cathedraledetunis

Day: December 11, 2021

ประโยชน์ของเอนไซม์

เพราะว่าพวกเรามีแหล่งพลังงานจากโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่จำกัด แล้วก็แหล่งพลังงานนี้ก็จะหายไปได้เรื่อยจากนิสัยการเลือกบริโภคของกินของพวกเราเอง อย่างเช่น ถูกใจทานอาหารที่แต่งด้วยสารเคมีต่างๆหรืออาหารจานด่วน การดื่มเครื่องดื่มที่ไม่มีสาระ หรือดื่มแอลกอฮอล์เสมอๆ การกินยา หรือแม้กระทั้งของกินที่ปรุงสุกและจะไม่ค่อยมีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีคงเหลืออยู่เลย เพราะเหตุว่าโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจะถูกทำลายได้ง่ายโดยความร้อน ก็ล้วนแล้วแต่มีส่วนสำหรับเพื่อการทำลายโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีภายในร่างกายของเกือบจะทั้งหมด เมื่อร่างกายได้รับโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีน้อยเกินไป จะก่อให้ร่างกายจะต้องดึงโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีของตนเองออกมาใช้ เพื่อช่วยสำหรับในการย่อยของกิน ทำให้ส่งผลกระทบที่ตามมาเป็น ร่างกายย่อยสลาย แก่เร็วขึ้น แล้วก็ก่อให้เกิดโรคต่างๆได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

เครดิตฟรี
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี (Enzyme) เปรียบได้เสมือนดั่งกับสิ่งที่เป็นตัวจุดประกายของชีวิตภายในร่างกาย มีความหมายว่าถ้าร่างกายของพวกเราไม่มีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี ร่างกายก็จะไม่อาจจะย่อยของกินรวมทั้งซึมซับสารอาหารเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้ รวมทั้งท้ายที่สุดก็ตายลง ด้วยเหตุผลดังกล่าวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีก็เลยเป็นตัวช่วยรีบปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมี หรือตัวค่ะตะลิสต์ (Catalyst) ที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งจะทำง่านร่วมกับวัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี (Coenzymes) โดยวัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีในที่นี้ก็คือพวกวิตามินแล้วก็ธาตุจำเป็นต้องต่อสภาพทางด้านร่างกาย และก็วิตามินรวมทั้งแร่นั้นจะไม่อาจจะกระตุ้นให้ดำเนินงานได้ถ้าหากมิได้ปฏิบัติงานร่วมกับโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี
คุณลักษณะของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมีส่วนประกอบทางเคมีเป็นโปรตีน ซึ่งประกอบไปด้วยโพลีเปปไทด์ (Polypeptide) เพียงแค่สายเดียวหรือหลายสายที่ม้วนกันเป็นก้อนกลม มีโครงรูปที่เฉพาะ แล้วก็ถูกระบุมาตามลำดับการจัดเรียงตัวของกรดอะมิโน แล้วก็ยังมีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีอีกเยอะมากๆที่มีสารประกอบอื่นที่ไม่ใช่โปรตีนรวมอยู่ด้วยก็เลยปฏิบัติหน้าที่ได้ โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีกลุ่มนี้เรียกว่า “โฮโลโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี” (Holoenzyme) เฉพาะส่วนที่เป็นโปรตีนจะเรียกว่า “กรุ๊ปโพรสคราวว่ากล่าวก” (Prosthetic group) ซึ่งบางทีอาจจะเป็นไอออนของโลหะเรียกว่า “วัวแฟกเตอร์” (Cofactor) แล้วก็ถ้าหากเป็นสารประกอบอินทรีย์จะเรียกว่า “วัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี” (Coenzyme)
มีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมากไม่น้อยเลยทีเดียวจะไม่ทำงานถ้าหากไม่มีตัวช่วย อย่าง วัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี แล้วก็วัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีโดยมากจะเป็นวิตามินประเภทที่ละลายน้ำหรือเกลือแร่จำเป็นต้องยางจำพวก ซึ่งเกลือแร่ต้องน้ำบางโอกาสจะเรียกว่า วัวแฟกเตอร์ ซึ่งโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีทำมาจากโปรตีน แม้กระนั้นวัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีไม่ใช่โปรตีน แล้วก็โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจะมีขนาดใหญ่มากมายกวาวัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี โดยในระห่างวิธีการทำหน้าที่เป็นตัวรีบปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมีอยู่นั้น โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจะกลีบคืนมามีอิสรภาพดังเดิม แม้กระนั้นวัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจะเปลืองเรื่อยก็เลยต้องหามาเสริมจากที่ต่างๆ
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีแต่ละประเภทมีบทบาทเฉพาะบุคคล เพราะว่าจะทำปฏิกิริยาเคมีเจาะจงกับสารขึ้นต้น หรือ ดูดซับสเตรด (Substrate) ที่ถูกกำหนดไว้เพียงแค่นั้น ดังเช่น โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีประเภทย่อยไขมันจะไม่ย่อยแป้ง และก็โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีย่อยแป้งจะไม่ย่อยโปรตีน ฯลฯ
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจะยังคงภาวะเดิมอีกทั้งคุณลักษณะรวมทั้งจำนวน วันหลังการเกิดปฏิกิริยาแล้วจึงจะสามารถรีบปฏิกิริยาถัดไปได้อีก
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีเป็นตัวรีบปฏิกิริยาซึ่งสามารถรีบอัตราการเกิดปฏิกิริยาโดยเป็นตัวลดพลังงานกระตุ้น
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมีความไวต่อปฏิกิริยามากมาย หากแม้ในจำนวนเพียงแต่น้อยนิดก็สามารถรีบปฏิกิริยาได้ ถ้าเกิดไม่มีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมีทุกหมวดหมู่จะเกิดขึ้นช้ามากมาย จนถึงชีวิตไม่สามารถที่จะรอดอยู่ได้
การแช่แข็งจะไม่ทำลายความรู้ความเข้าใจของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีโดยมาก แต่ว่าโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจะถูกทำลายได้อย่างง่ายดายที่ความร้อนสูงเกิน 45 องศาเซลเซียส
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมีความจำเพาะเจาะระบุต่อซึมซับสเตรด (Supstrate) หรือสารขึ้นต้นที่จะเข้าทำปฏิกิริยาแต่ละประเภท ก็เลยสามารถรีบปฏิกิริยาใดปฏิกิริยาหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งแค่นั้น นอกจากโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีบางประเภทที่มีความเจาะจงน้อยจะรีบปฏิกิริยาของสารเริ่มที่คล้ายคลึงกันได้

สล็อต
หน้าที่ของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี
ส่วนประกอบที่สำคัญต่อการดำรงอยู่ของพวกเราอย่างเช่น น้ำ อากาศ และก็ของกิน ของกินจะถูกส่งเข้าไปเลี้ยงภายในร่างกายได้จำเป็นที่จะต้องอาศัยโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีสำหรับการกรรมวิธีการย่อยของกิน แล้วก็ควรต้องอาศัยวิตามิน ธาตุ กรดอะมิโน สารไฟเตท ที่จำเป็นต้องมาเป็นตัวประกอบสำคัญสำหรับในการเสริมประสิทภาพแนวทางการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี ร่างกายของประกอบไปด้วยเซลล์ขนาดเล็กหลายล้านเซลล์ สารอาหารจำเป็นต้องถูกย่อยโดยทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีกระทั่งมีขนาดเล็กในระดับอิออน ก็เลยจะสามารถผ่านหนังของเซลล์ขนาดเล็กแต่ละเซลล์ได้ ร่างกายก็เลยจะดำเนินชีวิตอยู่ได้ ในทางตรงกันข้ามถ้าเกิดสารอาหารไม่สามารถที่จะส่งไปถึงเซลล์ได้ การบูรณะส่วนที่สึกก็ไม่อาจจะทำเป็น ก็เลยทำให้ร่างกายเกิดภาวะเสื่อม มีผลทำให้ภูมิต้านทานปฏิบัติภารกิจมิได้อย่างมีคุณภาพ ทำให้เป็นโรคต่างๆ
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี มีบทบาทอะไร? สรุปแล้วหน้าที่หลักที่จริงจริงของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี ตัวอย่างเช่น ช่วยสำหรับในการย่อยของกิน โดยโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมีบทบาทเป็นตัวรีบสำหรับในการย่อยของกินให้บริบูรณ์ ทำให้ร่างกายของพวกเราได้รับสารอาหารที่มีคุณภาพแล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปใช้ได้ ถ้าหากน้ำย่อยไม่ดีถึงกินอาหารที่เป็นประโยชน์เท่าใดก็ไม่กำเนิดคุณประโยชน์อะไรก็แล้วแต่กับร่างกายทั้งหมด นอกเหนือจากนี้โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมียังมีบทบาทช่วยปรับให้ระบบภูมิต้านทานแข็งแรง ช่วยสร้างโปรตีนในกล้าม ช่วยปรับให้กล้ามหดตัว สลายพิษ ทำให้เลือดบริสุทธิ์ ช่วยกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาจากปอด และก็ช่วยลดความเคร่งเครียดของตับอ่อนแล้วก็อวัยวะอื่นๆในร่างกาย
หลักการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี
สำหรับในการปฏิบัติงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี ส่วนประกอบของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีทั้งยังก่อนแล้วก็ข้างหลังการเกิดปฏิกิริยาจะยังคงดังเดิม หมายความว่าโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมิได้ทำปฏิกิริยากับดูดซับสเตรด แม้กระนั้นในระหว่างที่เกิดปฏิกิริยาโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจะจับกุมตัวกับดูดซับสเตรด ทำให้ดูดซึมสเตรดเปลี่ยนสภาพไป โดยมีการสลายหรือสร้างภาระของดูดซับสเตรดขึ้นใหม่เกิดผลิตภัณฑ์ของปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมี จากการรวมตัวระหว่างโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีกับซึมซับสเตรด จนถึงแปลงเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี-ดูดซึมสเตรดคอมเพล็กซ์ (Enzyme-substrate complex) มีข้อสมมติที่ชี้แจงกลไกไว้ดังต่อไปนี้
ข้อสมมติแม่กุญแจกับกุญแจ ที่โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจะเปรียบได้ดั่งเป็นกุญแจ ส่วนดูดซับสเตรดเป็นแม่กุญแจ ซึ่งจะมีการปลี่ยนแปลงเมื่อไขด้วยกุญแจ โดยแม่กุญแจต้องมีรูปร่างที่พอดีเพียงแค่นั้น ถึงจะรวมกับโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีและก็เกิดปฏิกิริยานกลายเป็นผลิตภัณฑ์ได้
ข้อสมมติการเหนี่ยวนำ แอคหนฟไซต์จะสามารถยืดหยุ่นรวมทั้งเปลี่ยนสภาพได้เมื่อดูดซับสเตรดใกล้รอบๆแอคคราวฟไซต์ของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี ซึมซับสเตรดจะรั้งนำให้โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีแปลงโครงรูปรอบๆแอคครั้งฟไซต์ให้มีรูปร่างแล้วก็ขนาดพอดีที่จะรวมกับดูดซึมสเตรดได้

สล็อตออนไลน์
จำพวกของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีพวกเราสามารถจัดหมวดหมู่ออกได้เป็น 3 ประเภท เป็น
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจากของกิน (Food enzyme – ฟูดโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี)เป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่เจอได้ในอาหารสด ของกินดิบทุกหมวดหมู่ หากมาจากพืชพวกเราจะเรียกว่า โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจากพืช (Plant Enzyme) แต่ว่าหากมาจากสัตว์ พวกเราจะเรียกว่า โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจากสัตว์ (Animal Enzyme) ของกินที่ผ่านความร้อนจะทำลายโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีในของกินได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีประเภทนี้จะช่วยย่อยของกินที่พวกเรากินเข้าไป
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีย่อยของกิน (Digestive enzyme – ไดเจสหนฟโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี)เป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่สร้างขึ้นโดยร่างกาย ส่วนมากจะสร้างจากตับอ่อน เพื่อใช้เพื่อสำหรับในการย่อยของกินและก็ซับสารอาหารที่พวกเรากินเข้าไป ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีคุณค่า
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีสำหรับในการเผาผลาญพลังงาน (Metabolic enzyme – เมทาโบลิกโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี)เป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่ผลิตขึ้นในเลือด ในเซลล์ เยื่อ และก็อวัยวะภายในต่างๆของร่างกาย มีบทบาทรีบปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมีเพื่อช่วยสำหรับการเผาผลาญสารอาหารและก็สร้างพลังงาน สร้างภูมิคุ้มกัน ความรุ่งเรืองเติบโตให้กับร่างกาย รวมถึงการช่วยซ่อมบำรุงส่วนที่สึกกร่อนของอวัยวะภายใน แล้วก็ช่วยบรรเทารวมทั้งรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆของร่างกาย[NPC4]
คุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมีความจำเป็นและก็จำเป็นต้องสำหรับสิ่งมีชีวิต เพราะปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมีจำนวนมากในเซลล์จะเกิดขึ้นช้ามากมาย ถ้าเกิดไม่มีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีก็อาจส่งผลให้สินค้าจากปฏิกิริยาแปลงเป็นสารเคมีจำพวกอื่น ซึ่งหากขาดโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีก็จะก่อให้ระบบลักษณะการทำงานของเซลล์แตกต่างจากปกติได้ อาทิเช่น การผ่าเหล่า การขาดหาย การสร้างไม่พอ การสร้างมากจนเกินไป ฯลฯ
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมีบทบาทสำคัญสำหรับการสร้างมนุษย์ตั้งแต่กำเนิดในท้องแม่ จากไข่ที่สืบพันธุ์เซลล์เดียวเติบโตมากระทั่งเป็น 60 ล้านล้านเซลล์ และก็ถัดมายังปฏิบัติหน้าที่สำหรับเพื่อการซ่อมส่วนที่ผุกร่อน ปฏิบัติภารกิจย่อยของกินเพื่อได้สารอาหาร ช่วยกำจัดของเสียภายในร่างกาย ด้วยการรีบปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมีเพื่อทำลายสิ่งปลอมปน ก็เลยช่วยให้เลือดสะอาด
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมีความสำคัญสำหรับทุกปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมีภายในร่างกาย เซลล์ทั้งยัง 60 ล้านล้านเซลล์ควรต้องใช้โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีเพื่อรีบปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมี หากว่าไม่มีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีพวกเราจะไม่สามารถที่จะดำรงชีพอยู่ได้
ถึงแม้ว่าวิตามิน เกลือแร่ โปรตีน ฮอร์โมน และก็สารอาหารอื่นๆจะมีความจำเป็นต่อชีวิตและก็สุขภาพ แม้กระนั้นก็โดยโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีแค่นั้นที่ทำให้สารต่างๆได้ดำเนินงานตามคุณลักษณะของมันได้ ด้วยเหตุว่าถ้าหากไม่มีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีทุกๆสิ่งทุกๆอย่างก็จะทำปฏิกิริยามิได้เลย กระทั่งมีผู้กล่าวว่า “โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีเป็นพลังงานชีวิต” หากระดับโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีภายในร่างกายลดลดน้อยลงจนกระทั่งระดับหนึ่ง จะมีผลให้ระบบในร่างกายปฏิบัติงานมิได้ แล้วก็ชีวิตจะหยุดลงโดยทันที โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีก็เลยเป็นผู้ผลิตเซลล์ สร้างร่างกาย สร้างอวัยวะ และก็สร้างชีวิต
ถ้าหากภายในร่างกายมีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีอย่างสมบูรณ์แล้วก็พอเพียง มนุษย์อาจมีอายุยืนได้ถึง 120 ปี เพราะว่าเซลล์ภายในร่างกายสามารถแบ่งตัวได้ตามที่ได้มีการกำหนดของโปรแกรมนาฬิกาชีวิต[NPC5]

วิธีใช้แคลเซียมกลูโคเนต

องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้ยาแคลเซียมกลูวัวเนตเป็นยาที่จำเป็นต้องขั้นต้นของแต่ละประเทศ สำหรับในประเทศไทยนั้นได้ใส่ยาแคลเซียมกลูวัวเนตลงในบัญชียาหลักแห่งชาติ แล้วก็มีหลายขนาดความแรง พสกนิกรทั่วๆไปรู้จักมักคุ้นเคยกับยากลุ่มแคลเซียมรูปแบบเม็ดสำหรับกินเพียงแค่นั้น ซึ่งก็รวมทั้งยาแคลเซียมกลูวัวเนตด้วย แต่ การใช้ยานี้มากเกินขนาดก็อาจส่งผลให้เป็นผลข้างๆร้ายแรงตามมาได้ ด้วยเหตุดังกล่าว ก่อนที่จะมีการใช้ยานี้ควรต้องขอความเห็นหมอหรือเภสัชก่อนเสมอ และไม่ควรจะไปพบซื้อยามารับประทานด้วยตัวเอง

เครดิตฟรี
แบบอย่างยาแคลเซียมกลูวัวเนต
ยาแคลเซียมกลูวัวเนต (ชื่อสามัญ) มีชื่อด้านการค้า ดังเช่นว่า แคลสิออน (Calcion), แคลเซียมกลูวัวเนต จีพีโอ (Calcium gluconate GPO), แคลเซียมกลูวัวเนต หน.โอ. (Calcium gluconate T.O.), ติดอยู่ลฟอร์ต (KAL-forte) อื่นๆอีกมากมาย
แคลเซียมกลูวัวเนตเป็น
แบบอย่างยาแคลเซียมกลูวัวเนต
ยาเม็ดประเภทกิน ขนาด 500 มก./เม็ด
ยาฉีด ประเภท 10% (10 มล.)
ยาเม็ดฟู่ละลายน้ำ ที่มีเกลือแคลเซียมประเภทอื่นๆดังเช่นว่า แคลเซียมกลูวัวเนต (Calcium gluconate) 0.01 กรัม + แคลเซียมแลคเตท (Calcium lactate) 2.93 กรัม + แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate) 0.3 กรัม
คุณประโยชน์ของยาแคลเซียมกลูวัวเนต
ใช้คุ้มครองป้องกันหรือเยียวยารักษาคนที่ร่างกายขาดแคลเซียม คนที่ได้รับแคลเซียมจากของกินที่กินตามเดิมไม่เพียงแต่ หรือคนที่มีความต้องการแคลเซียมมากขึ้น อย่างเช่น คนที่เป็นโรคกระดูกพรุน เพศหญิงวัยหมดระดูที่มีความเสี่ยงต่อภาวการณ์กระดูกพรุน
ใช้ปกป้องและก็รักษาโรคกระดูกพรุน
ใช้เยียวยาภาวการณ์ร่างกายได้รับเกลือแร่โพแทสเซียมแล้วก็เกลือแร่แมกนีเซียมในเลือดสูงเกินธรรมดา
ใช้รักษาภาวการณ์ร่างกายได้รับยาในกรุ๊ปแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ (Calcium channel blockers) เกินขนาด

สล็อต
ใช้เป็นยาทาภายนอก (ยาทาภายนอก) เมื่อผิวหนังไหม้หรือมีการเคืองจากการสัมผัสกรดไฮโดรฟลูออริก (Hydrofluoric acid) ซึ่งเป็นกรดที่ใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท อาทิเช่น ใช้เป็นสารละลาย
ใช้รักษาอาการชักเกร็งจากภาวการณ์แคลเซียมในเลือดต่ำข้างหลังผ่าตัดต่อมไทรอยด์ที่ตัดเอาต่อมพาราต่อมไทรอยด์ออกไปด้วย หรือมีลักษณะอาการชักเกร็งจากสภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ
นอกเหนือจากนี้ในอดีตกาลด้านการแพทย์ยังเคยใช้ยานี้ประเภทฉีดรักษาคนที่ถูกแมงมุมหญิงหม้ายดำกัดอีกด้วย
กลไกการออกฤทธิ์ของยาแคลเซียมกลูวัวเนต
แคลเซียมกลูวัวเนตจะมีกลไกการออกฤทธิ์โดยการเข้าไปสร้างสมดุลของเกลือแคลเซียมในกระแสโลหิต ทำให้เส้นประสาทกล้าม โดยยิ่งไปกว่านั้นกล้ามเนื้อหัวใจดำเนินงานได้อย่างปกติ นอกนั้นร่างกายยังนำแคลเซียมไปใช้สำหรับการสร้างเสริมความแข็งแรงของกระดูกและก็เอาไปใช้เพื่อคงจะความสมดุลของเกลือแร่ต่างๆในเลือดอีกด้วยก่อนใช้ยาแคลเซียมกลูวัวเนต
เมื่อมีการสั่งยาทุกจำพวกรวมทั้งยาแคลเซียมกลูวัวเนต สิ่งที่ควรจะแจ้งให้หมอหรือเภสัชกรรู้มีดังนี้
เรื่องราวแพ้ยาแคลเซียมกลูวัวเนต (Calcium gluconate) หรือยาอื่นๆทุกประเภท และก็อาการจากการแพ้ยา ยกตัวอย่างเช่น ใช้ยาแล้วอ้วกมากมาย ขึ้นผื่น หรือแน่น หายใจลำบาก/หายใจไม่สะดวก ฯลฯ
โรคประจำตัวต่างๆยาที่หมอสั่งจ่ายและก็ยาที่ใช้เอง รวมทั้งอาหารเสริม วิตามิน และก็ยาสมุนไพรต่างๆที่กำลังใช้อยู่หรือกำลังจะใช้ ด้วยเหตุว่ายาแคลเซียมกลูวัวเนตอาจทำให้ลักษณะโรคพวกนั้นร้ายแรงขึ้น หรือเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่นๆที่กินอยู่ก่อนได้ เป็นต้นว่า
การใช้ยาแคลเซียมกลูวัวเนตร่วมกับยาพวกนี้ ได้แก่ ยาต่อต้านเชื้อแบคทีเรียกรุ๊ปฟลูออโรควิโนโลน (Fluoroquinolones), ยาต้านทานเชื้อแบคทีเรียกรุ๊ปเตตราไซคลีน (Tetracycline) ประเภทกิน, ยาต่อต้านเชื้อรากรุ๊ปอิมิดาโซล (Imidazole), ยาที่มีส่วนประกอบของธาตุเหล็ก, ยาที่มีส่วนประกอบของสังกะสี, ไดจอกสิน (Digoxin), เอทิโดรเนต (Etidronate), ไอโซไนอาสิด (Isoniazid), เฟนิโทอิน (Phenytoin) ฯลฯ อาจจะก่อให้ยาแคลเซียมกลูวัวเนตมีผลไปก่อกวนการดูดซึมของยาพวกนี้ ทำให้ยาพวกนี้ถูกซับไปสู่กระแสโลหิตได้ลดลง และก็ลดผลของการรักษาของยาได้ แม้กระนั้นแม้จำต้องใช้ด้วยกัน ควรจะกินยาแคลเซียมกลูวัวเนตให้ห่างจากยาอื่นอย่างต่ำ 2 ชั่วโมง เว้นเสียแต่ไอโซไนอาสิด (Isoniazid) ที่บางทีอาจกินห่างได้อย่างต่ำ 1 ชั่วโมง
การใช้ยาแคลเซียมกลูวัวเนตร่วมกับยาแอมโลดิปีนป่าย (Amlodipine), เซลลูโลสโซเดียมฟอสเฟต (Cellulose sodium phosphate) อาจจะเป็นผลให้คุณภาพของยาแอมโลดิตะกาย/เซลลูโลสโซเดียมฟอสเฟตต่ำลง แม้จำเป็นจะต้องใช้ด้วยกันควรจะหารือหมอจะปรับขนาดการใช้ยาให้สมควรเป็นกรณีๆไป
การใช้ยาแคลเซียมกลูวัวเนตร่วมกับยาไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ (Hydrochlorothiazide) รวมทั้งยาอื่นๆที่มีแคลเซียม อาจส่งผลให้ระดับความเข้มข้นของแคลเซียมในเลือดเพิ่มสูงมากขึ้นจนถึงเป็นผลใกล้กันตามมา ถ้าเกิดจำต้องใช้ร่วม หมอจะปรับขนาดการใช้ยาให้สมควรเป็นกรณีๆไป

สล็อตออนไลน์
การใช้ยาแคลเซียมกลูวัวเนตร่วมกับยาไดจอกสิน (Digoxin) อาจจะทำให้กำเนิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ แน่นหน้าอก ตาฟาง อ้วก เป็นลมเป็นแล้งชัก ถ้าจำเป็นจะต้องใช้ด้วยกันจะต้องให้หมอปรับขนาดการกินยาให้เหมาะสมเป็นกรณีๆไป
การใช้ยาแคลเซียมกลูวัวเนตร่วมกับยาปฏิชีวนะเซฟไตรอะโซน (Ceftriaxone) อาจจะทำให้กำเนิดขี้ตะกอนผลึกในกระแสโลหิต ในปอด หรือในไตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทารก
มีความผิดธรรมดาหรือมีประวัติความเปลี่ยนไปจากปกติของร่างกาย ดังต่อไปนี้
ท้องผูก หรือมีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะหรือไส้
หัวใจเต้นไม่ดีเหมือนปกติ
มีสภาวะร่างกายขาดน้ำ
หรูหราแคลเซียมในเลือดหรือในฉี่สูง
หรูหราธาตุฟอสฟอรัสในเลือดสูงขึ้นมากยิ่งกว่าธรรมดา
มีจำนวนวิตามินดีภายในร่างกายสูง
โรคไต เนื่องจากว่าอาจจะก่อให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูง ซึ่งบางทีอาจเป็นการเพิ่มการเสี่ยงต่อการเกิดผลกระทบร้ายแรงได้
โรคซาร์รอด์ (Sarcoidosis) เพราะว่าแคลเซียมอาจจะก่อให้ไตเปลี่ยนไปจากปกติหรือหรูหราแคลเซียมในเลือดสูง
ต่อมพาราต่อมไทรอยด์ทำงานมากกว่าธรรมดา (Hyperparathyroidism) ซึ่งการได้รับแคลเซียมในคนเจ็บกลุ่มนี้อาจจะทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูงมากขึ้น
มีการตั้งท้องหรือกำลังให้นมลูก เพราะเหตุว่ายาหลากหลายประเภทสามารถผ่านเกลื่อนกลาดหรือผ่านไปสู่นมแล้วก็ไปสู่เด็กทารก จนกระทั่งอาจทำให้เป็นผลข้างๆต่อเด็กแรกคลอดได้
การใช้ยาแคลเซียมกลูวัวเนต
สำหรับใช้รักษาคนที่มีสภาวะร่างกายขาดแคลเซียม ในคนแก่ให้กินยาวันละ 1,000-3,000 มก. โดยแบ่งกิน ในเด็กตัวเล็กๆถึงเด็กโตให้กินยาวันละ 500-725 มก./น้ำหนักตัว 1 กิโล โดยแบ่งกินทุกๆ6-8 ชั่วโมง ส่วนในทารกหรือทารก ให้กินยาวันละ 500-1,500 มก./น้ำหนักตัว 1 โล โดยแบ่งกินทุกๆ4-6 ชั่วโมง
สำหรับใช้รักษาคนที่มีสภาวะร่างกายขาดแคลเซียมอย่างยิ่ง ดังเช่นว่า มีลักษณะอาการชักเกร็งจากสภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ซึ่งหมอจะใช้ยาฉีดจำพวก 10% ฉีดเข้าหลอดโลหิตดำอย่างช้าๆในจำนวน 10 มล. (ควรจะได้รับยาจากสถานพยาบาลแล้วก็ใช้ยานี้โดยหมอผู้ที่มีความชำนาญเพียงแค่นั้น แล้วก็ที่สำคัญก็คือ ห้ามฉีดยานี้แบบบ่อยเกิน ควรจะใช้เฉพาะในรายที่มีสภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำเพียงแค่นั้น)

jumboslot
ข้อแนะนำสำหรับการใช้ยาแคลเซียมกลูวัวเนต
ปริมาณยาที่ใช้บางทีอาจต่างๆนาๆในคนป่วยแต่ละราย ควรจะใช้ยานี้ตามคำแนะนำของหมอหรือเภสัชกร หรือดังที่เจาะจงไว้บนสลากยาอย่างเคร่งครัด ห้ามใช้ยาในขนาดที่น้อยกว่าหรือมากยิ่งกว่าที่กำหนดไว้ ถ้าเกิดมีคำถามควรจะถามหมอหรือเภสัชกร
สำหรับยาเม็ดให้กินยากับของกินหรือหลังรับประทานอาหาร และก็ควรจะกินยาให้ตามเวลาทุกคราว
แม้กำลังกินยาอื่นอยู่ ให้กินยานี้ห่างจากยาอื่นอย่างต่ำ 2 ชั่วโมง
อย่ากินยานี้ด้านใน 1-2 ชั่วโมงภายหลังจากทานอาหารที่มีเส้นใยสูงในจำนวนมากๆตัวอย่างเช่น ข้าวซ้อมมือ ขนมปัง เมล็ดพืช ผลไม้สดที่มีเส้นใย
ควรจะกินน้ำวันละหลายๆแก้ว เพื่อลดท้องผูกจากแคลเซียม (เว้นเสียแต่ในคนไข้โรคไตซึ่งจำต้องจำกัดการกินน้ำ)
เลี่ยงการสูบยาสูบ ดื่มแอลกอฮอล์ และก็เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน (ตัวอย่างเช่น กาแฟ) ในระหว่างการใช้ยานี้ เพราะว่าจะมีผลให้ตัวยาถูกซึมซับไปสู่ร่างกายได้ลดลง
ไม่รับประทานสินค้าเสริมของกินที่มีแคลเซียม และก็แคลเซียมกลูวัวเนตในจำนวนมากๆเนื่องจากอาจจะก่อให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูงได้
ปริมาณยารวมทั้งช่วงเวลาสำหรับเพื่อการใช้ยาข้างต้นเป็นเพียงแต่แบบอย่างหนึ่งเพียงแค่นั้น ไม่สามารถที่จะใช้ตอบแทนคำบัญชาการใช้ยาของหมอได้ ทั้งยังยาแคลเซียมกลูวัวเนตก็สามารถใช้ประโยชน์รักษาสภาวะหรืออาการได้นานัปการ ซึ่งก็จะมีขนาดและก็ช่วงเวลาสำหรับเพื่อการใช้ที่นานับประการ ฉะนั้น การใช้ยาให้ถูกแล้วก็สมควรจำเป็นที่จะต้องขอคำแนะนำหมอหรือเภสัชกรก่อนเสมอ
ถ้าเจออาการแตกต่างจากปกติร้ายแรง ควรจะไปพบหมอในทันทีทันใด เป็นต้นว่า ท้องผูกมากหรือตลอด ปวดหัวอย่างสม่ำเสมอ เหน็ดเหนื่อยมากมายเปลี่ยนไปจากปกติ ง่วงซึมหรืองงงัน งวยงง เพ้อ ไม่มีสติ ฯลฯ

slot