด็กก็จะสบายตัว พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวได้ดี คุณแม่ก็เตรียมชื่นใจไปกับพัฒนาการในแต่ละชั่วโมงของลูกได้เลยค่ะ

สาเหตุที่เด็กท้องอืด ท้องเฟ้อ
เพราะเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก ระบบทางเดินอาหารของเขายังบอบบาง เอนไซม์ย่อยโปรตีนและแลคโตสยังทำงานไม่สมบูรณ์ โปรตีนและแลคโตสจึงผ่านจากลำไส้เล็กไปสู่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีแบคทีเรียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และแบคทีเรียเหล่านี้นี่เองที่เป็นตัวย่อยน้ำตาลแลคโตสและโปรตีนที่ตกค้างในลำไส้ จึงทำให้เกิดแก๊สในทางเดินอาหารของลูก จนเป็นสาเหตุของอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้อง จนลูกร้องไห้กวนโยเยอย่างที่คุณแม่ประสบอยู่

การดูแลแก้ไขเมื่อเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้อง
เมื่อคุณแม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงแล้ว ก็ควรหันมาดูแลใส่ใจที่ต้นเหตุกันดีกว่า เริ่มตั้งแต่…

การจัดท่าให้นมที่ถูกต้อง
เพื่อไม่ให้ลมหรืออากาศเข้าท้องลูก โดยขณะให้นมลูกควรยกศีรษะลูกให้อยู่สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย

จับลูกไล่ลม
ทุกครั้งที่ลูกอิ่มนมแล้ว คุณแม่ต้องไม่ลืมที่จะจับลูกไล่ลมเพื่อให้เรอออกมา ลูกจะได้สบายตัวสบายท้อง

วิธีการดูแลและบรรเทาอาการทารกท้องอืด เด็กท้องอืด ไม่สบายท้อง
รักษาความสะอาดอุปกรณ์ให้นม
หรือขวดนมต่างๆ ก็ต้องพิถีพิถันในการล้างการจัดเก็บเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคที่อาจส่งผลให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้

หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะ
ทารกที่กินนมแม่ คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะมาก เช่น ถั่วต่าง ๆ ผักบางชนิดเช่น กะหล่ำปลี เป็นต้น

ลองเปลี่ยนนม
หากคุณแม่พยายามทำทุกวิธีแล้ว ลูกยังมีอาการไม่สบายท้องอยู่ คุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอ เพื่อดูอาการและหาวิธีรักษาที่เหมาะสม เช่น หากลูกกินนมผงก็ลองปรึกษาคุณหมอเพื่อเปลี่ยนนมเป็นนมสูตรย่อยง่าย ที่มีโปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วน และมีน้ำตาลแลคโตสต่ำกว่านมสูตรปกติ ซึ่งจะเหมาะสมกับระบบการย่อยที่ยังบอบบางของลูก นมสูตรนี้จะช่วยให้ลูกกลับมาสบายตัว ไม่มีปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องมารบกวนให้คุณแม่ต้องกังวลใจ

เมื่อแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด อาการเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อก็บรรเทาลง เด็กก็จะสบายตัว พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวได้ดี คุณแม่ก็เตรียมชื่นใจไปกับพัฒนาการในแต่ละชั่วโมงของลูกได้เลยค่ะ

สาเหตุของการผายลม

ตดหรือผายลม แม้จะเป็นกระบวนการทางชีวภาพของร่างกายที่เกิดขึ้นกับทุกคนเป็นปกติ โดยเฉลี่ยประมาณ 5-15 ครั้งต่อวัน แต่บางครั้งการผายลมบ่อยหรือผายลมเหม็นอาจทำให้รู้สึกอับอายหรือเป็นกังวลเมื่ออยู่กับผู้อื่น อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้อาจแก้ไขได้ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ก่อให้เกิดการสะสมแก๊สในระบบย่อยอาหาร โดยเฉพาะการรับประทานอาหารบางชนิดหรือพฤติกรรมบางประการ

เครดิตฟรี

สาเหตุของการตดหรือผายลม

การตดหรือผายลมเกิดจากแก๊สที่สะสมในระบบย่อยอาหารเนื่องจากกระบวนการย่อยสลายอาหารไปเป็นพลังงานของร่างกาย การรับประทานอาหารบางชนิดที่ทำให้เกิดแก๊สมาก หรือการกลืนอากาศซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเคี้ยวอาหาร หายใจ สูบบุหรี่ หรืออื่น ๆ แม้แก๊สส่วนใหญ่จะถูกขับออกมาด้วยการเรอ แต่ก็มีบางส่วนที่ลงไปสู่ระบบย่อยอาหาร ผ่านลำไส้ ทำให้เกิดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และขับออกมาในรูปแบบของการผายลมในที่สุด

การมีแก๊สสะสมมากจนทำให้ตดหรือผายลมออกมาอาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยที่เป็นไปได้ ดังนี้

อาหารที่รับประทาน อาหารบางชนิดจะทำให้เกิดแก๊สระหว่างที่ถูกย่อยสลายมากกว่าชนิดอื่น ๆ เนื่องจากกระบวนการหรือความยากในการย่อย เป็นสาเหตุให้มีแก๊สในกระเพาะมาก รู้สึกปวดท้อง ท้องอืด และผายลมตามมา โดยเฉพาะอาหารที่ประกอบด้วยน้ำตาลธรรมชาติ มีเส้นใยอาหารสูง หรืออาหารประเภทแป้ง ได้แก่

ผักและผลไม้ที่มีน้ำตาลบางชนิดและอาจทำให้เกิดแก๊สในท้องขณะย่อย เช่น น้ำตาลฟรุกโตสที่พบได้ในหัวหอม น้ำตาลแรฟฟิโนสในหน่อไม้ฝรั่ง บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี น้ำตาลซอร์บิทัลจากลูกพรุน ลูกท้อ แอปเปิล รวมถึงผักผลไม้ที่มีเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำ เช่น ถั่วลันเตา แต่หากเป็นเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำก็มักจะถูกย่อยและขับผ่านไปได้โดยง่าย ไม่ทำให้เกิดแก๊สหรือรู้สึกไม่สบายท้อง
หมากฝรั่งและลูกอมบางชนิดที่มีส่วนประกอบเป็นสารให้ความหวานอย่างซอร์บิทอล (Sorbitol)
อาหารจำพวกแป้งซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตสูง โดยเฉพาะอาหารที่ทำจากธัญพืช ขนมปัง ข้าวโพด มันฝรั่ง แต่อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ดูเหมือนจะไม่ทำให้เกิดแก๊สก็คือข้าว
นมและผลิตภัณฑ์จากนม คนที่มีเอนไซม์แลคเตสไม่เพียงพออาจย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมได้ยาก รวมไปถึงอาหารที่ทำจากนมอย่างไอศกรีม ชีส หรืออาหารใดก็ตามที่มีแลคโตส ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดแก๊สก็ยังอาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย

สล็อต

ข้าวโอ๊ต อีกหนึ่งอาหารที่สามารถทำให้เกิดแก๊สในท้อง เพราะมีเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำสูง การรับประทานข้าวโอ๊ตจึงควรเริ่มจากปริมาณน้อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มปริมาณขึ้นเพื่อให้ร่างกายปรับตัว หรือรับประทานสลับกับอาหารจากรำข้าวสาลีซึ่งมีเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำสูง
ถั่วต่าง ๆ เช่น ถั่วลิสง ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเหลือง หรือถั่วเขียว ซึ่งก็มีน้ำตาลแรฟฟิโนสเช่นกัน อีกทั้งยังประกอบด้วยเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำ
เครื่องดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำหวาน เครื่องดื่มเหล่านี้ส่งผลให้มีแก๊สในท้องจนรู้สึกไม่สบายท้องได้ เนื่องจากในโซดามีการอัดอากาศหรือแก๊สเข้าไป รวมถึงฟรุกโตสซึ่งเป็นน้ำตาลที่ให้ความหวานและอาจย่อยได้ยาก
การกลืนอากาศมากเกินไป อากาศจำนวนมากสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารผ่านการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร ซึ่งแก๊สกว่า 50 เปอร์เซ็นต์มาจากอากาศที่กลืนเข้าไปนี้เอง ส่งผลให้มีอาการเรอหรือสะอึกตามมาได้ นอกจากนี้ อากาศบางส่วนก็ยังผ่านเข้าไปสู่ระบบย่อยอาหารและถูกปล่อยออกมาทางทวารหนักในรูปของการผายลม โดยปัจจัยที่ทำให้มีการกลืนอากาศมากเกินไปมักพบว่าเกิดจากพฤติกรรมต่อไปนี้

เคี้ยวหมากฝรั่ง
อมลูกอมหรืออมอาหารบางชนิด
รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำอย่างรวดเร็วจนเกินไป
ดื่มเครื่องดื่มน้ำอัดลม
ดื่มน้ำจากหลอด
กลืนน้ำลายบ่อยเกินไป ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อรู้สึกวิตกกังวล
สวมใส่ฟันปลอมที่หลวมเกินไป
สูบบุหรี่
ผลจากยารักษาโรคหรือปัญหาสุขภาพ

สล็อตออนไลน์

ยารักษาโรคหรืออาหารเสริมบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงให้มีอาการท้องอืดหรือเกิดแก๊สในระบบย่อยอาหารมาก เช่น ยารักษาโรคเบาหวานอย่างอะคาร์โบส (Acarbose) รวมถึงอาหารเสริมใยอาหารบางชนิด
การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน เกิดขึ้นกับผู้หญิงที่มักมีอาการท้องอืดก่อนหน้าช่วงมีประจำเดือน โดยเป็นผลจากการที่ร่างกายกักเก็บของเหลวไว้
โรคบางชนิดสามารถส่งผลให้มีแก๊สมากและผายลมบ่อย เช่น ภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ (Lactose Intolerance) เกิดจากการที่ร่างกายไม่ย่อยน้ำตาลแลคโตสในนม ซึ่งหากลองงดการดื่มนมแล้วพบว่าตนเองมีแก๊สหรือผายลมน้อยลง อาการดังกล่าวก็อาจสาเหตุจากปัญหานี้ รวมถึงโรคอื่น ๆ ที่อาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีแก๊สมากหรือผายลมบ่อย ได้แก่
ลำไส้แปรปรวน
โรคลำไส้อุดตัน
อาหารไม่ย่อย
กรดไหลย้อน
แผลในกระเพาะอาหาร
โรคโครห์น
โรคแพ้กลูเตน
ตดเหม็น ตดบ่อย เป็นอันตรายหรือไม่

การตดหรือผายลมเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วันละ 6-20 กว่าครั้ง และมักเกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหารเป็นปกติ โดยไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายใด ๆ แม้จะมีการกลั้นผายลมก็ตาม ซึ่งบางครั้งแก๊สก็อาจถูกขับผ่านออกมาโดยไม่รู้ตัวในปริมาณเพียงเล็กน้อยและไม่ส่งกลิ่น แต่การรับประทานอาหารบางชนิด เช่น อาหารที่มีสารซัลเฟอร์หรือมีแบคทีเรียที่สร้างแก๊สมีเทนหรือไฮโดรเจนซัลไฟด์ ก็อาจส่งผลให้ลมที่ผายออกมามีกลิ่นเหม็นได้

ทั้งนี้ ความถี่หรือลักษณะการผายลมที่ผิดปกติไม่มีข้อบ่งบอกอย่างแน่ชัด การสังเกตอาการด้วยตนเองจึงเป็นสิ่งที่พอจะทำได้ในเบื้องต้น โดยควรไปพบแพทย์เมื่อการผายลมเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ผายลมมีกลิ่นเหม็นบ่อยครั้ง หรือในกรณีที่มีอาการใด ๆ ต่อไปนี้ปรากฏร่วมด้วย เพราะอาจแสดงถึงปัญหาสุขภาพร้ายแรง

jumboslot

ปวดท้องและท้องอืดต่อเนื่องเป็นเวลานาน
มีอาการท้องเสียหรือท้องผูกเกิดขึ้นซ้ำ ๆ
น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
กลั้นอุจจาระไม่อยู่
มีเลือดปนในอุจจาระ
มีอาการบ่งบอกถึงการติดเชื้อ เช่น ไข้สูง หนาวสั่น อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดข้อต่อ เป็นต้น
วิธีป้องกันการตดเหม็นหรือตดบ่อย

การตดหรือผายลมที่มีกลิ่นเหม็นนั้นหลีกเลี่ยงได้โดยพยายามลดการรับประทานอาหารที่มีสารซัลเฟอร์ ซึ่งก่อให้เกิดแก๊สที่มีกลิ่น เช่น หัวหอม กระเทียม หน่อไม่ฝรั่ง ไข่ นม แป้งข้าวโพด ผักกาดหอม มะเขือเทศ ถั่วเหลือง และปลาบางชนิดอย่างแซลมอน ส่วนวิธีป้องกันการผายลมบ่อยอาจทำได้ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่มักทำให้เกิดการสะสมแก๊สเป็นจำนวนมาก ดังนี้

ลดอาหารที่มีเส้นใยอาหาร น้ำตาลธรรมชาติ และแป้งที่ย่อยยาก ซึ่งจะทำให้เกิดแก๊สในระบบย่อยอาหารขึ้นมาก ได้แก่
ผักบางชนิด เช่น หน่อไม้ฝรั่ง กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่ แตงกวา พริกหยวก หัวหอม ถั่วลันเตา มันดิบ หัวผักกาดแดง
ผลไม้บางชนิด เช่น แอปริคอท แอปเปิลแดง แอปเปิลเขียว กล้วย แตงโม ลูกพรุน ลูกท้อ ลูกแพร์
ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี ข้าวโอ๊ต
ถั่วบางชนิด เช่น ถั่วลิสง ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง
นมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส ไอศกรีม โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะย่อยแลคโตสผิดปกติ
เครื่องดื่มน้ำอัดลมต่าง ๆ รวมถึงน้ำผลไม้ เบียร์ ไวน์
อาหารชนิดอื่นนอกจากนมที่อาจประกอบด้วยแลคโตส เช่น ขนมปัง น้ำสลัด และธัญพืช
อาหารจากไข่
อาหารทอดหรืออาหารที่มีไขมันสูง สามารถก่อให้เกิดอาการท้องอืดได้
น้ำตาลและสารที่ใช้แทนน้ำตาล เช่น ซอร์บิทอล
รับประทานอาหารและดื่มน้ำช้า ๆ เพราะการรับประทานอาหารอย่างเร่งรีบจนเกินไปอาจทำให้มีการกลืนอากาศลงไปมากและเกิดแก๊สตามมาในที่สุด นอกจากนี้ ผู้ที่สวมใส่ฟันปลอมควรตรวจดูให้ดีก่อนว่ามีความพอดีกับช่องปาก เพราะหากฟันปลอมหลวมจะทำให้เกิดการกลืนอากาศเข้าไประหว่างเคี้ยวอาหารได้
อย่าดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร เนื่องจากจะทำให้สูญเสียกรดที่ใช้ในการย่อยอาหาร ทำให้อาหารถูกย่อยสลายได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทางที่ดีควรดื่มน้ำในช่วง 30 นาทีก่อนรับประทานอาหาร จะช่วยให้กระเพาะสามารถย่อยได้ดีขึ้น
เลี่ยงพฤติกรรมใด ๆ ที่อาจทำให้ต้องกลืนอากาศเข้าไป เช่น การเคี้ยวหมากฝรั่ง สูบบุหรี่ หรือดื่มน้ำจากหลอด
ไม่รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มใด ๆ ที่มีสารให้ความหวานแทนน้ำตาลอย่างซอร์บิทอลหรือน้ำตาลแอลกอฮอล์ โดยซอร์บิทอลนั้นมักนำมาใช้เป็นส่วนผสมในหมากฝรั่ง
อย่างไรก็ตาม อาหารหรือพฤติกรรมแต่ละอย่างอาจส่งผลแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนจะเกิดแก๊สมากหากรับประทานผลไม้กับโปรตีน แต่บางคนอาจมีแก๊สมากจากการรับประทานอาหารประเภทแป้งกับโปรตีนร่วมกัน ทางที่ดีควรสังเกตปัจจัยต่าง ๆ ที่น่าจะเป็นสาเหตุให้มีแก๊สสะสมในระบบย่อยอาหารมาก โดยลองจดบันทึกว่ารู้สึกอึดอัดท้อง เรอ หรือผายลมหลังจากการรับประทานอาหาร ยารักษาโรค หรือการทำกิจกรรมใด ๆ เพื่อเลี่ยงพฤติกรรมและอาหารที่น่าจะเป็นตัวการกระตุ้นการผายลมโดยเฉพาะ

slot

วิธีรักษาเพื่อลดแก๊สในระบบย่อยอาหาร

การมีแก๊สในระบบย่อยอาหารมากเกินไปนั้น ยังไม่มียาสำหรับรักษาให้หายอย่างเด็ดขาด มีเพียงยาบางชนิดที่อาจช่วยลดอาการอาหารไม่ย่อย ซึ่งมีขายตามร้านขายยาทั่วไป เช่น

แอลฟา-กลูโคซิเดส ตัวยาประกอบด้วยเอนไซม์ที่จะช่วยย่อยสลายคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนในอาหารจำพวกถั่ว ธัญพืช และผักหลาย ๆ ชนิดให้กลายเป็นน้ำตาลที่ย่อยง่ายขึ้น โดยรับประทาน 2-3 เม็ดก่อนมื้ออาหาร ทว่าอาหารเสริมชนิดนี้จะไม่เห็นผลในกรณีที่แก๊สเกิดจากเส้นใยอาหารหรือแลคโตส
เอนไซม์แลคเตส สามารถช่วยย่อยแลคโตสในนม สำหรับผู้ที่มีภาวะย่อยแลคโตสในนมผิดปกติ
ยาไซเมทิโคน เป็นยาที่ช่วยลดฟองแก๊สในระบบย่อยอาหาร
ถ่านกัมมันต์หรือชาร์โคล อาจมีคุณสมบัติช่วยลดการเกิดแก๊สหรืออาการท้องอืด โดยจะไปจับกับของเหลวในลำไส้และลดแก๊ส ลดอาการท้องอืด ทั้งยังทำให้อุจจาระจับตัวเป็นเนื้อยิ่งขึ้น

โดยปกติแล้วผู้ที่มีร่างกายอุดมสมบูรณ์และแข็งแรงดีจะตดประมาณ 14 – 23 ครั้งต่อวัน เมื่อใช้เกณฑ์นี้เป็นตัววัดแล้ว การตดที่มากกว่า 23 ครั้ง ภายใน 1 วัน ถือว่าผิดปกติ โดยความผิดปกตินี้อาจเกิดจากการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดแก๊สในร่างกายมากเกินไป เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว ชีส กะหล่ำปลี หัวหอม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำอัดลม หรืออาจเกิดจากภาวะความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งภายในร่างกาย

การตด หรือการผายลมบ่อยมากเกินไปนั้นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงสุขภาพภายในได้เป็นอย่างดี ซึ่งภาวะหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับการตด ได้แก่ โรคมะเร็งลำไส้ โรคลำไส้แปรปรวน ระบบดูดซึมอาหารทำงานผิดปกติ การแพ้อาหารที่มีส่วนประกอบของแลคโตส (lactose) เช่น นมวัวและโยเกิร์ต ภาวะที่เกี่ยวของกับกระเพาะอาหาร เช่น การที่อาหารเป็นพิษ ฯลฯ

ดังนั้น เราจึงควรหมั่นนับจำนวนครั้งที่เราตดในแต่ละวัน เพื่อสังเกตการทำงานที่เกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหารและลำไส้ หากมีการตดที่บ่อยครั้งเกินไปติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สได้ง่าย แต่หากยังไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง และหาทางแก้ไขอย่างเร็วที่สุด

ดร.ไมเคิล เลวิตต์ (Dr.Michael Levitt) แห่ง Veterans Administration Medical Center ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับการยอมรับจากวงวิชาการทั่วโลกว่าเป็น “ผู้เชี่ยวชาญเรื่องตดระดับโลก” และเป็นผู้คิดค้น “กางเกงในดับกลิ่นตด”

ผู้หญิงตดเหม็นกว่าผู้ชาย…ไม่อยากเชื่อเลยใช่ไหม แต่จากการศึกษาของ ดร.เลวิตต์ พบว่า เมื่อท้องอืด ผู้หญิงจะมีไฮโดรเจนซัลไฟด์เข้มข้นมากขึ้น ซึ่งทำให้กลิ่นตดเหม็นขึ้นด้วย

คนทานเนื้อสัตว์ตดเหม็นกว่าคนทานมังสวิรัติ

คนทานมังสวิรัติตดบ่อยกว่าคนทานเนื้อสัตว์

คนชอบทานอาหารรสจัด ใส่เครื่องเทศมาก หรือชอบดื่มเบียร์ ตดเหม็นไม่เบา

อาการท้องผูก ทำให้ตดมากและตดเหม็น

ตดติดไฟได้ แต่ถ้าใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ก็ไม่มีปัญหา หากเป็นมนุษย์ในยานอวกาศนอกโลกที่ต้องอยู่ในสภาพสุญญากาศ การตดจะเป็นปัญหามากเพราะติดไฟได้ง่าย ต้องหาวิธีดูดแก๊สที่ออกมาไปเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย