น้ำมันปลา หรือ ฟิชออยล์ (Fish Oil)เป็นน้ำมันที่สกัดมาจากส่วนของเนื้อปลา หนัง หัว และก็หางของปลาสมุทรน้ำลึก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาในเขตหนาว ถ้าเกิดปลาสมุทรทั่วๆไปจะได้สารสำคัญน้อยกว่าปลาสมุทรที่อยู่ในสายน้ำเย็น)
ในน้ำมันปลานี้จะมีกรดไขมันอยู่หลากหลายประเภท แม้กระนั้นประเภทที่สำคัญแล้วก็มีการประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์หมายถึงกรดไขมันกรุ๊ปโอเมก้า-3 และก็​กรดไขมันกรุ๊ปโอเมก้า-6 แต่ว่ากรุ๊ปที่สำคัญที่สุดเป็นกรดไขมันกรุ๊ปโอเมก้า-3 เนื่องด้วยมีกรดสำคัญอยู่ 2 จำพวกหมายถึงEPA (Eicosapentaenoic Acid) รวมทั้ง DHA (Docosahexaenoic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ต้องต่อสุขภาพ ร่างกายไม่สามารถที่จะทำขึ้นมาเองได้ รวมทั้งจะต้องได้รับจากของกินแค่นั้น

เครดิตฟรี
สำหรับแหล่งของกินที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่สำคัญและก็พวกเราเคยชินดีก็คือ “ปลา” ครับผม โดยยิ่งไปกว่านั้นปลาสมุทร เป็นต้นว่า ปลาแซลมอน ปลาแอนโชวี่ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาซาบะ ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาแมคเคอเรลปลาไวท์ฟิช ปลาบลูฟิช ปลาชอคฟิช ปลานิลสมุทร ปลาดุกสมุทร อื่นๆอีกมากมาย รวมถึงหอยกาบ หอยนางรม หอยพัด กุ้ง ปลาหมึก แล้วก็เว้นแต่ปลาแล้วยังมีของกินอีกหลายประเภทที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 สูงอื่นๆอีกด้วย ดังเช่นว่า วอลนัท ถั่วแระ ถั่วเหลือง เม็ดแฟล็กซีดเซียว เม็ดเจีย น้ำมันติดอยู่โนลา สาหร่ายสไปรูลิน่า สินค้าจากนม รวมทั้งยังเจอมีอยู่ปริมาณไม่มากเท่าไรนักในผักเขียวสีแก่
คุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากน้ำมันปลา
เพราะเหตุว่าน้ำมันปลามีไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อสถาพทางร่างกายอย่างกรดไขมันกรุ๊ปโอเมก้า-3 ที่มีความหมายต่อรูปแบบการทำงานของระบบต่างๆภายในร่างกาย ในทางการแพทย์ก็เลยมั่นใจว่าการบริโภคน้ำมันปลาอาจมีผลดีต่อร่างกายในนานาประการด้าน รวมทั้งสำหรับผลดีที่มีหลักฐานตามงานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยในตอนนี้นั้นมีดังนี้

EPA ช่วยลดระดับไขมันในเลือดจำพวกสามกลีเซอร์ไรด์ (Triglycerides) ตรีกลีเซอร์ไรด์เป็นไขมันตัวร้ายที่แม้มีการสะสมเยอะเกินไปจะเพิ่มการเสี่ยงสำหรับในการเป็นโรคเส้นโลหิตหัวใจ โรคเส้นโลหิตสมอง และก็โรคเส้นเลือดหัวใจตัน ซึ่งการกินน้ำมันปลาจะมีสาระต่อทั้งยังสำหรับคนที่ยังไม่เป็นโรคที่อยากลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเพื่อคุ้มครองป้องกันโรคแทรกอื่นๆที่มีต้นเหตุมาจากไขมันในเลือดสูง แล้วก็คนที่เป็นโรคแล้ว
จากผลจากการวิจัยทางด้านการแพทย์กำหนดไว้ว่า น้ำมันปลาสามารถช่วยลดไขมันตัวร้ายดังที่กล่าวผ่านมาแล้วได้ 20-50% ที่สำคัญเป็นค่อนข้างจะไม่มีอันตรายและก็สามารถใช้ร่วมกับยาสำหรับการลดระดับไขมันในคนที่มีไขมันในเลือดสูงได้ (การทานร่วมกับยาที่ได้รับอยู่ธรรมดาจะช่วยให้ความสามารถการลดไขมันดียิ่งขึ้น แต่ว่าคุณควรจะขอคำแนะนำหมอผู้ครอบครองไข้ก่อน)
การกินน้ำมันปลาสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลจำพวกไม่ดี (LDL) รวมทั้งเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลประเภทที่ดี (HDL) ในคนที่มีปัญหาระดับคอเลสเตอรอลแตกต่างจากปกติได้ (แต่ว่าบางงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยก็ไม่พบว่าน้ำมันปลามีคุณประโยชน์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นอีกทั้งการเพิ่มระดับระดับ HDL รวมทั้งลดระดับ LDL)
EPA ช่วยลดการเสี่ยงของการเกิดโรคทางระบบเส้นโลหิต หัวใจรวมทั้งสมอง เนื่องจากว่า EPA ในน้ำมันปลาจะไปช่วยสร้างเสริมความแข็งแรงของระบบเส้นเลือดแล้วก็หัวใจ ช่วยทำให้เส้นโลหิตขยายตัว ยั้งการยึดตัวกันของเกล็ดเลือดและก็ลดไขมันในเลือด ทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตภายในร่างกายดียิ่งขึ้น ลดการเต้นของชีพจรที่เปลี่ยนไปจากปกติ ก็เลยช่วยคุ้มครองการอุดตันของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆโดยยิ่งไปกว่านั้นหัวใจและก็สมอง ด้านการแพทย์ก็เลยเสนอแนะให้คนไข้โรคหัวใจรวมทั้งเส้นเลือดกินน้ำมันปลาเสมอๆ

สล็อต
โรคหัวใจ การกินปลาจะช่วยทำให้หัวใจมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ส่วนคนที่เป็นโรคหัวใจเองก็สามารถลดการเสี่ยงต่างๆจากโรคของตนเองได้ แม้กระนั้นสำหรับสินค้าเสริมของกินน้ำมันปลานั้นยังคงปราศจากความแจ่มชัดในประเด็นนี้
หัวใจล้มเหลว การบริโภคน้ำมันปลาในจำนวนมากอีกทั้งจากของกินและก็จากสินค้าเสริมของกินสามารถช่วยลดการเสี่ยงต่อภาวการณ์หัวใจล้มเหลวได้
คุ้มครองป้องกันการอุดตันซ้ำข้างหลังการผ่าตัดขยายเส้นเลือด มีงานศึกษาเรียนรู้วิจัยที่ศึกษาค้นพบว่าน้ำมันปลาสามารถลดอัตราการอุดตันซ้ำของเส้นเลือดได้มากถึง 45% เมื่อกินก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างต่ำ 3 อาทิตย์และก็ภายหลังจากผ่าตัด 1 เดือน
การผ่าตัดทำทางเบี่ยงเส้นเลือดหัวใจ (Coronary artery bypass surgery) น้ำมันปลาบางทีอาจช่วยปกป้องไม่ให้ทางเบี่ยงเส้นเลือดลีบซ้ำได้
การเปลี่ยนถ่ายหัวใจ การกินน้ำมันปลาบางทีอาจช่วยรักษาหลักการทำงานของไตรวมทั้งลดระดับความดันเลือดระยะยาวข้างหลังการเปลี่ยนถ่ายหัวใจได้
โรคเส้นโลหิตสมอง การบริโภคปลาในจำนวนที่เหมาะสม (1-2 ครั้งต่ออาทิตย์) สามารถช่วยลดการเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดสมองลง 27%
EPA มีส่วนช่วยลดระดับความดันเลือดสูง เนื่องจากว่าโอเมก้า-3 มีส่วนช่วยให้เส้นเลือดขยายตัว ทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตภายในร่างกายดียิ่งขึ้น ก็เลยส่งผลให้ความดันน้อยลงบางส่วน (เป็นช่วยลดได้ไม่มากเท่าไรนัก) โดยที่จะไม่เป็นผลต่อความดันในคนที่มีความดันเลือดธรรมดาอะไร
ช่วยปกป้องความดันโลหิตสูงจากการใช้ยาไซโคลสปอริน (Cyclosporine) ซึ่งเป็นยาที่ใช้สำหรับลดการเสี่ยงการไม่ยอมรับอวัยวะใหม่ที่จำเป็นต้องใช้ข้างหลังการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ
EPA มีคุณลักษณะสำหรับในการต่อต้านการอักเสบ เนื่องจากว่า EPA เป็นส่วนประกอบสำคัญของสารพลอสตาเอ็งลุกลี้ลุกลนดิน (Prostaglandins) ที่ร่างกายผลิตขึ้นที่ช่วยลดการอักเสบและก็บางทีอาจช่วยรักษาภาวการณ์หรือการเจ็บป่วยที่เกี่ยวพันกับการอักเสบเรื้อรังได้ ทั้งช่วยลดการสร้างและก็การแสดงออกของยีนที่หลั่งสารไซโตไคน์ซึ่งเป็นโมเลกุลที่เกี่ยวพันกับการอักเสบ
โรคข้อต่ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis) การกินน้ำมันปลาเพียงอย่างเดียวหรือร่วมกับยานาพรอกเซน (Naproxen) สามารถช่วยทำให้ลักษณะของข้อต่ออักเสบรูมาตอยด์ดียิ่งขึ้น ส่งผลทำให้ลักษณะของการเจ็บปวดน้อยลงจนกระทั่งมีการใช้ยาพาราลดน้อยลง ทั้งการให้น้ำมันปลา

สล็อตออนไลน์
เข้าเส้นโลหิตก็สามารถลดอาการบวมและก็ข้อแข็งในคนป่วยโรคนี้ได้ด้วย ส่วนการเรียนของมหาวิทยาลัยบริสตอล พบว่ากรดไขมันโอเมก้า-3 ในน้ำมันปลา สามารถทุเลาลักษณะโรคข้อกระดูกอักเสบได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยเมื่อทำทดสอบให้อาหารที่มีโอเมก้า-3 สูงแก่หนูตะเภาที่เป็นโรคข้อกระดูกอักเสบ พบว่า สามารถช่วยรักษาโรคได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับหนูที่รับประทานอาหารแบบธรรมดา
อาการอักเสบของข้อกระดูกในหญิงตั้งท้อง การกินน้ำมันปลาจะช่วยลดอาการอักเสบของข้อกระดูกที่ม่าม้ามีครรภ์พบได้มากพบได้
DHA เป็นองค์ประกอบในเซลล์สมอง ประสาท และก็หน้าจอประสาทตา ซึ่ง
การได้รับ DHA ในจำนวนที่มากพอเพียงจะช่วยทำให้ความนึกคิดรวมทั้งการเขียนจำดียิ่งขึ้นได้ ฉะนั้น DHA ก็เลยบางทีอาจเหมาะกับคนที่อยากได้การบำรุงสมองอย่างยิ่ง อย่างเช่น เด็กนักเรียนนิสิตที่กำลังเรียนอยู่แล้วก็ปรารถนาเพิ่มการเล่าเรียนการเขียนจำ หรือในคนวัยชราที่อยากช่วยเพิ่มการเขียนจำ การคิด ลดการเสื่อมของระบบประสาท แม้กระนั้น ในทางของการเพิ่มความจำ DHA ก็ช่วยได้ในตอนช่วงเวลาสั้นๆแค่นั้นและไม่ได้ช่วยทำให้ฉลาดหลักแหลมขึ้นอะไร (แม้กระนั้น DHA สามารถเสริมได้ตั้งแต่ลูกในท้อง เนื่องจาก DHA เป็นส่วนประกอบของเซลล์สมอง หน้าจอประสาทตา ถ้าเด็กแรกเกิดได้รับอย่างพอเพียงก็จะนำมาซึ่งการทำให้มีความเจริญทางสมองและก็สายตาที่ดียิ่งขึ้น)
ช่วยสร้างเสริมพลังให้สมองและก็ความจำ DHA ในน้ำมันปลาเป็นสารอาหารบำรุงสมองเกรดเอ มีส่วนช่วยให้สมองดำเนินงานได้มีคุณภาพมากเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านความจำ ด้านการเคลื่อนไหวของกล้ามและก็เส้นประสาท (Motor skill) รวมทั้งระบบการมองมองเห็นของหน้าจอประสาทตา (Retina) ด้วย
สำหรับทารกแรกเกิด DHA ในน้ำมันปลาบางทีอาจช่วยปรับปรุงสมองในระบบประสาทศูนย์กลางแล้วก็ปรับปรุงเซลล์เยื่อดวงตาซึ่งมีคุณประโยชน์ในการพัฒนาการมองมองเห็นของเด็ก โดยยิ่งไปกว่านั้นความก้าวหน้าทางสมองของเด็กในตอนท้องไตรมาสท้ายที่สุดแล้วก็ในตอนเดือนแรกๆข้างหลังการคลอด เพราะเหตุว่า DHA เป็นส่วนประกอบของเซลล์สมอง หน้าจอประสาทตา แม้เด็กแรกคลอดได้รับอย่างพอเพียงก็จะทำให้มีความเจริญทางสมองและก็สายตาที่บริบูรณ์ขึ้น
งานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยของมหาวิทยาลัยที่ประเทศออสเตรเลียตะวันตก (The University of Western Australia) พบว่า การเสริมน้ำมันปลาบางทีอาจทำให้เกิดกระบวนการทำให้การผสานกันของตาและก็มือที่ดียิ่งขึ้นของเด็กทารก (ทดลองในเด็ก 72 คน โดยเปรียบม่าม้าที่ได้รับน้ำมันปลาในจำนวนมากในระหว่างการท้องกับกรุ๊ปควบคุมที่ได้รับน้ำมันที่ทำจากมะกอก)
การกินน้ำมันปลาในระหว่างการมีท้องสามารถช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ท่านแม่ได้ รวมทั้งยังช่วยเสริมภูมิต้านทานให้เด็กแรกคลอดด้วยด้วยเหมือนกัน โดยอาจมีผลช่วยทำให้ปรับเด็กแบเบาะไม่ค่อยเป็นหวัดในตอนเดือนแรกๆข้างหลังการคลอด เนื่องจากจากการวิจัยของภาควิชานักค้นคว้าจากมหาวิทยาลัยเอมโนรี (Emory University) ที่ได้ติดตามหญิงชาวแม็กซิกันปริมาณ 851 คน (เพศหญิงกึ่งหนึ่งทาน DHA วันละ 400 มก. กับอีกครึ่งเดียวที่ได้รับยาหลอก) ตั้งแต่ตอนระหว่างเดือนที่ 4-6 ของการมีครรภ์สม่ำเสมอไปจนกระทั่งเด็กแรกคลอดแก่หกเดือน แล้วกระทำสัมภาษณ์ถึงปัญหาด้านสุขภาพของเด็กแรกเกิดว่ามีลักษณะโรคฟุตบาทหายใจไหม ตั้งแต่อาการไอ มีเสลด คัดจมูก หายใจมีเสียงฟืดฟาด หรือเป็นหวัด พบว่า “เด็กทารกที่แม่ทาน DHA บ่อยๆจะมีลักษณะของโรคทางเท้าหายใจน้อยกว่าเมื่อป่วย”
สำหรับโรคความไม่ดีเหมือนปกติด้านความก้าวหน้าติดต่อประสานงานของอวัยวะ (Developmental coordination disorder) การกินน้ำมันปลา (80%) กับน้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส (20%) บางทีอาจช่วยเพิ่มความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการอ่าน สะกดคำ และก็ความประพฤติปฏิบัติของเด็กที่มีปัญหาด้านความก้าวหน้าติดต่อประสานงานของอวัยวะที่แก่ 5-12 ปีได้ อย่างไรก็ดี น้ำมันปลาบางทีอาจไม่ช่วยในเรื่องความชำนาญการเคลื่อนไหว
สำหรับโรคสมาธิสั้นในเด็ก การกินน้ำมันปลาจะเพิ่มสมาธิ การทำงานทางสมอง แล้วก็ความประพฤติของเด็กโรคสมาธิสั้นที่แก่ 8-13 ปีได้ ส่วนการศึกษาเรียนรู้วิจัยอื่นพบว่า การกินน้ำมันปลาที่มีส่วนผสมของน้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส สามารถเพิ่มการทำงานทางสมอง และก็การกระทำของเด็กอายุ 7-12 ปีที่เป็นโรคสมาธิสั้นได้[NPC4]
DHA บางทีอาจช่วยปกป้องโรคที่เกี่ยวกับความจำหรืออัลไซเมอร์ได้ ด้วยเหตุว่า DHA ช่วยเพิ่มสารที่ช่วยลดการผลิตเส้นใยในสมองอันเป็นสาเหตุทำลายใยประสาทส่วนความจำ (ในส่วนนี้งานศึกษาค้นคว้าวิจัยยังขัดแย้งกันอยู่ มีอีกทั้งพบว่าสำเร็จและไม่เห็นผล แต่ว่าถ้าเกิดจะให้แน่นอนชี้แนะให้ท่านกินปลาเป็นประจำก็จะเยี่ยมที่สุด) แม้กระนั้นหากเป็นอัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อมไปแล้วอันนี้ถึงแม้ว่าจะทานเท่าไรน้ำมันปลาก็ไม่สามารถที่จะช่วยได้ครับผม
ช่วยเสริมการจัดการกับปัญหาสภาวะไม่มีชีวิตชีวา จากผลที่เกิดจากการวิจัยพบว่าคนที่บริโภคปลาบ่อยๆโดยตลอด มีอัตราการเป็นโรคเหงาหงอยต่ำ เพราะเหตุว่าสมดุลของกรดไขมันภายในร่างกายส่งผลต่อความร้ายแรงของการเกิดโรคเซื่องซึม จากการศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยพบว่าคนที่หรูหรากรดไขมันโอเมก้า-3 ต่ำ แต่ว่ามีโอเมก้า-6 สูง จะได้โอกาสเกิดภาวะหม่นหมองมากยิ่งกว่าธรรมดา
สำหรับแม่ข้างหลังคลอด การกินน้ำมันปลาในแบบอย่างอาหารเสริมสามารถช่วยลดสภาวะเศร้าหมองข้างหลังคลอดได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง
รักษาสภาวะหรืออาการทางด้านจิตใจ เนื่องจากว่าน้ำมันปลามีกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่สำคัญต่อแนวทางการทำงานของสมอง ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยก็เลยมั่นใจว่าน้ำมันปลาบางทีอาจช่วยสำหรับในการรักษาสภาวะหรืออาการทางด้านจิตใจ ก็เลยมีงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยเกี่ยวกับสมรรถนะของน้ำมันปลาในด้านนี้อยู่บ้าง โดยมีงานศึกษาวิจัยหนึ่งที่ชี้ว่าการบริโภคน้ำมันปลาบางทีอาจช่วยคุ้มครองภาวการณ์ไม่ปกติทางจิตบางสิ่งบางอย่างได้ และก็ยังมีงานศึกษาค้นคว้าวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ชี้ว่าการบริโภคน้ำมันปลาบางทีอาจช่วยทุเลาลักษณะโรคไบโพลาร์รวมทั้งโรคจิตเภท
โรคไบโพลาร์หรือโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder) การกินน้ำมันปลาร่วมกับการบำบัดโรคนี้ตามธรรมดาสามารถทุเลาอาการไม่มีชีวิตชีวา (Depression) แต่ว่าไม่บางทีอาจทุเลาอาการพล่าน (Mania) ในผู้เจ็บป่วยโรคนี้ได้
โรคทางจิต (Psychosis) มีงานศึกษาเรียนรู้วิจัยที่ค้นพบว่าการกินน้ำมันปลาบางทีอาจช่วยคุ้มครองโรคทางจิตในวัยรุ่นแล้วก็คนแก่อายุน้อยที่มีลักษณะอาการไม่ร้ายแรงมากมายได้ (แต่ว่ายังมิได้ทดลองในคนแก่)
ลดลักษณะของการปวดไมเกรน (Migraine headaches) ด้วยกรดไขมันในน้ำมันปลาส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของพรอสตาแกลนดินรวมทั้งลดการหลั่งสารซีโลโทนิน ทำให้การยึดตัวของเส้นเลือดต่ำลงในระยะที่มีการบีบตัวของเส้นโลหิตในสมอง น้ำมันปลาก็เลยบางทีอาจช่วยลดลักษณะของการปวดไมเกรนได้ (แต่งานวิจัยบางชิ้นก็บอกว่าน้ำมันปลามิได้ช่วยลดความร้ายแรงหรือลดความถี่ของลักษณะของการปวดไมเกรนได้อะไร)
ลดลักษณะของการปวดรอบเดือน (Dysmenorrhea) การกินน้ำมันปลาเพียงอย่างเดียวหรือร่วมกับวิตามินบี 12 สามารถลดช่วงเวลาปวดรวมทั้งลดสิ่งที่ต้องการสำหรับเพื่อการใช้ยาพาราในตอนปวดระดูของหญิงได้
ฟิชออยล์[NPC5]