cathedraledetunis

Day: December 9, 2021

วิธีใช้ผงเกลือแร่

ผงเกลือแร่ / ผงน้ำตาลเกลือแร่ / ผงละลายเกลือแร่ / เกลือแร่แบบเป็นผงละลายน้ำ / น้ำเกลือแห้ง / สารละลายเกลือแร่โออาร์เอส / โอ.อาร์.เอส. / ผงโออาร์เอส (Oral rehydration salt – ORS) หรือที่คนสามัญรู้จักกันในชื่อเชิงพาณิชย์ว่า ผงเกลือแร่องค์การเภสัชกรรม (ORS GPO), ผงเกลือแร่ออรีด้า (Oreda R.O.) เป็นผลิตภัณฑ์ด้านการแพทย์ที่ประยุกต์ใช้เป็นยารักษาภาวการณ์ขาดน้ำและก็เกลือแร่ในคนเจ็บท้องเดินหรืออ้วกมากมายจากมูลเหตุต่างๆซึ่งกุญแจสำคัญของการใช้ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสก็คือ คนป่วยยังจะต้องมีสติรวมทั้งสามารถจิบดื่มสารน้ำได้รวมทั้งระบบของการดูดซึมในไส้ยังดำเนินงานก้าวหน้า ก็เลยจะส่งเสริมให้โออาร์เอสสามารถดำเนินการได้อย่างมีคุณภาพ

เครดิตฟรี
ยังมีผลิตภัณฑ์อีกกรุ๊ปที่มักกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจผิดกันมากมายหมายถึงเครื่องดื่มเกลือแร่รูปแบบผงหรือสินค้าเครื่องดื่มเกลือแร่ (Sports drink) ยกตัวอย่างเช่น ผู้สนับสนุน เอ็มสปอร์ต เกเตอเรด อื่นๆอีกมากมาย ที่เป็นเครื่องดื่มสำหรับคนที่สูญเสียเหงื่อจากการบริหารร่างกาย ซึ่งจะเป็นคนละกรุ๊ปกันกับ ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอส (ORS) ที่กำลังเอ๋ยถึงในเนื้อหานี้ โดยถ้าจะกล่าวให้เข้าใจง่ายๆผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสก็คือสินค้าทางด้านการแพทย์ที่มีไว้สำหรับใช้ชดเชยน้ำแล้วก็เกลือแร่ในคนป่วยท้องร่วงหรืออ้วกมากมาย แล้วก็ใช้คุ้มครองปกป้องภาวการณ์ช็อกเนื่องจากว่าร่างกายขาดน้ำ ซึ่งจะมีเกลือแร่ที่จำเป็นต้องต่อสภาพร่างกายในรูปร่างที่เป็นมาตรฐานรวมทั้งซับเจริญ ส่วนเครื่องดื่มเกลือแร่ก็จัดเป็นของกินในหมวดเครื่องดื่ม มีรูปทรงของเกลือแร่รวมทั้งน้ำตาลไม่พอๆกับโออาร์เอส และก็ใช้ทดแทนน้ำแล้วก็เกลือแร่ข้างหลังการบริหารร่างกายแค่นั้น
องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสเป็นผลิตภัณฑ์ทางด้านการแพทย์ที่จำเป็นจะต้องต่อระบบสาธารณสุขขั้นพื้นฐานของแต่ละประเทศ ด้วยโออาร์เอสสามารถช่วยลดอัตราการตาย โดยยิ่งไปกว่านั้นในเด็กตัวเล็กๆๆจากปัจจัยโรคท้องร่วงหรือท้องเดินทั่วทั้งโลกได้เยอะมากๆ ส่วนในประเทศไทยได้ใส่โออาร์เอสลงในบัญชียาหลักแห่งชาติ พสกนิกรทั่วๆไปควรต้องมีผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสไว้เป็นยาประจำบ้าน เมื่อมีลักษณะท้องเดินจะได้ถือมาใช้เพื่อช่วยประทังอาการไม่ให้เกิดอาการช็อกก่อนจะไปพบหมอที่โรงหมอ
แบบอย่างของผงเกลือแร่
ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอส (ชื่อสามัญ) มีชื่อด้านการค้า ตัวอย่างเช่น ผงน้ำตาลเกลือแร่ โอ.อาร์.เอส. องค์การเภสัชกรรม หรือ ผงเกลือแร่องค์การเภสัชกรรม (ORS GPO), เบบิ-ไลท์ (Babi-Lyte), บู๊ทส์ โออาร์เอส (Boots ORS), ไม่เนอรา อาร์.โอ. (Minera R.O.), ออรีด้า อาร์.โอ. หรือ ผงเกลือแร่ออรีด้า (Oreda R.O.), โอริส (Oris), ออสรา อาร์.โอ. (Osra R.O.), รีก้า โออาร์เอส (Reka ORS), ซี โออาร์เอส (SEA ORS), วีวา โออาร์เอส (Weewa ORS) อื่นๆอีกมากมาย
ลักษณะของผงเกลือแร่
ประเภทใส่ซองสำเร็จรูป (แบบอย่างแบบเป็นผงเพื่อละลายน้ำ) ได้แก่ ผงน้ำตาลเกลือแร่ โอ.อาร์.เอส. องค์การเภสัชกรรม (ORS GPO) ใน 1 ซอง (ขนาด 6.975 กรัม ใช้สำหรับผสมน้ำ 250 มล.) ประกอบไปด้วยเดกซ์โทรส (Glucose) 5 กรัม, โซเดียมคลอไรด์ (Sodium chloride) 0.875 กรัม, ตรีโซเดียมสิเทรตไดไฮเดรต (Trisodium citrate dihydrate) 0.725 กรัม รวมทั้งโพแทสเซียมคลอไรด์ (Potassium chloride) 0.375 กรัม
น้ำเกลือผสมเอง ให้ใช้เกลือป่น ½ ช้อนชา (บางสูตรใช้ 1 ช้อนชา) รวมทั้งน้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ (25-30 กรัม) เอามาผสมในน้ำสุกสุกที่เย็นแล้ว 750 มล. (ขนาด 1 ขวดน้ำปลากลม หรือขวดแม่โขงกลม หรือ 3 แก้วขนาด 250 มล.) หรือแม้ละลายยาก สามารถใช้น้ำอุ่นพอควรได้ แม้กระนั้นไม่สมควรใช้น้ำร้อนจัด เพียงเท่านี้ก็สามารถประยุกต์ใช้ดื่มเพื่อชดเชยน้ำแล้วก็เกลือแร่ได้แล้ว
ผงโออาร์เอส

สล็อต
ผงเกลือแร่
คุณประโยชน์ของผงเกลือแร่
ใช้ดื่มเพื่อชดเชยน้ำแล้วก็เกลือแร่ภายในร่างกายที่สูญเสียไปจากอาการท้องเดินทันควัน* (อุจจาระหล่น ท้องเสีย ท้องเสีย ถ่ายท้อง) หรือคลื่นไส้มากมายจากมูลเหตุต่างๆหรือใช้ในรายที่เสียเหงื่อมากมายก็ได้
ใช้คุ้มครองป้องกันภาวการณ์ช็อกเหตุเพราะร่างกายขาดน้ำ** ตัวอย่างเช่น ไข้เลือดออก รอยแผลไฟลุกน้ำร้อนลวกขนาดใหญ่ที่เป็นต้นเหตุทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำจากทางรอยแผล
ใช้แก้อาการอยากกินน้ำ

  • ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสไม่อาจจะทำให้หยุดถ่าย หรือทุเลาอาการท้องร่วง หรือช่วยทำให้หายเร็วขึ้นได้ แต่ว่าจะช่วยไม่ให้ร่างกายขาดน้ำและก็เกลือแร่จนถึงเหน็ดเหนื่อย ไม่มีแรงหรือมีอันตรายได้ อย่างเช่น ภาวการณ์ช็อกจากการขาดน้ำ โดยเฉพาะในเด็กตัวเล็กๆ (ในขณะนี้ยังไม่มียาประเภทใดที่ช่วยทำให้อาการท้องเดินหรือท้องเสียที่ถ่ายเป็นน้ำหายเร็วขึ้นได้ และก็ยาปฏิชีวนะ เว้นเสียแต่แม้กระนั้นท้องเดินหรือท้องเสียนั้นเกิดขึ้นจากแบคทีเรียซึ่งทำให้ถ่ายเป็นมูกผสมเลือดและก็เป็นไข้ ไม่ใช่ถ่ายเป็นน้ำ ส่วนในเรื่องที่คนเจ็บมีลักษณะอาการท้องร่วงเรื้อรัง ให้รักษาอาการขาดน้ำแล้วก็เกลือแร่ในพื้นฐาน แล้วพาไปพบหมอเพื่อตรวจวิเคราะห์และก็รับการดูแลและรักษาอย่างแม่นยำถัดไป)
    ** สถานการณ์เกลือแร่ธรรมดาภายในร่างกายจะมีโซเดียม (Na) อยู่ระหว่าง 135-145 mEq/L แล้วก็โพแทสเซียม (K) อยู่ระหว่าง 3.5-4.8 mEq/L ซึ่งการจะรู้จำนวนเกลือแร่ภายในร่างกายนี้ได้จำเป็นจะต้องทำวัดระดับโดยการเจาะเลือด แต่ว่าแต่ พวกเราสามารถพิจารณาลักษณะของตัวเองได้ว่าอยู่ในภาวการณ์ธรรมดาหรือเปล่า โดยถ้าร่างกายมีสภาวะขาดน้ำหรือเกลือแร่ จะสามารถพิจารณาได้จากอาการไม่ปกติ อาทิเช่น อยากดื่มน้ำ เบื่อข้าว อ้วก คลื่นไส้ อ่อนล้า เหน็ดเหนื่อย กล้ามเป็นตะคิว หรือถ้าเกิดขาดในจำนวนมากๆก็บางทีอาจกำเนิดกล้ามกระตุก งง และก็ชักได้ ฯลฯสล็อตออนไลน์
    กลไกการออกฤทธิ์ของผงเกลือแร่
    ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสจะมีกลไกการออกฤทธิ์โดยการไปทดแทนเกลือโซเดียมและก็เกลือโพแทสเซียมที่สูญเสียไปกับอาการท้องร่วงให้กับร่างกาย แล้วก็เบาๆสร้างสมดุลของเกลือแร่ภายในร่างกายให้กลับมาปกติ ทั้งยังยังมีน้ำตาลเดกซ์โทรสที่ช่วยทำให้พลังงานกับร่างกาย ช่วยทำให้คนไข้มีกำลัง รวมทั้งเบาๆรู้สึกตัวสภาพร่างกายให้มีแรง จากกลไกดังที่ได้กล่าวมาแล้วผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสก็เลยช่วยคุ้มครองไม่ให้ร่างกายของคนไข้เกิดอาการช็อกสาเหตุจากการขาดน้ำและก็เกลือแร่
    ก่อนใช้ผงเกลือแร่
    เมื่อมีการสั่งยาทุกจำพวกรวมทั้งผงเกลือแร่หรือโออาร์เอส สิ่งที่ควรจะแจ้งให้หมอหรือเภสัชกรรู้มีดังนี้
    เรื่องราวแพ้ยาทุกจำพวก แล้วก็อาการจากการแพ้ยา อย่างเช่น กินยาแล้วอาเจียนมากมาย ขึ้นผื่น หรือแน่น หายใจไม่สะดวก/หายใจติดขัด ฯลฯ
    โรคประจำตัวต่างๆแล้วก็ยาที่หมอสั่งจ่ายหรือที่ใช้เอง รวมทั้งอาหารเสริม วิตามิน แล้วก็ยาสมุนไพรต่างๆที่กำลังใช้อยู่หรือกำลังจะใช้ ด้วยเหตุว่าผงเกลือแร่อาจทำให้ลักษณะโรคพวกนั้นร้ายแรงขึ้น หรือเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่นๆรวมทั้ง/หรืออาหารเสริมอื่นๆที่กินอยู่ก่อนได้
    แม้เป็นคุณผู้หญิง ควรจะแจ้งว่ามีการท้องหรือกำลังให้นมลูก เนื่องจากว่ายาหลากหลายประเภทสามารถผ่านทางเกลื่อนกลาดหรือนมรวมทั้งไปสู่เด็กอ่อนจนกระทั่งอาจจะก่อให้เป็นผลข้างๆต่อเด็กอ่อนได้
    สิ่งที่ห้าม/ข้อควรปฏิบัติตามสำหรับการใช้ยาผงเกลือแร่
    ห้ามใช้กับคนที่มีประวัติการแพ้ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอส (Oral rehydration salt)
    ห้ามใช้กับคนที่อยู่ในภาวการณ์คลื่นไส้อย่างหนัก คนไข้ที่ร่างกายอยู่ในสภาวะขาดน้ำอย่างหนัก (Severe de hydration) รวมทั้งคนป่วยที่ไตดำเนินงานเปลี่ยนไปจากปกติ
    ห้ามใช้ผงเกลือแร่ที่หมดอายุ
    ควรรอบคอบสำหรับเพื่อการใช้ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสในคนไข้โรคเกาต์ โรคตับ โรคหัวใจ คนที่มีลักษณะอาการบวม ในเด็กตัวเล็กๆ คนสูงอายุ หญิงท้อง แล้วก็หญิงให้นมลูก
    วิธีการใช้ผงเกลือแร่
    ผงเกลือแร่จำพวกใส่ซองสำเร็จรูป ให้ละลายผงเกลือแร่สำเร็จรูปในน้ำสุกสุกที่เย็นแล้วตามขนาดที่เจาะจงไว้บนฉลาก เป็นต้นว่า ผงเกลือแร่ขององค์การเภสัชกรรมในซองขนาด 6.975 กรัม ให้เอามาละลายในน้ำ 250 มล., ผงเกลือแร่ออรีด้าในซองขนาด 3.3 กรัม ให้เอามาละลายในน้ำ 150 มล. ก็จะได้การเข้มข้นของเกลือแร่ที่สมควร ฯลฯ โดยผงเกลือแร่ที่ละลายแล้ว หากอยู่ในอุณหภูมิปกติควรจะดื่มให้หมดด้านใน 12 ชั่วโมง (หรือด้านใน 1 วันหากเก็บในตู้แช่เย็น) ถ้าหากดื่มไม่หมดให้ทิ้งไป รวมทั้งเมื่ออาการท้องเดินหรืออาการเหน็ดเหนื่อยจากการท้องเดินดียิ่งขึ้นแล้ว ก็สามารถหยุดกินได้
    สำหรับคนแก่รวมทั้งเด็กโต ให้ดื่มรับประทานต่างน้ำเป็นประจำทีละ ½ – 1 แก้ว (1 แก้ว = 250 มล.) ราวๆวันละ 6-9 แก้ว หรือมากยิ่งกว่า ขึ้นกับอาการ ถ้าเกิดถ่ายบ่อยครั้งให้กินน้ำบ่อยขึ้น ถ้าเกิดอ้วกด้วยให้ดื่มทีละเล็กทีละน้อยแต่ว่าบ่อยมาก โดยให้ดื่มแทนน้ำตามจำนวนอุจจาระและก็ฉี่ที่ถ่ายออกไป หรือดื่มจวบจนกระทั่งฉี่จะออกมากและก็ใส หรือตราบจนกระทั่งอาการท้องร่วงจะดีขึ้นและก็ดียิ่งขึ้น (ในเด็กโตควรจะเริ่มให้อาหารใน 4 ชั่วโมงภายหลังดื่มสารละลายผงเกลือแร่แล้ว อย่างเช่น โจ๊ก ข้าวต้ม เนื่องจากว่าจะช่วยทำให้ไส้ได้ของกินรวมทั้งฟื้นเร็วขึ้น นอกจากในคนไข้ที่คลื่นไส้ ก็ควรจะคอยให้อาการดียิ่งขึ้นก่อน)jumboslot
    สำหรับเด็กตัวเล็กๆ ควรจะย้ำปรับปรุงแก้ไขสภาวะขาดน้ำในตอน 4-6 ชั่วโมงแรกภายหลังจากเด็กมีลักษณะอาการท้องร่วง ด้วยการให้สารละลายผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสที่ผสมแล้วดังที่กล่าวถึงแล้ว โดยให้เด็กจิบดื่มแทนน้ำทีละเล็กทีละน้อย แต่ว่าบ่อย เพื่อทางเดินอาหารของเด็กซึมซับได้ทัน ผู้ดูแลไม่สมควรให้เด็กดื่มรวดเดียวจนถึงหมด เพราะเหตุว่าอาจจะส่งผลให้ท้องร่วงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆได้ และก็จำเป็นต้องไม่ลืมเลือนที่จะให้ในจำนวนที่มากเท่ากับที่เด็กถ่ายออกไป พร้อมทั้งให้นมหรือของกินแก่เด็กตามเดิม ตัวอย่างเช่น ให้นมแม่ตามเดิม แม้กระนั้นให้สลับกับการป้อนสารละลายผงเกลือแร่ หรือหากเป็นนมผสม ให้ผสมตามธรรมดา แม้กระนั้นลดจำนวนนมลงครึ่งเดียวต่อมื้อ ส่วนจำนวนที่ให้นั้นจะขึ้นกับระดับความร้ายแรงของอาการท้องเดิน ดังต่อไปนี้
    สภาวะขาดน้ำน้อย เด็กจะมีลักษณะอาการเยี่ยวลดลงและก็มีลักษณะหิวน้ำร่วมด้วย ในกรณีนี้สามารถปรับแก้โดยการให้สารละลายผงเกลือแร่ที่ผสมเอาไว้ในจำนวน 10 มล./น้ำหนักตัว 1 กก./ชั่วโมง โดยให้ดื่มถัดไปเรื่อยจนกระทั่งอาการจะดียิ่งขึ้น
    ภาวการณ์ขาดน้ำปานกลาง เด็กจะมีลักษณะอาการฉี่น้อย อยากดื่มน้ำ เซื่องซึม กระพุ้งแก้มแห้ง ในกรณีนี้สามารถปรับปรุงโดยการให้สารละลายผงเกลือแร่ที่ผสมเอาไว้ในจำนวน 15-20 มล./น้ำหนักตัว 1 กิโล/ชั่วโมง และก็สามารถให้กินได้มากเท่าที่เด็กอยาก
    ภาวการณ์ขาดน้ำมากมาย เด็กจะมีลักษณะอาการเยี่ยวน้อย หิวน้ำ เซื่องซึม กระพุ้งแก้มแห้ง หายใจแรงแล้วก็ถี่ อยากนอนมากมาย การปรับแก้ควรต้องให้สารละลายที่ผสมไว้ทางปากให้เร็วรวมทั้งเยอะที่สุดกับรีบพาเด็กไปโรงหมอรีบด่วนโดยทันทีเพื่อได้รับน้ำเกลือทางหลอดโลหิตดำ (Intravenous fluid)
    สำหรับเด็กอายุต่ำลงมากยิ่งกว่า 2 เดือน ขนาดการใช้ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสจำเป็นที่จะต้องขอคำแนะนำจากหมอผู้บริจาคการดูแลและรักษา
    น้ำเกลือผสมเอง ให้ใช้เกลือป่น ½ และก็น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ (25-30 กรัม) เอามาผสมในน้ำสุกสุกที่เย็นแล้ว 750 มล. (ขนาด 1 ขวดน้ำปลากลม หรือขวดแม่โขงกลม หรือ 3 แก้วขนาด 250 มล.) หรือถ้าหากละลายยาก สามารถใช้น้ำอุ่นพอควรได้ แต่ว่าไม่สมควรใช้น้ำร้อนจัด ส่วนขนาดและก็วิธีการใช้ก็เหมือนกันกับผงเกลือแร่ประเภทซองสำเร็จรูป
    ในเวลาที่ท้องเดิน บ่อยที่พวกเราจะได้รับข้อเสนอจากเภสัชกรว่าควรจะจิบดื่มแทนน้ำเป็นประจำซึ่งการจิบทีละเล็กละน้อยนี้จะช่วยปรับร่างกายซับน้ำรวมทั้งเกลือแร่เพื่อไปทดแทนส่วนที่สูญเสียได้ดีมากยิ่งกว่าการดื่มรวดเดียวหมดแก้ว เนื่องจากว่าในตอนที่มีลักษณะอาการท้องร่วงไส้ชอบซึมซับน้ำแล้วก็ของกินได้ลดลง ถ้าพวกเราดื่มทีเดียวหมดแก้ว ไส้ก็จะไม่อาจจะซับได้ทัน น้ำตาลแล้วก็เกลือแร่ที่มีความเข้มข้นก็จะปฏิบัติหน้าที่ดึงน้ำออกมาสู่ทางเดินอาหารเพื่อช่วยสำหรับในการเจือจาง เป็นเหตุทำให้มีลักษณะอาการท้องร่วงหรือคลื่นไส้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการนำเครื่องดื่มเกลือแร่แบบเป็นผงสำหรับผู้บริหารร่างกายมาใช้แทนผงเกลือแร่หรือโออาร์เอส ซึ่งจะมีจำนวนน้ำตาลมากยิ่งกว่าหลายเท่าตัว (น้ำตาลที่สูงเกินในเครื่องดื่มกลุ่มนี้จะยิ่งทำให้อาการท้องเดินห่วยลง เนื่องจากจะดูดน้ำรวมทั้งเกลือแร่ออกมาจากฝาผนังไส้เข้าไปผสมกับอุจจาระ แทนที่จะช่วยซึมซับน้ำรวมทั้งเกลือแร่คืนกลับ) และก็มีจำนวนเกลือแร่ที่น้อยกว่า (ไม่พอต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากท้องเดิน)จุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน จำนวนน้ำตาลที่มากขึ้นจะไปเพิ่มพลังงานให้แก่ผู้บริหารร่างกาย แต่ก็บางทีอาจเข้มข้นเหลือเกินสำหรับคนที่มีลักษณะท้องร่วงได้ เพราะฉะนั้น คนที่มีลักษณะอาการท้องเดินจะต้องใช้ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสสำหรับอาการท้องร่วงแค่นั้น เพราะว่ามีส่วนประกอบของน้ำตาลและก็เกลือแร่ในจำนวนที่เป็นมาตรฐานดังที่องค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้[NPC5]

คำแนะนำในการทานเม็ดฟู่

วิตามินซีเม็ดฟู่หมายถึงวิตามินซีอยู่ในลักษณะของยาเม็ดฟองฟู่ (Effervescent) ซึ่งเป็นแบบอย่างเภสัชภัณฑ์ที่ดีไซน์มาให้ตัวยาหรือวิตามินกระจายตัวรวมทั้งปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในทันทีทันใดที่สัมผัสกับน้ำ แล้วแปลงเป็นสารละลาย (ซึ่งในที่นี้ก็คือวิตามินซี) โดยจะมีไม่เหมือนกันจากแบบอย่างยาเม็ดทั่วๆไป (Tablets)หมายถึงจำเป็นต้องนำเม็ดยามาละลายน้ำก่อน เมื่อเม็ดยาสัมผัสกับน้ำก็จะกำเนิดเป็นฟองฟู่ แล้วก็ก่อนกินทานจำต้องคอยให้ตัวยาละลายหมดก่อน ส่วนในบางบุคคลบางครั้งก็อาจจะท้องขึ้นแน่นท้องได้เพราะเหตุว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เสนอแนะให้ทานหลังรับประทานอาหารในทันที ก็จะช่วยลดอาการดังที่กล่าวมาแล้วได้

เครดิตฟรี
ส่วนต้นสายปลายเหตุที่นิยมนำวิตามินซีมาผลิตให้อยู่ในลักษณะของยาเม็ดฟองฟู่ ก็เพราะว่ายาลักษณะนี้มีจุดเด่นหลายแบบรวมทั้งเป็นต้นแบบที่เหมาะสมกับตัวยาหรือวิตามินที่มีปัญหาในด้านต่างๆยกตัวอย่างเช่น
ยาที่ไวต่อแสงสว่าง อากาศ แล้วก็ความชุ่มชื้น ตัวอย่างเช่น วิตามินซี หรือวิตามินต่างๆเพราะเหตุว่าโดยธรรมดามาตรฐานของยาเม็ดฟองฟู่จะมีความชุ่มชื้นได้ไม่เกิน 0.5% ด้วยเหตุนี้ ก็เลยเป็นแบบที่เหมาะสมกับยาหรือวิตามินที่ย่อยสลายได้ง่าย
ยาที่ซึมซับยากหรือมีฤทธิ์กัดเซาะทางเดินอาหาร เมื่อยาเม็ดฟองฟู่กระจายตัวอยู่ในรูปของสารละลายก็จะไม่ยุ่งยากต่อการซึมซับ ทำให้ตัวยาซับได้ในทันที และไม่หลงเหลือในทางเดินของกิน ยกตัวอย่างเช่น แคลเซียมคาร์บอเนต
ยาที่ไวประมือด-ด่าง อาทิเช่น กรดอะมิโน ยาปฏิชีวนะ ที่ถูกทำลายได้ง่ายในกระเพาะในภาวการณ์ที่เป็นกรดและไม่ถูกซับ ซึ่งสารละลายยาเม็ดฟองฟู่จะสามารถช่วยสำหรับปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ในกระเพาะชั่วครั้งชั่วคราว ก็เลยช่วยทำให้ยาหรือวิตามินถูกดูดซับได้มากขึ้น
ยาที่ใช้ในขนาดสูง เพราะเหตุว่ายาเม็ดฟองฟู่สามารถใส่ตัวยาได้ถึง 2,000 มก. ซึ่งเป็นขนาดที่ไม่เหมาะสมกับการสร้างในรูปของยาเม็ดทั่วๆไป
แต่ การสร้างยาเม็ดฟองฟู่จะมีความสลับซับซ้อนและก็ควรมีการสำรวจควบคุมประสิทธิภาพมากยิ่งกว่าการสร้างยาเม็ดทั่วๆไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมความชุ่มชื้นที่จำเป็นต้องควบคุมทุกกระบวนการผลิต การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่จำต้องคุ้มครองป้องกันแสงสว่างและก็ความชุ่มชื้นเจริญ รวมทั้งยังจำเป็นจะต้องมีการแต่งกลิ่นรสให้ออกมาดีด้วย เพราะว่าถ้าเกิดตัวยามีรสไม่ดีจะมีผลต่อการร่วมมือสำหรับในการใช้ยาได้ โดยเหตุนี้ก็เลยทำให้ยาหรือวิตามินในชนิดเม็ดฟู่ชอบแพงสูงขึ้นมากยิ่งกว่ายาแบบเป็นเม็ดทั่วๆไป โดยเหตุนี้ ก่อนเลือกซื้อยาหรือวิตามินซีเม็ดฟู่ทุกคราวก็ควรที่จะทำการเลือกซื้อจากบริษัทที่เชื่อถือได้ มีความน่าไว้วางใจ ผ่าน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา รวมทั้งมีแบบอย่างบรรจุภัณฑ์ที่ดูดีตามมาตรฐานด้วย
วิตามินซีเม็ดฟู่เหมาะสมกับใครกันแน่บ้าง ?
คนที่ไม่ได้อยากต้องการทานหรือเปล่าสบายทานยาชนิดเม็ด
ผู้มีปัญหาสำหรับการกลืนเม็ดยาหรือเปล่าสามารถกลืนเม็ดยาขนาดใหญ่ได้
คนวัยชราที่มีปัญหาเรื่องท้องผูก หรือเกี่ยวกับการดูดซึม ซึ่งคนพวกนี้จะเหมาะอย่างยิ่ง
คนที่เบื่อหรือต้องการแปรไปกินวิตามินซีในแบบอย่างอื่นๆบ้าง โดยจะผสมกับน้ำหรือกับน้ำผลไม้ก็ได้ เนื่องจากไม่เป็นผลอะไร แม้กระนั้นเวลาทานจำเป็นต้องรอคอยให้ฟองละลายหมดก่อน
วิตามินซีแบบเม็ดฟู่
IMAGE SOURCE : 123RF
วิตามินซีเม็ดฟู่ให้คุณประโยชน์แตกต่างจากแบบเม็ดไหม ?
จากการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยพบว่า อีกทั้งวิตามินซีแบบเป็นเม็ด แคปซูล เยลลี่ แบบน้ำ แบบผงละลายน้ำ หรือแบบเม็ดฟองฟู่ละลายน้ำ พบว่าให้ผลดีได้ไม่มีความต่างกัน ร่างกายสามารถได้รับวิตามินซีเสมอกัน ฉะนั้น การเลือกกินในแบบอย่างไหนก็เลยขึ้นกับความสบายรวมทั้งความเหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลมากยิ่งกว่า ดังเช่น แม้เป็นคนที่มีปัญหาประเด็นการซับหรือมีปัญหาการกลืนเม็ดยาก็ควรที่จะเลือกเป็นแบบผงละลายน้ำหรือเม็ดฟองฟู่ละลายน้ำ

สล็อต
ประโยช์จากวิตามินซีมีอะไรบ้าง ?
วิตามินซี (Vitamin C) เป็นสารที่มักพบในผักรวมทั้งผลไม้ ตัวอย่างเช่น ส้ม กีวี่ เลม่อน พลัม มะเขือเทศ สตรอว์เบอร์รี่ สับปะรด มะละกอ บร็อคโคลี่ พริกไทย พริกหวาน กะหล่ำดอก มันฝรั่ง อื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งในเนื้อสัตว์ ตับสัตว์ โดยหลักๆแล้ววิตามินซีจะมีสาระดังต่อไปนี้
ช่วยทุเลาอาการหวัด วิตามินซีสามารถช่วยทำให้หายจากอาการหวัดได้เร็วขึ้นและก็ลดความร้ายแรงของหวัดให้ลดน้อยลงได้ (ถ้าทานวิตามินซีเสริมวันละ 1,000-3,000 มก.ในตอนที่ป่วยไข้) ส่วนการกินเพื่อคุ้มครองการเป็นหวัดยังไม่มีข้อมูลแจ่มแจ้ง แล้วก็นอกจากโรคไข้หวัดแล้ว วิตามินซียังบางทีอาจช่วยลดช่วงเวลาการเจ็บป่วยจากการรับเชื้ออื่นๆได้ด้วย ได้แก่โรคปอดอักเสบ โรคปวดบวม ฯลฯ
วิตามินซีช่วยเสริมภูมิต้านทาน จากการเรียนพบว่าวิตามินซีมีส่วนช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาวของร่างกาย ทั้งยังยังช่วยเสริมความแข็งแรงรวมทั้งคุ้มครองความทรุดโทรมของเม็ดเลือดขาวที่มีต้นเหตุมาจากสารอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ได้ด้วย ซึ่งจุดสำคัญของเม็ดขาวก็คือมันเป็นสารภูมิต้านทานหรือแอนติบอดี้ (Antibody) ของร่างกายขอรับ โดยจะมีบทบาทสำหรับในการต้านและก็กำจัดเชื้อโรคต่างๆที่ไปสู่ร่างกาย เมื่อเม็ดเลือดขาวทำลายเชื้อปะปนเสร็จ เม็ดเลือดขาวแล้วก็ระบบภูมิต้านทานก็จะจำแนวทางการสำหรับการสนองตอบต่อเชื้อโรคประเภทนั้นๆทำให้ระบบภูมิต้านทานแข็งแรงขึ้น ซึ่งบางทีอาจช่วยลดความร้ายแรง ลดการเสี่ยงต่อการรับเชื้อหรือการป่วยจากเชื้อจำพวกเดิมๆซ้ำได้นั่นเองนะครับ
วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ซึ่งจะช่วยคุ้มครองป้องกันร่างกายจากอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นมาจากขั้นตอนสันกระบี่ภายในร่างกาย หรือมีต้นเหตุมาจากมลภาวะสภาพแวดล้อมรอบข้างพวกเราได้ โดยจะช่วยต้านแล้วก็ลดระดับของสารอนุมูลอิสให้ลดลง เมื่อสารอนุมูลอิสระลดน้อยลงแล้วก็กลับมาอยู่ในระดับธรรมดา ร่างกายก็จะมีความสมดุลมากเพิ่มขึ้น การเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคต่างๆก็จะลดลง
ช่วยลดการกำเริบและก็ช่วยทำให้ลักษณะของภูมิแพ้ดียิ่งขึ้น แม้ทานวิตามินซีวันละ 2,000 มก. นานโดยประมาณ 1 ข้างขึ้นไป
วิตามินซีปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวช่วยสำหรับในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเยื่อเกี่ยวกับผิวหนังรวมทั้งของเส้นโลหิตให้แข็งแรง ไม่เปราะ ยืดหยุ่นได้ดิบได้ดี ส่งผลช่วยชะลอความแก่และก็ลดการเกิดริ้วรอยที่วัย รวมทั้งช่วยรักษาแผลให้หายเร็วขึ้นและก็รักษาสุขภาพเยื่อต่างๆภายในร่างกายด้วย
ช่วยคุ้มครองป้องกันและก็รักษาการขาดวิตามินซี (โรคลักปิดลักเปิด) ซึ่งอาการที่แสดงได้ชัดแจ้งที่สุด เป็นมีเลือดไหลตามไรฟัน
ช่วยคุ้มครองปกป้องโรคที่เกิดขึ้นและมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา ตัวอย่างเช่น ต้อหิน ต้อกระจก ตาบอดทันควัน เนื่องจากวิตามินซีสามารถช่วยปกป้องรักษาเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆดังเช่นว่า ควันจากบุหรี่ แสงสว่างอุลตร้าไวโอเลต ที่เป็นแรงกระตุ้นให้กำเนิดโรคได้
ช่วยเพิ่มแรงต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการไปช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นสำหรับเพื่อการควบคุมระดับคอเรสเตอรอคอยล ภายในร่างกาย
ช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างขาวใสขึ้น ถ้าทานวันละ 2,000 มก. ด้วยเหตุว่าวิตามินซีช่วยลดการผลิตเม็ดสี ช่วยคุ้มครองป้องกันการปองร้ายผิวจากอนุมูลอิสระแล้วก็แสงอาทิตย์ แต่ว่าความขาวขึ้นจะเป็นไปไม่ได้ขาวมากไปกว่าระดับสีผิวเดิมของคนๆนั้น และก็ความขาวใสที่เกิดขึ้นจำเป็นที่จะต้องประพฤติอันอื่นร่วมด้วย เป็นต้นว่า การคุ้มครองแสงตะวันอย่างสม่ำเสมอด้วยการทาโลชั่นที่มีไว้สำหรับป้องกันแดดหรือเลี่ยงแดด
แนวทางเลือกวิตามินซีเม็ดฟู่

สล็อตออนไลน์
เลือกวิตามินซีเม็ดฟู่แบบไหนดี ?
วิธีการสำหรับเลือกซื้อวิตามินซีเม็ดฟู่ควรที่จะทำการเลือกซื้อแบรนด์ที่มีความน่าวางใจเป็นหลัก บรรจุภัณฑ์ดูดีตามมาตรฐาน รวมทั้งที่สำคัญต้องมีข้อมูลสำคัญที่แน่ชัด ดังเช่นว่า เลขที่เขียนแจ้ง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, วันเดือนปีที่ผลิตรวมทั้งหมดอายุ, มีกำหนดสถานที่ผลิต และก็กำหนดจำพวกของวิตามินซีให้ชัดแจ้งว่าเป็นจำพวกไหน ถ้าไม่เจาะจงประเภทส่วนตัวแพทย์เองจะไม่เลือก เพราะเหตุว่าไม่มีอะไรประกันว่าจะได้รับวิตามินซีนั้นใช่หรือไม่ ดังนี้ก็เพื่อให้มีความปลอดภัยแล้วก็ให้มั่นอกมั่นใจได้ว่าร่างกายจะได้รับคุณประโยชน์จากวิตามินซีเต็มๆ
ถ้าหากจะให้ดีเยี่ยมเพิ่มขึ้นวิตามินซีเม็ดฟู่ที่เลือกซื้อควรจะมีส่วนประกอบอื่นๆที่จำเป็นต้องกับสถานการณ์โอบล้อมทั้งยังเชื้อโรค ฝุ่นละอองควัน แล้วก็อากาศที่เปลี่ยนบ่อยมากในขณะนี้ด้วย ซึ่งหนึ่งในซึ่งก็คือซิงค์หรือแร่สังกะสี (Zinc) นะครับ โดยเป็นแร่สำคัญที่ร่างกายอยากได้ในจำนวนน้อยแม้กระนั้นไม่สามารถที่จะขาดได้เลย เพราะว่าเป็นองค์ประกอบของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีภายในร่างกายมากยิ่งกว่า 200 ประเภท ที่ช่วยทำให้ร่างกายดำเนินการได้อย่างปกติ ซึ่งรวมทั้งการส่งเสริมระบบภูมิต้านทานของร่างกายด้วย ส่วนข้อมูลตามงานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยเกี่ยวกับซิงค์พบว่า
จากการศึกษาเล่าเรียนในปี 1996 พบว่าการใช้ซิงค์สำหรับการรักษาหวัดในผู้เจ็บป่วย 100 ราย พบว่า คนที่ใช้ซิงค์มีลักษณะอาการหวัด (ไอ ปวดศีราะ เจ็บคอ คัดจมูก) ดียิ่งขึ้นด้านใน 4.4 วัน เมื่อเทียบกับผู้ใช้ยาหลอกที่จะมีลักษณะดียิ่งขึ้นใน 7.6 วัน แต่ว่าช่วงเวลาการหายจากการเป็นไข้ ปวดกล้าม แล้วก็การจามของอีกทั้ง 2 กรุ๊ปไม่ต่างอะไรกัน
ใน Cochrane Review (updated in 2013) ได้กระทำสรุปงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยจำพวก Randomized Controlled Trials ปริมาณ 18 เรื่อง พบว่า ซิงค์สามารถช่วยยั้งการเพิ่มปริมาณของเชื้อไวรัสได้ (Inhibits Replication of the Virus) ก็เลยทำให้หวัดหายเร็วขึ้นเมื่อใช้เมื่อเริ่มมีลักษณะอาการด้านใน 1 วันแล้วก็ใช้ในขนาดมากยิ่งกว่าวันละ 75 มก.
การค้นคว้าในปี 2010 ที่ได้เรียนกลไกการออกฤทธิ์ของซิงค์แล้วพบว่า เมื่อซิงค์มีจำนวนมากขึ้นในเซลล์จะสามารถยั้ง RNA-dependent RNA polymerases และก็ยั้งโปรตีนอีกหลากหลายประเภทที่เชื้อไวรัสจะต้องใช้สำหรับในการเพิ่มได้ นอกเหนือจากนั้นซิงค์ยังช่วยให้ระบบภูมิต้านทานดำเนินงานก้าวหน้าขึ้น โดยทำให้เกิดการผลิต Cytokine และก็ควบคุมแนวทางการทำงานของเซลล์ภูมิต้านทาน (Immune Cell)[NPC4]
ข้อเสนอสำหรับในการทานวิตามินซีแบบเม็ดฟู่
โดยธรรมดาแล้วถ้าหากคุณไม่มีโรคประจำตัวอะไรรวมทั้งต้องการทานวิตามินซีเพื่อเสริมภูมิต้านทาน หมอก็ชี้แนะให้ทานวันละ 1,000 มก.ขอรับ เนื่องจากขนาดวันละ 500 มก.บางทีอาจน้อยเกินไปกับสภาพการณ์ในตอนนี้ที่เกือบจะตลอดปีจะปัญหาด้านของฝุ่นละอองควัน PM2.5 ประเทศที่มีความสะอาดน้อย มีเชื้อโรคมากมาย มีอัตราการเป็นโรคติดต่อทางลมหายใจที่เยอะขึ้นเรื่อยๆเรื่อยในขณะนี้ รวมทั้งอากาศที่ค่อนจะเปลี่ยนหลายครั้งเกือบจะตลอดทั้งปี แพทย์ก็เลยเสนอแนะให้เพิ่มขนาดการทานวิตามินซีเป็นวันละ 1,000 มก.ครับผม
ในการทานวิตามินซีแบบเม็ดฟู่ก็ไม่ยากครับผม ตระเตรียมน้ำเย็น 1 แก้ว ใส่เม็ดฟู่ใส่ลงไปในแก้ว คอยให้ตัวยาละลายจนถึงหมดแล้วกินได้เลย หรือหากรีบๆจะผสมในขวดน้ำ 600 มิลลิลิตร ครึ่งขวดก็ได้นะครับ
วิตามินซีแบบเม็ดฟู่ที่มีขายอยู่ในตลาดนั้นมีหลายแบบ มีสูตรที่ผสมซิงค์ในจำนวนพอดี ราคาคุ้ม เฉลี่ยต่อเม็ดไม่นับว่าแพงขอรับ ราวๆเม็ดละ 10 บาท ส่วนรสอร่อยมากแบบรับประทานแล้วติดเลย รสราวกับน้ำส้มผสมน้ำโซดาซ่าๆเป็นรสที่ดื่มง่ายขอรับ รับประทานแล้วรู้สึกมีชีวิตชีวาดี
วิตามินซียิ่งทานทีละจำนวนมากจะยิ่งดูดซับได้ลดลง ยกตัวอย่างเช่น ทานทีละ 500 มก. ร่างกายซึมซับได้ 63% แต่ว่าหากทานทีละ 1,250 มก.จะซับได้เพียงแค่ 46% ด้วยเหตุผลดังกล่าวเสนอแนะให้ทานแต่ละครั้งไม่สมควรเกิน 1,000 มก. เป็นเลือกทานแบบเม็ดละ 1,000 มก.ไปเลยก็ได้ ทั้งยังยามเช้ารวมทั้งเย็นพอดี เนื่องจากว่าวิตามินซีส่วนใหญ่ที่ขายกันอยู่ก็เป็นขนาดเม็ดละ 1,000 มก.อยู่แล้ว ประกอบกับราคาต่อเม็ดของวิตามินซีระหว่าง 500 กับ 1,000 มก.ก็แทบจะไม่ต่างอะไรกันนัก
การทานวิตามินซีหลังรับประทานอาหารตอนเช้าร่างกายจะได้ประโยชน์สูงสุด เพราะเหตุว่าวิตามินซีจะช่วยออกฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระได้อย่างมากระหว่างวัน รวมทั้งร่างกายสามารถขับออกทางฉี่ด้านใน 4-6 ชั่วโมง ทำให้ไม่มีการตกค้างในกระเพาะปัสสาวะ (แม้ทานก่อนนอนและไม่ได้ลุกไปฉี่บางทีอาจมีการสะสมรวมทั้งรวมกลุ่มกับแคลเซียมแปลงเป็นนิ่วได้ ส่วนการกินก่อนกินอาหารก็อาจจะส่งผลให้แสบท้องได้ แม้กระนั้นหากเป็นวิตามินซีแบบเม็ดฟู่จะไม่มีปัญหาหัวข้อนี้ เป็นจะรับประทานก่อนหลังก็ไม่มีปัญหาครับผม)
วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ จะไม่สะสมภายในร่างกาย สามารถทานได้อย่างสม่ำเสมอ ปลอดภัย ถ้าเกิดไม่มีโรคประจำตัว[NPC5]