cathedraledetunis

Day: December 4, 2021

สรรพคุณและประโยชน์ของต้นพิษนาศน์

พิษที่นาศน์
พิษทุ่งนาศน์ ชื่อวิทยาศาสตร์ Sophora exigua Craib จัดอยู่ในสกุลถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) รวมทั้งอยู่ในสกุลย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)1,2
สมุนไพรพิษที่นาศน์ มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า ถั่วดินโคก (เลย), แผ่นดินเย็น (จังหวัดอุบลราชธานี), นมราชสีห์ พิษทุ่งนาท (ฉะเชิงเทรา), นมฤาษี ฯลฯ

เครดิตฟรี
รูปแบบของพิษที่นาศน์
ต้นพิษท้องนาศน์ จัดเป็นพรรณไม้พุ่มไม้ขนาดเล็ก ลำต้นสั้นมากมาย มีความสูงได้เพียงแต่ 15-30 ซม.
ใบพิษท้องนาศน์ ใบเป็นใบประกอบแบบขน ออกเรียงสลับ แนบไปกับพื้นดินเป็นแถวรัศมี ใบย่อยมี 9-13 ใบ รูปแบบของใบเป็นรูปวงรี รูปไข่ หรือรูปขอบขนานปนรูปวงรี ปลายใบเป็นรูปไข่กลับ ใบย่อยมีขนาดกว้างราวๆ 1.5-3 ซม. รวมทั้งยาวราว 2-5 ซม. ผิวใบมีขนละเอียดสีขาวขึ้นปกคลุม
ต้นพิษที่นาศน์
ดอกพิษทุ่งนาศน์ มีดอกเป็นช่อกระจะ โดยจะออกที่ปลายยอด ดอกย่อยมีเยอะมากๆ กลีบเป็นสีม่วงเข้ม มีลักษณะเป็นรูปดอกถั่ว ก้านช่อดอกยาว
ดอกพิษท้องนาศน์
ผลพิษที่นาศน์ ผลมีลักษณะเป็นฝักรูปขอบขนาน มีขนละเอียดสีขาว ข้างในมีเม็ด 1 เม็ด
คุณประโยชน์ของพิษท้องนาศน์
ยาสมุนไพรท้องถิ่นของจังหวัดอุบลราชธานี จะใช้รากพิษที่นาศน์ เอามาฝนกับน้ำเป็นยาช่วยลดไข้ในเด็ก ใช้ต้มกับน้ำเป็นยาบำรุงนมของสตรี (รับประทานมากมายไม่ดี) ใช้ฝนทาแก้พิษงู (จะต้องว่าอาคมด้วย) แล้วก็ใช้ลำต้น ราก เหง้า แล้วก็ใบเอามาฝนทาเป็นยาแก้ฝี
ยาประจำถิ่นอีสานจะใช้รากพิษท้องนาศน์ ฝนกับน้ำทาแก้ฝี
บางข้อมูลกล่าวว่า สมุนไพรจำพวกนี้ประชาชนจะใช้ส่วนของรากเอามาต้มกับน้ำกินเป็นยาขับพิษด้านใน ขับน้ำค้างขังดังที่ต่างๆแก้คางทูม แก้ฟกบวมตามข้อ ตามกล้าม แล้วก็ใช้ส่วนของต้นเป็นยาแก้ไข้เซื่องซึม ช่วยดับพิษรอยแดงที่ทำให้สลบ พูดไม่ถูก

สล็อต
ถิ่นเกิดพิษที่นาศน์
สำหรับบ้านเกิดของพิษทุ่งนาศน์นั้นยังไม่มีข้อมูลการันตีกระจ่างว่ามีบ้านเกิดเมืองนอนเริ่มแรกในรอบๆใดของโลก แต่ว่าในประเทศไทยนั้น สามารถเจอขึ้นทั่วๆไปในภาคเหนือรวมทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รอบๆที่เป็นดินปนทรายในป่าผลัดใบรวมทั้งป่าโปร่งทั่วๆไป รวมทั้งยังมีการประยุกต์ใช้คุณประโยชน์ด้านสมุนไพรตามภูมิปัญญาพื้นเมืองมาตั้งแต่ในอดีตกาลแล้ว
ผลดีรวมทั้งคุณประโยชน์พิษที่นาศน์
สำหรับนำพิษที่นาศน์มาใช้ประโยชน์นั้น โดยมากแล้วจะประยุกต์ใช้เป็นสมุนไพรสำหรับการเยียวยารักษาโรคทั้งยังในแบบใช้เป็นตัวยาคนเดียว แล้วก็ใช้เป็นองค์ประกอบของเครื่องยาในตำรับยาต่างๆโดยมีคุณประโยชน์ดังต่อไปนี้
แบบเรียนยาไทยบอกว่า ราก รสจืดฝาดซ่า ขับน้ำ ขับพิษด้านใน แก้คางทูม แก้ฟกบวมตามข้อ ตามกล้าม ส่วนตำราเรียนยาท้องถิ่นบอกว่า ราก ช่วยลดไข้ในเด็ก บำรุงนม แก้ฝี แก้พิษงู บำรุงนม แล้วก็ใน บัญชียาจากสมุนไพร ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา กำหนดการใช้เหง้าพิษทุ่งนาศน์ เป็นองค์ประกอบ ใน “ตำรับยาเขียวหอม” ซึ่งมีคุณประโยชน์ ทุเลาลักษณะของการมีไข้ ร้อนในหิวน้ำ แก้พิษฝึกหัด พิษอีสุกอีใส (ทุเลาลักษณะของการมีไข้จากฝึกฝน รวมทั้งอีสุกอีใส)
ยิ่งกว่านั้นยังปรากฏการใช้พิษทุ่งนาศน์ ตำรับยาแผนโบราณดังต่อไปนี้
พระตำราชวดารตำรับยาประสรรณี มีคุณประโยชน์ แก้อ้วก มือเท้าเขียว ตำรับยามหาสมไม่ทใหญ่มีคุณประโยชน์ แก้มะเร็งโรคกุฏฐังพระหนังสือธาตุวิภังค์ตำรับยาสมิทธิสวาหะมีคุณประโยชน์แก้หัวใจให้ทุพพลภาพต่างๆตำรับยามหาสมไม่ทใหญ่ มีคุณประโยชน์ แก้ไข้สันนิบาตพระหนังสือปฐมจินดาตำรับยาผายพิษสรรพพิษมีคุณประโยชน์ แก้ปวดมวนท้อง ตำรับยารับประทานแก้พิษหละจับ มีคุณประโยชน์ แก้ลิ้นแข็งกระด้างคางแข็ง แก้พิษหละ ฯลฯ

สล็อตออนไลน์
ลักษณะทั่วไปพิษทุ่งนาศน์
พิษทุ่งนาศน์จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงได้ 15-30 ซม. ลำต้นลักษณะสั้นราวๆ 5-8 ซม. ใบเป็นใบประกอบแบบขน ออกเรียงสลับ แนบกับพื้นดินมีใบย่อย 9-13 ใบ โดยจะเป็นรูปวงรี รูปไข่หรือรูปขอบขนานปนวงรี ปลายใบรูปไข่กลับ กว้าง 1.5-3 ซม. ยาว 2-5 ซม. ผิวใบมีขนละเอียดสีขาวขึ้นปกคลุม ดอกเป็นแบบช่อกระจะ โดยจะออกที่ปลายยอด และก็มีดอกย่อยจำนวนไม่น้อย กลีบดอกไม้เหมือนรูปดอกถั่ว เป็นสีม่วงเข้ม และก็มีก้านช่อดอกยาว ผลออกเป็นฝักรูปขอบขนาน มีขนละเอียดสีขาว ปกคลุมภายในมีเม็ดเดียว
การขยายพันธุ์พิษทุ่งนาศน์
พิษทุ่งนาศน์สามารถแพร่พันธุ์ได้โดยวิธีการใช้เม็ดแม้กระนั้นจะเป็นพืชที่ออกจะโตช้า ซึ่งในธรรมชาติจะอาศัยฝักแก่ที่หลุดร่วงรวมทั้งแตกออกมาทำให้เม็ดภายในตกสู่ดินแล้วจึงเติบโตฯลฯถัดไป แม้กระนั้นดังนี้พวกเราสามารถนำเม็ดของพิษท้องนาศน์มาทำการเพาะปลูกได้ โดยใช้กรรมวิธีการเพาะเม็ดแล้วก็การปลูกเช่นเดียวกันกับการเพาะเม็ดรวมทั้งปลูกพืชเชื้อสายถั่วอื่นๆเป็นต้นว่า ถั่วเหลือง ดังที่ได้พูดถึงมาแล้วในบทความก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
ต้นแบบและก็ขนาดการใช้
ใช้แก้คางทูม , ขับพิษ ขับน้ำ แก้ปวดบวมตามขับ ใช้บำรุงนม โดยนำรากมาต้มกับน้ำกิน ใช้ลดไข้ในเด็กโดยการนำรากมาฝนกับน้ำกิน ใช้แก้ฝีโดยใช้รากมาฝนกับน้ำแล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปทาบริเวณที่เป็น ส่วนสำหรับการใช้พิษทุ่งนาศน์ที่มีในตำรับยาต่างๆตามที่กล่าวมานั้น ให้ใช้ตามขนาดและก็วิธีการใช้ของยาตำรับนั้นๆ
คำแนะนำแล้วก็สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวัง
สำหรับเพื่อการใช้พิษที่นาศน์เป็นสมุนไพรสำหรับเพื่อการรักษาโรคต่างๆนั้นควรรอบคอบสำหรับการใช้เช่นเดียวกันกับการใช้สมุนไพรประเภทอื่น เพราะเหตุว่ายังไม่มีข้อมูลการเรียนรู้ทางพิษวิทยาโดยเหตุนั้น ควรต้องใช้ในจำนวนที่พอดิบพอดี ไม่สมควรใช้ในจำนวนที่มากเหลือเกินหรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานกระทั่งเหลือเกิน ด้วยเหตุว่าบางทีอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ สำหรับ เด็ก สตรีตั้งท้อง คนไข้โรคเรื้อรัง รวมทั้งคนที่จำเป็นต้องกินยาสม่ำเสมอเสมอๆก่อนที่จะใช้พิษท้องนาศน์เป็นสมุนไพรสำหรับการเยียวยาโรค ควรจะหารือหมอก่อนใช้เสมอ

jumboslot
รูปแบบของต้นพิษท้องนาศน์
ต้นพิษท้องนาศน์ เป็นพรรณไม้ทรงพุ่มไม้ขนาดเล็กที่จัดอยู่ในสกุลของถั่ว ไม้ล้มลุก สามารถการขยายพันธุ์โดยการเพาะเม็ดพันธ์ สามารถเติบโตได้ดิบได้ดีในดินที่ร่วนซุยที่มีความอุดมสมบูรณ์ ถูกใจความชุ่มชื้น รูปแบบของต้นพิษทุ่งนาศน์ มีเนื้อหาดังต่อไปนี้
ลำต้นพิษที่นาศน์ ลักษณะลำต้นสั้น แผ่กิ่งบริเวณลำต้น ความสูงโดยประมาณ 1 ฟุต
ใบพิษท้องนาศน์ ใบประกอบแบบขน ออกเรียงสลับกันเป็นคู่ๆในแต่ละก้านจะประกอบไปด้วยใบย่อยทรงรี ใบเรียบ สีเขียวเข้มมีขนสีขาวปกคลุม ขอบของใบเรียบ
ดอกพิษท้องนาศน์ ดอกออกเป็นช่อ เหมือนดอกถั่ว มีกลีบสีม่วงเข้ม ออกดดอกรอบๆปลายยอดแล้วก็ก้านช่อดอกยาว
ผลพิษท้องนาศน์ ลักษณะผลเป็นฝัก มีขนสีขาวปกคลุมอยู่ทั่วฝัก ด้านในฝักมีเม็ดขนาดเล็กหนึ่งเม็ด
คุณประโยชน์ของพิษท้องนาศน์
ในการนำต้นพิษที่นาศน์มาใช้ประโยชน์ด้านการบำรุงร่างกายแล้วก็การดูแลรักษาโรค จะใช้ประโยชน์จาก ราก ลำต้น ใบแล้วก็เหง้า คุณประโยชน์ของพิษที่นาศน์ มีดังนี้
รากพิษที่นาศน์ คุณประโยชน์เป็นยาลดไข้ แก้พิษงู รักษาฝี เป็นยาบำรุงนมสำหรับสตรีข้างหลังคลอดลูก ช่วยขับพิษภายในร่างกาย แก้อาการฟกช้ำดำเขียวบวมตามข้อและก็กล้าม รักษาโรคคางทูม ลดอาการบวมน้ำ แก้เจ็บคอ
เหง้าพิษท้องนาศน์ รวมทั้งใบพิษทุ่งนาศน์ คุณประโยชน์รักษาแผลฝี
ใบพิษที่นาศน์ คุณประโยชน์รักษาแผลฝี
ลำต้นพิษที่นาศน์ คุณประโยชน์รักษาแผลฝี
ต้นพิษที่นาศน์ หรือ ถั่วดินโคก ไม้ล้มลุกเครือญาติถั่ว สมุนไพรคุณประโยชน์เด่นสำหรับสตรีข้างหลังคลอด ช่วยทำนุบำรุงนม ประโยช์จากต้นพิษท้องนาศน์ ลักษณะต้นพิษทุ่งนาศน์ ใบพิษท้องนาศน์ ดอกพิษท้องนาศน์

slot

สรรพคุณและประโยชน์ของต้นติ้วขาว

สมุนไพรติ้วขาว มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า แต้วหิน (จังหวัดลำปาง), ผักเตา เตา (เลย), ติ้วส้ม (จังหวัดนครราชสีมา), กวยโชง (จังหวัดกาญจนบุรี), ตาว (จังหวัดสตูล), ติ้วแดง ติ้วยาง ติ้วเลือด ติ้วเหลือง (ภาคเหนือ), ติ้วเหลือง (ภาคกึ่งกลาง), แต้ว (ภาคใต้), ผักติ้ว ฯลฯ1
หมายเหตุ : ต้นติ้วขาว (ผักติ้ว) จำพวกที่เอ่ยถึงในเนื้อหานี้ (สามารถกินได้) เป็นพรรณไม้คนละประเภทกันกับต้นติ้วขน หรือ ติ้วหนาม (ไม่อาจจะกินเป็นผักได้) ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cratoxylum formosum subsp. pruniflorum (Kurz) Gogelein อ่านเพิ่มอีกพอดีบทความ ติ้วขน

เครดิตฟรี
รูปแบบของติ้วขาว
ต้นติ้วขาว จัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกึ่งกลาง มีความสูงของต้นเฉลี่ยราว 3-12 เมตร รวมทั้งบางทีอาจสูงได้ถึง 35 เมตร เรือนยอดเป็นทรงพุ่มไม้กลม โคนต้นมีหนาม กิ่งไม้เรียว ส่วนกิ่งอ่อนมีขนนุ่มอยู่ทั่วๆไป เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลปนแดง แตกล่อนเป็นสะเก็ด ส่วนเปลือกข้างในเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง ลำต้นมีน้ำยางสีเหลืองผสมแดงไหลซึมออกเมื่อถูกตัดหรือกำเนิดแผล แพร่พันธุ์วิธีการใช้เม็ด ฯลฯไม้ที่ทนแล้งเจริญ เจอได้ทางภาคเหนือ ภาคอีสาน รวมทั้งทางภาคใต้ภาคเหนือ โดยจะขึ้นตามป่าดงดิบแล้ง ป่าโปร่ง ป่าเต็งรัง ป่าตามตีนเขา แล้วก็ตามป่าเบญจพรรณ
คุณประโยชน์ของติ้วขาว
ช่วยบำรุงรักษาเลือด ฟอกเลือด (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
เปลือกต้นเอามาต้มกับน้ำดื่มแก้ธาตุทุพพลภาพ (เปลือกต้น)
ช่วยแก้ประป่าดง (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
ผักติ้วเป็นผักที่มีวิตามินเอสูง ก็เลยมีคุณประโยชน์ช่วยคุ้มครองไม่ให้เด็กเป็นตาบอดตอนกลางคืน และก็โรคตาไก่
ช่วยขับลม (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
รากแล้วก็ใบ ใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ลักษณะของการปวดท้อง (รากและก็ใบ)
ใช้รากผสมกับรากปลาไหลรวมทั้งหัวหญ้าแห้วหมู เอามาต้มกับน้ำกินวันละ 3 ครั้งเป็นยาขับเยี่ยว แก้อาการเยี่ยวขัด (ราก)

สล็อต
แก่นรวมทั้งลำต้น ใช่แช่กับน้ำกิน ช่วยแก้ปะป่าเลือด หรืออาการเลือดไหลออกไม่หยุด (แก่นและก็ลำต้น)
ต้นรวมทั้งยางจากเปลือกต้น ใช้ทาแก้อาการคัน (ยาง)
เปลือกและก็ใบ เอามาตำผสมกับน้ำมันที่สกัดจากมะพร้าว ใช้ทารักษาโรคผิวหนังบางจำพวก (เปลือกรวมทั้งใบ)
น้ำยางจากต้น ใช้ทารักษารอยแตกของส้นตีนได้ (ยาง)
ช่วยแก้ลักษณะของการปวดตามข้อ ปรับแก้ข้อทุพพลภาพ (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
มีงานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยประเด็นการทดสอบสารที่เจอจากใบผิวติ้วขน โดยพบว่ามีฤทธิ์สำหรับการต้านทานโรคมะเร็งตับได้ แล้วก็ยังไม่ทำลายเซลล์ธรรมดาอีกด้วย แต่งานวิจัยดังที่กล่าวถึงแล้วยังไม่เสร็จสิ้นพอที่จะนำไปใช้ต่อยอดในเชิงการค้าได้ ก็เลยสรุปได้แต่เพียงว่า การกินผักติ้วบ่อยๆจะช่วยยั้งเซลล์ของมะเร็งตับได้ (ใบ)
อดอ่อน ใบอ่อน รวมทั้งดอกอ่อนของติ้วขาวหรือผักติ้วใช้กินเป็นผักสดร่วมกับลาบ ก้อย น้ำตก แจ่ว ซุปหน่อไม้ น้ำพริก น้ำพริกปลาแดก ขนมจีน หมี่น้ำกะทิ เมี่ยงญวน แหนมเนืองเวียดนาม หรือไม่ก็อาจจะนำไปทำอาหาร อาทิเช่น ใส่ต้มหรือแกงต่างๆเพื่อใช้แต่งรสเปรี้ยวแทนการใช้มะนาว ยกตัวอย่างเช่น แกงเห็ด แกงปลา
ดอกอ่อน ใช้ทำซุปหรือยำได้ แต่ว่าจะนิยมใช้ติ้วขาวมากกว่าติ้วขน เนื่องจากว่าติ้วขาวมีรสชาติขมและก็ฝาดน้อยกว่าติ้วขน
สารสกัดด้วยน้ำของติ้วขนมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทานให้กับปลานิล โดยปลานิลที่เลี้ยงด้วยของกินที่ผสมด้วยสารสกัดติ้วขน (อัตราส่วน 1.5% (w/w)) จะมีภูมิต้านทานแบบไม่เฉพาะเจาะจง (Nonspecific immune response) สูงมากขึ้น
สารสกัดจากผักติ้ว (ยอดอ่อน) ที่เข้ากรรมวิธีการสกัดผสมกับเอทานอล (และก็ขั้นตอนอีกหลายกระบวนการ) จนได้สารจากผักติ้วที่ชื่อว่า “คอลโรจินิกเอซิกข์” สามารถใช้ประโยชน์ยั้งกลิ่นหืนของของกินได้อย่างดีเยี่ยม (งานศึกษาเรียนรู้ของนิสิตโครงงานปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)
ไม้ติ้วขาวสามารถประยุกต์ใช้สำหรับในการก่อสร้าง ทำองค์ประกอบบ้าน สร้างขื่อบ้าน ทำบอร์ดพื้น สร้างรั้ว ทำเสาเข็ม ทำด้ามเครื่องไม้เครื่องมือ จอบ เสียม สิ่งประดับข้างในเรือน กระสวยทอผ้า ทำหีบใส่ของ อื่นๆอีกมากมาย7

สล็อตออนไลน์
คุณประโยชน์ทางโภชนาการของผักติ้ว (ยอดอ่อน, ใบอ่อน, ดอก) ต่อ 100 กรัม
พลังงาน 58 กิโลแคลอรี
โปรตีน 2.4 กรัม
ไขมัน 1.7 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 8.2 กรัม
ใยอาหาร 1.4 กรัม
ขี้เถ้า 0.6 กรัม
น้ำ 85.7 กรัม
วิตามินเอ 7,500 หน่วยสากล
วิตามินบี1 0.04 มก.
วิตามินบี2 0.67 มก.
วิตามินบี3 3.1 มก.
วิตามินซี 56 มก.
ธาตุแคลเซียม 67 มก.
ธาตุเหล็ก 2.5 มก.
ธาตุฟอสฟอรัส 19 มก.

jumboslot
ใบติ้วขาว ใบเป็นใบผู้เดียวออกเรียงผ่านกัน รูปแบบของใบเป็นรูปวงรีปนรูปไข่กลับ หรือเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบสอบเรียบ ส่วนขอบของใบโค้งเรียบ ใบมีขนาดกว้างโดยประมาณ 2.5-4.5 ซม. และก็ยาวราว 3-13 ซม. ผิวใบทั้งคู่ด้านมีขนละเอียด ใบเมื่ออ่อนจะเป็นสีชมพูอ่อนถึงสีแดง เรียบและก็วาววาว โดยในฤดูหนาวจะมองเห็นเรือนพุ่มไม้ทั้งสิ้นเป็นสีชมพูอ่อน ใบแก่เป็นสีเขียวสด เรียบ สะอาด ข้างหลังใบบนวาว ส่วนท้องใบมีต่อมกระจัดกระจายอยู่ทั่วๆไป ใบแก่เป็นสีแดงหรือสีแสด มีเส้นข้างใบราว 7-10 คู่ โดยจะโค้งถึงกันใกล้ขอบของใบ รวมทั้งมีก้านใบยาวโดยประมาณ 0.6-1.6 ซม.
ดอกติ้วขาว มีดอกเป็นช่อแบบกลุ่มตามกิ่งเหนือรอยแผลของใบ กลีบดอกไม้เป็นสีขาวอมสีชมพูอ่อนถึงสีแดง กลีบมีกลิ่นหอมยวนใจอ่อนๆออกตามซากใบ หลุดตกได้ง่าย ดอกมีอยู่ 5 กลีบ เมื่อดอกบานจะขยายออกโดยประมาณ 1.2 ซม. ก้านดอกเรียวเล็กและก็มีกาบเล็กๆที่ฐานกลีบภายใน ดอกมีเกสรตัวผู้สีเหลือง สั้นๆอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ก้านเกสรเชื่อมชิดกันเป็นกรุ๊ป 3 กรุ๊ป ส่วนเกสรตัวเมีย ก้านเกสรเป็นสีเขียวอ่อนมี 3 อัน และก็มีรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวอ่อนคละเคล้าสีแดง โดยจะมีดอกในตอนม.ค.ถึงพ.ค.
ผลติ้วขาว ผลเป็นแบบแห้งรวมทั้งแตกได้ รูปแบบของผลเป็นรูปไข่ปนรูปกระสวย ผิวผลมีนวลสีขาว ผลเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลดำ รูปแบบของผลเป็นแบบแคปซูล ปลายแหลม ผิวเรียบรวมทั้งแข็ง มีขนาดกว้างราวๆ 0.4-0.6 ซม. แล้วก็ยาวราว 1.3-1.8 ซม. รวมทั้งจะแตกออกเป็น 3 แฉกเมื่อแก่ ข้างในผลมีเม็ดสีน้ำตาล ส่วนที่ฐานดอกมีกลีบเลี้ยงยังคงอยู่

slot