cathedraledetunis

Author: cathedrale (Page 2 of 94)

ประโยชน์ของเกลือแร่

เกลือแร่ หรือ แร่ (Minerals)เป็นแร่หรือสารประกอบอนินทรีย์ที่เป็นส่วนประกอบของของกินที่เหลือเป็นขี้เถ้าภายหลังจากการเผาไหม้สารอินทรีย์ทั้งผองในเยื่อพืชแล้วก็สัตว์ แล้วก็เป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน ร่างกายปรารถนาในจำนวนไม่มากมาย แม้กระนั้นก็จำเป็น โดยเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อสุขภาพร่างกายในด้านการช่วยสร้างเสริมความแข็งแรงรวมทั้งควบคุมหลักการทำงานของส่วนต่างๆภายในร่างกาย ควบคุมรูปแบบการทำงานของกล้ามในทุกๆอวัยวะ ช่วยควบคุมการทำงานฮอร์โมน และก็รักษาสมดุลของขั้นตอนออสโมสิส แล้วก็มีหน้าที่สำคัญอย่างมากต่อวิธีการทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบของร่างกาย เป็นส่วนประกอบของเซลล์ เยื่อแล้วก็เส้นประสาท รวมถึงโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี ฮอร์โมน และก็วิตามิน โดยร่างกายของพวกเราจะมีเกลือแร่อยู่โดยประมาณ 4% ของน้ำหนักตัว

เครดิตฟรี
จำพวกของเกลือแร่
แร่หรือเกลือแร่ที่เจอได้ในของกินจะมีอยู่ร่วมกันราว 60 จำพวก รวมทั้งที่จำเป็นต้องต่อสถาพทางร่างกายมีราว 17 จำพวก มีอยู่ภายในร่างกายรวมทั้งในของกินที่พวกเรากิน โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 กรุ๊ปใหญ่ๆดังเช่น
ธาตุหลัก (Macro minerals) หรือเกลือแร่ที่ร่างกายปรารถนาในจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นเกลือแร่ที่มีอยู่ภายในร่างกายมากยิ่งกว่าปริมาณร้อยละ 0.01 ของน้ำหนักตัว หรือมีมากยิ่งกว่า 5 กรัม รวมทั้งร่างกายของพวกเราจำเป็นจะต้องการเกลือแร่กลุ่มนี้จากของกินต่อวันตั้งแต่ 100 มก.ขึ้นไป เกลือแร่ในกลุ่มนี้ ตัวอย่างเช่น แคลเซียม (Calcium), ธาตุฟอสฟอรัส (Phosphorous), แมกนีเซียม (Magnesium), โพแทสเซียม (Potassium), โซเดียม (Sodium), คลอไรด์ (Chloride), และก็กำมะถันหรือซัลเฟอร์ (Sulfur)
ธาตุรอง (Trace minerals) หรือเกลือแร่ที่ร่างกายอยากในจำนวนน้อย ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นเกลือแร่ที่มีอยู่ภายในร่างกายเพียงนิดหน่อย หรือน้อยกว่า 5 กรัม แล้วก็ร่างกายของพวกเราปรารถนาเกลือแร่พวกนี้จากของกินต่อวันน้อยกว่า 100 มก. โดยเกลือแร่ในกลุ่มนี้เช่น ธาตุเหล็ก (Iron), ซีลีเนียม (Selenium), โคบอลต์ (Cobalt), โครเมียม (Chromium), ทองแดง (Copper), แมงกานีส (Manganese), โมลิบลิ่วดีนัม (Molybdenum), ฟลูออไรด์ (Fluoride), วาเนเดียม (Vanadium), สังกะสี (Zinc), และก็ไอโอดีน (Iodine)
เกลือแร่
คุณประโยช์จากเกลือแร่
ช่วยควบคุมแนวทางการทำงานของกล้ามและก็ระบบประสาท รวมทั้งช่วยสำหรับเพื่อการแข็งของเลือด
เกลือแร่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วก็เป็นองค์ประกอบของกระดูกรวมทั้งฟัน (แคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส แมกนีเซียม แล้วก็ฟลูออรีน)
ช่วยควบคุมการยุบรัดตัวของกล้ามรวมทั้งการเติบโตของเยื่อต่างๆ(แคลเซียม)
ช่วยควบคุมความสมดุลของของเหลวจำพวกเกลือแร่ (Electrolyte) ภายในร่างกาย ตัวอย่างเช่น โพแทสเซียม (Potassium), โซเดียม (Sodium) ฯลฯ
เกลือแร่บางประเภทมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับส่งความรู้สึกของเส้นใยประสาทจากเซลล์ประสาทหนึ่งไปสู่อีกเซลล์หนึ่ง (โพแทสเซียม โซเดียม)

สล็อต
ช่วยรักษาความสมดุลของกรดแล้วก็ด่างในร่างกาย เพราะเหตุว่าเกลือแร่ที่ร่างกายได้รับมาจากการกินอาหารจะมีอีกทั้งเกลือแร่ประเภทที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดกรดและก็เบส ซึ่งกลไกของร่างกายจะปฏิบัติหน้าที่ปรับภาวการณ์เพื่อรักษาความสมดุลความเป็นกลาง เพื่อช่วยทำให้เซลล์มีชีวิตอยู่ได้ (โซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม แล้วก็ธาตุฟอสฟอรัส)
ช่วยควบคุมสมดุบของน้ำภายในร่างกาย เพราะว่าการเปลี่ยนที่ของเหลวจากส่วนใดส่วนหนึ่งไปยังอีกส่วนภายในร่างกายนั้นจะขึ้นกับจำนวนความเข้มข้นของเกลือแร่ในรอบๆนั้นๆด้วย ซึ่งภายในร่างกายจะมีน้ำอยู่ราวๆปริมาณร้อยละ 60
เกลือแร่เป็นตัวรีบปฏิกิริยาทางวิชาชีวเคมี ยกตัวอย่างเช่น ช่วยกระตุ้นหลักการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี ช่วยสนับสนุนการดูดซึมของกินและก็วิตามิน ช่วยเป็นตัวรีบในกระบวนการะเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และก็โปรตีน ให้เป็นแก๊สคาร์บอนได้ออกไซด์ น้ำ และก็พลังงาน ฯลฯ (สังกะสี ทองแดง โครเมียม)
เกลือแร่เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบต่างๆในร่างกาย อย่างเช่น ไอโอดีนในฮอร์โมนส์-ไทรอกสิน โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี วัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี ฯลฯ รวมทั้งยังเป็นส่วนประกอบในโมเลกุลของสารประกอบต่างๆในร่างกาย อาทิเช่น กรดอะมิโน และก็ฟอสโฟลิปิด ดังเช่นว่า กำมะถันและก็ธาตุฟอสฟอรัส หรือเป็นส่วนประกอบในโมเลกุลของฮีมเป็นธาตุเหล็ก ฯลฯ
คุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากเกลือแร่ในด้านการรักษาของกิน เกลือแร่ที่ใช้ในการรักษาอาหารจะแบ่งได้เป็น 2 กรุ๊ปหมายถึงกรุ๊ปที่ช่วยคุ้มครองป้องกันการเน่าเหม็นของของกิน (ตัวอย่างเช่น เกลือทะเล ไนตรีต์ ซัลไฟต์) แล้วก็กรุ๊ปที่ช่วยคุ้มครองปกป้องการเปลี่ยนสีของของกิน
ในด้านกลิ่นกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมสี และก็การชูรส เกลือแร่ปฏิบัติหน้าที่ให้กลิ่นรสมีอยู่หลายอย่าง มีอีกทั้งจากธรรมชาติรวมทั้งสารสังเคราะห์ ดังเช่นว่า โซเดียมคลอไรด์ มีรสเค็มและก็ใช้เป็นส่วนประกอบในขนมปัง สำหรับเกลือแร่ที่ปฏิบัติภารกิจชูรสชาติของกินก็มอยู่หลายอย่างร่วมกัน แต่ว่าที่รู้จักกันดีก็คือ โมโนโซเดียมกลูตาเมต (MSG) แล้วก็ในเรื่องของสี ของกินพวกเนื้อสัตว์จะมีปัญหามีสีคล้ำเมื่อสัมผัสกับออกสิเจนเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ทำให้ดูเหมือนกับว่าขาดความสดใหม่ การปรับพีเอชของสัตว์ให้เข้าขั้น 6-6.6 จะช่วยรักษาสีของเนื้อสัตว์ไว้ได้นาน โดยเกลือที่นิยมประยุกต์ใช้กันก็คือ โซเดียมโพลีฟอสเฟต
มีการใช้เกลือซัลไฟต์แล้วก็กรดซัลฟูรัส เพื่อช่วยปกป้องการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น เพื่อช่วยรักษากลิ่นรส สี และก็วิตามินซีในน้ำผลไม้
คุณประโยชน์ในด้านการฟอกสีแป้ง แป้งหมี่ที่ผ่านการขัดสีใหม่ๆจะมีสีเหลืองอ่อน เมื่อเอามาทำขนมปัง แป้งที่นวดได้จะเหนียว เมื่อนำไปอบจะมีผลให้ขนมปังมีคุณภาพไม่ดี แต่ว่าเมื่อเก็บแป้งเอาไว้ภายในตอนช่วงเวลาหนึ่งก็จะเบาๆขาวขึ้น รวมทั้งกำเนิดขั้นตอนปรับปรุงแก้ไขประสิทธิภาพแป้งโดยธรรมชาติ ซึ่งแนวทางนี้จะมีผลให้สิ้นเปลืองเวลา ในทางปฏิบัติก็เลยได้มีการนำสารเคมี ได้แก่ คลอรีน คลอรีนไดออกไซด์ มารีบขั้นตอนกลุ่มนี้ให้เร็วขึ้น เพื่อใช้สำหรับในการฟอกสีแล้วก็แก้ไขประสิทธิภาพแป้ง

สล็อตออนไลน์
คุณประโยชน์ในด้านการปรับแต่งเนื้อสัมผัส เกลือแร่ปฏิบัติภารกิจปรับปรุงแก้ไขลักษณะเนื้อสัมผัสของของกินเยอะมากเมื่อเปรียบเทียบกับสารเจือปนอื่น โดยได้เอาไปใช้กับเนื้อสัตว์ แป้ง ผักและก็ผลไม้ โดยเกลือแร่ที่กับเนื้อสัตว์จะประกอบไปด้วย เตตระโซเดียมไพโรฟอสเฟต ไดโซเดียมออร์โทฟอสเฟต โซเดียมสามโพลีฟอสเฟต โซเดียมแอซิดไพโรฟอสเฟต แล้วก็โซเดียมเฮกซาเมตาฟอสเฟต ซึ่งการใส่เกลือแร่พวกนี้ลงไปจะช่วยปรับให้เนื้อสัตว์มีความอ่อนนุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หรือถ้าเกิดการใส่เกลือแร่บางจำพวกลงในผักและก็ผลไม้ก็จะมีผลให้เนื้อผักหรือผลไม้แข็งมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะได้รับความร้อนก็ไม่นุ่ม (พบได้มากได้มากในผลไม้ดอง มะม่วงดอง มะเขือเทศกระป๋อง ฯลฯ แล้วก็ยังมีการใช้เกลือแคลเซียมเพื่อเพิ่มความแข็งแรงกรอบให้กับผักรวมทั้งผลไม้อีกด้วย ก็เลยช่วยทำให้ปรับองค์ประกอบของเซลล์อาจรูปอยู่ได้)
ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของของกินที่มีน้ำมันและก็ไขมัน เป็นต้นเหตุการกลิ่นหืน ในขั้นตอนการทำน้ำมันรวมทั้งไขมันก็เลยจะต้องมีกรรมวิธีฟอกสีรวมทั้งกำจัดโลหะหนักที่เป็นตัวรีบปฏิกิริยาออกซิเดชั่น นอกนั้นยังจำต้องกระทำแยกกรดไขมันอิสระออก และก็มีการใช้สารคีเลต ซึ่งสารเหล่านี้จะไปรวมกลุ่มกับโลหะได้เป็นสารประกอบเชิงซ้อน ก็เลยเป็นการลดสารรีบปฏิกิริยาให้ลดลง หรือทำให้ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกำเนิดช้าลง และก็แนวทางเดียวกันนี้ยังมีการใช้ประโยชน์เพื่อคุ้มครองการเปลี่ยนสีของเนื้อปูได้อีกด้วย โดยใช้สารคีเลต อีดีครั้งเอ
เกลือบางประเภทนอกเหนือจากการที่จะทำให้ของกินมีรสกลมกล่อมละมุนละไมขึ้นแล้ว ยังปฏิบัติภารกิจเป็นสารโปร่งฟูอีกด้วย โดยเกลือที่นิยมประยุกต์ใช้กันมากมายอย่างเช่น แคลเซียมอะสิเตต โซเดียมอะสิเตต โพแทสเซียมซีเตรต อื่นๆอีกมากมาย ฯลฯ
จำนวนของเกลือแร่ที่ชี้แนะให้บริโภคต่อวัน
โพแทสเซียม 3,500 มก. (เจอได้ในผักรวมทั้งผลไม้)
คลอไรด์ 3,400 มก. (เจอได้ในของกินธรรมชาติแทบทุกจำพวก และก็พบบ่อยที่สุดในของกินประเภทเนื้อสัตว์แล้วก็ในของกินที่ปรุงด้วยเกลือ)
โซเดียม 2,400 มก. (มักพบในนมวัว)
แคลเซียม 800 มก. (เจอได้ในของกินประเภทธัญญชาติรวมทั้งนม)
ธาตุฟอสฟอรัส 800 มก. (พบมากในนมวัว ธัญญชาติ เนื้อสัตว์ และก็ไข่)
แมกนีเซียม 350 มก. (เจอได้ในในผักใบเขียว)
ธาตุเหล็ก 15 มก. (พบบ่อยในตับ ไต หอย ไข่แดง โกโก้ ผักสีเขียว ผลไม้เปลือกแข็ง แป้งจากเมล็ดพืชอีกทั้งเม็ด ส่วนนมพบว่ามีธาตุเหล็กน้อย)
สังกะสี 15 มก. (พบได้บ่อยในหอยนางรม นม รำข้าว จมูกข้าวสาลี แล้วก็เจอได้บ้างในผัก ขนมปัง เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ เมล็ดพืช แล้วก็ผลไม้เปลือกแข็ง)

jumboslot
แมงกานีส 3.5 มก. (พบมากในผลไม้เปลือกแข็ง นม ไข่ แล้วก็เมล็ดพืช ส่วนเนื้อสัตว์ปีก นม และก็อาหารทะเลจะมีแมงกานีสน้อย)
ฟลูออไรด์ 2 มก. (เจอได้น้ำ ในอาหารทะเล รวมทั้งเนื้อสัตว์)
ทองแดง 2 มก. (พบมากใน หอยนางรม สมองสัตว์ ตับ ไต โกโก้ ผลไม้เปลือกแข็ง ลูกท้อ องุ่น)
โมลิบตาดีนัม 10 ไมโครกรัม (เจอได้ในตับ ไต เมล็ดพืช พืชที่ขึ้นอยู่ในน้ำมัน แล้วก็ผักรับประทานใบ)
ไอโอดีน 150 ไมโครกรัม (เจอได้ในอาหารทะเลรวมทั้งน้ำกิน)
โครเมียม 130 ไมโครกรัม
ซีลีเนียม 70 ไมโครกรัม (พบได้ทั่วไปในยีสต์ ขนมปัง ผักแล้วก็ผลไม้เกือบทุกจำพวก)
โคบอลต์ พบมากในผักรับประทานใบ เนื้อสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงส่วนของตับรวมทั้งไต ส่วนนมวัว แป้ง รวมทั้งเมล็ดพืชจะมีโคบอลต์น้อย
หมายเหตุ : จำนวนที่ชี้แนะให้บริโภคต่อวัน (Thai Recommended Daily Intakes – Thai RDI) สำหรับคนที่แก่ 6 ปีขึ้นไป โดยคิดจากความอยากได้พลังงานวันละ 2,000 กิโลแคลอรี่
ข้อควรจะทราบเกี่ยวกับธาตุ
แร่สามารถสูญเสียออกมาจากของกินได้ในระหว่างการแบ่งแยกหรือการล้าง ดังเช่นว่า การขัดสีของเมล็ดข้าวหรือการขัดเอารำออกมาจากเมล็ดพืชต่างๆ(เป็นต้นว่าข้าวซ้อมมือที่ยังไม่ผ่านขั้นตอนการขัดสีจะมีแคลเซียม 12 มก. ธาตุเหล็ก 10 มก. แต่ว่าตอนที่ข้าวขาวจะมีแคลเซียมเพียงแต่ 8 มก. และก็มีธาตุเหล็ก 1.2 มก.)[NPC5]

ประโยชน์ของเอนไซม์

เพราะว่าพวกเรามีแหล่งพลังงานจากโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่จำกัด แล้วก็แหล่งพลังงานนี้ก็จะหายไปได้เรื่อยจากนิสัยการเลือกบริโภคของกินของพวกเราเอง อย่างเช่น ถูกใจทานอาหารที่แต่งด้วยสารเคมีต่างๆหรืออาหารจานด่วน การดื่มเครื่องดื่มที่ไม่มีสาระ หรือดื่มแอลกอฮอล์เสมอๆ การกินยา หรือแม้กระทั้งของกินที่ปรุงสุกและจะไม่ค่อยมีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีคงเหลืออยู่เลย เพราะเหตุว่าโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจะถูกทำลายได้ง่ายโดยความร้อน ก็ล้วนแล้วแต่มีส่วนสำหรับเพื่อการทำลายโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีภายในร่างกายของเกือบจะทั้งหมด เมื่อร่างกายได้รับโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีน้อยเกินไป จะก่อให้ร่างกายจะต้องดึงโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีของตนเองออกมาใช้ เพื่อช่วยสำหรับในการย่อยของกิน ทำให้ส่งผลกระทบที่ตามมาเป็น ร่างกายย่อยสลาย แก่เร็วขึ้น แล้วก็ก่อให้เกิดโรคต่างๆได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

เครดิตฟรี
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี (Enzyme) เปรียบได้เสมือนดั่งกับสิ่งที่เป็นตัวจุดประกายของชีวิตภายในร่างกาย มีความหมายว่าถ้าร่างกายของพวกเราไม่มีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี ร่างกายก็จะไม่อาจจะย่อยของกินรวมทั้งซึมซับสารอาหารเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้ รวมทั้งท้ายที่สุดก็ตายลง ด้วยเหตุผลดังกล่าวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีก็เลยเป็นตัวช่วยรีบปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมี หรือตัวค่ะตะลิสต์ (Catalyst) ที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งจะทำง่านร่วมกับวัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี (Coenzymes) โดยวัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีในที่นี้ก็คือพวกวิตามินแล้วก็ธาตุจำเป็นต้องต่อสภาพทางด้านร่างกาย และก็วิตามินรวมทั้งแร่นั้นจะไม่อาจจะกระตุ้นให้ดำเนินงานได้ถ้าหากมิได้ปฏิบัติงานร่วมกับโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี
คุณลักษณะของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมีส่วนประกอบทางเคมีเป็นโปรตีน ซึ่งประกอบไปด้วยโพลีเปปไทด์ (Polypeptide) เพียงแค่สายเดียวหรือหลายสายที่ม้วนกันเป็นก้อนกลม มีโครงรูปที่เฉพาะ แล้วก็ถูกระบุมาตามลำดับการจัดเรียงตัวของกรดอะมิโน แล้วก็ยังมีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีอีกเยอะมากๆที่มีสารประกอบอื่นที่ไม่ใช่โปรตีนรวมอยู่ด้วยก็เลยปฏิบัติหน้าที่ได้ โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีกลุ่มนี้เรียกว่า “โฮโลโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี” (Holoenzyme) เฉพาะส่วนที่เป็นโปรตีนจะเรียกว่า “กรุ๊ปโพรสคราวว่ากล่าวก” (Prosthetic group) ซึ่งบางทีอาจจะเป็นไอออนของโลหะเรียกว่า “วัวแฟกเตอร์” (Cofactor) แล้วก็ถ้าหากเป็นสารประกอบอินทรีย์จะเรียกว่า “วัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี” (Coenzyme)
มีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมากไม่น้อยเลยทีเดียวจะไม่ทำงานถ้าหากไม่มีตัวช่วย อย่าง วัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี แล้วก็วัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีโดยมากจะเป็นวิตามินประเภทที่ละลายน้ำหรือเกลือแร่จำเป็นต้องยางจำพวก ซึ่งเกลือแร่ต้องน้ำบางโอกาสจะเรียกว่า วัวแฟกเตอร์ ซึ่งโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีทำมาจากโปรตีน แม้กระนั้นวัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีไม่ใช่โปรตีน แล้วก็โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจะมีขนาดใหญ่มากมายกวาวัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี โดยในระห่างวิธีการทำหน้าที่เป็นตัวรีบปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมีอยู่นั้น โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจะกลีบคืนมามีอิสรภาพดังเดิม แม้กระนั้นวัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจะเปลืองเรื่อยก็เลยต้องหามาเสริมจากที่ต่างๆ
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีแต่ละประเภทมีบทบาทเฉพาะบุคคล เพราะว่าจะทำปฏิกิริยาเคมีเจาะจงกับสารขึ้นต้น หรือ ดูดซับสเตรด (Substrate) ที่ถูกกำหนดไว้เพียงแค่นั้น ดังเช่น โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีประเภทย่อยไขมันจะไม่ย่อยแป้ง และก็โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีย่อยแป้งจะไม่ย่อยโปรตีน ฯลฯ
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจะยังคงภาวะเดิมอีกทั้งคุณลักษณะรวมทั้งจำนวน วันหลังการเกิดปฏิกิริยาแล้วจึงจะสามารถรีบปฏิกิริยาถัดไปได้อีก
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีเป็นตัวรีบปฏิกิริยาซึ่งสามารถรีบอัตราการเกิดปฏิกิริยาโดยเป็นตัวลดพลังงานกระตุ้น
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมีความไวต่อปฏิกิริยามากมาย หากแม้ในจำนวนเพียงแต่น้อยนิดก็สามารถรีบปฏิกิริยาได้ ถ้าเกิดไม่มีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมีทุกหมวดหมู่จะเกิดขึ้นช้ามากมาย จนถึงชีวิตไม่สามารถที่จะรอดอยู่ได้
การแช่แข็งจะไม่ทำลายความรู้ความเข้าใจของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีโดยมาก แต่ว่าโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจะถูกทำลายได้อย่างง่ายดายที่ความร้อนสูงเกิน 45 องศาเซลเซียส
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมีความจำเพาะเจาะระบุต่อซึมซับสเตรด (Supstrate) หรือสารขึ้นต้นที่จะเข้าทำปฏิกิริยาแต่ละประเภท ก็เลยสามารถรีบปฏิกิริยาใดปฏิกิริยาหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งแค่นั้น นอกจากโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีบางประเภทที่มีความเจาะจงน้อยจะรีบปฏิกิริยาของสารเริ่มที่คล้ายคลึงกันได้

สล็อต
หน้าที่ของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี
ส่วนประกอบที่สำคัญต่อการดำรงอยู่ของพวกเราอย่างเช่น น้ำ อากาศ และก็ของกิน ของกินจะถูกส่งเข้าไปเลี้ยงภายในร่างกายได้จำเป็นที่จะต้องอาศัยโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีสำหรับการกรรมวิธีการย่อยของกิน แล้วก็ควรต้องอาศัยวิตามิน ธาตุ กรดอะมิโน สารไฟเตท ที่จำเป็นต้องมาเป็นตัวประกอบสำคัญสำหรับในการเสริมประสิทภาพแนวทางการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี ร่างกายของประกอบไปด้วยเซลล์ขนาดเล็กหลายล้านเซลล์ สารอาหารจำเป็นต้องถูกย่อยโดยทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีกระทั่งมีขนาดเล็กในระดับอิออน ก็เลยจะสามารถผ่านหนังของเซลล์ขนาดเล็กแต่ละเซลล์ได้ ร่างกายก็เลยจะดำเนินชีวิตอยู่ได้ ในทางตรงกันข้ามถ้าเกิดสารอาหารไม่สามารถที่จะส่งไปถึงเซลล์ได้ การบูรณะส่วนที่สึกก็ไม่อาจจะทำเป็น ก็เลยทำให้ร่างกายเกิดภาวะเสื่อม มีผลทำให้ภูมิต้านทานปฏิบัติภารกิจมิได้อย่างมีคุณภาพ ทำให้เป็นโรคต่างๆ
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี มีบทบาทอะไร? สรุปแล้วหน้าที่หลักที่จริงจริงของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี ตัวอย่างเช่น ช่วยสำหรับในการย่อยของกิน โดยโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมีบทบาทเป็นตัวรีบสำหรับในการย่อยของกินให้บริบูรณ์ ทำให้ร่างกายของพวกเราได้รับสารอาหารที่มีคุณภาพแล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปใช้ได้ ถ้าหากน้ำย่อยไม่ดีถึงกินอาหารที่เป็นประโยชน์เท่าใดก็ไม่กำเนิดคุณประโยชน์อะไรก็แล้วแต่กับร่างกายทั้งหมด นอกเหนือจากนี้โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมียังมีบทบาทช่วยปรับให้ระบบภูมิต้านทานแข็งแรง ช่วยสร้างโปรตีนในกล้าม ช่วยปรับให้กล้ามหดตัว สลายพิษ ทำให้เลือดบริสุทธิ์ ช่วยกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาจากปอด และก็ช่วยลดความเคร่งเครียดของตับอ่อนแล้วก็อวัยวะอื่นๆในร่างกาย
หลักการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี
สำหรับในการปฏิบัติงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี ส่วนประกอบของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีทั้งยังก่อนแล้วก็ข้างหลังการเกิดปฏิกิริยาจะยังคงดังเดิม หมายความว่าโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมิได้ทำปฏิกิริยากับดูดซับสเตรด แม้กระนั้นในระหว่างที่เกิดปฏิกิริยาโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจะจับกุมตัวกับดูดซับสเตรด ทำให้ดูดซึมสเตรดเปลี่ยนสภาพไป โดยมีการสลายหรือสร้างภาระของดูดซับสเตรดขึ้นใหม่เกิดผลิตภัณฑ์ของปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมี จากการรวมตัวระหว่างโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีกับซึมซับสเตรด จนถึงแปลงเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี-ดูดซึมสเตรดคอมเพล็กซ์ (Enzyme-substrate complex) มีข้อสมมติที่ชี้แจงกลไกไว้ดังต่อไปนี้
ข้อสมมติแม่กุญแจกับกุญแจ ที่โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจะเปรียบได้ดั่งเป็นกุญแจ ส่วนดูดซับสเตรดเป็นแม่กุญแจ ซึ่งจะมีการปลี่ยนแปลงเมื่อไขด้วยกุญแจ โดยแม่กุญแจต้องมีรูปร่างที่พอดีเพียงแค่นั้น ถึงจะรวมกับโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีและก็เกิดปฏิกิริยานกลายเป็นผลิตภัณฑ์ได้
ข้อสมมติการเหนี่ยวนำ แอคหนฟไซต์จะสามารถยืดหยุ่นรวมทั้งเปลี่ยนสภาพได้เมื่อดูดซับสเตรดใกล้รอบๆแอคคราวฟไซต์ของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี ซึมซับสเตรดจะรั้งนำให้โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีแปลงโครงรูปรอบๆแอคครั้งฟไซต์ให้มีรูปร่างแล้วก็ขนาดพอดีที่จะรวมกับดูดซึมสเตรดได้

สล็อตออนไลน์
จำพวกของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีพวกเราสามารถจัดหมวดหมู่ออกได้เป็น 3 ประเภท เป็น
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจากของกิน (Food enzyme – ฟูดโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี)เป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่เจอได้ในอาหารสด ของกินดิบทุกหมวดหมู่ หากมาจากพืชพวกเราจะเรียกว่า โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจากพืช (Plant Enzyme) แต่ว่าหากมาจากสัตว์ พวกเราจะเรียกว่า โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจากสัตว์ (Animal Enzyme) ของกินที่ผ่านความร้อนจะทำลายโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีในของกินได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีประเภทนี้จะช่วยย่อยของกินที่พวกเรากินเข้าไป
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีย่อยของกิน (Digestive enzyme – ไดเจสหนฟโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี)เป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่สร้างขึ้นโดยร่างกาย ส่วนมากจะสร้างจากตับอ่อน เพื่อใช้เพื่อสำหรับในการย่อยของกินและก็ซับสารอาหารที่พวกเรากินเข้าไป ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีคุณค่า
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีสำหรับในการเผาผลาญพลังงาน (Metabolic enzyme – เมทาโบลิกโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี)เป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่ผลิตขึ้นในเลือด ในเซลล์ เยื่อ และก็อวัยวะภายในต่างๆของร่างกาย มีบทบาทรีบปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมีเพื่อช่วยสำหรับการเผาผลาญสารอาหารและก็สร้างพลังงาน สร้างภูมิคุ้มกัน ความรุ่งเรืองเติบโตให้กับร่างกาย รวมถึงการช่วยซ่อมบำรุงส่วนที่สึกกร่อนของอวัยวะภายใน แล้วก็ช่วยบรรเทารวมทั้งรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆของร่างกาย[NPC4]
คุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมีความจำเป็นและก็จำเป็นต้องสำหรับสิ่งมีชีวิต เพราะปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมีจำนวนมากในเซลล์จะเกิดขึ้นช้ามากมาย ถ้าเกิดไม่มีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีก็อาจส่งผลให้สินค้าจากปฏิกิริยาแปลงเป็นสารเคมีจำพวกอื่น ซึ่งหากขาดโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีก็จะก่อให้ระบบลักษณะการทำงานของเซลล์แตกต่างจากปกติได้ อาทิเช่น การผ่าเหล่า การขาดหาย การสร้างไม่พอ การสร้างมากจนเกินไป ฯลฯ
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมีบทบาทสำคัญสำหรับการสร้างมนุษย์ตั้งแต่กำเนิดในท้องแม่ จากไข่ที่สืบพันธุ์เซลล์เดียวเติบโตมากระทั่งเป็น 60 ล้านล้านเซลล์ และก็ถัดมายังปฏิบัติหน้าที่สำหรับเพื่อการซ่อมส่วนที่ผุกร่อน ปฏิบัติภารกิจย่อยของกินเพื่อได้สารอาหาร ช่วยกำจัดของเสียภายในร่างกาย ด้วยการรีบปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมีเพื่อทำลายสิ่งปลอมปน ก็เลยช่วยให้เลือดสะอาด
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีมีความสำคัญสำหรับทุกปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมีภายในร่างกาย เซลล์ทั้งยัง 60 ล้านล้านเซลล์ควรต้องใช้โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีเพื่อรีบปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมี หากว่าไม่มีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีพวกเราจะไม่สามารถที่จะดำรงชีพอยู่ได้
ถึงแม้ว่าวิตามิน เกลือแร่ โปรตีน ฮอร์โมน และก็สารอาหารอื่นๆจะมีความจำเป็นต่อชีวิตและก็สุขภาพ แม้กระนั้นก็โดยโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีแค่นั้นที่ทำให้สารต่างๆได้ดำเนินงานตามคุณลักษณะของมันได้ ด้วยเหตุว่าถ้าหากไม่มีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีทุกๆสิ่งทุกๆอย่างก็จะทำปฏิกิริยามิได้เลย กระทั่งมีผู้กล่าวว่า “โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีเป็นพลังงานชีวิต” หากระดับโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีภายในร่างกายลดลดน้อยลงจนกระทั่งระดับหนึ่ง จะมีผลให้ระบบในร่างกายปฏิบัติงานมิได้ แล้วก็ชีวิตจะหยุดลงโดยทันที โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีก็เลยเป็นผู้ผลิตเซลล์ สร้างร่างกาย สร้างอวัยวะ และก็สร้างชีวิต
ถ้าหากภายในร่างกายมีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีอย่างสมบูรณ์แล้วก็พอเพียง มนุษย์อาจมีอายุยืนได้ถึง 120 ปี เพราะว่าเซลล์ภายในร่างกายสามารถแบ่งตัวได้ตามที่ได้มีการกำหนดของโปรแกรมนาฬิกาชีวิต[NPC5]

วิธีใช้แคลเซียมกลูโคเนต

องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้ยาแคลเซียมกลูวัวเนตเป็นยาที่จำเป็นต้องขั้นต้นของแต่ละประเทศ สำหรับในประเทศไทยนั้นได้ใส่ยาแคลเซียมกลูวัวเนตลงในบัญชียาหลักแห่งชาติ แล้วก็มีหลายขนาดความแรง พสกนิกรทั่วๆไปรู้จักมักคุ้นเคยกับยากลุ่มแคลเซียมรูปแบบเม็ดสำหรับกินเพียงแค่นั้น ซึ่งก็รวมทั้งยาแคลเซียมกลูวัวเนตด้วย แต่ การใช้ยานี้มากเกินขนาดก็อาจส่งผลให้เป็นผลข้างๆร้ายแรงตามมาได้ ด้วยเหตุดังกล่าว ก่อนที่จะมีการใช้ยานี้ควรต้องขอความเห็นหมอหรือเภสัชก่อนเสมอ และไม่ควรจะไปพบซื้อยามารับประทานด้วยตัวเอง

เครดิตฟรี
แบบอย่างยาแคลเซียมกลูวัวเนต
ยาแคลเซียมกลูวัวเนต (ชื่อสามัญ) มีชื่อด้านการค้า ดังเช่นว่า แคลสิออน (Calcion), แคลเซียมกลูวัวเนต จีพีโอ (Calcium gluconate GPO), แคลเซียมกลูวัวเนต หน.โอ. (Calcium gluconate T.O.), ติดอยู่ลฟอร์ต (KAL-forte) อื่นๆอีกมากมาย
แคลเซียมกลูวัวเนตเป็น
แบบอย่างยาแคลเซียมกลูวัวเนต
ยาเม็ดประเภทกิน ขนาด 500 มก./เม็ด
ยาฉีด ประเภท 10% (10 มล.)
ยาเม็ดฟู่ละลายน้ำ ที่มีเกลือแคลเซียมประเภทอื่นๆดังเช่นว่า แคลเซียมกลูวัวเนต (Calcium gluconate) 0.01 กรัม + แคลเซียมแลคเตท (Calcium lactate) 2.93 กรัม + แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate) 0.3 กรัม
คุณประโยชน์ของยาแคลเซียมกลูวัวเนต
ใช้คุ้มครองป้องกันหรือเยียวยารักษาคนที่ร่างกายขาดแคลเซียม คนที่ได้รับแคลเซียมจากของกินที่กินตามเดิมไม่เพียงแต่ หรือคนที่มีความต้องการแคลเซียมมากขึ้น อย่างเช่น คนที่เป็นโรคกระดูกพรุน เพศหญิงวัยหมดระดูที่มีความเสี่ยงต่อภาวการณ์กระดูกพรุน
ใช้ปกป้องและก็รักษาโรคกระดูกพรุน
ใช้เยียวยาภาวการณ์ร่างกายได้รับเกลือแร่โพแทสเซียมแล้วก็เกลือแร่แมกนีเซียมในเลือดสูงเกินธรรมดา
ใช้รักษาภาวการณ์ร่างกายได้รับยาในกรุ๊ปแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ (Calcium channel blockers) เกินขนาด

สล็อต
ใช้เป็นยาทาภายนอก (ยาทาภายนอก) เมื่อผิวหนังไหม้หรือมีการเคืองจากการสัมผัสกรดไฮโดรฟลูออริก (Hydrofluoric acid) ซึ่งเป็นกรดที่ใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท อาทิเช่น ใช้เป็นสารละลาย
ใช้รักษาอาการชักเกร็งจากภาวการณ์แคลเซียมในเลือดต่ำข้างหลังผ่าตัดต่อมไทรอยด์ที่ตัดเอาต่อมพาราต่อมไทรอยด์ออกไปด้วย หรือมีลักษณะอาการชักเกร็งจากสภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ
นอกเหนือจากนี้ในอดีตกาลด้านการแพทย์ยังเคยใช้ยานี้ประเภทฉีดรักษาคนที่ถูกแมงมุมหญิงหม้ายดำกัดอีกด้วย
กลไกการออกฤทธิ์ของยาแคลเซียมกลูวัวเนต
แคลเซียมกลูวัวเนตจะมีกลไกการออกฤทธิ์โดยการเข้าไปสร้างสมดุลของเกลือแคลเซียมในกระแสโลหิต ทำให้เส้นประสาทกล้าม โดยยิ่งไปกว่านั้นกล้ามเนื้อหัวใจดำเนินงานได้อย่างปกติ นอกนั้นร่างกายยังนำแคลเซียมไปใช้สำหรับการสร้างเสริมความแข็งแรงของกระดูกและก็เอาไปใช้เพื่อคงจะความสมดุลของเกลือแร่ต่างๆในเลือดอีกด้วยก่อนใช้ยาแคลเซียมกลูวัวเนต
เมื่อมีการสั่งยาทุกจำพวกรวมทั้งยาแคลเซียมกลูวัวเนต สิ่งที่ควรจะแจ้งให้หมอหรือเภสัชกรรู้มีดังนี้
เรื่องราวแพ้ยาแคลเซียมกลูวัวเนต (Calcium gluconate) หรือยาอื่นๆทุกประเภท และก็อาการจากการแพ้ยา ยกตัวอย่างเช่น ใช้ยาแล้วอ้วกมากมาย ขึ้นผื่น หรือแน่น หายใจลำบาก/หายใจไม่สะดวก ฯลฯ
โรคประจำตัวต่างๆยาที่หมอสั่งจ่ายและก็ยาที่ใช้เอง รวมทั้งอาหารเสริม วิตามิน และก็ยาสมุนไพรต่างๆที่กำลังใช้อยู่หรือกำลังจะใช้ ด้วยเหตุว่ายาแคลเซียมกลูวัวเนตอาจทำให้ลักษณะโรคพวกนั้นร้ายแรงขึ้น หรือเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่นๆที่กินอยู่ก่อนได้ เป็นต้นว่า
การใช้ยาแคลเซียมกลูวัวเนตร่วมกับยาพวกนี้ ได้แก่ ยาต่อต้านเชื้อแบคทีเรียกรุ๊ปฟลูออโรควิโนโลน (Fluoroquinolones), ยาต้านทานเชื้อแบคทีเรียกรุ๊ปเตตราไซคลีน (Tetracycline) ประเภทกิน, ยาต่อต้านเชื้อรากรุ๊ปอิมิดาโซล (Imidazole), ยาที่มีส่วนประกอบของธาตุเหล็ก, ยาที่มีส่วนประกอบของสังกะสี, ไดจอกสิน (Digoxin), เอทิโดรเนต (Etidronate), ไอโซไนอาสิด (Isoniazid), เฟนิโทอิน (Phenytoin) ฯลฯ อาจจะก่อให้ยาแคลเซียมกลูวัวเนตมีผลไปก่อกวนการดูดซึมของยาพวกนี้ ทำให้ยาพวกนี้ถูกซับไปสู่กระแสโลหิตได้ลดลง และก็ลดผลของการรักษาของยาได้ แม้กระนั้นแม้จำต้องใช้ด้วยกัน ควรจะกินยาแคลเซียมกลูวัวเนตให้ห่างจากยาอื่นอย่างต่ำ 2 ชั่วโมง เว้นเสียแต่ไอโซไนอาสิด (Isoniazid) ที่บางทีอาจกินห่างได้อย่างต่ำ 1 ชั่วโมง
การใช้ยาแคลเซียมกลูวัวเนตร่วมกับยาแอมโลดิปีนป่าย (Amlodipine), เซลลูโลสโซเดียมฟอสเฟต (Cellulose sodium phosphate) อาจจะเป็นผลให้คุณภาพของยาแอมโลดิตะกาย/เซลลูโลสโซเดียมฟอสเฟตต่ำลง แม้จำเป็นจะต้องใช้ด้วยกันควรจะหารือหมอจะปรับขนาดการใช้ยาให้สมควรเป็นกรณีๆไป
การใช้ยาแคลเซียมกลูวัวเนตร่วมกับยาไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ (Hydrochlorothiazide) รวมทั้งยาอื่นๆที่มีแคลเซียม อาจส่งผลให้ระดับความเข้มข้นของแคลเซียมในเลือดเพิ่มสูงมากขึ้นจนถึงเป็นผลใกล้กันตามมา ถ้าเกิดจำต้องใช้ร่วม หมอจะปรับขนาดการใช้ยาให้สมควรเป็นกรณีๆไป

สล็อตออนไลน์
การใช้ยาแคลเซียมกลูวัวเนตร่วมกับยาไดจอกสิน (Digoxin) อาจจะทำให้กำเนิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ แน่นหน้าอก ตาฟาง อ้วก เป็นลมเป็นแล้งชัก ถ้าจำเป็นจะต้องใช้ด้วยกันจะต้องให้หมอปรับขนาดการกินยาให้เหมาะสมเป็นกรณีๆไป
การใช้ยาแคลเซียมกลูวัวเนตร่วมกับยาปฏิชีวนะเซฟไตรอะโซน (Ceftriaxone) อาจจะทำให้กำเนิดขี้ตะกอนผลึกในกระแสโลหิต ในปอด หรือในไตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทารก
มีความผิดธรรมดาหรือมีประวัติความเปลี่ยนไปจากปกติของร่างกาย ดังต่อไปนี้
ท้องผูก หรือมีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะหรือไส้
หัวใจเต้นไม่ดีเหมือนปกติ
มีสภาวะร่างกายขาดน้ำ
หรูหราแคลเซียมในเลือดหรือในฉี่สูง
หรูหราธาตุฟอสฟอรัสในเลือดสูงขึ้นมากยิ่งกว่าธรรมดา
มีจำนวนวิตามินดีภายในร่างกายสูง
โรคไต เนื่องจากว่าอาจจะก่อให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูง ซึ่งบางทีอาจเป็นการเพิ่มการเสี่ยงต่อการเกิดผลกระทบร้ายแรงได้
โรคซาร์รอด์ (Sarcoidosis) เพราะว่าแคลเซียมอาจจะก่อให้ไตเปลี่ยนไปจากปกติหรือหรูหราแคลเซียมในเลือดสูง
ต่อมพาราต่อมไทรอยด์ทำงานมากกว่าธรรมดา (Hyperparathyroidism) ซึ่งการได้รับแคลเซียมในคนเจ็บกลุ่มนี้อาจจะทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูงมากขึ้น
มีการตั้งท้องหรือกำลังให้นมลูก เพราะเหตุว่ายาหลากหลายประเภทสามารถผ่านเกลื่อนกลาดหรือผ่านไปสู่นมแล้วก็ไปสู่เด็กทารก จนกระทั่งอาจทำให้เป็นผลข้างๆต่อเด็กแรกคลอดได้
การใช้ยาแคลเซียมกลูวัวเนต
สำหรับใช้รักษาคนที่มีสภาวะร่างกายขาดแคลเซียม ในคนแก่ให้กินยาวันละ 1,000-3,000 มก. โดยแบ่งกิน ในเด็กตัวเล็กๆถึงเด็กโตให้กินยาวันละ 500-725 มก./น้ำหนักตัว 1 กิโล โดยแบ่งกินทุกๆ6-8 ชั่วโมง ส่วนในทารกหรือทารก ให้กินยาวันละ 500-1,500 มก./น้ำหนักตัว 1 โล โดยแบ่งกินทุกๆ4-6 ชั่วโมง
สำหรับใช้รักษาคนที่มีสภาวะร่างกายขาดแคลเซียมอย่างยิ่ง ดังเช่นว่า มีลักษณะอาการชักเกร็งจากสภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ซึ่งหมอจะใช้ยาฉีดจำพวก 10% ฉีดเข้าหลอดโลหิตดำอย่างช้าๆในจำนวน 10 มล. (ควรจะได้รับยาจากสถานพยาบาลแล้วก็ใช้ยานี้โดยหมอผู้ที่มีความชำนาญเพียงแค่นั้น แล้วก็ที่สำคัญก็คือ ห้ามฉีดยานี้แบบบ่อยเกิน ควรจะใช้เฉพาะในรายที่มีสภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำเพียงแค่นั้น)

jumboslot
ข้อแนะนำสำหรับการใช้ยาแคลเซียมกลูวัวเนต
ปริมาณยาที่ใช้บางทีอาจต่างๆนาๆในคนป่วยแต่ละราย ควรจะใช้ยานี้ตามคำแนะนำของหมอหรือเภสัชกร หรือดังที่เจาะจงไว้บนสลากยาอย่างเคร่งครัด ห้ามใช้ยาในขนาดที่น้อยกว่าหรือมากยิ่งกว่าที่กำหนดไว้ ถ้าเกิดมีคำถามควรจะถามหมอหรือเภสัชกร
สำหรับยาเม็ดให้กินยากับของกินหรือหลังรับประทานอาหาร และก็ควรจะกินยาให้ตามเวลาทุกคราว
แม้กำลังกินยาอื่นอยู่ ให้กินยานี้ห่างจากยาอื่นอย่างต่ำ 2 ชั่วโมง
อย่ากินยานี้ด้านใน 1-2 ชั่วโมงภายหลังจากทานอาหารที่มีเส้นใยสูงในจำนวนมากๆตัวอย่างเช่น ข้าวซ้อมมือ ขนมปัง เมล็ดพืช ผลไม้สดที่มีเส้นใย
ควรจะกินน้ำวันละหลายๆแก้ว เพื่อลดท้องผูกจากแคลเซียม (เว้นเสียแต่ในคนไข้โรคไตซึ่งจำต้องจำกัดการกินน้ำ)
เลี่ยงการสูบยาสูบ ดื่มแอลกอฮอล์ และก็เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน (ตัวอย่างเช่น กาแฟ) ในระหว่างการใช้ยานี้ เพราะว่าจะมีผลให้ตัวยาถูกซึมซับไปสู่ร่างกายได้ลดลง
ไม่รับประทานสินค้าเสริมของกินที่มีแคลเซียม และก็แคลเซียมกลูวัวเนตในจำนวนมากๆเนื่องจากอาจจะก่อให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูงได้
ปริมาณยารวมทั้งช่วงเวลาสำหรับเพื่อการใช้ยาข้างต้นเป็นเพียงแต่แบบอย่างหนึ่งเพียงแค่นั้น ไม่สามารถที่จะใช้ตอบแทนคำบัญชาการใช้ยาของหมอได้ ทั้งยังยาแคลเซียมกลูวัวเนตก็สามารถใช้ประโยชน์รักษาสภาวะหรืออาการได้นานัปการ ซึ่งก็จะมีขนาดและก็ช่วงเวลาสำหรับเพื่อการใช้ที่นานับประการ ฉะนั้น การใช้ยาให้ถูกแล้วก็สมควรจำเป็นที่จะต้องขอคำแนะนำหมอหรือเภสัชกรก่อนเสมอ
ถ้าเจออาการแตกต่างจากปกติร้ายแรง ควรจะไปพบหมอในทันทีทันใด เป็นต้นว่า ท้องผูกมากหรือตลอด ปวดหัวอย่างสม่ำเสมอ เหน็ดเหนื่อยมากมายเปลี่ยนไปจากปกติ ง่วงซึมหรืองงงัน งวยงง เพ้อ ไม่มีสติ ฯลฯ

slot

วิธีใช้ผงเกลือแร่

ผงเกลือแร่ / ผงน้ำตาลเกลือแร่ / ผงละลายเกลือแร่ / เกลือแร่แบบเป็นผงละลายน้ำ / น้ำเกลือแห้ง / สารละลายเกลือแร่โออาร์เอส / โอ.อาร์.เอส. / ผงโออาร์เอส (Oral rehydration salt – ORS) หรือที่คนสามัญรู้จักกันในชื่อเชิงพาณิชย์ว่า ผงเกลือแร่องค์การเภสัชกรรม (ORS GPO), ผงเกลือแร่ออรีด้า (Oreda R.O.) เป็นผลิตภัณฑ์ด้านการแพทย์ที่ประยุกต์ใช้เป็นยารักษาภาวการณ์ขาดน้ำและก็เกลือแร่ในคนเจ็บท้องเดินหรืออ้วกมากมายจากมูลเหตุต่างๆซึ่งกุญแจสำคัญของการใช้ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสก็คือ คนป่วยยังจะต้องมีสติรวมทั้งสามารถจิบดื่มสารน้ำได้รวมทั้งระบบของการดูดซึมในไส้ยังดำเนินงานก้าวหน้า ก็เลยจะส่งเสริมให้โออาร์เอสสามารถดำเนินการได้อย่างมีคุณภาพ

เครดิตฟรี
ยังมีผลิตภัณฑ์อีกกรุ๊ปที่มักกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจผิดกันมากมายหมายถึงเครื่องดื่มเกลือแร่รูปแบบผงหรือสินค้าเครื่องดื่มเกลือแร่ (Sports drink) ยกตัวอย่างเช่น ผู้สนับสนุน เอ็มสปอร์ต เกเตอเรด อื่นๆอีกมากมาย ที่เป็นเครื่องดื่มสำหรับคนที่สูญเสียเหงื่อจากการบริหารร่างกาย ซึ่งจะเป็นคนละกรุ๊ปกันกับ ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอส (ORS) ที่กำลังเอ๋ยถึงในเนื้อหานี้ โดยถ้าจะกล่าวให้เข้าใจง่ายๆผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสก็คือสินค้าทางด้านการแพทย์ที่มีไว้สำหรับใช้ชดเชยน้ำแล้วก็เกลือแร่ในคนป่วยท้องร่วงหรืออ้วกมากมาย แล้วก็ใช้คุ้มครองปกป้องภาวการณ์ช็อกเนื่องจากว่าร่างกายขาดน้ำ ซึ่งจะมีเกลือแร่ที่จำเป็นต้องต่อสภาพร่างกายในรูปร่างที่เป็นมาตรฐานรวมทั้งซับเจริญ ส่วนเครื่องดื่มเกลือแร่ก็จัดเป็นของกินในหมวดเครื่องดื่ม มีรูปทรงของเกลือแร่รวมทั้งน้ำตาลไม่พอๆกับโออาร์เอส และก็ใช้ทดแทนน้ำแล้วก็เกลือแร่ข้างหลังการบริหารร่างกายแค่นั้น
องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสเป็นผลิตภัณฑ์ทางด้านการแพทย์ที่จำเป็นจะต้องต่อระบบสาธารณสุขขั้นพื้นฐานของแต่ละประเทศ ด้วยโออาร์เอสสามารถช่วยลดอัตราการตาย โดยยิ่งไปกว่านั้นในเด็กตัวเล็กๆๆจากปัจจัยโรคท้องร่วงหรือท้องเดินทั่วทั้งโลกได้เยอะมากๆ ส่วนในประเทศไทยได้ใส่โออาร์เอสลงในบัญชียาหลักแห่งชาติ พสกนิกรทั่วๆไปควรต้องมีผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสไว้เป็นยาประจำบ้าน เมื่อมีลักษณะท้องเดินจะได้ถือมาใช้เพื่อช่วยประทังอาการไม่ให้เกิดอาการช็อกก่อนจะไปพบหมอที่โรงหมอ
แบบอย่างของผงเกลือแร่
ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอส (ชื่อสามัญ) มีชื่อด้านการค้า ตัวอย่างเช่น ผงน้ำตาลเกลือแร่ โอ.อาร์.เอส. องค์การเภสัชกรรม หรือ ผงเกลือแร่องค์การเภสัชกรรม (ORS GPO), เบบิ-ไลท์ (Babi-Lyte), บู๊ทส์ โออาร์เอส (Boots ORS), ไม่เนอรา อาร์.โอ. (Minera R.O.), ออรีด้า อาร์.โอ. หรือ ผงเกลือแร่ออรีด้า (Oreda R.O.), โอริส (Oris), ออสรา อาร์.โอ. (Osra R.O.), รีก้า โออาร์เอส (Reka ORS), ซี โออาร์เอส (SEA ORS), วีวา โออาร์เอส (Weewa ORS) อื่นๆอีกมากมาย
ลักษณะของผงเกลือแร่
ประเภทใส่ซองสำเร็จรูป (แบบอย่างแบบเป็นผงเพื่อละลายน้ำ) ได้แก่ ผงน้ำตาลเกลือแร่ โอ.อาร์.เอส. องค์การเภสัชกรรม (ORS GPO) ใน 1 ซอง (ขนาด 6.975 กรัม ใช้สำหรับผสมน้ำ 250 มล.) ประกอบไปด้วยเดกซ์โทรส (Glucose) 5 กรัม, โซเดียมคลอไรด์ (Sodium chloride) 0.875 กรัม, ตรีโซเดียมสิเทรตไดไฮเดรต (Trisodium citrate dihydrate) 0.725 กรัม รวมทั้งโพแทสเซียมคลอไรด์ (Potassium chloride) 0.375 กรัม
น้ำเกลือผสมเอง ให้ใช้เกลือป่น ½ ช้อนชา (บางสูตรใช้ 1 ช้อนชา) รวมทั้งน้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ (25-30 กรัม) เอามาผสมในน้ำสุกสุกที่เย็นแล้ว 750 มล. (ขนาด 1 ขวดน้ำปลากลม หรือขวดแม่โขงกลม หรือ 3 แก้วขนาด 250 มล.) หรือแม้ละลายยาก สามารถใช้น้ำอุ่นพอควรได้ แม้กระนั้นไม่สมควรใช้น้ำร้อนจัด เพียงเท่านี้ก็สามารถประยุกต์ใช้ดื่มเพื่อชดเชยน้ำแล้วก็เกลือแร่ได้แล้ว
ผงโออาร์เอส

สล็อต
ผงเกลือแร่
คุณประโยชน์ของผงเกลือแร่
ใช้ดื่มเพื่อชดเชยน้ำแล้วก็เกลือแร่ภายในร่างกายที่สูญเสียไปจากอาการท้องเดินทันควัน* (อุจจาระหล่น ท้องเสีย ท้องเสีย ถ่ายท้อง) หรือคลื่นไส้มากมายจากมูลเหตุต่างๆหรือใช้ในรายที่เสียเหงื่อมากมายก็ได้
ใช้คุ้มครองป้องกันภาวการณ์ช็อกเหตุเพราะร่างกายขาดน้ำ** ตัวอย่างเช่น ไข้เลือดออก รอยแผลไฟลุกน้ำร้อนลวกขนาดใหญ่ที่เป็นต้นเหตุทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำจากทางรอยแผล
ใช้แก้อาการอยากกินน้ำ

  • ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสไม่อาจจะทำให้หยุดถ่าย หรือทุเลาอาการท้องร่วง หรือช่วยทำให้หายเร็วขึ้นได้ แต่ว่าจะช่วยไม่ให้ร่างกายขาดน้ำและก็เกลือแร่จนถึงเหน็ดเหนื่อย ไม่มีแรงหรือมีอันตรายได้ อย่างเช่น ภาวการณ์ช็อกจากการขาดน้ำ โดยเฉพาะในเด็กตัวเล็กๆ (ในขณะนี้ยังไม่มียาประเภทใดที่ช่วยทำให้อาการท้องเดินหรือท้องเสียที่ถ่ายเป็นน้ำหายเร็วขึ้นได้ และก็ยาปฏิชีวนะ เว้นเสียแต่แม้กระนั้นท้องเดินหรือท้องเสียนั้นเกิดขึ้นจากแบคทีเรียซึ่งทำให้ถ่ายเป็นมูกผสมเลือดและก็เป็นไข้ ไม่ใช่ถ่ายเป็นน้ำ ส่วนในเรื่องที่คนเจ็บมีลักษณะอาการท้องร่วงเรื้อรัง ให้รักษาอาการขาดน้ำแล้วก็เกลือแร่ในพื้นฐาน แล้วพาไปพบหมอเพื่อตรวจวิเคราะห์และก็รับการดูแลและรักษาอย่างแม่นยำถัดไป)
    ** สถานการณ์เกลือแร่ธรรมดาภายในร่างกายจะมีโซเดียม (Na) อยู่ระหว่าง 135-145 mEq/L แล้วก็โพแทสเซียม (K) อยู่ระหว่าง 3.5-4.8 mEq/L ซึ่งการจะรู้จำนวนเกลือแร่ภายในร่างกายนี้ได้จำเป็นจะต้องทำวัดระดับโดยการเจาะเลือด แต่ว่าแต่ พวกเราสามารถพิจารณาลักษณะของตัวเองได้ว่าอยู่ในภาวการณ์ธรรมดาหรือเปล่า โดยถ้าร่างกายมีสภาวะขาดน้ำหรือเกลือแร่ จะสามารถพิจารณาได้จากอาการไม่ปกติ อาทิเช่น อยากดื่มน้ำ เบื่อข้าว อ้วก คลื่นไส้ อ่อนล้า เหน็ดเหนื่อย กล้ามเป็นตะคิว หรือถ้าเกิดขาดในจำนวนมากๆก็บางทีอาจกำเนิดกล้ามกระตุก งง และก็ชักได้ ฯลฯสล็อตออนไลน์
    กลไกการออกฤทธิ์ของผงเกลือแร่
    ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสจะมีกลไกการออกฤทธิ์โดยการไปทดแทนเกลือโซเดียมและก็เกลือโพแทสเซียมที่สูญเสียไปกับอาการท้องร่วงให้กับร่างกาย แล้วก็เบาๆสร้างสมดุลของเกลือแร่ภายในร่างกายให้กลับมาปกติ ทั้งยังยังมีน้ำตาลเดกซ์โทรสที่ช่วยทำให้พลังงานกับร่างกาย ช่วยทำให้คนไข้มีกำลัง รวมทั้งเบาๆรู้สึกตัวสภาพร่างกายให้มีแรง จากกลไกดังที่ได้กล่าวมาแล้วผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสก็เลยช่วยคุ้มครองไม่ให้ร่างกายของคนไข้เกิดอาการช็อกสาเหตุจากการขาดน้ำและก็เกลือแร่
    ก่อนใช้ผงเกลือแร่
    เมื่อมีการสั่งยาทุกจำพวกรวมทั้งผงเกลือแร่หรือโออาร์เอส สิ่งที่ควรจะแจ้งให้หมอหรือเภสัชกรรู้มีดังนี้
    เรื่องราวแพ้ยาทุกจำพวก แล้วก็อาการจากการแพ้ยา อย่างเช่น กินยาแล้วอาเจียนมากมาย ขึ้นผื่น หรือแน่น หายใจไม่สะดวก/หายใจติดขัด ฯลฯ
    โรคประจำตัวต่างๆแล้วก็ยาที่หมอสั่งจ่ายหรือที่ใช้เอง รวมทั้งอาหารเสริม วิตามิน แล้วก็ยาสมุนไพรต่างๆที่กำลังใช้อยู่หรือกำลังจะใช้ ด้วยเหตุว่าผงเกลือแร่อาจทำให้ลักษณะโรคพวกนั้นร้ายแรงขึ้น หรือเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่นๆรวมทั้ง/หรืออาหารเสริมอื่นๆที่กินอยู่ก่อนได้
    แม้เป็นคุณผู้หญิง ควรจะแจ้งว่ามีการท้องหรือกำลังให้นมลูก เนื่องจากว่ายาหลากหลายประเภทสามารถผ่านทางเกลื่อนกลาดหรือนมรวมทั้งไปสู่เด็กอ่อนจนกระทั่งอาจจะก่อให้เป็นผลข้างๆต่อเด็กอ่อนได้
    สิ่งที่ห้าม/ข้อควรปฏิบัติตามสำหรับการใช้ยาผงเกลือแร่
    ห้ามใช้กับคนที่มีประวัติการแพ้ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอส (Oral rehydration salt)
    ห้ามใช้กับคนที่อยู่ในภาวการณ์คลื่นไส้อย่างหนัก คนไข้ที่ร่างกายอยู่ในสภาวะขาดน้ำอย่างหนัก (Severe de hydration) รวมทั้งคนป่วยที่ไตดำเนินงานเปลี่ยนไปจากปกติ
    ห้ามใช้ผงเกลือแร่ที่หมดอายุ
    ควรรอบคอบสำหรับเพื่อการใช้ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสในคนไข้โรคเกาต์ โรคตับ โรคหัวใจ คนที่มีลักษณะอาการบวม ในเด็กตัวเล็กๆ คนสูงอายุ หญิงท้อง แล้วก็หญิงให้นมลูก
    วิธีการใช้ผงเกลือแร่
    ผงเกลือแร่จำพวกใส่ซองสำเร็จรูป ให้ละลายผงเกลือแร่สำเร็จรูปในน้ำสุกสุกที่เย็นแล้วตามขนาดที่เจาะจงไว้บนฉลาก เป็นต้นว่า ผงเกลือแร่ขององค์การเภสัชกรรมในซองขนาด 6.975 กรัม ให้เอามาละลายในน้ำ 250 มล., ผงเกลือแร่ออรีด้าในซองขนาด 3.3 กรัม ให้เอามาละลายในน้ำ 150 มล. ก็จะได้การเข้มข้นของเกลือแร่ที่สมควร ฯลฯ โดยผงเกลือแร่ที่ละลายแล้ว หากอยู่ในอุณหภูมิปกติควรจะดื่มให้หมดด้านใน 12 ชั่วโมง (หรือด้านใน 1 วันหากเก็บในตู้แช่เย็น) ถ้าหากดื่มไม่หมดให้ทิ้งไป รวมทั้งเมื่ออาการท้องเดินหรืออาการเหน็ดเหนื่อยจากการท้องเดินดียิ่งขึ้นแล้ว ก็สามารถหยุดกินได้
    สำหรับคนแก่รวมทั้งเด็กโต ให้ดื่มรับประทานต่างน้ำเป็นประจำทีละ ½ – 1 แก้ว (1 แก้ว = 250 มล.) ราวๆวันละ 6-9 แก้ว หรือมากยิ่งกว่า ขึ้นกับอาการ ถ้าเกิดถ่ายบ่อยครั้งให้กินน้ำบ่อยขึ้น ถ้าเกิดอ้วกด้วยให้ดื่มทีละเล็กทีละน้อยแต่ว่าบ่อยมาก โดยให้ดื่มแทนน้ำตามจำนวนอุจจาระและก็ฉี่ที่ถ่ายออกไป หรือดื่มจวบจนกระทั่งฉี่จะออกมากและก็ใส หรือตราบจนกระทั่งอาการท้องร่วงจะดีขึ้นและก็ดียิ่งขึ้น (ในเด็กโตควรจะเริ่มให้อาหารใน 4 ชั่วโมงภายหลังดื่มสารละลายผงเกลือแร่แล้ว อย่างเช่น โจ๊ก ข้าวต้ม เนื่องจากว่าจะช่วยทำให้ไส้ได้ของกินรวมทั้งฟื้นเร็วขึ้น นอกจากในคนไข้ที่คลื่นไส้ ก็ควรจะคอยให้อาการดียิ่งขึ้นก่อน)jumboslot
    สำหรับเด็กตัวเล็กๆ ควรจะย้ำปรับปรุงแก้ไขสภาวะขาดน้ำในตอน 4-6 ชั่วโมงแรกภายหลังจากเด็กมีลักษณะอาการท้องร่วง ด้วยการให้สารละลายผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสที่ผสมแล้วดังที่กล่าวถึงแล้ว โดยให้เด็กจิบดื่มแทนน้ำทีละเล็กทีละน้อย แต่ว่าบ่อย เพื่อทางเดินอาหารของเด็กซึมซับได้ทัน ผู้ดูแลไม่สมควรให้เด็กดื่มรวดเดียวจนถึงหมด เพราะเหตุว่าอาจจะส่งผลให้ท้องร่วงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆได้ และก็จำเป็นต้องไม่ลืมเลือนที่จะให้ในจำนวนที่มากเท่ากับที่เด็กถ่ายออกไป พร้อมทั้งให้นมหรือของกินแก่เด็กตามเดิม ตัวอย่างเช่น ให้นมแม่ตามเดิม แม้กระนั้นให้สลับกับการป้อนสารละลายผงเกลือแร่ หรือหากเป็นนมผสม ให้ผสมตามธรรมดา แม้กระนั้นลดจำนวนนมลงครึ่งเดียวต่อมื้อ ส่วนจำนวนที่ให้นั้นจะขึ้นกับระดับความร้ายแรงของอาการท้องเดิน ดังต่อไปนี้
    สภาวะขาดน้ำน้อย เด็กจะมีลักษณะอาการเยี่ยวลดลงและก็มีลักษณะหิวน้ำร่วมด้วย ในกรณีนี้สามารถปรับแก้โดยการให้สารละลายผงเกลือแร่ที่ผสมเอาไว้ในจำนวน 10 มล./น้ำหนักตัว 1 กก./ชั่วโมง โดยให้ดื่มถัดไปเรื่อยจนกระทั่งอาการจะดียิ่งขึ้น
    ภาวการณ์ขาดน้ำปานกลาง เด็กจะมีลักษณะอาการฉี่น้อย อยากดื่มน้ำ เซื่องซึม กระพุ้งแก้มแห้ง ในกรณีนี้สามารถปรับปรุงโดยการให้สารละลายผงเกลือแร่ที่ผสมเอาไว้ในจำนวน 15-20 มล./น้ำหนักตัว 1 กิโล/ชั่วโมง และก็สามารถให้กินได้มากเท่าที่เด็กอยาก
    ภาวการณ์ขาดน้ำมากมาย เด็กจะมีลักษณะอาการเยี่ยวน้อย หิวน้ำ เซื่องซึม กระพุ้งแก้มแห้ง หายใจแรงแล้วก็ถี่ อยากนอนมากมาย การปรับแก้ควรต้องให้สารละลายที่ผสมไว้ทางปากให้เร็วรวมทั้งเยอะที่สุดกับรีบพาเด็กไปโรงหมอรีบด่วนโดยทันทีเพื่อได้รับน้ำเกลือทางหลอดโลหิตดำ (Intravenous fluid)
    สำหรับเด็กอายุต่ำลงมากยิ่งกว่า 2 เดือน ขนาดการใช้ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสจำเป็นที่จะต้องขอคำแนะนำจากหมอผู้บริจาคการดูแลและรักษา
    น้ำเกลือผสมเอง ให้ใช้เกลือป่น ½ และก็น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ (25-30 กรัม) เอามาผสมในน้ำสุกสุกที่เย็นแล้ว 750 มล. (ขนาด 1 ขวดน้ำปลากลม หรือขวดแม่โขงกลม หรือ 3 แก้วขนาด 250 มล.) หรือถ้าหากละลายยาก สามารถใช้น้ำอุ่นพอควรได้ แต่ว่าไม่สมควรใช้น้ำร้อนจัด ส่วนขนาดและก็วิธีการใช้ก็เหมือนกันกับผงเกลือแร่ประเภทซองสำเร็จรูป
    ในเวลาที่ท้องเดิน บ่อยที่พวกเราจะได้รับข้อเสนอจากเภสัชกรว่าควรจะจิบดื่มแทนน้ำเป็นประจำซึ่งการจิบทีละเล็กละน้อยนี้จะช่วยปรับร่างกายซับน้ำรวมทั้งเกลือแร่เพื่อไปทดแทนส่วนที่สูญเสียได้ดีมากยิ่งกว่าการดื่มรวดเดียวหมดแก้ว เนื่องจากว่าในตอนที่มีลักษณะอาการท้องร่วงไส้ชอบซึมซับน้ำแล้วก็ของกินได้ลดลง ถ้าพวกเราดื่มทีเดียวหมดแก้ว ไส้ก็จะไม่อาจจะซับได้ทัน น้ำตาลแล้วก็เกลือแร่ที่มีความเข้มข้นก็จะปฏิบัติหน้าที่ดึงน้ำออกมาสู่ทางเดินอาหารเพื่อช่วยสำหรับในการเจือจาง เป็นเหตุทำให้มีลักษณะอาการท้องร่วงหรือคลื่นไส้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการนำเครื่องดื่มเกลือแร่แบบเป็นผงสำหรับผู้บริหารร่างกายมาใช้แทนผงเกลือแร่หรือโออาร์เอส ซึ่งจะมีจำนวนน้ำตาลมากยิ่งกว่าหลายเท่าตัว (น้ำตาลที่สูงเกินในเครื่องดื่มกลุ่มนี้จะยิ่งทำให้อาการท้องเดินห่วยลง เนื่องจากจะดูดน้ำรวมทั้งเกลือแร่ออกมาจากฝาผนังไส้เข้าไปผสมกับอุจจาระ แทนที่จะช่วยซึมซับน้ำรวมทั้งเกลือแร่คืนกลับ) และก็มีจำนวนเกลือแร่ที่น้อยกว่า (ไม่พอต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากท้องเดิน)จุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน จำนวนน้ำตาลที่มากขึ้นจะไปเพิ่มพลังงานให้แก่ผู้บริหารร่างกาย แต่ก็บางทีอาจเข้มข้นเหลือเกินสำหรับคนที่มีลักษณะท้องร่วงได้ เพราะฉะนั้น คนที่มีลักษณะอาการท้องเดินจะต้องใช้ผงเกลือแร่หรือโออาร์เอสสำหรับอาการท้องร่วงแค่นั้น เพราะว่ามีส่วนประกอบของน้ำตาลและก็เกลือแร่ในจำนวนที่เป็นมาตรฐานดังที่องค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้[NPC5]

คำแนะนำในการทานเม็ดฟู่

วิตามินซีเม็ดฟู่หมายถึงวิตามินซีอยู่ในลักษณะของยาเม็ดฟองฟู่ (Effervescent) ซึ่งเป็นแบบอย่างเภสัชภัณฑ์ที่ดีไซน์มาให้ตัวยาหรือวิตามินกระจายตัวรวมทั้งปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในทันทีทันใดที่สัมผัสกับน้ำ แล้วแปลงเป็นสารละลาย (ซึ่งในที่นี้ก็คือวิตามินซี) โดยจะมีไม่เหมือนกันจากแบบอย่างยาเม็ดทั่วๆไป (Tablets)หมายถึงจำเป็นต้องนำเม็ดยามาละลายน้ำก่อน เมื่อเม็ดยาสัมผัสกับน้ำก็จะกำเนิดเป็นฟองฟู่ แล้วก็ก่อนกินทานจำต้องคอยให้ตัวยาละลายหมดก่อน ส่วนในบางบุคคลบางครั้งก็อาจจะท้องขึ้นแน่นท้องได้เพราะเหตุว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เสนอแนะให้ทานหลังรับประทานอาหารในทันที ก็จะช่วยลดอาการดังที่กล่าวมาแล้วได้

เครดิตฟรี
ส่วนต้นสายปลายเหตุที่นิยมนำวิตามินซีมาผลิตให้อยู่ในลักษณะของยาเม็ดฟองฟู่ ก็เพราะว่ายาลักษณะนี้มีจุดเด่นหลายแบบรวมทั้งเป็นต้นแบบที่เหมาะสมกับตัวยาหรือวิตามินที่มีปัญหาในด้านต่างๆยกตัวอย่างเช่น
ยาที่ไวต่อแสงสว่าง อากาศ แล้วก็ความชุ่มชื้น ตัวอย่างเช่น วิตามินซี หรือวิตามินต่างๆเพราะเหตุว่าโดยธรรมดามาตรฐานของยาเม็ดฟองฟู่จะมีความชุ่มชื้นได้ไม่เกิน 0.5% ด้วยเหตุนี้ ก็เลยเป็นแบบที่เหมาะสมกับยาหรือวิตามินที่ย่อยสลายได้ง่าย
ยาที่ซึมซับยากหรือมีฤทธิ์กัดเซาะทางเดินอาหาร เมื่อยาเม็ดฟองฟู่กระจายตัวอยู่ในรูปของสารละลายก็จะไม่ยุ่งยากต่อการซึมซับ ทำให้ตัวยาซับได้ในทันที และไม่หลงเหลือในทางเดินของกิน ยกตัวอย่างเช่น แคลเซียมคาร์บอเนต
ยาที่ไวประมือด-ด่าง อาทิเช่น กรดอะมิโน ยาปฏิชีวนะ ที่ถูกทำลายได้ง่ายในกระเพาะในภาวการณ์ที่เป็นกรดและไม่ถูกซับ ซึ่งสารละลายยาเม็ดฟองฟู่จะสามารถช่วยสำหรับปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ในกระเพาะชั่วครั้งชั่วคราว ก็เลยช่วยทำให้ยาหรือวิตามินถูกดูดซับได้มากขึ้น
ยาที่ใช้ในขนาดสูง เพราะเหตุว่ายาเม็ดฟองฟู่สามารถใส่ตัวยาได้ถึง 2,000 มก. ซึ่งเป็นขนาดที่ไม่เหมาะสมกับการสร้างในรูปของยาเม็ดทั่วๆไป
แต่ การสร้างยาเม็ดฟองฟู่จะมีความสลับซับซ้อนและก็ควรมีการสำรวจควบคุมประสิทธิภาพมากยิ่งกว่าการสร้างยาเม็ดทั่วๆไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมความชุ่มชื้นที่จำเป็นต้องควบคุมทุกกระบวนการผลิต การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่จำต้องคุ้มครองป้องกันแสงสว่างและก็ความชุ่มชื้นเจริญ รวมทั้งยังจำเป็นจะต้องมีการแต่งกลิ่นรสให้ออกมาดีด้วย เพราะว่าถ้าเกิดตัวยามีรสไม่ดีจะมีผลต่อการร่วมมือสำหรับในการใช้ยาได้ โดยเหตุนี้ก็เลยทำให้ยาหรือวิตามินในชนิดเม็ดฟู่ชอบแพงสูงขึ้นมากยิ่งกว่ายาแบบเป็นเม็ดทั่วๆไป โดยเหตุนี้ ก่อนเลือกซื้อยาหรือวิตามินซีเม็ดฟู่ทุกคราวก็ควรที่จะทำการเลือกซื้อจากบริษัทที่เชื่อถือได้ มีความน่าไว้วางใจ ผ่าน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา รวมทั้งมีแบบอย่างบรรจุภัณฑ์ที่ดูดีตามมาตรฐานด้วย
วิตามินซีเม็ดฟู่เหมาะสมกับใครกันแน่บ้าง ?
คนที่ไม่ได้อยากต้องการทานหรือเปล่าสบายทานยาชนิดเม็ด
ผู้มีปัญหาสำหรับการกลืนเม็ดยาหรือเปล่าสามารถกลืนเม็ดยาขนาดใหญ่ได้
คนวัยชราที่มีปัญหาเรื่องท้องผูก หรือเกี่ยวกับการดูดซึม ซึ่งคนพวกนี้จะเหมาะอย่างยิ่ง
คนที่เบื่อหรือต้องการแปรไปกินวิตามินซีในแบบอย่างอื่นๆบ้าง โดยจะผสมกับน้ำหรือกับน้ำผลไม้ก็ได้ เนื่องจากไม่เป็นผลอะไร แม้กระนั้นเวลาทานจำเป็นต้องรอคอยให้ฟองละลายหมดก่อน
วิตามินซีแบบเม็ดฟู่
IMAGE SOURCE : 123RF
วิตามินซีเม็ดฟู่ให้คุณประโยชน์แตกต่างจากแบบเม็ดไหม ?
จากการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยพบว่า อีกทั้งวิตามินซีแบบเป็นเม็ด แคปซูล เยลลี่ แบบน้ำ แบบผงละลายน้ำ หรือแบบเม็ดฟองฟู่ละลายน้ำ พบว่าให้ผลดีได้ไม่มีความต่างกัน ร่างกายสามารถได้รับวิตามินซีเสมอกัน ฉะนั้น การเลือกกินในแบบอย่างไหนก็เลยขึ้นกับความสบายรวมทั้งความเหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลมากยิ่งกว่า ดังเช่น แม้เป็นคนที่มีปัญหาประเด็นการซับหรือมีปัญหาการกลืนเม็ดยาก็ควรที่จะเลือกเป็นแบบผงละลายน้ำหรือเม็ดฟองฟู่ละลายน้ำ

สล็อต
ประโยช์จากวิตามินซีมีอะไรบ้าง ?
วิตามินซี (Vitamin C) เป็นสารที่มักพบในผักรวมทั้งผลไม้ ตัวอย่างเช่น ส้ม กีวี่ เลม่อน พลัม มะเขือเทศ สตรอว์เบอร์รี่ สับปะรด มะละกอ บร็อคโคลี่ พริกไทย พริกหวาน กะหล่ำดอก มันฝรั่ง อื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งในเนื้อสัตว์ ตับสัตว์ โดยหลักๆแล้ววิตามินซีจะมีสาระดังต่อไปนี้
ช่วยทุเลาอาการหวัด วิตามินซีสามารถช่วยทำให้หายจากอาการหวัดได้เร็วขึ้นและก็ลดความร้ายแรงของหวัดให้ลดน้อยลงได้ (ถ้าทานวิตามินซีเสริมวันละ 1,000-3,000 มก.ในตอนที่ป่วยไข้) ส่วนการกินเพื่อคุ้มครองการเป็นหวัดยังไม่มีข้อมูลแจ่มแจ้ง แล้วก็นอกจากโรคไข้หวัดแล้ว วิตามินซียังบางทีอาจช่วยลดช่วงเวลาการเจ็บป่วยจากการรับเชื้ออื่นๆได้ด้วย ได้แก่โรคปอดอักเสบ โรคปวดบวม ฯลฯ
วิตามินซีช่วยเสริมภูมิต้านทาน จากการเรียนพบว่าวิตามินซีมีส่วนช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาวของร่างกาย ทั้งยังยังช่วยเสริมความแข็งแรงรวมทั้งคุ้มครองความทรุดโทรมของเม็ดเลือดขาวที่มีต้นเหตุมาจากสารอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ได้ด้วย ซึ่งจุดสำคัญของเม็ดขาวก็คือมันเป็นสารภูมิต้านทานหรือแอนติบอดี้ (Antibody) ของร่างกายขอรับ โดยจะมีบทบาทสำหรับในการต้านและก็กำจัดเชื้อโรคต่างๆที่ไปสู่ร่างกาย เมื่อเม็ดเลือดขาวทำลายเชื้อปะปนเสร็จ เม็ดเลือดขาวแล้วก็ระบบภูมิต้านทานก็จะจำแนวทางการสำหรับการสนองตอบต่อเชื้อโรคประเภทนั้นๆทำให้ระบบภูมิต้านทานแข็งแรงขึ้น ซึ่งบางทีอาจช่วยลดความร้ายแรง ลดการเสี่ยงต่อการรับเชื้อหรือการป่วยจากเชื้อจำพวกเดิมๆซ้ำได้นั่นเองนะครับ
วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ซึ่งจะช่วยคุ้มครองป้องกันร่างกายจากอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นมาจากขั้นตอนสันกระบี่ภายในร่างกาย หรือมีต้นเหตุมาจากมลภาวะสภาพแวดล้อมรอบข้างพวกเราได้ โดยจะช่วยต้านแล้วก็ลดระดับของสารอนุมูลอิสให้ลดลง เมื่อสารอนุมูลอิสระลดน้อยลงแล้วก็กลับมาอยู่ในระดับธรรมดา ร่างกายก็จะมีความสมดุลมากเพิ่มขึ้น การเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคต่างๆก็จะลดลง
ช่วยลดการกำเริบและก็ช่วยทำให้ลักษณะของภูมิแพ้ดียิ่งขึ้น แม้ทานวิตามินซีวันละ 2,000 มก. นานโดยประมาณ 1 ข้างขึ้นไป
วิตามินซีปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวช่วยสำหรับในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเยื่อเกี่ยวกับผิวหนังรวมทั้งของเส้นโลหิตให้แข็งแรง ไม่เปราะ ยืดหยุ่นได้ดิบได้ดี ส่งผลช่วยชะลอความแก่และก็ลดการเกิดริ้วรอยที่วัย รวมทั้งช่วยรักษาแผลให้หายเร็วขึ้นและก็รักษาสุขภาพเยื่อต่างๆภายในร่างกายด้วย
ช่วยคุ้มครองป้องกันและก็รักษาการขาดวิตามินซี (โรคลักปิดลักเปิด) ซึ่งอาการที่แสดงได้ชัดแจ้งที่สุด เป็นมีเลือดไหลตามไรฟัน
ช่วยคุ้มครองปกป้องโรคที่เกิดขึ้นและมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา ตัวอย่างเช่น ต้อหิน ต้อกระจก ตาบอดทันควัน เนื่องจากวิตามินซีสามารถช่วยปกป้องรักษาเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆดังเช่นว่า ควันจากบุหรี่ แสงสว่างอุลตร้าไวโอเลต ที่เป็นแรงกระตุ้นให้กำเนิดโรคได้
ช่วยเพิ่มแรงต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการไปช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นสำหรับเพื่อการควบคุมระดับคอเรสเตอรอคอยล ภายในร่างกาย
ช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างขาวใสขึ้น ถ้าทานวันละ 2,000 มก. ด้วยเหตุว่าวิตามินซีช่วยลดการผลิตเม็ดสี ช่วยคุ้มครองป้องกันการปองร้ายผิวจากอนุมูลอิสระแล้วก็แสงอาทิตย์ แต่ว่าความขาวขึ้นจะเป็นไปไม่ได้ขาวมากไปกว่าระดับสีผิวเดิมของคนๆนั้น และก็ความขาวใสที่เกิดขึ้นจำเป็นที่จะต้องประพฤติอันอื่นร่วมด้วย เป็นต้นว่า การคุ้มครองแสงตะวันอย่างสม่ำเสมอด้วยการทาโลชั่นที่มีไว้สำหรับป้องกันแดดหรือเลี่ยงแดด
แนวทางเลือกวิตามินซีเม็ดฟู่

สล็อตออนไลน์
เลือกวิตามินซีเม็ดฟู่แบบไหนดี ?
วิธีการสำหรับเลือกซื้อวิตามินซีเม็ดฟู่ควรที่จะทำการเลือกซื้อแบรนด์ที่มีความน่าวางใจเป็นหลัก บรรจุภัณฑ์ดูดีตามมาตรฐาน รวมทั้งที่สำคัญต้องมีข้อมูลสำคัญที่แน่ชัด ดังเช่นว่า เลขที่เขียนแจ้ง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, วันเดือนปีที่ผลิตรวมทั้งหมดอายุ, มีกำหนดสถานที่ผลิต และก็กำหนดจำพวกของวิตามินซีให้ชัดแจ้งว่าเป็นจำพวกไหน ถ้าไม่เจาะจงประเภทส่วนตัวแพทย์เองจะไม่เลือก เพราะเหตุว่าไม่มีอะไรประกันว่าจะได้รับวิตามินซีนั้นใช่หรือไม่ ดังนี้ก็เพื่อให้มีความปลอดภัยแล้วก็ให้มั่นอกมั่นใจได้ว่าร่างกายจะได้รับคุณประโยชน์จากวิตามินซีเต็มๆ
ถ้าหากจะให้ดีเยี่ยมเพิ่มขึ้นวิตามินซีเม็ดฟู่ที่เลือกซื้อควรจะมีส่วนประกอบอื่นๆที่จำเป็นต้องกับสถานการณ์โอบล้อมทั้งยังเชื้อโรค ฝุ่นละอองควัน แล้วก็อากาศที่เปลี่ยนบ่อยมากในขณะนี้ด้วย ซึ่งหนึ่งในซึ่งก็คือซิงค์หรือแร่สังกะสี (Zinc) นะครับ โดยเป็นแร่สำคัญที่ร่างกายอยากได้ในจำนวนน้อยแม้กระนั้นไม่สามารถที่จะขาดได้เลย เพราะว่าเป็นองค์ประกอบของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีภายในร่างกายมากยิ่งกว่า 200 ประเภท ที่ช่วยทำให้ร่างกายดำเนินการได้อย่างปกติ ซึ่งรวมทั้งการส่งเสริมระบบภูมิต้านทานของร่างกายด้วย ส่วนข้อมูลตามงานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยเกี่ยวกับซิงค์พบว่า
จากการศึกษาเล่าเรียนในปี 1996 พบว่าการใช้ซิงค์สำหรับการรักษาหวัดในผู้เจ็บป่วย 100 ราย พบว่า คนที่ใช้ซิงค์มีลักษณะอาการหวัด (ไอ ปวดศีราะ เจ็บคอ คัดจมูก) ดียิ่งขึ้นด้านใน 4.4 วัน เมื่อเทียบกับผู้ใช้ยาหลอกที่จะมีลักษณะดียิ่งขึ้นใน 7.6 วัน แต่ว่าช่วงเวลาการหายจากการเป็นไข้ ปวดกล้าม แล้วก็การจามของอีกทั้ง 2 กรุ๊ปไม่ต่างอะไรกัน
ใน Cochrane Review (updated in 2013) ได้กระทำสรุปงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยจำพวก Randomized Controlled Trials ปริมาณ 18 เรื่อง พบว่า ซิงค์สามารถช่วยยั้งการเพิ่มปริมาณของเชื้อไวรัสได้ (Inhibits Replication of the Virus) ก็เลยทำให้หวัดหายเร็วขึ้นเมื่อใช้เมื่อเริ่มมีลักษณะอาการด้านใน 1 วันแล้วก็ใช้ในขนาดมากยิ่งกว่าวันละ 75 มก.
การค้นคว้าในปี 2010 ที่ได้เรียนกลไกการออกฤทธิ์ของซิงค์แล้วพบว่า เมื่อซิงค์มีจำนวนมากขึ้นในเซลล์จะสามารถยั้ง RNA-dependent RNA polymerases และก็ยั้งโปรตีนอีกหลากหลายประเภทที่เชื้อไวรัสจะต้องใช้สำหรับในการเพิ่มได้ นอกเหนือจากนั้นซิงค์ยังช่วยให้ระบบภูมิต้านทานดำเนินงานก้าวหน้าขึ้น โดยทำให้เกิดการผลิต Cytokine และก็ควบคุมแนวทางการทำงานของเซลล์ภูมิต้านทาน (Immune Cell)[NPC4]
ข้อเสนอสำหรับในการทานวิตามินซีแบบเม็ดฟู่
โดยธรรมดาแล้วถ้าหากคุณไม่มีโรคประจำตัวอะไรรวมทั้งต้องการทานวิตามินซีเพื่อเสริมภูมิต้านทาน หมอก็ชี้แนะให้ทานวันละ 1,000 มก.ขอรับ เนื่องจากขนาดวันละ 500 มก.บางทีอาจน้อยเกินไปกับสภาพการณ์ในตอนนี้ที่เกือบจะตลอดปีจะปัญหาด้านของฝุ่นละอองควัน PM2.5 ประเทศที่มีความสะอาดน้อย มีเชื้อโรคมากมาย มีอัตราการเป็นโรคติดต่อทางลมหายใจที่เยอะขึ้นเรื่อยๆเรื่อยในขณะนี้ รวมทั้งอากาศที่ค่อนจะเปลี่ยนหลายครั้งเกือบจะตลอดทั้งปี แพทย์ก็เลยเสนอแนะให้เพิ่มขนาดการทานวิตามินซีเป็นวันละ 1,000 มก.ครับผม
ในการทานวิตามินซีแบบเม็ดฟู่ก็ไม่ยากครับผม ตระเตรียมน้ำเย็น 1 แก้ว ใส่เม็ดฟู่ใส่ลงไปในแก้ว คอยให้ตัวยาละลายจนถึงหมดแล้วกินได้เลย หรือหากรีบๆจะผสมในขวดน้ำ 600 มิลลิลิตร ครึ่งขวดก็ได้นะครับ
วิตามินซีแบบเม็ดฟู่ที่มีขายอยู่ในตลาดนั้นมีหลายแบบ มีสูตรที่ผสมซิงค์ในจำนวนพอดี ราคาคุ้ม เฉลี่ยต่อเม็ดไม่นับว่าแพงขอรับ ราวๆเม็ดละ 10 บาท ส่วนรสอร่อยมากแบบรับประทานแล้วติดเลย รสราวกับน้ำส้มผสมน้ำโซดาซ่าๆเป็นรสที่ดื่มง่ายขอรับ รับประทานแล้วรู้สึกมีชีวิตชีวาดี
วิตามินซียิ่งทานทีละจำนวนมากจะยิ่งดูดซับได้ลดลง ยกตัวอย่างเช่น ทานทีละ 500 มก. ร่างกายซึมซับได้ 63% แต่ว่าหากทานทีละ 1,250 มก.จะซับได้เพียงแค่ 46% ด้วยเหตุผลดังกล่าวเสนอแนะให้ทานแต่ละครั้งไม่สมควรเกิน 1,000 มก. เป็นเลือกทานแบบเม็ดละ 1,000 มก.ไปเลยก็ได้ ทั้งยังยามเช้ารวมทั้งเย็นพอดี เนื่องจากว่าวิตามินซีส่วนใหญ่ที่ขายกันอยู่ก็เป็นขนาดเม็ดละ 1,000 มก.อยู่แล้ว ประกอบกับราคาต่อเม็ดของวิตามินซีระหว่าง 500 กับ 1,000 มก.ก็แทบจะไม่ต่างอะไรกันนัก
การทานวิตามินซีหลังรับประทานอาหารตอนเช้าร่างกายจะได้ประโยชน์สูงสุด เพราะเหตุว่าวิตามินซีจะช่วยออกฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระได้อย่างมากระหว่างวัน รวมทั้งร่างกายสามารถขับออกทางฉี่ด้านใน 4-6 ชั่วโมง ทำให้ไม่มีการตกค้างในกระเพาะปัสสาวะ (แม้ทานก่อนนอนและไม่ได้ลุกไปฉี่บางทีอาจมีการสะสมรวมทั้งรวมกลุ่มกับแคลเซียมแปลงเป็นนิ่วได้ ส่วนการกินก่อนกินอาหารก็อาจจะส่งผลให้แสบท้องได้ แม้กระนั้นหากเป็นวิตามินซีแบบเม็ดฟู่จะไม่มีปัญหาหัวข้อนี้ เป็นจะรับประทานก่อนหลังก็ไม่มีปัญหาครับผม)
วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ จะไม่สะสมภายในร่างกาย สามารถทานได้อย่างสม่ำเสมอ ปลอดภัย ถ้าเกิดไม่มีโรคประจำตัว[NPC5]

ประโยชน์ของต้นผักหนาม

สมุนไพรผักหนาม มีชื่อเรียกอื่นว่า กะลี (มลายู, จังหวัดนราธิวาส), บอนหนาม (ไทลื้อ, ขมุ), ผะตู่โปล่ เฮาะตู่ลุก (กะเหรี่ยงจังหวัดเชียงใหม่), ด่อแกงเล่อ (ปะหล่อง), บ่อนยิ้ม (เมี่ยน), บ่ะหนาม (ลั้วะ), หลั่นฉื่อโก จุยหลักเท้า (จีนแต้จิ๋ว) ฯลฯ1,5,9

เครดิตฟรี
รูปแบบของผักหนาม
ต้นผักหนาม จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุก แก่นับเป็นเวลาหลายปี ลำต้นมีลักษณะเป็นเหง้าแข็งอยู่ใต้ดินทอดเลื้อย ทอดขนานกับพื้นดิน ตั้งชันแล้วก็โค้งลงบางส่วน ยกยอดขึ้น ลำต้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 4-5 ซม. รวมทั้งยาวได้ราวๆ 75 ซม. ตามลำต้นมีหนามแหลม แพร่พันธุ์ด้วยแนวทางเพาะเม็ด มีเขตผู้กระทำระจายประเภทในประเทศอินเดีย ทางตอนใต้ของเมืองจีน เอเซียอาคเนย์ถึงอินโดนีเซีย ในประเทศเจอได้ตามแหล่งธรรมชาติทั่วทุกภาค ถูกใจดินร่วนซุย ความชุ่มชื้นมากมาย รวมทั้งแสงอาทิตย์แบบเต็มวัน มักขึ้นในที่เฉอะแฉะมีน้ำขัง ตัวอย่างเช่น ตามชายน้ำ ขอบคู ลำคลอง หนอง บ่อน้ำ ตามร่องน้ำในสวน หรือรอบๆดินโคลนที่มีน้ำขัง
ภาพผักหนาม
ต้นผักหนาม
เหง้าผักหนาม
ใบผักหนาม ใบเป็นใบคนเดียว ออกเรียงสลับ รูปแบบของใบเป็นรูปลูกศรหรือรูปโล่ ปลายใบแหลม ขอบของใบเรียบแล้วก็หยักเว้าลึกเป็น 9 พู รอยเว้ามักลึกแทบถึงเส้นกึ่งกลางใบ ใบมีขนาดกว้างมากยิ่งกว่า 25 ซม. รวมทั้งยาวโดยประมาณ 30-40 ซม. มีหนามแหลมตามเส้นใบข้างล่างรวมทั้งตามก้านใบ ใบอ่อนม้วนเป็นแท่งกลม ก้านใบมีลักษณะเป็นทรงกระบอกยาวแล้วก็แข็ง โดยมีความยาวราว 40-120 ซม.
ใบผักหนาม
กะลี
ดอกผักหนาม มีดอกเป็นช่อเชิงลด ลักษณะเป็นทรงกระบอก เป็นแท่งยาวขนานพอๆกับใบ โดยประมาณ 4 ซม. แทงออกมาจากกาบใบ ก้านช่อดอกมีหนามและก็ยาวได้ถึง 75 ซม. มีดอกย่อยอัดกันแน่นเป็นดอกแบบบริบูรณ์เพศ ใบประดับประดาเป็นกาบสีน้ำตาลปนเขียวถึงสีม่วง กาบห่อม้วนบิดเป็นเกลียวตามความยาวของกาบ มีความยาวได้ถึง 55 ซม. ดอกเป็นช่อดอกแบบแท่ง Spadix ช่อดอกเป็นสีน้ำตาล ดอกเพศผู้จะมีจำนวนไม่น้อยและก็อยู่ตอนบน ส่วนดอกเพศภรรยาจะมีปริมาณน้อยกว่ารวมทั้งอยู่ตอนล่าง จะมีดอกในตอนโดยประมาณพฤษภาคมถึงมิถานายน
รูปผักหนาม

สล็อต
ดอกผักหนาม
ผลผักหนาม ผลมีลักษณะเรียงชิดกันแน่นเป็นแท่งทรงกระบอก ได้ผลสำเร็จสด ครึ้ม และก็เหนียว ผลอ่อนเป็นสีเขียวมีเนื้อนุ่ม เมื่อแก่แล้วจะกลายเป็นสีเหลืองปนแดง จะสำเร็จในตอนโดยประมาณมิถานายนถึงสิงหาคม
ผลผักหนาม
รูปผลผักหนาม
คุณประโยชน์ของผักหนาม
ตำราเรียนยาไทยจะใช้อีกทั้งต้นเป็นยาแก้เยี่ยวทุพพลภาพ ส่วนในประเทศอินเดียจะใช้ทั้งยังต้นเป็นยาพาราท้อง ปวดตามข้อรวมทั้งโรคไม่ดีเหมือนปกติเกี่ยวกับไส้ ใช้น้ำคั้นจากต้นเป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร รวมทั้งใช้ลำต้นแล้วก็ผลเป็นยาแก้อาการเปลี่ยนไปจากปกติเกี่ยวกับคอ
ชาวไทใหญ่จะใช้อีกทั้งต้นรวมกับไม้เปาและก็ไม้จะลาย นำไปต้มอาบแล้วก็ดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง แก้ลักษณะของการปวดเมื่อยล้า
ลำต้นผักหนาม มีรสเผ็ดชา ใช้เป็นยาแก้ไอ แก้หิวน้ำ ขับเสลด ขับเยี่ยว แก้ฉี่เหลืองหรือแดง ผิวหนังเปื่อยยุ่ยเป็นหนอง ใช้ต้มเอาน้ำอาบแก้อาการคันเหตุเพราะพิษฝึกหัด เหือด ไข้เกิดผื่น ผ่องใส ดำแดง ทำให้ผื่นหายเร็ว แล้วก็ใช้เป็นยาทำลายพิษ บ้างใช้ลำต้นแห้งทำเป็นยารักษาโรคผิวหนัง
ตำรับยาแก้ผิวหนังเน่าเรื้อรัง เท้าเน่า หรือหัวเน่าเป็นแผลเรื้อรัง ให้ใช้ลำต้นผักหนามนำต้มเอาน้ำล้างหรือบดให้เป็นผุยผงแล้วเอามาทาบริเวณที่เป็น
เหง้าใช้เป็นยาขับเสลด แก้ไอ ใช้ต้มกับน้ำอาบแก้คันเพราะพิษฝึกฝน เหือด สุกปลั่ง ดำแดง และก็โรคผิวหนัง บ้างใช้เหง้าฝนกับน้ำดื่มเป็นยาถ่ายพยาธิ (เหง้า)
รากใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้เจ็บคอ ส่วนอีกข้อมูลเจาะจงให้ใช้รากต้มกับน้ำให้เด็กอ่อนอาบ แก้ลักษณะการเจ็บคอ
รากและก็ใบมีคุณประโยชน์เป็นยาขับเสลด
ใบผักหนามใช้เป็นยาพาราท้อง แก้ไอ ส่วนในศรีลังกาจะใช้ใบเป็นยาพาราท้องแล้วก็ลักษณะของการปวดอื่นๆใช้ก้านใบบดให้เหลวแล้วก็ค่อยนำไปให้โคกเลื่องลือรับประทานทีละน้อยๆเป็นยาแก้อาการแตกต่างจากปกติเกี่ยวกับคอ
ขนาดแล้วก็วิธีการใช้ : การเก็บยาให้เก็บลำต้นในฤดูร้อนแล้วก็ล้างให้สะอาด แล้วก็ค่อยนำไปตากแห้งหรือหั่นเป็นแผ่นตากแห้งเก็บไว้ใช้ (ลักษณะยาที่ดีจะรสเผ็ดชา ต้นที่เก็บควรมีลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอก เปลือกสีน้ำตาลเทา มีข้อเป็นปุ่ม ตะปุ่มตะป่ำมีหนามแข็ง แต่ละข้อห่างกันโดยประมาณ 6-7 ซม. มีรากฝอยม้วนม้วนเข้าไปที่โคนก้านใบ เนื้อในเป็นสีเทาหรือสีชมพู มีแป้งมากมาย และก็มีจุดสีน้ำตาลเล็กๆอยู่ทั่วๆไป) โดยให้ใช้ลำต้นแห้งโดยประมาณ 10-15 ต้มกับน้ำดื่ม ส่วนการใช้ด้านนอกให้นำไปต้มเอาน้ำล้างหรือบดเป็นผุยผงทาบริเวณที่เป็น

สล็อตออนไลน์
ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากผักหนาม
ยอดอ่อน ใบอ่อน และก็ดอกอ่อนผักหนามมีรสจืดชืด (หากนำไปดองจะมีรสเปรี้ยว) สามารถเอามากินเป็นผักได้ โดยเอามาลวกหรือต้มกับน้ำกะทิ หรือใช้ทำผักดองแกล้มแกงไตปลารวมทั้งขนมจีน กินร่วมกับน้ำพริก หรือนำไปผัด ปรุงเป็นแกง อย่างแกงส้ม แกงไตปลา ฯลฯ โดยค่าทางโภชนาการของผักหนามใน 100 กรัม จะประกอบไปด้วย พลังงาน 18 แคลอรี, โปรตีน 2.1 กรัม, ไขมัน 0.2 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 2.0 กรัม, ใยอาหาร 0.8 กรัม, ขี้เถ้า 0.8 กรัม, วิตามินเอ 6,383 หน่วยสากล, วิตามินบี 1 0.92 มก., วิตามินบี 2 0.04 มก., วิตามินบี 3 0.91 มก., วิตามินซี 23 มก., แคลเซียม 14 มก., ธาตุเหล็ก 0.9 มก. และก็ธาตุฟอสฟอรัส 11 มก.
ก้านใบอ่อนใช้ต้มรับประทานกับน้ำพริก
ในประเทศอินเดียจะใช้ผลผักหนามปรุงเป็นของกิน
ลำต้นเอามาสับเป็นชิ้นเล็กๆใช้ผสมในข้าวสาร แล้วก็ค่อยนำไปหุง จะช่วยเพิ่มปริมาณ
ก้านแล้วก็ใบใช้เป็นของกินสำหรับเลี้ยงโคกเลื่องลือ (เอามาตำกับเกลือให้โคกเลื่องลือรับประทาน) ทำให้เจ้าเนื้อบริบูรณ์ เนื่องจากว่าผักหนามมีฮอร์โมนบางจำพวกและก็สารบางตัวที่มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการต้านทานเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งจะช่วยสำหรับเพื่อการเกื้อหนุนระบบภูมิต้านทานโรคได้อีกทางหนึ่ง
นักค้นคว้าจากแผนกเกษตรศาสตร์ ม.อบ. ได้มีการทดสอบนำผักหนาม โดยใช้ส่วนของก้านแก่และก็ใบแก่ (จำนวนร้อยละ 0.5) มาบดผสมลงไปในของกินเลี้ยงไก่ เมื่อเทียบผลกับการใช้อาหารสัตว์ที่มีการผสมยาปฏิชีวนะ ผลของการทดสอบพบว่า ไก่มีน้ำหนักตัวมากขึ้น โดยที่จำนวนของกินที่รับประทาน อัตราการเพิ่มน้ำหนัก แล้วก็อื่นๆไม่มีความแตกต่างกับการใช้ยาปฏิชีวนะ นอกจากทุนด้านค่าของกิน (เมื่อคิดต่อการเพิ่มน้ำหนักตัวไก่แล้ว การใช้ผักหนามมีต้นทุนต่ำยิ่งกว่าการใช้ยาปฏิชีวนะ) แต่ว่าเมื่อเพิ่มปริมาณเป็นปริมาณร้อยละ 1.5 โดยใช้ลำต้นแล้วก็รากผักหนามแทน จะเห็นได้ชัดว่า ผักหนามได้ผลดีมากกว่ายาปฏิชีวนะ เนื่องจากน้ำหนักตัวของไก่มากขึ้นมากยิ่งกว่าไก่ที่เลี้ยงด้วยของกินที่ผสมยาปฏิชีวนะเกือบจะ 20% และก็มีการรับประทานอาหารได้มากกว่า แต่แรกเริ่มทุนค่าของกินก็ยังต่ำยิ่งกว่าการใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งเหมาะสมกับอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่อย่างใหญ่โต
ยอดอ่อนผักหนาม

jumboslot
ผักหนามต้ม
ข้อควรตรึกตรอง : ใบ ก้านใบ รวมทั้งต้นผักหนามมีสารไซยาโนเจนิกไกลโคไซด์ (Cyanogenic. Glycosides) ที่สามารถกลายเป็นไซยาไนด์ (พิษประเภทหนึ่ง) ได้ โดยเป็นพิษที่ออกฤทธิ์ต่อระบบการไหลเวียนของโลหิต เมื่อได้รับพิษหรือกินเข้าไปดิบๆจะก่อให้อ้วก กล้ามดำเนินการไม่ผสานกัน กล้ามเมื่อยล้า กล้ามกระตุก หายใจติดขัด งุนงง ไม่รู้ตัว ชักก่อนที่จะสลบ มีลักษณะขาดออกสิเจน ตัวเขียว หากได้รับมากมายจะก่อให้รุนแรงด้านใน 10-15 นาที แล้วก็เสียชีวิตได้ เมื่อได้รับพิษจำเป็นจะต้องทำให้อ้วกออกมา แล้วรีบนำส่งโรงหมอเพื่อทำความสะอาดโดยการล้างท้อง ด้วยเหตุผลดังกล่าวก่อนเอามากินจำเป็นจะต้องนำไปทำให้สุกหรือดองเปรี้ยวเพื่อกำจัดพิษไซยาไนด์ซะก่อน

slot

สรรพคุณและประโยชน์ของต้นพังแหร

สมุนไพรพังทลายแหร มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า ปอ (จังหวัดเชียงใหม่), พังทลายแหร (แพร่), พังทลายแหรใหญ่ พังทลายเอ็งรใหญ่ ตายไม่ทันชรา (จังหวัดยะลา), ขางปอยป่า ปอแฟน ปอหู ปอแหก ปอแฮก (ภาคเหนือ), ตะคาย (ภาคกึ่งกลาง), ปะดัง (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), กีกะบะซา บาเหลวอางิงิ (มลายู จังหวัดนราธิวาส), พังทลายอีแร้, พังทลายอีแหร, ปอแต๊บ (ไทลื้อ), ด่งมั้ง (ม้ง), กะเทยถ่ายต้า (ขมุ), ไม้เท้า (ลั้วะ)ฯลฯ

เครดิตฟรี
รูปแบบของพังทลายแหร
ต้นพังทลายแหร จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดเล็กถึงขั้นกึ่งกลาง มีความสูงได้ราวๆ 4-12 เมตร เป็นไม้เนื้ออ่อนโตเร็ว เรือนยอดโปร่งเป็นพุ่มไม้แผ่กว้าง กิ่งไม้ออกในแนวขนานกับพื้นดิน ปลายกิ่งทางลง ตามกิ่งอ่อนมีขนงอกปกคลุม เปลือกต้นเป็นสีเขียวอมเทาอ่อนหรือน้ำตาล ผิวบางเรียบหมดจดหรือมีรอยแตกตามทางยาวบางๆแล้วก็มีรูอากาศมากมาย ส่วนเปลือกชั้นในเป็นสีเขียวสด มีเขตผู้กระทำระจายประเภทในแถบเอเซียอาคเนย์ จีน ประเทศญี่ปุ่น โมลัคคาล์ นิวกินี แล้วก็ประเทศเขตร้อนในทวีปแอฟริกา ส่วนในประเทศไทยพบมากขึ้นดังที่โล่งแจ้ง ป่าเบญจพรรณ รวมทั้งตามป่าเขาดงดิบ ที่ระดับความสูง 600-1,500 เมตร
ต้นพังทลายแหร
ต้นพังทลายแหรใหญ่
เปลือกต้นพังทลายแหร
ใบพังทลายแหร ใบเป็นใบคนเดียว ออกเรียงสลับ รูปแบบของใบเป็นรูปไข่ปนรูปใบหอก รูปขอบขนาน หรือรูปไข่ปนรูปหัวใจ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเบี้ยวไม่สมมาตรกัน ส่วนขอบของใบจะแบบเป็นฟันเลื่อยละเอียด ใบมีขนาดกว้างราวๆ 3-5 ซม. แล้วก็ยาวราวๆ 7-12 ซม. ยอดอ่อนมีขนสีเงินขึ้นหนาแน่น ผิวใบสากคาย ส่วนใบแก่ข้างบนมีขนหยาบคายขึ้นเรี่ยราย ส่วนข้างล่างเป็นสีเขียวอมเทาเป็นหย่อมแน่นๆผสมปนเปกับขนสีเงินที่ยาวกว่า เส้นใบออกมาจากฐานใบ 3-5 เส้น ทอด 1/2-3/4 ตามแนวยาวของใบ เส้นใบข้างโค้งมากมาย มี 4-8 คู่ ก้านใบยาวโดยประมาณ 0.4-1.7 ซม. มีร่องรวมทั้งมีขนงอกหนาแน่น มักมีประสีชมพูหรือม่วง มีหูใบเป็นรูปหอก ขนาดราว 2.6 มม. ไม่เชื่อมกัน
ใบพังทลายแหร

สล็อต
ใบพังทลายแหรใหญ่
ดอกพังทลายแหร มีดอกเป็นช่อสั้นๆเป็นกลุ่มตามซอกใบ ดอกย่อยมีขนาดเล็กสีขาวอมเขียว โดยจะมีขนาดราวๆ 0.3 ซม. ดอกเพศผู้รวมทั้งดอกเพศภรรยาจะอยู่บนต้นเดียวกัน แต่ว่าแยกช่อ โดยดอกเพศผู้จะมีปริมาณดอกมากยิ่งกว่า 20 ดอก ส่วนช่อดอกเพศภรรยาจะมีดอกราว 15-20 ดอก ดอกย่อยมีกลีบรวม 5 กลีบ มีขน ดอกเพศผู้ช่อแน่นแล้วก็แตกกิ่งก้านสาขายาวได้ถึง 2.5 ซม. ดอกมักเป็นคู่ มีก้านของช่อด้านล่างโค้งลง ชั้นกลีบเลี้ยงแยกเป็น 4-5 พู ไม่ทับกัน ขนาดโดยประมาณ 1.5 มม. ดอกมีเกสรเพศผู้อยู่ตรงกันข้ามกับพูกลีบเลี้ยง 4-5 อัน ส่วนดอกเพศภรรยาก็คล้ายคลึงกัน แต่ว่าช่อจะโปร่งกว่า มีเกสรเพศเมียแยก 2 กิ่ง รังไข่ไร้ก้านยก
ดอกพังทลายแหร
ดอกพังทลายแหรใหญ่
ผลพังทลายแหร ผลสำเร็จสด มีลักษณะกลมแข็ง มีขนาดกว้างราวๆ 2-4 มม. แล้วก็ยาวราว 3-5 มม. ผลเป็นสีเขียวเข้ม เมื่อสุกแล้วจะกลายเป็นสีดำหรือสีม่วงดำ มีชั้นกลีบเลี้ยงติดที่ฐาน และก็ปลายเกสรเพศเมียติดอยู่กับยอดผล เนื้อข้างในบาง ชั้นห่อเม็ดแข็ง มีเม็ดเพียงแค่ 1 เม็ด ส่วนก้านผลมีความยาวโดยประมาณ 0.3 ซม. จะมีดอกแล้วก็ติดผลในตอนราวมีนาคมถึงส.ค.
ผลพังทลายแหร
ผลพังทลายแหรใหญ่

สล็อตออนไลน์
คุณประโยชน์ของพังทลายแหร
แก่นหรือรากใช้ฝนกับน้ำดื่มเป็นยาเย็น แก้อาการร้อนในอยากดื่มน้ำ (แก่น, ราก)
เปลือกต้นแล้วก็ใบใช้เป็นยาแก้ไข้ไข้จับสั่น ทุเลาลักษณะของการปวดกล้ามรวมทั้งกระดูก (เปลือกต้นแล้วก็ใบ)
ลำต้นรวมทั้งกิ่งใช้เป็นยาชงแก้ไข้ ใช้กลั้วปากแก้ลักษณะของการปวดฟัน (ลำต้นและก็กิ่ง)
แบบเรียนยาไทยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จะใช้เปลือกต้นเอามาบดอมไว้ราวๆ 30 นาที เป็นยาแก้ปากเปื่อยยุ่ย (เปลือกต้น)
ผลแล้วก็ดอกใช้ทำเป็นยาชงสำหรับเด็ก เพื่อรักษาหลอดลมอักเสบ ปวดบวม เยื่อห่อหุ้มปอดอักเสบ (ผลรวมทั้งดอก)
เปลือกต้นใช้เป็นยาแก้บิด ถ่ายพยาธิ (เปลือกต้น)
น้ำสุกจากใบใช้เป็นยาขับพยาธิตัวกลม (ใบ)
ที่ประเทศในทวีปแอฟริกาจะใช้รากพังทลายแหรเป็นยาแก้เยี่ยวเป็นเลือด แก้เลือดไหลที่กระเพาะและก็ไส้ รวมทั้งใช้เป็นยาสมานแผล (ราก)

jumboslot
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของพังทลายแหร
ลำต้นและก็เปลือกรากพังทลายแหร เจอสาร decussatin, decussating glycosides, lupeol, methylswertianin, p -hydroxybenzoic acid, sweroside, scopoletin, (-)-epicatechin ส่วนเปลือกต้นพังทลายแหรเจอสาร simiarenone, simiarenol, episimiarenol, (-)-ampelopsin F, (-)-epicatechin, (+)-catechin, (+)-syringaresinol, N-(trans-p-coumaroyl) tyramine, N-(trans-p-coumaroyl) octopamin, trans-4-hydroxycinnamic acid, สารสามเทอร์ปีนป่าย trematol
จากการเล่าเรียนทางพิษวิทยาพบว่า แพะที่รับประทานยอดแล้วก็ใบสดของพังทลายแหร จะตายจากอาการกำเนิดพิษต่อตับ1 ขึ้นรถพิษที่ออกฤทธิ์เป็นสาร Trematoxin glycocides (บางทีอาจเป็นพวก cyanogenetic) ซึ่งมีความเป็นพิษต่อตับ ส่วนใหญ่สัตว์รับประทานแล้วจะตาย ส่วนสัตว์ที่ฟื้นบางทีอาจไม่เป็นผลผลิตไปนานนับเป็นเวลาหลายเดือน โดยมีความเป็นพิษต่อแพะสูง รองลงมาเป็น แกะ วัว แล้วก็ม้า ลักษณะการป่วยที่แสดงเป็นสัตว์จะอดอาหาร สั่นเทิ้ม กระตุก ตื่นเต้น ไส้อักเสบ ไม่มีสติ และก็ตาย (ได้โอกาสน้อยมากที่แพะจะรับประทานพืชจำพวกนี้เองตามธรรมชาติ ด้วยเหตุว่าต้นพังทลายแหรจะมีความสูงทำให้แพะรับประทานไม่ถึง เมื่อมีเกษตรกรนำใบพังทลายแหรมาเลี้ยงสัตว์ ในระยะต้นจะพบว่าแพะสามารถกินได้อย่างดีเยี่ยม ก็เลยเอามาให้แพะรับประทานบ่อยๆหรือเพิ่มปริมาณมากยิ่งขึ้น ตราบจนกระทั่งเกินกว่าร่างกายของแพะจะขับพิษออก พิษที่สะสมอยู่ก็เลยทำร้ายต่อตับและก็ออกอาการเจ็บป่วยจนกระทั่งตายสุดท้าย ด้วยเหตุนั้นควรจะเลี่ยงการนำใบพังทลายแหรมาใช้เลี้ยงแพะจะไม่มีอันตรายที่สุด หากว่าแพะจะถูกใจรับประทานก็ตาม)
คุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากพังทลายแหร
เปลือกต้นเอามาลอกออกใช้สำหรับทำเชือกผูกข้าวของ
ใบใช้เป็นของกินเลี้ยงปลา
ผลสุกใช้เป็นของกินของนก
ไม้พังทลายแหรเป็นไม้เนื้ออ่อน ไม่แข็งแรง ปลวกถูกใจรับประทาน แม้กระนั้นสามารถประยุกต์ใช้ในการก่อสร้างชั่วครั้งชั่วคราวหรือใช้ก่อสร้างโรงเรือนขนาดเล็กที่ไม่ต้องการที่จะอยากความแข็งแรงมากเท่าไรนักได้รวมทั้งเครื่องหัตถกรรม ของใช้ รวมทั้งเครื่องใช้ไม้สอยทางการเกษตร
ใช้ปลูกเป็นไม้เบิกนำได้ดิบได้ดี เนื่องจากโตเร็ว เหมาะกับปลูกฟื้นคืนภาวะป่าในที่เปียกชื้น3 ส่วนที่แอฟริกาจะเอาไปใช้ผลดีสำหรับการปลูกป่ารวมทั้งปลูกเป็นร่มเงาสำหรับต้นกาแฟ

slot

สรรพคุณและประโยชน์ของต้นพิษนาศน์

พิษที่นาศน์
พิษทุ่งนาศน์ ชื่อวิทยาศาสตร์ Sophora exigua Craib จัดอยู่ในสกุลถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) รวมทั้งอยู่ในสกุลย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)1,2
สมุนไพรพิษที่นาศน์ มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า ถั่วดินโคก (เลย), แผ่นดินเย็น (จังหวัดอุบลราชธานี), นมราชสีห์ พิษทุ่งนาท (ฉะเชิงเทรา), นมฤาษี ฯลฯ

เครดิตฟรี
รูปแบบของพิษที่นาศน์
ต้นพิษท้องนาศน์ จัดเป็นพรรณไม้พุ่มไม้ขนาดเล็ก ลำต้นสั้นมากมาย มีความสูงได้เพียงแต่ 15-30 ซม.
ใบพิษท้องนาศน์ ใบเป็นใบประกอบแบบขน ออกเรียงสลับ แนบไปกับพื้นดินเป็นแถวรัศมี ใบย่อยมี 9-13 ใบ รูปแบบของใบเป็นรูปวงรี รูปไข่ หรือรูปขอบขนานปนรูปวงรี ปลายใบเป็นรูปไข่กลับ ใบย่อยมีขนาดกว้างราวๆ 1.5-3 ซม. รวมทั้งยาวราว 2-5 ซม. ผิวใบมีขนละเอียดสีขาวขึ้นปกคลุม
ต้นพิษที่นาศน์
ดอกพิษทุ่งนาศน์ มีดอกเป็นช่อกระจะ โดยจะออกที่ปลายยอด ดอกย่อยมีเยอะมากๆ กลีบเป็นสีม่วงเข้ม มีลักษณะเป็นรูปดอกถั่ว ก้านช่อดอกยาว
ดอกพิษท้องนาศน์
ผลพิษที่นาศน์ ผลมีลักษณะเป็นฝักรูปขอบขนาน มีขนละเอียดสีขาว ข้างในมีเม็ด 1 เม็ด
คุณประโยชน์ของพิษท้องนาศน์
ยาสมุนไพรท้องถิ่นของจังหวัดอุบลราชธานี จะใช้รากพิษที่นาศน์ เอามาฝนกับน้ำเป็นยาช่วยลดไข้ในเด็ก ใช้ต้มกับน้ำเป็นยาบำรุงนมของสตรี (รับประทานมากมายไม่ดี) ใช้ฝนทาแก้พิษงู (จะต้องว่าอาคมด้วย) แล้วก็ใช้ลำต้น ราก เหง้า แล้วก็ใบเอามาฝนทาเป็นยาแก้ฝี
ยาประจำถิ่นอีสานจะใช้รากพิษท้องนาศน์ ฝนกับน้ำทาแก้ฝี
บางข้อมูลกล่าวว่า สมุนไพรจำพวกนี้ประชาชนจะใช้ส่วนของรากเอามาต้มกับน้ำกินเป็นยาขับพิษด้านใน ขับน้ำค้างขังดังที่ต่างๆแก้คางทูม แก้ฟกบวมตามข้อ ตามกล้าม แล้วก็ใช้ส่วนของต้นเป็นยาแก้ไข้เซื่องซึม ช่วยดับพิษรอยแดงที่ทำให้สลบ พูดไม่ถูก

สล็อต
ถิ่นเกิดพิษที่นาศน์
สำหรับบ้านเกิดของพิษทุ่งนาศน์นั้นยังไม่มีข้อมูลการันตีกระจ่างว่ามีบ้านเกิดเมืองนอนเริ่มแรกในรอบๆใดของโลก แต่ว่าในประเทศไทยนั้น สามารถเจอขึ้นทั่วๆไปในภาคเหนือรวมทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รอบๆที่เป็นดินปนทรายในป่าผลัดใบรวมทั้งป่าโปร่งทั่วๆไป รวมทั้งยังมีการประยุกต์ใช้คุณประโยชน์ด้านสมุนไพรตามภูมิปัญญาพื้นเมืองมาตั้งแต่ในอดีตกาลแล้ว
ผลดีรวมทั้งคุณประโยชน์พิษที่นาศน์
สำหรับนำพิษที่นาศน์มาใช้ประโยชน์นั้น โดยมากแล้วจะประยุกต์ใช้เป็นสมุนไพรสำหรับการเยียวยารักษาโรคทั้งยังในแบบใช้เป็นตัวยาคนเดียว แล้วก็ใช้เป็นองค์ประกอบของเครื่องยาในตำรับยาต่างๆโดยมีคุณประโยชน์ดังต่อไปนี้
แบบเรียนยาไทยบอกว่า ราก รสจืดฝาดซ่า ขับน้ำ ขับพิษด้านใน แก้คางทูม แก้ฟกบวมตามข้อ ตามกล้าม ส่วนตำราเรียนยาท้องถิ่นบอกว่า ราก ช่วยลดไข้ในเด็ก บำรุงนม แก้ฝี แก้พิษงู บำรุงนม แล้วก็ใน บัญชียาจากสมุนไพร ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา กำหนดการใช้เหง้าพิษทุ่งนาศน์ เป็นองค์ประกอบ ใน “ตำรับยาเขียวหอม” ซึ่งมีคุณประโยชน์ ทุเลาลักษณะของการมีไข้ ร้อนในหิวน้ำ แก้พิษฝึกหัด พิษอีสุกอีใส (ทุเลาลักษณะของการมีไข้จากฝึกฝน รวมทั้งอีสุกอีใส)
ยิ่งกว่านั้นยังปรากฏการใช้พิษทุ่งนาศน์ ตำรับยาแผนโบราณดังต่อไปนี้
พระตำราชวดารตำรับยาประสรรณี มีคุณประโยชน์ แก้อ้วก มือเท้าเขียว ตำรับยามหาสมไม่ทใหญ่มีคุณประโยชน์ แก้มะเร็งโรคกุฏฐังพระหนังสือธาตุวิภังค์ตำรับยาสมิทธิสวาหะมีคุณประโยชน์แก้หัวใจให้ทุพพลภาพต่างๆตำรับยามหาสมไม่ทใหญ่ มีคุณประโยชน์ แก้ไข้สันนิบาตพระหนังสือปฐมจินดาตำรับยาผายพิษสรรพพิษมีคุณประโยชน์ แก้ปวดมวนท้อง ตำรับยารับประทานแก้พิษหละจับ มีคุณประโยชน์ แก้ลิ้นแข็งกระด้างคางแข็ง แก้พิษหละ ฯลฯ

สล็อตออนไลน์
ลักษณะทั่วไปพิษทุ่งนาศน์
พิษทุ่งนาศน์จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงได้ 15-30 ซม. ลำต้นลักษณะสั้นราวๆ 5-8 ซม. ใบเป็นใบประกอบแบบขน ออกเรียงสลับ แนบกับพื้นดินมีใบย่อย 9-13 ใบ โดยจะเป็นรูปวงรี รูปไข่หรือรูปขอบขนานปนวงรี ปลายใบรูปไข่กลับ กว้าง 1.5-3 ซม. ยาว 2-5 ซม. ผิวใบมีขนละเอียดสีขาวขึ้นปกคลุม ดอกเป็นแบบช่อกระจะ โดยจะออกที่ปลายยอด และก็มีดอกย่อยจำนวนไม่น้อย กลีบดอกไม้เหมือนรูปดอกถั่ว เป็นสีม่วงเข้ม และก็มีก้านช่อดอกยาว ผลออกเป็นฝักรูปขอบขนาน มีขนละเอียดสีขาว ปกคลุมภายในมีเม็ดเดียว
การขยายพันธุ์พิษทุ่งนาศน์
พิษทุ่งนาศน์สามารถแพร่พันธุ์ได้โดยวิธีการใช้เม็ดแม้กระนั้นจะเป็นพืชที่ออกจะโตช้า ซึ่งในธรรมชาติจะอาศัยฝักแก่ที่หลุดร่วงรวมทั้งแตกออกมาทำให้เม็ดภายในตกสู่ดินแล้วจึงเติบโตฯลฯถัดไป แม้กระนั้นดังนี้พวกเราสามารถนำเม็ดของพิษท้องนาศน์มาทำการเพาะปลูกได้ โดยใช้กรรมวิธีการเพาะเม็ดแล้วก็การปลูกเช่นเดียวกันกับการเพาะเม็ดรวมทั้งปลูกพืชเชื้อสายถั่วอื่นๆเป็นต้นว่า ถั่วเหลือง ดังที่ได้พูดถึงมาแล้วในบทความก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
ต้นแบบและก็ขนาดการใช้
ใช้แก้คางทูม , ขับพิษ ขับน้ำ แก้ปวดบวมตามขับ ใช้บำรุงนม โดยนำรากมาต้มกับน้ำกิน ใช้ลดไข้ในเด็กโดยการนำรากมาฝนกับน้ำกิน ใช้แก้ฝีโดยใช้รากมาฝนกับน้ำแล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปทาบริเวณที่เป็น ส่วนสำหรับการใช้พิษทุ่งนาศน์ที่มีในตำรับยาต่างๆตามที่กล่าวมานั้น ให้ใช้ตามขนาดและก็วิธีการใช้ของยาตำรับนั้นๆ
คำแนะนำแล้วก็สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวัง
สำหรับเพื่อการใช้พิษที่นาศน์เป็นสมุนไพรสำหรับเพื่อการรักษาโรคต่างๆนั้นควรรอบคอบสำหรับการใช้เช่นเดียวกันกับการใช้สมุนไพรประเภทอื่น เพราะเหตุว่ายังไม่มีข้อมูลการเรียนรู้ทางพิษวิทยาโดยเหตุนั้น ควรต้องใช้ในจำนวนที่พอดิบพอดี ไม่สมควรใช้ในจำนวนที่มากเหลือเกินหรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานกระทั่งเหลือเกิน ด้วยเหตุว่าบางทีอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ สำหรับ เด็ก สตรีตั้งท้อง คนไข้โรคเรื้อรัง รวมทั้งคนที่จำเป็นต้องกินยาสม่ำเสมอเสมอๆก่อนที่จะใช้พิษท้องนาศน์เป็นสมุนไพรสำหรับการเยียวยาโรค ควรจะหารือหมอก่อนใช้เสมอ

jumboslot
รูปแบบของต้นพิษท้องนาศน์
ต้นพิษท้องนาศน์ เป็นพรรณไม้ทรงพุ่มไม้ขนาดเล็กที่จัดอยู่ในสกุลของถั่ว ไม้ล้มลุก สามารถการขยายพันธุ์โดยการเพาะเม็ดพันธ์ สามารถเติบโตได้ดิบได้ดีในดินที่ร่วนซุยที่มีความอุดมสมบูรณ์ ถูกใจความชุ่มชื้น รูปแบบของต้นพิษทุ่งนาศน์ มีเนื้อหาดังต่อไปนี้
ลำต้นพิษที่นาศน์ ลักษณะลำต้นสั้น แผ่กิ่งบริเวณลำต้น ความสูงโดยประมาณ 1 ฟุต
ใบพิษท้องนาศน์ ใบประกอบแบบขน ออกเรียงสลับกันเป็นคู่ๆในแต่ละก้านจะประกอบไปด้วยใบย่อยทรงรี ใบเรียบ สีเขียวเข้มมีขนสีขาวปกคลุม ขอบของใบเรียบ
ดอกพิษท้องนาศน์ ดอกออกเป็นช่อ เหมือนดอกถั่ว มีกลีบสีม่วงเข้ม ออกดดอกรอบๆปลายยอดแล้วก็ก้านช่อดอกยาว
ผลพิษท้องนาศน์ ลักษณะผลเป็นฝัก มีขนสีขาวปกคลุมอยู่ทั่วฝัก ด้านในฝักมีเม็ดขนาดเล็กหนึ่งเม็ด
คุณประโยชน์ของพิษท้องนาศน์
ในการนำต้นพิษที่นาศน์มาใช้ประโยชน์ด้านการบำรุงร่างกายแล้วก็การดูแลรักษาโรค จะใช้ประโยชน์จาก ราก ลำต้น ใบแล้วก็เหง้า คุณประโยชน์ของพิษที่นาศน์ มีดังนี้
รากพิษที่นาศน์ คุณประโยชน์เป็นยาลดไข้ แก้พิษงู รักษาฝี เป็นยาบำรุงนมสำหรับสตรีข้างหลังคลอดลูก ช่วยขับพิษภายในร่างกาย แก้อาการฟกช้ำดำเขียวบวมตามข้อและก็กล้าม รักษาโรคคางทูม ลดอาการบวมน้ำ แก้เจ็บคอ
เหง้าพิษท้องนาศน์ รวมทั้งใบพิษทุ่งนาศน์ คุณประโยชน์รักษาแผลฝี
ใบพิษที่นาศน์ คุณประโยชน์รักษาแผลฝี
ลำต้นพิษที่นาศน์ คุณประโยชน์รักษาแผลฝี
ต้นพิษที่นาศน์ หรือ ถั่วดินโคก ไม้ล้มลุกเครือญาติถั่ว สมุนไพรคุณประโยชน์เด่นสำหรับสตรีข้างหลังคลอด ช่วยทำนุบำรุงนม ประโยช์จากต้นพิษท้องนาศน์ ลักษณะต้นพิษทุ่งนาศน์ ใบพิษท้องนาศน์ ดอกพิษท้องนาศน์

slot

สรรพคุณและประโยชน์ของต้นติ้วขาว

สมุนไพรติ้วขาว มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า แต้วหิน (จังหวัดลำปาง), ผักเตา เตา (เลย), ติ้วส้ม (จังหวัดนครราชสีมา), กวยโชง (จังหวัดกาญจนบุรี), ตาว (จังหวัดสตูล), ติ้วแดง ติ้วยาง ติ้วเลือด ติ้วเหลือง (ภาคเหนือ), ติ้วเหลือง (ภาคกึ่งกลาง), แต้ว (ภาคใต้), ผักติ้ว ฯลฯ1
หมายเหตุ : ต้นติ้วขาว (ผักติ้ว) จำพวกที่เอ่ยถึงในเนื้อหานี้ (สามารถกินได้) เป็นพรรณไม้คนละประเภทกันกับต้นติ้วขน หรือ ติ้วหนาม (ไม่อาจจะกินเป็นผักได้) ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cratoxylum formosum subsp. pruniflorum (Kurz) Gogelein อ่านเพิ่มอีกพอดีบทความ ติ้วขน

เครดิตฟรี
รูปแบบของติ้วขาว
ต้นติ้วขาว จัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกึ่งกลาง มีความสูงของต้นเฉลี่ยราว 3-12 เมตร รวมทั้งบางทีอาจสูงได้ถึง 35 เมตร เรือนยอดเป็นทรงพุ่มไม้กลม โคนต้นมีหนาม กิ่งไม้เรียว ส่วนกิ่งอ่อนมีขนนุ่มอยู่ทั่วๆไป เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลปนแดง แตกล่อนเป็นสะเก็ด ส่วนเปลือกข้างในเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง ลำต้นมีน้ำยางสีเหลืองผสมแดงไหลซึมออกเมื่อถูกตัดหรือกำเนิดแผล แพร่พันธุ์วิธีการใช้เม็ด ฯลฯไม้ที่ทนแล้งเจริญ เจอได้ทางภาคเหนือ ภาคอีสาน รวมทั้งทางภาคใต้ภาคเหนือ โดยจะขึ้นตามป่าดงดิบแล้ง ป่าโปร่ง ป่าเต็งรัง ป่าตามตีนเขา แล้วก็ตามป่าเบญจพรรณ
คุณประโยชน์ของติ้วขาว
ช่วยบำรุงรักษาเลือด ฟอกเลือด (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
เปลือกต้นเอามาต้มกับน้ำดื่มแก้ธาตุทุพพลภาพ (เปลือกต้น)
ช่วยแก้ประป่าดง (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
ผักติ้วเป็นผักที่มีวิตามินเอสูง ก็เลยมีคุณประโยชน์ช่วยคุ้มครองไม่ให้เด็กเป็นตาบอดตอนกลางคืน และก็โรคตาไก่
ช่วยขับลม (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
รากแล้วก็ใบ ใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ลักษณะของการปวดท้อง (รากและก็ใบ)
ใช้รากผสมกับรากปลาไหลรวมทั้งหัวหญ้าแห้วหมู เอามาต้มกับน้ำกินวันละ 3 ครั้งเป็นยาขับเยี่ยว แก้อาการเยี่ยวขัด (ราก)

สล็อต
แก่นรวมทั้งลำต้น ใช่แช่กับน้ำกิน ช่วยแก้ปะป่าเลือด หรืออาการเลือดไหลออกไม่หยุด (แก่นและก็ลำต้น)
ต้นรวมทั้งยางจากเปลือกต้น ใช้ทาแก้อาการคัน (ยาง)
เปลือกและก็ใบ เอามาตำผสมกับน้ำมันที่สกัดจากมะพร้าว ใช้ทารักษาโรคผิวหนังบางจำพวก (เปลือกรวมทั้งใบ)
น้ำยางจากต้น ใช้ทารักษารอยแตกของส้นตีนได้ (ยาง)
ช่วยแก้ลักษณะของการปวดตามข้อ ปรับแก้ข้อทุพพลภาพ (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
มีงานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยประเด็นการทดสอบสารที่เจอจากใบผิวติ้วขน โดยพบว่ามีฤทธิ์สำหรับการต้านทานโรคมะเร็งตับได้ แล้วก็ยังไม่ทำลายเซลล์ธรรมดาอีกด้วย แต่งานวิจัยดังที่กล่าวถึงแล้วยังไม่เสร็จสิ้นพอที่จะนำไปใช้ต่อยอดในเชิงการค้าได้ ก็เลยสรุปได้แต่เพียงว่า การกินผักติ้วบ่อยๆจะช่วยยั้งเซลล์ของมะเร็งตับได้ (ใบ)
อดอ่อน ใบอ่อน รวมทั้งดอกอ่อนของติ้วขาวหรือผักติ้วใช้กินเป็นผักสดร่วมกับลาบ ก้อย น้ำตก แจ่ว ซุปหน่อไม้ น้ำพริก น้ำพริกปลาแดก ขนมจีน หมี่น้ำกะทิ เมี่ยงญวน แหนมเนืองเวียดนาม หรือไม่ก็อาจจะนำไปทำอาหาร อาทิเช่น ใส่ต้มหรือแกงต่างๆเพื่อใช้แต่งรสเปรี้ยวแทนการใช้มะนาว ยกตัวอย่างเช่น แกงเห็ด แกงปลา
ดอกอ่อน ใช้ทำซุปหรือยำได้ แต่ว่าจะนิยมใช้ติ้วขาวมากกว่าติ้วขน เนื่องจากว่าติ้วขาวมีรสชาติขมและก็ฝาดน้อยกว่าติ้วขน
สารสกัดด้วยน้ำของติ้วขนมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทานให้กับปลานิล โดยปลานิลที่เลี้ยงด้วยของกินที่ผสมด้วยสารสกัดติ้วขน (อัตราส่วน 1.5% (w/w)) จะมีภูมิต้านทานแบบไม่เฉพาะเจาะจง (Nonspecific immune response) สูงมากขึ้น
สารสกัดจากผักติ้ว (ยอดอ่อน) ที่เข้ากรรมวิธีการสกัดผสมกับเอทานอล (และก็ขั้นตอนอีกหลายกระบวนการ) จนได้สารจากผักติ้วที่ชื่อว่า “คอลโรจินิกเอซิกข์” สามารถใช้ประโยชน์ยั้งกลิ่นหืนของของกินได้อย่างดีเยี่ยม (งานศึกษาเรียนรู้ของนิสิตโครงงานปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)
ไม้ติ้วขาวสามารถประยุกต์ใช้สำหรับในการก่อสร้าง ทำองค์ประกอบบ้าน สร้างขื่อบ้าน ทำบอร์ดพื้น สร้างรั้ว ทำเสาเข็ม ทำด้ามเครื่องไม้เครื่องมือ จอบ เสียม สิ่งประดับข้างในเรือน กระสวยทอผ้า ทำหีบใส่ของ อื่นๆอีกมากมาย7

สล็อตออนไลน์
คุณประโยชน์ทางโภชนาการของผักติ้ว (ยอดอ่อน, ใบอ่อน, ดอก) ต่อ 100 กรัม
พลังงาน 58 กิโลแคลอรี
โปรตีน 2.4 กรัม
ไขมัน 1.7 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 8.2 กรัม
ใยอาหาร 1.4 กรัม
ขี้เถ้า 0.6 กรัม
น้ำ 85.7 กรัม
วิตามินเอ 7,500 หน่วยสากล
วิตามินบี1 0.04 มก.
วิตามินบี2 0.67 มก.
วิตามินบี3 3.1 มก.
วิตามินซี 56 มก.
ธาตุแคลเซียม 67 มก.
ธาตุเหล็ก 2.5 มก.
ธาตุฟอสฟอรัส 19 มก.

jumboslot
ใบติ้วขาว ใบเป็นใบผู้เดียวออกเรียงผ่านกัน รูปแบบของใบเป็นรูปวงรีปนรูปไข่กลับ หรือเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบสอบเรียบ ส่วนขอบของใบโค้งเรียบ ใบมีขนาดกว้างโดยประมาณ 2.5-4.5 ซม. และก็ยาวราว 3-13 ซม. ผิวใบทั้งคู่ด้านมีขนละเอียด ใบเมื่ออ่อนจะเป็นสีชมพูอ่อนถึงสีแดง เรียบและก็วาววาว โดยในฤดูหนาวจะมองเห็นเรือนพุ่มไม้ทั้งสิ้นเป็นสีชมพูอ่อน ใบแก่เป็นสีเขียวสด เรียบ สะอาด ข้างหลังใบบนวาว ส่วนท้องใบมีต่อมกระจัดกระจายอยู่ทั่วๆไป ใบแก่เป็นสีแดงหรือสีแสด มีเส้นข้างใบราว 7-10 คู่ โดยจะโค้งถึงกันใกล้ขอบของใบ รวมทั้งมีก้านใบยาวโดยประมาณ 0.6-1.6 ซม.
ดอกติ้วขาว มีดอกเป็นช่อแบบกลุ่มตามกิ่งเหนือรอยแผลของใบ กลีบดอกไม้เป็นสีขาวอมสีชมพูอ่อนถึงสีแดง กลีบมีกลิ่นหอมยวนใจอ่อนๆออกตามซากใบ หลุดตกได้ง่าย ดอกมีอยู่ 5 กลีบ เมื่อดอกบานจะขยายออกโดยประมาณ 1.2 ซม. ก้านดอกเรียวเล็กและก็มีกาบเล็กๆที่ฐานกลีบภายใน ดอกมีเกสรตัวผู้สีเหลือง สั้นๆอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ก้านเกสรเชื่อมชิดกันเป็นกรุ๊ป 3 กรุ๊ป ส่วนเกสรตัวเมีย ก้านเกสรเป็นสีเขียวอ่อนมี 3 อัน และก็มีรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวอ่อนคละเคล้าสีแดง โดยจะมีดอกในตอนม.ค.ถึงพ.ค.
ผลติ้วขาว ผลเป็นแบบแห้งรวมทั้งแตกได้ รูปแบบของผลเป็นรูปไข่ปนรูปกระสวย ผิวผลมีนวลสีขาว ผลเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลดำ รูปแบบของผลเป็นแบบแคปซูล ปลายแหลม ผิวเรียบรวมทั้งแข็ง มีขนาดกว้างราวๆ 0.4-0.6 ซม. แล้วก็ยาวราว 1.3-1.8 ซม. รวมทั้งจะแตกออกเป็น 3 แฉกเมื่อแก่ ข้างในผลมีเม็ดสีน้ำตาล ส่วนที่ฐานดอกมีกลีบเลี้ยงยังคงอยู่

slot

ประโยชน์ของผักไฮโดรโปนิกส์

ไฮโดรโปนิกส์ (hydroponics) หรือ ผักไฮโดรโปนิกส์เป็นการปลูกผักโดยไม่ใช้ดิน หรือเป็นการปลูกผักในน้ำที่มีธาตุอาหารพืชละลายอยู่ หรือเป็นการปลูกพืชในสารละลายธาตุอาหารพืช แล้วก็บางทีอาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ผักไม่มีดิน” ก็ได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นแนวทางการใหม่สำหรับเพื่อการปลูกพืชที่กำลังเป็นที่นิยม โดยยิ่งไปกว่านั้นการปลูกผักที่พวกเราใช้เป็นของกิน เพราะว่าการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์จะช่วยมัธยัสถ์พื้นที่สำหรับการปลูกและไม่แปดเปื้อนเปรอะสารเคมีต่างๆในดิน ทำให้ได้ผักที่มีความสะอาดเป็นของกิน

เครดิตฟรี
ในอดีตกาลแบบอย่างของความบากบั่นในระยะแรกๆที่จะปลูกพืชไม่มีดินก็คือ สวนลอยบิบาโลน (ราว 600 ปีกลายครีสตกาล) และก็สวนลอยที่อัสเต็กซ์ (คริสต์ศตวรรษที่ 11) ส่วนนักค้นคว้าการปลูกปลูกพืชไม่มีดินคนแรกๆก็คือ คนประเทศอังกฤษที่ชื่อ จอห์น วูดเวิด (John Woodward) เมื่อปี คริสต์ศักราช1700 เขาได้ทดสอบปลูกพืชในน้ำ โดยได้เพิ่มดินลงไปหลายอย่าง ซึ่งการปลูกตอนนั้นเป็นการชี้ให้เห็นว่านอกเหนือจากน้ำแล้วยังมีสารอื่นๆที่พืชอยากได้ และก็เมื่อกึ่งกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 นักสรีรวิทยาพืชชาวเยอรมัน ชื่อซาคส์ (Sachs) และก็คนอพ (Knop) ได้กระทำปลูกพืชในสารละลายอย่างง่ายของเกลืออนินทรีย์ ส่วนศ.จ. Gericke ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย แล้วก็เมื่อปี คริสต์ศักราช1929 เขาได้ทำให้เห็นว่าพืชสามารถเติบโตได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ดิน รวมทั้งสามารถเติบโตไปได้จนกระทั่งสุดกำลัง โดยเขาได้ทำปลูกมะเขือเทศในน้ำจนได้ผลขนาดใหญ่อย่างน่าประหลาดใจ รวมทั้งเขาได้กระทำเทียบเคียงศัพท์ในภาษากรีก ที่หมายความว่า “การกสิกรรม”เป็นgeoponics เป้าหมายถึง ศาสตร์ที่การปลูกพืชโดยใช้ดิน ดังนี้เขาก็เลยคิดคำใหม่ว่า “ไฮโดรโปนิกส์” (hydroponics) จุดหมายถึง การปลูกพืชในน้ำ ซึ่งมาจากภาษากรีกคำว่า hydros ที่แสดงว่าน้ำ แล้วก็ ponos ที่มีความหมายว่างาน ซึ่งเมื่อเอามารวมกันจะแปลว่า “การทำงานที่เกี่ยวกับน้ำ”
ส่วนอีกข้อมูลหนึ่งกล่าวว่า “ไฮโดรโปนิกส์” (hydroponics) มาจากการผสมคำระหว่างคำ 3 คำเป็นไฮโดร (hydro) ที่หมายความว่าน้ำ, โปโนส (ponos) ซึ่งเป็นภาษากรีกที่มีความหมายว่าการทำงาน, รวมทั้งคำว่า อิกส์ (ics) ที่แสดงว่าศาสตร์หรือศิลป์ เมื่อรวม 3 คำเข้าด้วยกันก็เลยสื่อความหมายตามรูปคำศัพท์ว่า “ศาสตร์หรือศิลป์กล่าวถึงรูปแบบการทำงานของน้ำ”
ในขณะนี้ก็มีแนวทางการปลูกผักแบบไม่มีดินกันมากมายแบบอย่างร่วมกัน ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการปลูกพืชในน้ำเพียงแค่นั้น เนื่องจากว่าบางครั้งจะมีการใช้อุปกรณ์ปลูกชดเชยดินทั้งสิ้นรวมทั้งรดด้วยสารละลายธาตุอาหารพืช หรือที่เรียกกันว่า ซึมซับส์เทรต คัลพบร์ (substrate culture) หรือมีเดีย คัลพบร์ (media culture) หรือแอกกรีเกตไฮโดรโปนิกส์ (aggregate hydroponics) จากวิธีดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นก็เลยนิยมเรียกว่า “การปลูกพืชไม่มีดิน” หรือ “การปลูกโดยไม่ใช้ดิน” (soilless culture) ดังนี้ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการปลูกพืชในน้ำดีแล้ว หรือการปลูกพืชด้วยแนวทางไฮโดรโปนิกส์แบบอย่างอื่นๆดีแล้ว อาจจะเรียกรวมว่าๆ”soilless culture” แทนคำว่า “hydroponics” ก็ได้นะครับ
การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ กับการปลูกผักออแกนิก (การปลูกผักแบบธรรมชาติ ใช้ปุ๋ยจากธรรมชาติเป็นหลัก) ถ้าหากมองดูผิวเผินแล้วจะมีความคิดว่าการปลูกพืชทั้งคู่แนวทางนี้มีความไม่เหมือนกันมากมาย รวมทั้งอาจมองว่าการปลูกผักแบบไม่มีไม่เป็นการปลูกผักแบบธรรมชาติ แต่ว่าถ้าหากมองดูให้ลึกซึ้งแล้วพวกเราก็จะรู้ว่าการปลูกผักทั้งคู่แนวทางลักษณะนี้เป็นการปลูกแบบธรรมชาติเช่นเดียวกัน เนื่องด้วยปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยธรรมชาติทั้งหลายแหล่เริ่มต้นพืชจะยังใช้ประโยชน์ผลดีมิได้ เพราะว่าต้องถูกเสื่อมสภาพโดยจุลอินทรีย์ในดินจนถึงเปลี่ยนเป็นสารอนินทรีย์ก่อนพืชถึงจะเอาไปใช้ผลดีได้ แต่ว่าในระบบไฮโดรโปนิกส์พวกเราจะให้สารละลายธาตุอาหารที่จัดแจงขึ้นจากปุ๋ยอนินทรีย์บริสุทธิ์แทน รากรวมทั้งขนอ่อนก็จะดูดธาตุอาหารและก็น้ำได้ไม่ว่าจะจากดินหรือจากระบบไฮโดรโปนิกส์ในลักษณะที่เช่นเดียวกัน สรุปก็คือ การปลูกพืชไม่มีดินเป็นการปลูกแบบเป็นธรรมชาติดังการปลูกบนดิน เพียงเป็นการปลูกพืชที่ใช้เทคโนโลยีที่มีการจัดแจงที่ดีมากกว่า

สล็อต
คุณประโยชน์ของระบบไฮโดรโปนิกส์
จุดเด่นที่เป็นจุดเด่นของผักจำพวกนี้ก็การเห็นผลผลิตที่สะอาดกว่าการปลูกลงในดิน ไม่มีอันตรายแล้วยังปลอดภัยจากสารพิษตกค้าง ผักที่ได้มีความงามน่ากิน ผักมีรสชาติดี มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และก็ผักสดที่ได้จะมีความนิ่มรวมทั้งกรอบกว่าผักที่ปลูกเอาไว้ภายในดิน
การปลูกผักแบบไฮโดรไปนิกส์ไม่จำเป็นต้องใช้ดินสำหรับในการเพาะปลูก ก็เลยสามารถปลูกได้ทุกแห่ง ปลูกได้อีกทั้งพืชขนาดเล็กและก็ขนาดใหญ่ เป็นแนวทางที่เหมาะกับคนที่มีพื้นที่ปลูกน้อย (เป็นต้นว่า คนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์) และไม่มีขอบเขตไม่ว่าจะเป็นการปลูกไว้ในปริมาณน้อยเพื่อใช้บริโภคเองข้างในครอบครัวหรือปลูกเอาไว้ภายในพื้นที่ขนาดใหญ่ในเชิงธุรกิจ เพราะเหตุนี้เองวิธีการแบบนี้ก็เลยเป็นที่ชื่นชอบสำหรับการปลูกมหาศาลในเมืองที่มีสามัญชนหนาแน่น อย่างเช่น ไต้หวัน ประเทศญี่ปุ่น เนเธอแลนด์ ฯลฯ
ช่วยปรับมีสภาพแวดล้อมสำหรับการปลูกที่พวกเราสามารถควบคุมเองได้มากขึ้นในการเจริญวัยของพืช ด้วยเหตุว่าพวกเราสามารถกำจัดตัวแปรต่างๆที่ไม่เคยรู้ออกไปจากการทดสอบได้เยอะมากเมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกผักบนดิน
การปลูกผักลักษณะนี้สามารถประยุกต์ใช้ได้กับพืชหลายแบบ (ขึ้นกับความยากง่ายสำหรับในการปลูกด้วย) ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ พืชดอก ไม้ประดับ รวมถึงพืชไม้เลื้อยไปจนกระทั่งไม้ยืนต้น แต่ว่าในด้านการสร้างเชิงธุรกิจแล้ว จะนิยมนำมาปลูกพืชพวกผักรวมทั้งไม้ผล ซึ่งเป็นพืชที่เก็บเกี่ยวช่วงอายุสั้นกันมากยิ่งกว่า
ผักเจริญวัยรวมทั้งได้ผลผลิตได้เร็วกว่าการปลูกผักในดินอย่างต่ำโดยประมาณ 1-2 อาทิตย์
ผลิตผลที่ได้จะมีคุณภาพแล้วก็มีความสม่ำเสมอมากยิ่งกว่าการเพาะปลูกในดินธรรมดา เพราะเหตุว่าสามารถจัดแจงและก็ควบคุมสิ่งแวดล้อมต่างๆให้มีความเหมาะสมต่อพืชที่ปลูกได้ ก็เลยสามารถผลิตพืชได้ตลอดตลอดทั้งปี เพราะว่าสามารถเพิ่มรอบการสร้างได้มาก แก่สั้น รวมทั้งได้ประสิทธิภาพสูง
ระบบการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์จะช่วยออมน้ำมากยิ่งกว่าการปลูกผักในดินธรรมดาไม่น้อยกว่า 10 เท่า ก็เลยทำให้สามารถปลูกผักได้หากแม้ในช่วงฤดูแล้งหรือนอกฤดูกาลได้ รวมทั้งยังได้ผลทดแทนที่สูงกว่าอีกด้วย
การปลูกผักจำพวกนี้จะมีความสม่ำเสมอของการให้น้ำได้ดีมากยิ่งกว่าการปลูกผักในดินธรรมดา และก็ยังสามารถควบคุมการให้น้ำได้ตามความปรารถนาของพืชได้ด้วย

สล็อตออนไลน์
พวกเราสามารถควบคุมการให้ธาตุอาหารของผักได้ง่ายดายยิ่งกว่าการปลูกผักในดิน เพราะเหตุว่าช่วยขจัดปัญหาความไม่บ่อยนักของธาตุอาหารในดินที่เกิดขึ้นมาจากวัตถุแหล่งกำเนิดที่แตกต่าง ช่วยควบคุมจำนวนรวมทั้งรูปของจุลธาตุที่ผักอยากได้ปริมาณ 7 ธาตุ (ธาตุเหล็ก, ธาตุโบรอน, คลอรีน, แมงกานีส, โมลิบตาดีนัม, ทองแดง, สังกะสี) ให้อยู่รูปที่รากของผักสามารถใช้ประโยชน์คุณประโยชน์ได้และไม่ให้ในจำนวนที่มากเหลือเกินจนถึงเป็นพิษต่อผักที่ปลูก ช่วยควบคุมค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ได้ง่าย ซึ่งค่า pH นี้เองที่มีส่วนสำหรับการควบคุมรูปของธาตุอาหารให้อยู่ในแบบที่ผักสามารถใช้ประโยชน์คุณประโยชน์ได้โดยทันที ทั้งยังแนวทางการนี้ยังช่วยทำให้ธาตุอาหารของพืชไม่หาย ทั้งยังในต้นแบบการเช็ดกชำระล้างไปจากดิน การจับกับธาตุบางจำพวกในดินที่นอนก้นไป หรือความเคลื่อนไหวไปอยู่ในแบบอย่างที่พืชไม่สามารถที่จะเอาไปใช้คุณประโยชน์ได้ ยิ่งกว่านั้นยังช่วยควบคุมผลหลงเหลือองการมีธาตุอาหารสะสมในพืช ในดิน แล้วก็ในสิ่งแวดล้อมจนถึงกำเนิดเป็นพิษต่อระบบนิเวศ
การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์สามารถควบคุมโรคในดินได้ง่ายยิ่งกว่าการปลูกผักในดิน
เนื่องมาจากเป็นการปลูกผักโดยไม่ใช้ดิน ก็เลยทำให้พืชไม่มีโรคที่เกิดในดิน ไม่มีวัชพืชมารบกวน ไม่ต้องกระทำจัดแจงดิน และก็ยังสามารถปลูกผักใกล้กันมากมายได้อีกด้วย ดังนี้ก็เลยทำให้การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ส่งผลผลิตที่มากกว่าเดิมในพื้นที่จำกัด
จบปัญหาเรื่องภาวะดินสำหรับการที่ปราศจากความสมควร ดังเช่นว่า ดินเค็ม ดินเป็นกรดหรือด่าง รวมถึงภาวะการขาดแคลนลานน้ำต่างๆ
การจัดการลดจำนวนของไนเตรทในพืชที่ปลูกโดยไม่ใช้ดินจะทำเป็นง่ายยิ่งกว่าพืชที่ปลูกบนดิน เพราะเหตุว่าพวกเราสามารถระบุใช้ความเข้มข้นของสารละลายธาตุอาหารที่ปลูกเลี้ยงได้ระดับที่ถือว่าต่ำ หรือเลือกใช้สารละลายธาตุอาหารที่มีความเข้มข้นต่ำมากมาย ยิ่งกว่านั้นการลดไนเตรทยังทำได้ด้วยการให้พืชโดนแสงพอเพียงรวมทั้งอย่าให้พืชขาดโมลิบลิ่วดีนัม (ผักที่มีไนเตรทสูง เมื่อเอามาบริโภคจะทำให้เกิดโทษและส่งผลเสียรวมทั้งไม่ดีต่อร่างกาย เนื่องจากว่าไนเตรทเมื่อไปสู่ร่างกายจะถูกกลายเป็นไนไตรท์ ที่สามารถยั้งการนำออกสิเจนไปเลี้ยงเซลล์ภายในร่างกายของเม็ดเลือดแดงได้ กระตุ้นให้เกิดอาการขาดอากาศทันควัน รวมทั้งยังสามารถไปรวมกับสารประกอบอะมีนภายในร่างกาย แล้วก็เปลี่ยนเป็นไนโตรซามีน (Nitrosamine) ซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็งประเภทหนึ่งได้)
การปลูกผักแบบไม่มีดินก็มีสาระในด้านภูมิทัศน์ด้วยเหมือนกัน เพราะเหตุว่าพวกเราสามารถผลิตพืชสวนตกแต่งเพื่อใช้ตกแต่งตึกได้

jumboslot
ช่วยสำหรับการอดออมเงินลงทุนต่างๆยกตัวอย่างเช่น ค่าจ้าง เพราะเหตุว่าการปลูกผักในระบบนี้จะคือระบบที่ไม่ต้องมีการตระเตรียมแปลงเพาะปลูกขนาดใหญ่ราวกับการปลูกผักในดิน ก็เลยไม่ต้องจ่ายเงินประเด็นการตระเตรียมดิน การชูร่อง ค่าปุ๋ย รวมถึงค่ากำจัดวัชพืชต่างๆและก็ช่วยลดการนำเข้าของผักและก็สินค้าต่างๆนอกจากนั้นยังช่วยอดออมค่าขนส่งได้อีกด้วย ด้วยเหตุว่าพวกเราสามารถเลือกผลิตใกล้แหล่งรับซื้อได้ ก็เลยทำให้มีสมรรถนะในเชิงพาณิชย์สูง
สามารถสร้างอาชีพทำรายได้ให้กับคนทั่วๆไปที่พอใจ รวมทั้งผู้ไม่ค่อยได้รับโอกาศทางร่างกายได้ ดังเช่นว่า ผู้ทุพพลภาพแต่กำเนิด ทหานที่เคยผ่านการรบที่ได้รับความพิกลพิการจากการสู้รบ ฯลฯ
ในด้านผลดีอันอื่น ตัวอย่างเช่น มีคุณประโยชน์ในด้านการสนับสนุนการความสนุกสนานในครอบครัว เพราะว่าการปลูกผักไว้เพื่อบริโภคด้านในครอบครัวก็ช่วยให้กำเนิดความเพลิดเพลินเพลินใจและก็ชี้ให้เห็นแนวทางปลูกพืชในพื้นฐานได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งการปลูกพืชไม่มีดินยังมีสาระในด้านการศึกษาเล่าเรียนอีกด้วย เป็นต้นว่า การเรียนรู้ทดสอบของผู้เรียน นิสิต รวมถึงพสกนิกรทั่วๆไปที่พอใจ ฯลฯ
ช่วยสนับสนุนสมรรถนะสำหรับการท่องเที่ยวของคนประเทศอื่น เนื่องด้วยพวกเราสามารถควบคุมอุณหภูมิของสารอาหารและก็จัดแจงผลิตผักเมืองหนาวที่เป็นรู้จักของฝรั่งได้ มันก็เลยมีคุณประโยชน์เป็นอย่างมากสำหรับคนต่างประเทศที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลาที่ยาวนานได้บริโภคผักที่ตนเคยชิน
การปลูกผักไม่มีดินกับโครงงานอวกาศ จะก่อให้ยานอวกาศหรือสถานีอวกาศสามารถปลูกผักไรดินได้เอง และก็การปลูกผักไม่มีดินไม่เพียงแค่จะก่อคุณประโยชน์กับชีวิตและก็การดำรงชีวิตในตอนนี้แค่นั้น แต่ว่ายังนำมาซึ่งการก่อให้เกิดผลดีกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในอนาคตมหาศาล[NPC5]

« Older posts Newer posts »