สมุนไพรผักหนาม มีชื่อเรียกอื่นว่า กะลี (มลายู, จังหวัดนราธิวาส), บอนหนาม (ไทลื้อ, ขมุ), ผะตู่โปล่ เฮาะตู่ลุก (กะเหรี่ยงจังหวัดเชียงใหม่), ด่อแกงเล่อ (ปะหล่อง), บ่อนยิ้ม (เมี่ยน), บ่ะหนาม (ลั้วะ), หลั่นฉื่อโก จุยหลักเท้า (จีนแต้จิ๋ว) ฯลฯ1,5,9

เครดิตฟรี
รูปแบบของผักหนาม
ต้นผักหนาม จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุก แก่นับเป็นเวลาหลายปี ลำต้นมีลักษณะเป็นเหง้าแข็งอยู่ใต้ดินทอดเลื้อย ทอดขนานกับพื้นดิน ตั้งชันแล้วก็โค้งลงบางส่วน ยกยอดขึ้น ลำต้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 4-5 ซม. รวมทั้งยาวได้ราวๆ 75 ซม. ตามลำต้นมีหนามแหลม แพร่พันธุ์ด้วยแนวทางเพาะเม็ด มีเขตผู้กระทำระจายประเภทในประเทศอินเดีย ทางตอนใต้ของเมืองจีน เอเซียอาคเนย์ถึงอินโดนีเซีย ในประเทศเจอได้ตามแหล่งธรรมชาติทั่วทุกภาค ถูกใจดินร่วนซุย ความชุ่มชื้นมากมาย รวมทั้งแสงอาทิตย์แบบเต็มวัน มักขึ้นในที่เฉอะแฉะมีน้ำขัง ตัวอย่างเช่น ตามชายน้ำ ขอบคู ลำคลอง หนอง บ่อน้ำ ตามร่องน้ำในสวน หรือรอบๆดินโคลนที่มีน้ำขัง
ภาพผักหนาม
ต้นผักหนาม
เหง้าผักหนาม
ใบผักหนาม ใบเป็นใบคนเดียว ออกเรียงสลับ รูปแบบของใบเป็นรูปลูกศรหรือรูปโล่ ปลายใบแหลม ขอบของใบเรียบแล้วก็หยักเว้าลึกเป็น 9 พู รอยเว้ามักลึกแทบถึงเส้นกึ่งกลางใบ ใบมีขนาดกว้างมากยิ่งกว่า 25 ซม. รวมทั้งยาวโดยประมาณ 30-40 ซม. มีหนามแหลมตามเส้นใบข้างล่างรวมทั้งตามก้านใบ ใบอ่อนม้วนเป็นแท่งกลม ก้านใบมีลักษณะเป็นทรงกระบอกยาวแล้วก็แข็ง โดยมีความยาวราว 40-120 ซม.
ใบผักหนาม
กะลี
ดอกผักหนาม มีดอกเป็นช่อเชิงลด ลักษณะเป็นทรงกระบอก เป็นแท่งยาวขนานพอๆกับใบ โดยประมาณ 4 ซม. แทงออกมาจากกาบใบ ก้านช่อดอกมีหนามและก็ยาวได้ถึง 75 ซม. มีดอกย่อยอัดกันแน่นเป็นดอกแบบบริบูรณ์เพศ ใบประดับประดาเป็นกาบสีน้ำตาลปนเขียวถึงสีม่วง กาบห่อม้วนบิดเป็นเกลียวตามความยาวของกาบ มีความยาวได้ถึง 55 ซม. ดอกเป็นช่อดอกแบบแท่ง Spadix ช่อดอกเป็นสีน้ำตาล ดอกเพศผู้จะมีจำนวนไม่น้อยและก็อยู่ตอนบน ส่วนดอกเพศภรรยาจะมีปริมาณน้อยกว่ารวมทั้งอยู่ตอนล่าง จะมีดอกในตอนโดยประมาณพฤษภาคมถึงมิถานายน
รูปผักหนาม

สล็อต
ดอกผักหนาม
ผลผักหนาม ผลมีลักษณะเรียงชิดกันแน่นเป็นแท่งทรงกระบอก ได้ผลสำเร็จสด ครึ้ม และก็เหนียว ผลอ่อนเป็นสีเขียวมีเนื้อนุ่ม เมื่อแก่แล้วจะกลายเป็นสีเหลืองปนแดง จะสำเร็จในตอนโดยประมาณมิถานายนถึงสิงหาคม
ผลผักหนาม
รูปผลผักหนาม
คุณประโยชน์ของผักหนาม
ตำราเรียนยาไทยจะใช้อีกทั้งต้นเป็นยาแก้เยี่ยวทุพพลภาพ ส่วนในประเทศอินเดียจะใช้ทั้งยังต้นเป็นยาพาราท้อง ปวดตามข้อรวมทั้งโรคไม่ดีเหมือนปกติเกี่ยวกับไส้ ใช้น้ำคั้นจากต้นเป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร รวมทั้งใช้ลำต้นแล้วก็ผลเป็นยาแก้อาการเปลี่ยนไปจากปกติเกี่ยวกับคอ
ชาวไทใหญ่จะใช้อีกทั้งต้นรวมกับไม้เปาและก็ไม้จะลาย นำไปต้มอาบแล้วก็ดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง แก้ลักษณะของการปวดเมื่อยล้า
ลำต้นผักหนาม มีรสเผ็ดชา ใช้เป็นยาแก้ไอ แก้หิวน้ำ ขับเสลด ขับเยี่ยว แก้ฉี่เหลืองหรือแดง ผิวหนังเปื่อยยุ่ยเป็นหนอง ใช้ต้มเอาน้ำอาบแก้อาการคันเหตุเพราะพิษฝึกหัด เหือด ไข้เกิดผื่น ผ่องใส ดำแดง ทำให้ผื่นหายเร็ว แล้วก็ใช้เป็นยาทำลายพิษ บ้างใช้ลำต้นแห้งทำเป็นยารักษาโรคผิวหนัง
ตำรับยาแก้ผิวหนังเน่าเรื้อรัง เท้าเน่า หรือหัวเน่าเป็นแผลเรื้อรัง ให้ใช้ลำต้นผักหนามนำต้มเอาน้ำล้างหรือบดให้เป็นผุยผงแล้วเอามาทาบริเวณที่เป็น
เหง้าใช้เป็นยาขับเสลด แก้ไอ ใช้ต้มกับน้ำอาบแก้คันเพราะพิษฝึกฝน เหือด สุกปลั่ง ดำแดง และก็โรคผิวหนัง บ้างใช้เหง้าฝนกับน้ำดื่มเป็นยาถ่ายพยาธิ (เหง้า)
รากใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้เจ็บคอ ส่วนอีกข้อมูลเจาะจงให้ใช้รากต้มกับน้ำให้เด็กอ่อนอาบ แก้ลักษณะการเจ็บคอ
รากและก็ใบมีคุณประโยชน์เป็นยาขับเสลด
ใบผักหนามใช้เป็นยาพาราท้อง แก้ไอ ส่วนในศรีลังกาจะใช้ใบเป็นยาพาราท้องแล้วก็ลักษณะของการปวดอื่นๆใช้ก้านใบบดให้เหลวแล้วก็ค่อยนำไปให้โคกเลื่องลือรับประทานทีละน้อยๆเป็นยาแก้อาการแตกต่างจากปกติเกี่ยวกับคอ
ขนาดแล้วก็วิธีการใช้ : การเก็บยาให้เก็บลำต้นในฤดูร้อนแล้วก็ล้างให้สะอาด แล้วก็ค่อยนำไปตากแห้งหรือหั่นเป็นแผ่นตากแห้งเก็บไว้ใช้ (ลักษณะยาที่ดีจะรสเผ็ดชา ต้นที่เก็บควรมีลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอก เปลือกสีน้ำตาลเทา มีข้อเป็นปุ่ม ตะปุ่มตะป่ำมีหนามแข็ง แต่ละข้อห่างกันโดยประมาณ 6-7 ซม. มีรากฝอยม้วนม้วนเข้าไปที่โคนก้านใบ เนื้อในเป็นสีเทาหรือสีชมพู มีแป้งมากมาย และก็มีจุดสีน้ำตาลเล็กๆอยู่ทั่วๆไป) โดยให้ใช้ลำต้นแห้งโดยประมาณ 10-15 ต้มกับน้ำดื่ม ส่วนการใช้ด้านนอกให้นำไปต้มเอาน้ำล้างหรือบดเป็นผุยผงทาบริเวณที่เป็น

สล็อตออนไลน์
ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากผักหนาม
ยอดอ่อน ใบอ่อน และก็ดอกอ่อนผักหนามมีรสจืดชืด (หากนำไปดองจะมีรสเปรี้ยว) สามารถเอามากินเป็นผักได้ โดยเอามาลวกหรือต้มกับน้ำกะทิ หรือใช้ทำผักดองแกล้มแกงไตปลารวมทั้งขนมจีน กินร่วมกับน้ำพริก หรือนำไปผัด ปรุงเป็นแกง อย่างแกงส้ม แกงไตปลา ฯลฯ โดยค่าทางโภชนาการของผักหนามใน 100 กรัม จะประกอบไปด้วย พลังงาน 18 แคลอรี, โปรตีน 2.1 กรัม, ไขมัน 0.2 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 2.0 กรัม, ใยอาหาร 0.8 กรัม, ขี้เถ้า 0.8 กรัม, วิตามินเอ 6,383 หน่วยสากล, วิตามินบี 1 0.92 มก., วิตามินบี 2 0.04 มก., วิตามินบี 3 0.91 มก., วิตามินซี 23 มก., แคลเซียม 14 มก., ธาตุเหล็ก 0.9 มก. และก็ธาตุฟอสฟอรัส 11 มก.
ก้านใบอ่อนใช้ต้มรับประทานกับน้ำพริก
ในประเทศอินเดียจะใช้ผลผักหนามปรุงเป็นของกิน
ลำต้นเอามาสับเป็นชิ้นเล็กๆใช้ผสมในข้าวสาร แล้วก็ค่อยนำไปหุง จะช่วยเพิ่มปริมาณ
ก้านแล้วก็ใบใช้เป็นของกินสำหรับเลี้ยงโคกเลื่องลือ (เอามาตำกับเกลือให้โคกเลื่องลือรับประทาน) ทำให้เจ้าเนื้อบริบูรณ์ เนื่องจากว่าผักหนามมีฮอร์โมนบางจำพวกและก็สารบางตัวที่มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการต้านทานเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งจะช่วยสำหรับเพื่อการเกื้อหนุนระบบภูมิต้านทานโรคได้อีกทางหนึ่ง
นักค้นคว้าจากแผนกเกษตรศาสตร์ ม.อบ. ได้มีการทดสอบนำผักหนาม โดยใช้ส่วนของก้านแก่และก็ใบแก่ (จำนวนร้อยละ 0.5) มาบดผสมลงไปในของกินเลี้ยงไก่ เมื่อเทียบผลกับการใช้อาหารสัตว์ที่มีการผสมยาปฏิชีวนะ ผลของการทดสอบพบว่า ไก่มีน้ำหนักตัวมากขึ้น โดยที่จำนวนของกินที่รับประทาน อัตราการเพิ่มน้ำหนัก แล้วก็อื่นๆไม่มีความแตกต่างกับการใช้ยาปฏิชีวนะ นอกจากทุนด้านค่าของกิน (เมื่อคิดต่อการเพิ่มน้ำหนักตัวไก่แล้ว การใช้ผักหนามมีต้นทุนต่ำยิ่งกว่าการใช้ยาปฏิชีวนะ) แต่ว่าเมื่อเพิ่มปริมาณเป็นปริมาณร้อยละ 1.5 โดยใช้ลำต้นแล้วก็รากผักหนามแทน จะเห็นได้ชัดว่า ผักหนามได้ผลดีมากกว่ายาปฏิชีวนะ เนื่องจากน้ำหนักตัวของไก่มากขึ้นมากยิ่งกว่าไก่ที่เลี้ยงด้วยของกินที่ผสมยาปฏิชีวนะเกือบจะ 20% และก็มีการรับประทานอาหารได้มากกว่า แต่แรกเริ่มทุนค่าของกินก็ยังต่ำยิ่งกว่าการใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งเหมาะสมกับอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่อย่างใหญ่โต
ยอดอ่อนผักหนาม

jumboslot
ผักหนามต้ม
ข้อควรตรึกตรอง : ใบ ก้านใบ รวมทั้งต้นผักหนามมีสารไซยาโนเจนิกไกลโคไซด์ (Cyanogenic. Glycosides) ที่สามารถกลายเป็นไซยาไนด์ (พิษประเภทหนึ่ง) ได้ โดยเป็นพิษที่ออกฤทธิ์ต่อระบบการไหลเวียนของโลหิต เมื่อได้รับพิษหรือกินเข้าไปดิบๆจะก่อให้อ้วก กล้ามดำเนินการไม่ผสานกัน กล้ามเมื่อยล้า กล้ามกระตุก หายใจติดขัด งุนงง ไม่รู้ตัว ชักก่อนที่จะสลบ มีลักษณะขาดออกสิเจน ตัวเขียว หากได้รับมากมายจะก่อให้รุนแรงด้านใน 10-15 นาที แล้วก็เสียชีวิตได้ เมื่อได้รับพิษจำเป็นจะต้องทำให้อ้วกออกมา แล้วรีบนำส่งโรงหมอเพื่อทำความสะอาดโดยการล้างท้อง ด้วยเหตุผลดังกล่าวก่อนเอามากินจำเป็นจะต้องนำไปทำให้สุกหรือดองเปรี้ยวเพื่อกำจัดพิษไซยาไนด์ซะก่อน

slot