cathedraledetunis

Tag: การควบคุมน้ำหนัก

ข้อควรระวังในการบริโภคส้มแขก

ส้มแขก ( Garcinia ) ชื่อวิทยาศาสตร์ของส้มแขก คือ Garcinia atroviridis Griff. ex T.Anderson สมุนไพร สรรพคุณของส้มแขก ลดความอ้วน แก้ไอ ขับเสมหะ ลดความดัน รักษาเบาหวาน บำรุงเลือด ฟอกเลือด ช่วยเจริญอาหาร แก้กษัย แก้ปวดท้อง ยาระบายอ่อนๆ ขับปัสสาวะ รักษานิ่ว และ แก้ท้องผูก ข้อควรระวังในการกินส้มแขก

เครดิตฟรี

ส้มแขก ภาษาอังกฤษ เรียก Garcinia มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Garcinia atroviridis Griff. ex T.Anderson เป็นพืชตระกลูเดียวกับมังคุด ชื่อเรียกอื่นๆ ของ ส้มแขก เช่น ชะมวงช้าง ส้มควาย อาแซกะลูโก ส้มพะงุน ส้มมะอ้น ส้มมะวน มะขามแขก เป็นต้น ส้มแขก เป็นพืชท้องถิ่นของอินเดียและศรีลังกา และในประเทศไทยนิยมปลูกในภาคใต้ เนื่องจาก ส้มแขก มีรสเปรี้ยว นิยมนำมาทำส่วนประกอบในการทำ แกงส้ม แกงเลียง ต้มเนื้อ ต้มปลา เป็นต้น

ลักษณะของต้นส้มแขก

ต้นส้มแขก เป็นไม้ยืนต้น มีความสูงประมาณ 14 เมตร เปลือกของต้นส้มแขกมีสีน้ำตาลดำ
ใบของส้มแขกเป็นใบเดี่ยว ใบใหญ่ เรียบ และมัน ใบอ่อนมีสีน้ำตาล
ดอกส้มแขก ด้านในมีสีแดง ส่วนด้านนอกจะมีสีเขียว
ผลของส้มแขก จะมีผิวเรียบ สีเขียว เมื่อแก่จะมีสีเหลือกแก่
การขยายพันธุ์ สามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด การแตกหน่อ การติดตา และการต่อยอด

การปลูก ให้เตรียมพื้นที่ปลูก เนื่องจากส้มแขกเป็นไม้ผลที่มีทรงพุ่มขนาดใหญ่ ระยะปลูกที่แนะนำ คือ 8 X 8 เมตร หรือ 10 X 10 เมตร ซึ่งจะได้จำนวนต้นประมาณ 20 – 25 ต้นต่อไร่ ก่อนปลูกควรรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก หลังจากปลูกนาน 1 เดือน ให้ปลูกซ่อมต้นที่ตายทันที

นักโภชนาการ ได้ศึกษาส้มแขก พบว่ามีสาร HCA(Hydroxycitric Acid) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่น คือ ยับยั้งเอนไซม์ในกระบวนการสร้างไขมัน จากคาร์โบไฮเดรต ส้มแขกจึงนิยมนำมาเป็นส่วนประกอบสำหรับอาหารเสริมสำหรับลดน้ำหนัก มีการแปรรูบส้มแขก มากมาย เช่น เม็ด ชา แคปซูล

สล็อต

สรรพคุณของส้มแขก

สำหรับสรรพคุณของส้มแขก มีมากมาย สามารถนำส้มแขกมาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น ดอก ผล ราก ใบ รายละเอียด ดังนี้

ดอกของส้มแขก มีสรรพคุณ ช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ ลดความดันโลหิต
ผลของส้มแขก สามารถนำมาช่วยลดความดัน ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยฟอกโลหิต ช่วยเจริญอาหาร ช่วยลดไขมัน
รากของส้มแขก สามารถใช้ เป็นยาแก้กษัย บรรเทาอาการปวดท้องสำหรับสตรีมีครรภ์ เป็นยาระบายอ่อนๆ ขับปัสสาวะ รักษานิ่ว
ใบของส้มแขก สามารถใช้ แก้อาการท้องผูก ขับปัสสาวะ
ข้อควรระวังในการบริโภคส้มแขก

ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากส้มแขกมีปริมาณ HCA ที่สูง ไม่ควรใช้กับสตรีตั้งครรภ์ หรือสตรีให้นมบุตร เพราะสารชนิดนี้จะไปรบกวนการสร้าง Fatty Acid, Acetyl coenzyme A รวมไปถึง Cholesterol ซึ่งอาจส่งผลต่อการสร้าง Steroid Hormone ได้นั่นเอง และสำหรับบุคคลทั่วไปการรับประทานในปริมาณมากเกินไปอาจมีอาการข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารได้

สมุนไพรส้มแขก มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ อีก เช่น ชะมวงช้าง, ส้มควาย (ตรัง), อาแซกะลูโก (ยะลา), ส้มพะงุน (ปัตตานี), ส้มมะอ้น ส้มมะวน มะขามแขก (ภาคใต้) เป็นต้น โดยมีถิ่นกำเนิดในอินเดียและศรีลังกา ซึ่งในบ้านเรานิยมปลูกมากในทางภาคใต้

ส้มแขก สามารถหาซื้อได้มากแถวภาคใต้ตอนล่าง ถ้าคุณมีโอกาสก็ลองไปเดินแถวตลาดนัด เขาจะขายกันแบบฝานเป็นชิ้นบาง ๆ เป็น ส้มแขกตากแห้ง โดยนำไปตากแห้งจนมีสีหมองดำ ๆ หมองคล้ำ ซึ่งสามารถเก็บเอาไว้ใช้ได้นานหลายเดือน โดยวิธีการนำไปใช้ก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่นำไปล้างน้ำให้สะอาดก็ใส่ลงไปในหม้อได้เลย เพียงไม่กี่กลีบก็จะช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวแบบนุ่ม ๆ พร้อมให้กลิ่นหอมชวนน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น หรือจะนำมาต้มกับน้ำดื่มก็ได้เช่นกัน

สล็อตออนไลน์

ลักษณะของส้มแขก
ต้นส้มแขก ลักษณะของต้นส้มแขก เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มกว้างสูงประมาณ 5-14 เมตร เป็นไม้เนื้อแข็ง ลักษณะของเปลือกต้นหากเป็นต้นอ่อนจะมีสีเขียว หากแก่แล้วจะมีสีน้ำตาลอมดำ เมื่อลำต้นเป็นแผลจะมียางสีเหลืองออกมา
ใบส้มแขก เป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ ใบใหญ่ผิวเรียบเป็นมัน ใบอ่อนมีสีน้ำตาลอมแดง ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร กว้างประมาณ 4-5 เซนติเมตร โดยใบแห้งจะมีสีน้ำตาล

ดอกส้มแขก ออกตามปลายยอด ดอกเพศผู้มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ ด้านในสีแดง ด้านนอกมีสีเขียว มีเกสรเพศผู้เรียงอยู่บนฐานรองดอก ส่วนดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยวแทงออกจากปลายกิ่ง มีขนาดเล็กกว่าดอกเพศผู้ รังไข่มีรูปทรงกระบอก

ผลส้มแขก ลักษณะของผลส้มแขกเป็นผลเดี่ยว ผิวเรียบสีเขียว เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแก่ มีขนาดใกล้เคียงกับผลกระท้อน เปลือกผลเป็นร่องตามแนวขั้วไปยังปลายผล มีประมาณ 8-10 ร่อง ที่ขั้วมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ 2 ชั้น ชั้นละ 4 กลีบ เนื้อแข็งมีรสเปรี้ยวจัด ในผลมีเมล็ดแข็ง 2-3 เมล็ด

ผลส้มแขกมีรสเปรี้ยว นิยมนำมาปรุงอาหาร เช่น แกงส้ม แกงเลียง ต้มเนื้อ ต้มปลา เพื่อให้มีรสเปรี้ยว หรือใช้ทำน้ำแกงขนมจีน ทำเป็นเครื่องดื่มลดความอ้วน โดยการรับประทานส้มแขกในระยะแรกอาจจะทำให้รู้สึกหิวบ่อยมากขึ้น เนื่องจากไปเร่งระบบการเผาผลาญอาหาร โดยร่างกายจะค่อย ๆ ปรับตัวไปเอง ซึ่งอาจจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์ ระหว่างนี้ก็ให้ดื่มน้ำมาก ๆ หากรับประทานไปนาน ๆ ก็จะช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกไม่หิวได้ และเมื่อหยุดรับประทานส้มแขก ร่างกายจึงไม่กลับมาอ้วนอีกแน่นอน และที่สำคัญก็คือไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ประเมินผลและพบว่า ไม่มีการเปลี่ยนของหน้าที่ของตับและไต รวมไปถึงระดับน้ำตาลในเลือดและความดันเลือดก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน

jumboslot

ส้มแขก มีสารสำคัญที่มีชื่อว่า Hydroxycitric Acid หรือเรียกสั้น ๆว่า “HCA” ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งเอนไซม์ในกระบวนการสร้างไขมันจากการบริโภคอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตสูง นอกจากนี้ยังมีกรดอินทรีย์อื่น ๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น กรดซิตริก (Citric Acid), กรดโดคีคาโนอิค (Dodecanoic Acid), กรดออกตาดีคาโนอิค (Octadecanoic acid) และกรดเพนตาดีคาโนอิค (Pentadecanoic acid)

ส้มแขกแคปซูลในปัจจุบันส้มแขกได้มีการนำไปสกัดทำเป็นผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน หลายรูปแบบ เช่น แบบผง แบบเม็ด ชาส้มแขก ส้มแขกแคปซูล โดยจะมีขนาดตั้งแต่ 300-600 มิลลิกรัม และจะมีเนื้อส้มแขกประมาณ 250-500 มิลลิกรัม และมีปริมาณ HCA ประมาณ 60-70% โดยจะแตกต่างกับส้มแขกบดแห้งบรรจุแคปซูลธรรมดาที่ไม่ได้ผ่านการสกัด ซึ่งจะมีปริมาณของ HCA เพียง 30% เท่านั้น โดยวิธีการรับประทาน สารสกัดส้มแขก ให้รับประทานก่อนอาหารประมาณ 1 ชั่วโมงครั้งละ 1,000-1,200 มิลลิกรัม (ถ้าเม็ดละ 300 mg. ก็ใช้ 3-4 เม็ด) วันละ 3 ครั้งจะช่วยทำให้ยาดูดซึมได้ดีที่สุด

คำแนะนำ : สำหรับผลิตภัณฑ์สารสกัดส้มแขกมีปริมาณ HCA ที่สูง ไม่ควรใช้กับสตรีตั้งครรภ์ หรือสตรีให้นมบุตร เพราะสารชนิดนี้จะไปรบกวนการสร้าง Fatty Acid, Acetyl coenzyme A รวมไปถึง Cholesterol ซึ่งอาจส่งผลต่อการสร้าง Steroid Hormone ได้นั่นเอง และสำหรับบุคคลทั่วไปการรับประทานในปริมาณมากเกินไปอาจมีอาการข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารได้

สรรพคุณของส้มแขก
ช่วยแก้อาการไอ (ดอก)
ใช้เป็นยาขับเสมหะ (ดอก)
ผลแก่นำมาใช้ทำเป็นชาลดความดันได้ หรือจะใช้ดอกก็ได้ (ผลแก่, ดอก)
ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการใช้ดอกตัวผู้แห้งต้มกับน้ำ (อัตราส่วน 7 ดอก : น้ำ 1 ลิตร) เติมน้ำครั้งที่สองใส่ดอก 3 ดอกต่อน้ำ 1 ลิตร โดยไม่ต้องทิ้งดอกที่ต้มในครั้งแรก แล้วนำมาดื่ม (ดอกตัวผู้)
ใช้เป็นยาสมุนไพรช่วยฟอกโลหิต

slot

ใช้ทำเป็นยาแก้กระษัย ด้วยการนำมาตากแห้งแล้วต้มกับน้ำผสมกับรากมังคุดและรากจูบู (ราก)
ตำรายาพื้นบ้านใช้ส้มแขกทำเป็นยาบรรเทาอาการปวดท้องในสตรีมีครรภ์
ส้มแขกมีสรรพคุณใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ
ใบสดน้ำมารับประทานช่วยแก้อาการท้องผูก (ใบ)
มีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะ
รากใช้ทำเป็นยารักษานิ่ว ด้วยการนำมาตากแห้งแล้วต้มกับน้ำผสมกับรากมังคุดและรากจูบู (ราก)
ผลส้มแขกมีสรรพคุณช่วยลดความอยากอาหาร ความรู้สึกหิวอาหาร
ช่วยเร่งระบบการเผาผลาญอาหาร
ช่วยดักจับแป้งและไขมันจากอาหารที่รับประทานเข้าไป
สารสกัดจากส้มแขกช่วยทำให้ลำไส้เกิดการเคลื่อนไหวตัวได้เร็วขึ้นและขับไขมันออกมา
ส้มแขกลดน้ําหนัก เนื่องจากผลส้มแขกมีกรดมีกรดไฮดรอกซีซิตริก (HCA) มีสรรพคุณในการช่วยลดน้ำหนักและช่วยลดไขมันส่วนเกินของร่างกายได้
มีคุณสมบัติช่วยสกัดกั้นการเปลี่ยนแปลงของคาร์โบไฮเดรต (อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล) ไม่ให้เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมตามร่างกายได้ แต่จะนำไปเป็นพลังงานให้ร่างกาย ทำให้ร่างกายไม่อ่อนเพลีย
ส้มแขกลดความอ้วน ช่วยกระตุ้นให้มีการดึงเอาไขมันที่สะสมในร่างกายออกมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้ไขมันที่สะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายลดน้อยลง ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีน้ำหนักลดลงอย่างช้า ๆ ประมาณ 1 กิโลกรัมภายใน 3-4 อาทิตย์
ประโยชน์ของส้มแขก
ใบแก่นำมาทำเป็นชาได้ แต่จะมีกลิ่นเหม็นเขียว (ใบแก่)
ใบอ่อนส้มแขกใช้รองนึ่งปลา (ใบอ่อน)
ประโยชน์ส้มแขก ผลสดใช้ทำแกงส้ม
ประโยชน์ของส้มแขก ผลใช้ปรุงรสอาหารด้วยการนำมาผ่าเป็นชิ้นเล็ก ๆ เอาเยื่อและเมล็ดออก นำมาตากแห้งแล้วนำมาใช้ปรุงรสอาหารให้มีรสเปรี้ยว เช่น แกงส้ม แกงเลียง ต้มปลา ต้มเนื้อ แกงส้ม หรือใช้ทำน้ำแกงขนมจีน เป็นต้น หรือจะใช้ใบแทนผลก็ให้รสเปรี้ยวได้เช่นกัน (ผล, ใบ)
มีการใช้ใบแก่ของส้มแขกมาผสมกับยางพารา เพื่อใช้ทำปฏิกิริยาให้น้ำยางพาราแข็งตัวเร็วขึ้น ด้วยการใช้ใบแก่ประมาณ 2 กิโลกรัมผสมกับน้ำ 10 ลิตรแล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์แล้วค่อยนำมาผสมกับยางพารา (ใบแก่)
ลำต้นส้มแขกแก่ ๆ (อายุเกิน 30 ปีขึ้นไป) สามารถนำมาใช้ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือทำเป็นไม้แปรรูปใช้ในการก่อสร้างได้ (ลำต้น)
มีการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างหลากหลาย เช่น ชาส้มแขก น้ำส้มแขก ส้มแขกกวน แคปซูลส้มแขก ฯลฯ

ข้อควรระวังในการบริโภคบุก

ต้นบุก มีชื่อสามัญว่า Konjac อ่านออกเสียงว่า คอน-จัค มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Amorphophallus konjac K.Koch ชื่อเรียกอื่นๆของบุก เช่น บุกคุงคก เบีย เบือ มันซูรัน หัวบุก บุกคางคก บุกหนาม บุกหลวง หมอ ยวี จวี๋ ยั่ว หมอยื่อ เป็นต้น หัวบุก มีสรรพคุณ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด รักษาโรคเบาหวาน เป็นยาแก้ไข้จับสั่น ช่วยแก้ไอ ละลายเสมหะ แก้โรคท้องมาน ใช้สำหรับสตรีประจำเดือนมาไม่ปรกติ ใช้แก้พิษงู ใช้เป็นยาแก้แผลไฟไหม้และน้ำร้อนลวก แก้ฝีหนองบวมอักเสบ ใช้เป็นยาแก้ปวด แก้ฟกช้ำดำเขียว ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร ช่วยขับระดูของสตรี ใช้เป็นยาพอกฝี

เครดิตฟรี

ลักษณะของต้นบุก

ต้นบุก ถือเป็น พืชล้มลุกชนิกหนึ่ง เป็นไม้เนื้ออ่อน ลักษณะของลำต้นอวบและมีสีเขียวเข้ม ใบบุกเป็นใบเดี่ยว ซึ่งใบของบุกจะแตกใบที่ยอดและใบแผ่ขึ้นเหมือนร่มกาง ดอกของบุกจะมีสีเหลือง จะบานในตอนเย็น มีกลิ่นฉุน ลักษณะเหมือนดอกหน้าวัว ลักษณะของต้นบุก มีดังนี้

ลำต้นแทงขึ้นมาจากหัวใต้ดิน มีความสูงของต้นประมาณ 50-150 เซนติเมตร หัวที่อยู่ใต้ดินนั้นมีขนาดใหญ่ ลักษณะของหัวเป็นรูปค่อนข้างกลมแบนเล็กน้อย หรือกลมแป้น มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 25 เซนติเมตร ผิวเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ลำต้นและกิ่งก้านมีลักษณะกลมใหญ่ เปลือกลำต้นเป็นสีเขียวมีลายแต้มสีขาวปะปนอยู่
ใบบุก ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อยเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลมรี ปลายใบแหลม ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร
ดอกบุก ออกดอกเป็นดอกเดี่ยว ลักษณะของดอกเป็นรูปทรงทรงกระบอกกลมแบน มีกลิ่นเหม็น สีม่วงแดงอมเขียว มีกาบใบยาวประมาณ 30 เซนติเมตร สีม่วงอมเหลือง โผล่ขึ้นพ้นจากกลีบเลี้ยงที่มีสีม่วง
ผลบุก ลักษณะของผลเป็นรูปกลมแบน เมื่อสุกจะเป็นสีส้ม
สรรพคุณของบุก

สำหรับสรรพคุณของบุก เรานิยมใช่ประโยน์ทางยาของบุก จาก หัว รากและเนื้อของลำต้น รายละเอียด ดังนี้

สล็อต

หัวบุก มีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด รักษาโรคเบาหวาน เป็นยาแก้ไข้จับสั่น ช่วยแก้ไอ ละลายเสมหะ แก้โรคท้องมาน ใช้สำหรับสตรีประจำเดือนมาไม่ปรกติ ใช้แก้พิษงู ใช้เป็นยาแก้แผลไฟไหม้และน้ำร้อนลวก แก้ฝีหนองบวมอักเสบ ใช้เป็นยาแก้ปวด แก้ฟกช้ำดำเขียว
รากของบุก ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร ช่วยขับระดูของสตรี ใช้เป็นยาพอกฝี
ข้อควรระวังในการบริโภคบุก

สำหรับข้อห้ามสำหรับการรับประทานบุก คือ หัวบุกจะมีรสเผ็ด เป็นยาร้อน มีพิษ ออกฤทธิ์ต่อม้าม ตับ และระบบทางเดินอาหาร ดังนั้น ในกลุ่มคนที่ ม้าม ตับ และระบบทางเดินอาหาร ไม่ดี ควรหลีกเลี่ยงรับประทาน และไม่รับประทานมากเกินไป ซึงข้อควรระวังในการบริโภคบุก มีรายละเอียดดังนี้

ในเนื้อหัวบุกป่าจะมีผลึกของแคลเซียมออกซาเลท (Calcium oxalate) เป็นจำนวนมาก ที่ทำให้เกิดอาการคัน ส่วนเหง้าและก้านใบถ้าปรุงไม่ดีแล้วรับประทานเข้าไปจะทำให้ลิ้นพองและคันปากได้
ก่อนนำมารับประทานจะต้องกำจัดพิษออกก่อน และไม่รับประทานกากยาหรือยาสด
กรรมวิธีการกำจัดพิษจากหัวบุก ให้นำหัวบุกมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตำพอแหลก คั้นเอาน้ำออกพักไว้ นำกากที่ได้ไปต้มน้ำ แล้วคั้นเอาแต่น้ำ นำไปผสมกับน้ำที่คั้นครั้งแรก แล้วนำไปต้มกับน้ำปูนใสเพื่อให้พิษหมดไป เมื่อเดือดก็พักไว้ให้เย็น จะจับตัวกันเป็นก้อน จึงสามารถใช้ก้อนดังกล่าวในการปรุงอาหารหรือนำไปตากแห้งเพื่อใช้เป็นยาได้
ถ้าเกิดอาการเป็นพิษจากการรับประทานบุก ให้รับประทานน้ำส้มสายชูหรือชาแก่ แล้วตามด้วยไข่ขาวสด แล้วให้รีบไปพบแพทย์

สล็อตออนไลน์

เนื่องจากวุ้นบุกสามารถขยายตัวได้มาก จึงไม่ควรบริโภควุ้นบกภายหลังการรับประทาน แต่ให้รับประทานก่อนอาหารไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ส่วนการบริโภคอาหารที่ผลิตจากวุ้น เช่น วุ้นก้อนและเส้นวุ้น สามารถบริโภคพร้อมอาหารหรือหลังอาหารได้ เพราะวุ้นดังกล่าวได้ผ่านกรรมวิธีและได้ขยายตัวมาก่อนแล้ว และการการที่จะขยายตัวหรือพองตัวได้อีกนั้นจึงเป็นไปได้ยาก ส่วนในเรื่องของคุณค่าทางโภชนาการนั้นพบว่าวุ้นบุกไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย เนื่องจากไม่มีการย่อยสลายเป็นน้ำตาลในร่างกาย และไม่มีวิตามินและแร่ธาตุ หรือสารอาหารใด ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเลย
กลูโคแมนแนนมีผลทำให้การดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมันลดลง ซึ่งจะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมได้ แต่จะไม่มีผลต่อการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในน้ำ
การกินผงวุ้นบุกในปริมาณมาก อาจทำให้มีอาการท้องเดินหรือท้องอืด มีอาการหิวน้ำมากกว่าเดิม บางคนอาจมีอาการอ่อนเพลียเพราะระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้

ต้นบุก จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกที่มีอายุหลาย ลำต้นแทงขึ้นมาจากหัวใต้ดิน มีความสูงของต้นประมาณ 50-150 เซนติเมตร หัวที่อยู่ใต้ดินนั้นมีขนาดใหญ่ ลักษณะของหัวเป็นรูปค่อนข้างกลมแบนเล็กน้อย หรือกลมแป้น มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 25 เซนติเมตร ผิวเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ลำต้นและกิ่งก้านมีลักษณะกลมใหญ่ เปลือกลำต้นเป็นสีเขียวมีลายแต้มสีขาวปะปนอยู่

ใบบุก ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อยเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลมรี ปลายใบแหลม ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร

ดอกบุก ออกดอกเป็นดอกเดี่ยว ลักษณะของดอกเป็นรูปทรงทรงกระบอกกลมแบน มีกลิ่นเหม็น สีม่วงแดงอมเขียว มีกาบใบยาวประมาณ 30 เซนติเมตร สีม่วงอมเหลือง โผล่ขึ้นพ้นจากกลีบเลี้ยงที่มีสีม่วง
ผลบุก ลักษณะของผลเป็นรูปกลมแบน เมื่อสุกจะเป็นสีส้ม

jumboslot

ต้นบุกคางคก จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกจำพวกกะแท่งหรือเท้ายายม่อมหัว มีอายุได้นานหลายปี มีความสูงของต้นประมาณ 5 ฟุต มีลักษณะของลำต้นอวบอ้วนและอวบน้ำไม่มีแก่น ผิวขรุขระ ลำต้นกลมและมีลายเขียว ๆ แดง ๆ ลักษณะคล้ายกับคนเป็นโรคผิวหนัง ต้นบุกนั้นขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ พรรณไม้ชนิดนี้จะเจริญงอกงามในช่วงฤดูฝน และจะร่วงโรยไปในช่วงต้นฤดูหนาว ในประเทศไทยมักพบขึ้นเองตามป่าราบชายทะเลและที่อำเภอศรีราชา ส่วนในต่างประเทศบุกคางคกนั้นเป็นพืชพื้นเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบได้ตั้งแต่ศรีลังกาไปจนถึงอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์

หัวบุกคางคก คือส่วนของหัวที่อยู่ใต้ดิน มีลักษณะค่อนข้างกลมและมีขนาดใหญ่สีน้ำตาล ผิวขรุขระ เส้นผ่านศูนย์กลางของหัวบุกนั้นจะมีขนาดตั้งแต่ 15 เซนติเมตรขึ้นไป เนื้อในหัวเป็นสีเหลืองอมชมพู สีชมพูสด สีขาวขุ่น สีครีม สีเหลืองอ่อน สีเหลืองอมขาวละเอียดและเป็นเมือกลื่น มียาง โดยเฉพาะหัวสด หากสัมผัสเข้าจะทำให้เกิดอาการคันได้ ก่อนนำมาปรุงเป็นอาหารนั้นจึงต้องทำให้เป็นเมือกโดยการต้มในน้ำเดือดเสียก่อน โดยน้ำหนักของหัวนั้นมีตั้งแต่ 1 กรัม ไปจนถึง 35 กิโลกรัม

ใบบุกคางคก ใบเป็นใบเดี่ยว ออกที่ปลายยอดของต้น ใบแผ่ออกคล้ายกางร่มแล้วหยักเว้าเข้าหาเส้นกลางใบ ส่วนขอบใบจักเว้าลึก ก้านใบกลม อวบน้ำและยาวได้ประมาณ 150-180 เซนติเมตร

ดอกบุกคางคก ออกดอกเป็นช่อ ดอกแทงขึ้นมาจากพื้นดินบริเวณของโคนต้น เป็นแท่งมีลายสีเขียวหรือสีแดงแกมสีน้ำตาล (ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์) ดอกออกเป็นช่อ แทงขึ้นมาจากหัวที่อยู่ใต้ดิน ก้านช่อดอกสั้น มีใบประดับเป็นรูปหุ้มช่อดอก ขอบหยักเป็นคลื่นและบานออก ปลายช่อดอกเป็นรูปกรวยคว่ำขนาดใหญ่ ยับเป็นร่องลึก สีแดงอมน้ำตาลหรือสีม่วงเข้ม ดอกเพศผู้อยู่ตอนบน ส่วนดอกเพศเมียอยู่ตอนล่าง ดอกมีกลิ่นเหม็นคล้ายซากสัตว์เน่า

slot

ผลบุกคางคก ผลเป็นผลสด เนื้อนุ่ม ลักษณะของผลเป็นรูปทรงรียาว ขนาดยาวประมาณ 1.2 เซนติเมตร ผลมีจำนวนมากติดกันเป็นช่อ ๆ (สิบถึงร้อยร้อยผลต่อหนึ่งช่อดอก)ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนสีเหลือง สีส้ม จนถึงสีแดง ภายในผลมีเมล็ดประมาณ 1-3 เมล็ด โดยมีสันขั้วเมล็ดของแต่เมล็ดแยกออกจากกัน เมล็ดมีลักษณะกลมรีหรือเป็นรูปไข่

สรรพคุณของบุก
หัวบุกมีรสเผ็ด เป็นยาร้อน มีพิษ ออกฤทธิ์ต่อม้าม ตับ และระบบทางเดินอาหาร มีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด (หัว)
ใช้เป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ป่วยโรคไขมันในเลือดสูง ด้วยการแยกแป้งจากส่วนที่เป็นเนื้อทราย แล้วชงกับน้ำดื่ม โดยให้ใช้แป้ง 1 ช้อนชา ต่อน้ำ 1 แก้ว นำมาชงกับน้ำดื่มก่อนอาหารครึ่งชั่วโมงวันละ 2-3 มื้อ
หัวใช้เป็นยารักษาโรคมะเร็ง (หัว)
ใช้เป็นยาแก้ไข้จับสั่น (หัว)
ช่วยแก้อาการไอ (หัว)
หัวใช้เป็นยากัดเสมหะ ละลายเสมหะ ช่วยกระจายเสมหะที่อุดตันบริเวณหลอดลม (หัว)
หัวบุกมีรสเบื่อคัน ใช้เป็นยากัดเสมหะเถาดาน และเลือดจับกันเป็นก้อน (หัว)
หัวนำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้โรคท้องมาน (หัว)
ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร (ราก)
ช่วยแก้ประจำเดือนไม่มาของสตรี (หัว) ช่วยขับระดูของสตรี (ราก)
หัวนำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้โรคตับ (หัว)
ใช้แก้พิษงู (หัว)
ใช้เป็นยาแก้แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก (หัว)
หัวใช้หุงเป็นน้ำมัน ใช้ใส่บาดแผล กัดฝ้าและกัดหนองได้ดี (หัว) บางข้อมูลระบุว่ารากใช้เป็นยาพอกฝีได้ (ราก)
ใช้แก้ฝีหนองบวมอักเสบ (หัว)
หัวใช้เป็นยาแก้ปวดบวม แก้ฟกช้ำดำเขียว (หัว)
บุกเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณยิ่งกว่าไวอากร้า หรือเป็นยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ โดยคุณนิล ปักษา (บ้านหนองพลวง ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์) แนะนำให้ลองพิสูจน์ ด้วยการเอาไม้พาดปากหม้อแล้วนำสมุนไพรบุกคางคก เอาพวงเมล็ดนำมาย่างไฟให้หอมก่อน แล้วใช้ผูกกับไม้ห้อยจุ่มลงไปในหม้อต้มใส่น้ำพอท่วมเมล็ดบุก ต้มจนเมล็ดบุกร่วงลงหม้อ ตัวยาก็จะไหลลงมาด้วย เมื่อเดือดแล้วก็ให้เติมน้ำตาลทรายแดงพอประมาณลงไปต้มให้พอหวาน หลังจากนั้นลองชิมดู ถ้ายังมีอาการคันคออยู่ก็ให้เติมน้ำตาลเพิ่มแล้วค่อยชิมใหม่ ถ้าไม่มีอาการคันคอก็แสลงว่าใช้ได้ และให้นำสมุนไพรโด่ไม่รู้ล้มใส่เข้าไปด้วยประมาณ 1 กำมือ แล้วต้มให้เดือด ปล่อยให้เย็นและเก็บไว้ในตู้เย็น ใช้ดื่ม 1 เป็ก ประมาณ 30 นาที จะปวดปัสสาวะโดยธรรมชาติ หลังจากอาวุธนั้นจะพร้อมสู้ทันที (ผล)

วิธีทำให้ก้นใหญ่

ก่อนอื่นเรามารู้จักกล้ามเนื้อบริเวณก้นกันก่อน โดยกล้ามเนื้อส่วนก้นนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนตามภาพ ซึ่งได้แก่ กล้ามเนื้อส่วน Minimus กล้ามเนื้อส่วนนี้ต้องบริหารโดยท่า Squat, กล้ามเนื้อส่วน Maximus กล้ามเนื้อส่วนนี้ต้องบริหารโดยท่า Lunge, กล้ามเนื้อส่วน Medius กล้ามเนื้อส่วนนี้ต้องบริหารโดยท่ากระโดดตบ เป็นต้น ถ้าอยากเพิ่มก้นส่วนไหนก็เน้นท่าบริหารส่วนนั้นเป็นหลัก

เครดิตฟรี

เดินแล้วก็เดิน วิธีแรกเป็นวิธีบริหารด้วยการเดินแบบเร็ว ๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนก้นได้เกิดการเคลื่อนไหว ซึ่งนี่แหละเป็นตัวการทำให้ก้นฟู ! เพียงแค่คุณหมั่นเดินหรือหมั่นเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อยทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้เลือดได้ไหลเวียนไปทั่วร่างกายรวมถึงบริเวณก้น แต่ถ้าคุณยังมัวแต่จะใช้ชีวิตประจำวันแบบเดิม ๆ นั่งทำงานงก ๆ ตลอดเวลาไม่ลุกเดินไปไหน ก้นก็จะถูกทับทั้งวันจนกลายเป็นกล้ามเนื้อที่ถูกเมิน ก้นมันเลยไม่ฟูเด้งดึ๋งสักทีไงล่ะ !
เลิกขึ้นลิฟต์แล้วหันมาใช้บันไดซะ วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับวัยทำงานที่ทำงานบนตึกสูง แค่เปลี่ยนจากการขึ้นลิฟต์แล้วหันมาเดินขึ้นลงบันไดเป็นประจำแทน คุณก็สามารถบอกลาก้นแบน ๆ ไปได้เลย ยิ่งถ้าวิ่งขึ้นลงบันไดในเวลาที่ต้องทำงานให้ไว ก็รับรองได้เลยว่า ก้นคุณจะใหญ่สมใจอยากอย่างแน่นอน

วิ่งจ๊อกกิ้ง นอกจากจะช่วยให้ต้นขาแน่นกระชับแล้ว ยังช่วยให้ก้นเด้งอิ่มแน่นอีกด้วย ดังนั้น ถ้าคุณอยากมีก้นฟูก็เริ่มวิ่งซะตั้งแต่วันนี้ หรือถ้าพอใจที่ก้นแฟบเป็นไม้กระดานอยู่แล้วก็ตามใจ !
ปั่นจักรยานสิ ไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักรยานในสวนสาธารณะหรือปั่นจักรยานที่ฟิตเนสก็ได้ทั้งนั้น ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้คุณเป็นเจ้าของก้นกลมเด้งแน่นปั๋งได้แล้ว ใครเห็นแล้วเป็นต้องคลั่งแน่นอน !
ลุกนั่งก็ช่วยได้ ให้คุณหาเวลาบริหารด้วยท่าลุกนั่งให้ได้วันละ 100 ครั้ง รับรองได้เลยก้นของคุณจะปึ๋งปั๋งขึ้นอย่างแน่นอน แต่ช้าก่อน ช่วง ๆ แรกอย่าเพิ่งหักโหมมากล่ะ ให้เริ่มแค่เซตละน้อยครั้งก่อน หรือประมาณ 20 ครั้ง แล้วก็พัก จากนั้นจึงค่อย ๆ เพิ่มจำนวนเซตให้มากขึ้นตามลำดับต่อไป

สล็อต

ท่า Squat เป็นท่าที่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อส่วน Minimus ท่าง่าย ๆ แบบนี้แต่ได้ผลเป็นอย่างมาก ใครที่เพิ่งเริ่ม แนะนำว่าให้เล่นท่านี้ก่อนเป็นหลัก แต่ถ้าเบื่อ ๆ หรือมีเวลาว่างมาก ๆ คุณอาจจะเปลี่ยนไปเล่นท่าอื่นบ้างก็ได้ ซึ่งท่าสควอทนี้จะเป็นท่าบริหารกล้ามเนื้อขา แต่เนื่องจากขาและก้นนั้นเป็นส่วนที่ซัพพอร์ตกัน การเล่นท่านี้จึงช่วยให้ก้นเด้งดึ๋งขึ้นมากโขเลยทีเดียว และยังช่วยให้กล้ามเนื้อขาแข็งแรงและกระชับขึ้นอีกด้วย โดยมีสาว ๆ กลุ่มหนึ่งได้ทำการเล่นท่าสควอทเพียงท่าเดียวตามตารางเป็นระยะเวลา 30 วัน ซึ่งตามตารางจะเริ่มจากจำนวนน้อย ๆ แล้วเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวันถัดไป เพียงแค่คุณทำตามตัวอย่างรูปด้างล่างนี้ แต่ต้องระวังไม่ให้เข่าเลยปลายเท้า เพราะจะทำให้เข่ารับน้ำหนักตัวทั้งหมด ซึ่งจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ ถ้าเราทำท่านี้อย่างถูกต้องน้ำหนักตัวจะลงอยู่ที่เท้า

ท่า Lunge เป็นท่าที่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อส่วน Maximus ท่านี้ให้ทำ 15 ครั้ง จำนวน 3 เซต โดยสามารถถือดัมบ์เบลล์ไว้ที่ข้างตัวเพื่อเพิ่มความโหดได้ ท่านี้ให้เริ่มจากยืนตัวตรงและถอยเท้าด้านหนึ่งไปด้านหลัง โดยกะระยะพอประมาณ จากนั้นให้ย่อตัวให้เข่าเกือบถึงพื้น ระวังอย่าให้เท้าด้านหลังบิด และเข่าด้านหน้าไม่เกินปลายเท้า ย่อตัวลงและขึ้นในท่านี้ตามจำนวน เมื่อครบตามจำนวนแล้วก็ให้ดึงขากลับมาที่เดิมในท่ายืนตรง และถอยขาอีกข้างไปด้านหลังและทำแบบเดิม
Lunge

ท่า Jamping jack หรือ กระโดดตบ เป็นท่าที่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อส่วน Medius ให้ทำ 40 ครั้ง จำนวน 3 เซต
jumping-jack

ท่า Bent Knee Hip Extensions อีกหนึ่งท่าที่ค่อนข้างจะได้ผลดีอย่างมากหากทำร่วมกับท่า Squat โดยให้ทำท่านี้ครั้งละ 20 ครั้ง จำนวน 3 เซต คุณสามารถวางดัมบ์เบลล์ไว้ที่บริเวณข้อพับได้เพื่อเพิ่มความยาก
Bent-Knee-Hip-Extensionsแต่ระวังอย่าให้เอวสวิงเวลายกขึ้นลง เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ ให้ทำอย่างช้า ๆ โฟกัสไปที่ก้น ตามคลิปวิดีโอด้านล่าง

สล็อตออนไลน์

ท่า Bridging ท่านี้ให้ทำค้างไว้ประมาณ 30 วินาที หรือค้างในท่านี้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้ทำ 3 เซต ถ้าใครคิดว่าง่ายเกินไปและอยากเพิ่มความโหดก็ให้นำขวดน้ำมาวางไว้ที่หน้าท้องโดยใช้มือทั้ง 2 ข้างจับไว้
Bridging
เซ็กซ์ช่วยได้ มีความเชื่ออย่างหนึ่งที่บอกว่า การมีเซ็กซ์เป็นประจำจะช่วยให้ผู้หญิงก้นใหญ่ สะโพกดูผายขึ้นนะ ไม่แน่ใจว่าเป็นผลมาจากฮอร์โมนเพศหญิงอะไรหรือเปล่า ที่ทำให้สาว ๆ ดูมีน้ำมีนวลขึ้น หรือเป็นเพราะบริเวณสะโพกได้ออกกำลังกายอยู่บ่อย ๆ นะ
แต่งตัวพรางหุ่นเสริมก้นแฟบ
กางเกงเสริมสะโพก อีกทางเลือกที่เห็นผลทันตา แต่จะเหมาะสำหรับผู้หญิงซะมากกว่า นิยมใช้มากในวันที่ต้องใส่ชุดเข้ารูปหรือใส่ออกงานให้ดูมีก้น แต่ถ้าคุณผู้ชายจะใส่บ้างก็ไม่มีปัญหา ก้นคงดูน่าหมั่นเขียวดีเป็นแน่แท้ งั่ม !
กางเกงเสริมก้น
กางเกงทรงขากระบอกตรง / กางเกงชิโน่ / กางเกงทรง slim fit / กางแบบมีกระเป๋าหลัง เป็นไอเท็มสุดโก้ที่จะช่วยอัปก้นให้ดูตู้มได้อย่างสมใจ แถมยังไม่ดูเน้นสัดส่วนจนเกินไปอีกด้วย เนื่องจากทรงกางเกงที่ไม่รัดและไม่หลวมจนเกินไป ทำให้หนุ่ม ๆ สามารถโชว์ได้แบบไม่ต้องอาย แถมยังช่วยพรางหุ่นให้ก้นดูเต็มขึ้นได้อีกด้วย รวมทั้งยังทำให้ลุคคุณดูเป็นแฟชั่นนิสต้าแบบสุด ๆ หรืออาจจะเลือกใส่กางเกงแบบมีกระเป๋าหลังก็ช่วยให้ดูมีก้นขึ้นมาได้ทันทีเหมือนกัน
กระโปรงทรงเพ็บลั่ม (Peplum) สำหรับสาว ๆ ต้องรีบมีไว้ติดตู้เลยนะ ! เพราะว่านี่คือของเด็ดที่จะช่วยให้ก้นของคุณดูฟูขึ้นมาแบบทันตา ทำให้บอดี้ของคุณดูแซ่บขึ้น เห็นเป็นทรงนาฬิกาทรายได้แบบง่าย ๆ เลยด้วย
กระโปรงเสริมสะโพก

jumboslot

งดใส่กางเกงรัดรูป, เลคกิ้ง และกางเกงขาเดฟ เพราะยิ่งฝืนใส่ก็จะยิ่งทำให้เน้นไปที่จุดด้อยของคุณมากขึ้น แต่ให้คุณเอาเวลาไปขยันปั๊มก้นให้ดูอิ่มฟูแล้วค่อยคว้ามาใส่ก็ยังไม่สาย แต่ถ้าคุณอยากใส่มากจนใจจะขาด ก็ให้นำมาใส่กับเสื้อตัวยาวปิดสะโพกอย่างเช่น เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวหลวม ๆ เสื้อเชิ้ตลายสกอต หรือเสื้อยืดที่มีลวดลาย ก็จะช่วยพรางสายตาได้เป็นอย่างดี ทำให้ไม่เน้นจุดด้อยของคุณมากจนเกินไป
ลองกางเกงทุกครั้งก่อนซื้อ ถ้าไม่ได้ลอง อย่าซื้อ ! ยิ่งกับคนที่ก้นแฟบที่ใส่อะไรก้นก็ดูแบนแนบไปซะหมดอยู่แล้ว ก็ยิ่งต้องลองสวมใส่ทุกครั้งพร้อมกับส่องกระจกมองอีก 360 องศา ให้รู้กันไปเลยว่าไอ้เจ้ากางเกงที่เราอยากได้นั้นมันเหมาะกับเราแค่ไหน ! เนื่องจากเนื้อผ้านั้นมีอยู่หลายประเภท เนื้อผ้าบางชนิดจะช่วยเนรมิตให้ก้นคุณดูอิ่มฟูได้อย่างไม่น่าเชื่อ ! แต่ถ้าเลือกเท่าไรใส่แล้วก้นก็เหี่ยวแฟบเหมือนเดิม งานนี้คุณก็ต้องหันไปเพิ่มก้นด้วยวิธีอื่นแล้วล่ะ
ฉีดเสริมสะโพก ถือเป็นการทำศัลยกรรมที่สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องทำการผ่าตัด การเสริมสะโพกวิธีนี้จะทำการดูดไขมันบริเวณหน้าท้องหรือต้นขา แล้วนำมาสกัดให้บริสุทธิ์ก่อนที่จะฉีดเข้าไปในบริเวณที่ต้องการ ราคาทำต่อครั้งมีตั้งแต่เกือบแสนไปจนถึงแสนกว่า ๆ
ผ่าตัดเสริมสะโพก อีกทางเลือกสุดท้ายสำหรับคนขี้เกียจ วิธีนี้เป็นการผ่าตัดเสริมก้นด้วยซิลิโคน ซึ่งแพทย์ผ่าตัดจะนิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน โดยการสอดแผ่นซิลิโคนเข้าไประหว่างกล้ามเนื้อที่บริเวณร่องก้น หลังจากเสริมเข้าไปจะช่วยทำให้สะโพกดูเข้ารูปมากขึ้น แต่มีข้อเสียคือรอยแผลผ่าตัดที่ยาวประมาณ 4-5 นิ้ว แต่รอยจะค่อย ๆ จางหายไปเอง แต่ราคาทำต่อครั้งค่อนข้างแพง คือประมาณหนึ่งแสนบาทขึ้นไป
การเดินเป็นวิธีบริหารด้วยการเดินแบบเร็วๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนก้นได้เกิดการเคลื่อนไหว ซึ่งนี่แหละเป็นตัวการทำให้ก้นฟู!! เพียงแค่หมั่นเดินหรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อยทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้เลือดได้ไหลเวียนไปทั่วร่างกายรวมถึงบริเวณก้น ก้นก็จะเด้งสวยมากขึ้นค่ะ
วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับวัยทำงานที่ทำงานบนตึกสูง แค่เปลี่ยนจากการขึ้นลิฟท์แล้วหันมาเดินขึ้นลงบันไดเป็นประจำแทน สาวๆก็สามารถบอกลาก้นแบนๆ ไปได้เลย ยิ่งถ้าวิ่งขึ้นลงบันไดในเวลาที่ต้องทำงานให้ไว ก็รับรองได้เลยว่าก้นจะใหญ่สมใจอยากอย่างแน่นอน

slot

1.อาหารเพิ่มกล้ามเนื้อ

ถ้าไม่มีโปรตีนจากเนื้อสัตว์ก็ยากมากที่จะสร้างกล้ามเนื้อได้ค่ะ การเลือกอาหารที่เหมาะสมกับการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสะโพกจึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็ใช้ว่าต้องการโปรตีนในเนื้อสัตว์แล้วจะทานเนื้ออะไรก็ได้ เพราะเนื้อบางชนิดและบางส่วนมีไขมันแทรกอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสิ่งที่เราต้องการคือโปรตีนที่มีกรดอะมิโนจำเป็น คาร์โบไฮเดรต และไขมันดีเท่านั้น ส่วนโปรตีนคุณภาพมีอยู่ในเนื้อสัตว์อย่างปลาทะเล, เนื้อออกไก่, ไข่, เวย์โปรตีน, ธัญพืช และเนื้อหมูในส่วนที่ไขมันน้อย สำหรับเนื้อวัวจะย่อยยากมากเกินไปนิดหนึ่งค่ะ สำหรับคาร์โบไฮเดรตจะเป็นมันฝรั่งและอะโวคาโด เป็นต้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารสำเร็จรูปและอาหารแปรรูปทุกเมนู เพราะอาหารเหล่านี้จะกักเก็บไขมันในร่างกายและเก็บไว้ที่หน้าท้องมากเกินไป

2.ออกกำลังกายเน้นช่วงก้น

เมื่อมีอาหารที่ดีแล้ว ก็ต้องมีการออกกำลังกายที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน เช่นการ squats, deadlifts และ lunges ท่าเหล่านี้มีประสิทธิภาพมากในการทำให้ช่วงสะโพกสวยขึ้น โดยเฉพาะท่า Squats ที่ถือว่าดีที่สุด จะมีลักษณะเหมือนการการลุกนั่ง แต่ให้ยืดแขนออกไปด้านหน้าโดยแบมือหรือยกดรัมเบลไว้เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ก้าวขาออกไปทางด้านข้างให้ห่างจากกันน้อย จากนั้นนั่งลงแล้วทำให้หลังตรงที่สุดพร้อมดันก้นออกไปด้านหลังและดันตัวขึ้น 1 เซ็ต ทำท่านี้ประมาณ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ติดต่อกัน 1 เดือน ดาวรับรองเลยว่าช่วงสะโพกและก้นของคุณๆ จะมีรูปทรงที่สวยมากยิ่งขึ้น

3.อาหารว่างระหว่างวัน

สำหรับสาวๆ ที่กลัวจะหิวระหว่างวัน ก็สามารถเตรียมอาหารว่าง ที่มีประโยชน์และช่วยเรื่องสะโพกสวยไว้ทานได้ คือ นำกล้วยมาปั่นผสมกับเมล็ดแฟลกซ์, ผลไม้, โยเกิร์ต และแซนวิซเนยถั่ว อาหารว่างเหล่านี้จะช่วยเพิ่มโปรตีนจำเป็นและไขมันดีให้กับกล้ามเนื้อ และอย่าลืมที่จะดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อทำให้ร่างกายสามารถดึงน้ำไปใช้ในช่วงออกกำลังกายอย่างพอเหมาะด้วยนะคะ

วิธีลดน้ำหนักแบบนักมวย

โดยปกติแล้วภายใน 1 เดือน นักมวยไทยจะต้องลดน้ำหนักให้ได้ประมาณ 8-10 กิโลกรัม หรือมากกว่า 15 กิโลกรัม ในกรณีที่นักมวยห่างหายจากเวทีไปนาน โดยน้ำหนักที่ต้องการลดจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวปัจจุบันกับน้ำหนักในพิกัดที่ต้องลดเพื่อขึ้นชก อย่างเช่นถ้าน้ำหนักปัจจุบันหนัก 60 กิโลกรัม ถ้าหัวหน้าค่ายสั่งให้ขึ้นชกในพิกัด 52 กิโลกรัม นักมวยก็ต้องลดน้ำหนักมาอยู่ในพิกัดที่หัวหน้าค่ายสั่งให้ได้

เครดิตฟรี

ทำไมต้องลดน้ำหนักเยอะขนาดนั้น ?
เพราะมวยเป็นกีฬาที่ต้องใช้น้ำหนักในการแบ่งรุ่น โดยปกติแล้วนักมวยจะมี “น้ำหนักธรรมชาติ” ที่ไม่ว่าจะซ้อมหนักแค่ไหนน้ำหนักก็จะลงมาอยู่ที่น้ำหนักธรรมชาตินี้ ซึ่งเจ้าของค่ายมวยต่างรู้ดีว่าถ้าอยากจะให้นักมวยได้เปรียบเรื่องรูปร่างจะต้องให้นักมวยลดน้ำหนักลงมาอีก 3 กิโลกรัม ทำให้เหมือนได้ชกกับนักมวยที่ตัวเล็กกว่า และสาเหตุหลักอีกอย่างก็คือ หัวหน้าค่ายเป็นคนสั่งให้ลดน้ำหนัก ถ้านักมวยไม่ลดน้ำหนักก็ไม่ได้ขึ้นชก ทำให้ไม่ได้เงินค่าตัว เพราะนักมวยทุกคนจะได้รับค่าจ้างจากการขึ้นชกเท่านั้น ไม่ใช่รับเงินค่าจ้างเป็นรายเดือน

โปรแกรมการซ้อมและลดน้ำหนัก
โดยทั่วไปนักมวยไทยจะมีโปรแกรมการชกบนเวทีมาตรฐาน (เวทีลุมพินี หรือ เวทีราชดำเนิน) เดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งตารางการฝึกก็จะเริ่มต้นใหม่ทุก ๆ เดือน ดังนี้ครับ

วันที่ 1-5 : วันแห่งการพักผ่อน ก่อนการขึ้นชกครั้งถัดไป โดยทั่วไปแล้วนักมวยส่วนใหญ่หลังขึ้นชกบนเวทีมาตรฐาน หัวหน้าค่ายจะสั่งให้นักมวยหยุดพักผ่อน ซึ่งนักมวยก็จะนำเงินที่ได้มาไปใช้กินเลี้ยงกับเพื่อนพี่น้อง จึงส่งผลทำให้น้ำหนักตัวพุ่งพรวดในระยะเวลาอันรวดเร็ว
วันที่ 6 : เริ่มเข้าสู่โปรแกรมการซ้อม เมื่อกลับมาที่ค่ายทางเทรนเนอร์จะให้นักมวยกิน “ยาน้ำระดมพล” ขวดละประมาณ 35 บาท (ภาพจาก : สมาชิกหมายเลข 1059903) ซึ่งเป็นยาระบายอ่อน ๆ เพื่อขับของเสียออกจากร่างกาย โดยนักมวยเชื่อว่าเลือดที่ช้ำอยู่ภายในจะถูกถ่ายออกมาเหมือนการขับพิษ โดยจะกินกันตอนท้องว่าง ซึ่งคนทั่วไปกินแค่ 2-3 ช้อนชา แต่นักมวยจะต้องซัดกันเข้าไปถึงครึ่งขวดหรือเกือบหมดทั้งขวด และบอกได้เลยว่ามีรสขมมาก วันที่กินยานี้จะทำให้นักมวยถ่ายประมาณ 4-5 ครั้ง วันนั้นทั้งวันนักมวยจะมีอาการเพลียสุด ๆ แทบออกไปไหนไม่ได้เลย แค่ขั้นตอนนี้น้ำหนักก็ลดไปได้ประมาณ 1 กิโลกรัมแล้ว จากนั้นก็สามารถกินอาหารอย่างอื่นได้ตามสบาย (ทางการแพทย์ออกมายืนยันแล้วนะครับว่า การกินยาน้ำระดมพลไม่ได้ช่วยในเรื่องการขับเลือดที่ช้ำออกจากร่างกาย ที่เขียนมาอยากให้เห็นถึงวิถีของนักมวยเท่านั้น อย่าไปกินเล่นเองที่บ้านนะครับ อันตราย)
ยาน้ำระดมพล
วันที่ 7-9 : วอร์มร่างกายเบา ๆ วันรุ่งขึ้นหลังจากกินยาน้ำระดมพลแล้ว ทางเทรนเนอร์จะให้นักมวยวอร์มร่างกายด้วยการวิ่งเบา ๆ 8-10 กิโลเมตร ในช่วงเช้าและกลางวัน และช่วงบ่ายก็จะนอน และวิ่งอีก 5-6 กิโลเมตรในช่วงกลางบ่ายเป็นต้นไป ซึ่งการวอร์มร่างกายจะทำประมาณ 2-3 วันเท่านั้น

สล็อต

วันที่ 10-26 : เข้าสู่ตารางการฝึกแบบจริงจัง เมื่อร่างกายเริ่มกลับเข้าที่เข้าทางแล้ว ตารางการฝึกก็จะเข้มข้นมากขึ้นจนใกล้ถึงวันชก โดยจะฝึกตั้งแต่วันจันทร์-เสาร์ (หยุดทุกวันอาทิตย์) ส่วนตารางการฝึกก็จะเป็นดังนี้ครับ
05.30 น. เทรนเนอร์จะปลุกนักมวยมาวิ่งในตอนเช้าเป็นระยะทาง 10 กว่ากิโลเมตร (ใช้เวลา 50 นาที)
06.30 น. นักมวยวิ่งกลับถึงค่ายเพื่อทำการล้างหน้าล้างตา พันผ้าพันมือ ยืดเส้นยืดสาย และเตรียมตัวชกลม วอร์มร่างกายต่ออีก 15 นาที
06.45 น. หลังการยืดเส้นยืดสายและชกลมเรียบร้อยแล้ว นักมวยจะเริ่มใส่นวมและลงซ้อมเตะเป้ากับเทรนเนอร์ เป็นเวลา 4 ยก ยกละ 3 นาที พัก 2 นาที และเตะกระสอบทรายอีก 4 ยก ยกละ 3 นาที พัก 2 นาที (ใช้เวลา 45 นาที)
07.30 น. จะเริ่มมีการปล้ำแขน ไล่แขน และเล่นเวทนิดหน่อย
08.00 น. เมื่อซ้อมเสร็จ นักมวยจะอาบน้ำ กินข้าว พักผ่อน และจะงีบหลับตอนเที่ยง ๆ แล้วตื่นขึ้นมาซ้อมอีกทีตอนบ่าย 3 โมง
15.45 น. วิ่งช่วงบ่ายอีกประมาณ 5 กิโลเมตร
16.15 น. เมื่อวิ่งเสร็จและกลับถึงค่าย จะกระโดดเชือกอีก 15 นาที
16.30 น. พันมือ ชกลม และยืดเส้นยืดสายอีกเป็นเวลา 15 นาที
16.45 น. ปล้ำแขน เล่นเชิง และเตะเป้า อีกเป็นเวลา 1 ชั่วโมง
17.45 น. เล่มกล้าม เล่นเวท (เล่มกล้ามท้อง กล้ามแขน และดึงข้อ) อีกประมาณ 1 ชั่วโมง
18.45 น. ถึงเวลาอาบน้ำ กินข้าว และพักผ่อนตามอัธยาศัย
22.00 น. ปิดไฟแล้วนอน
นักมวยซ้อมวิ่ง
***ส่วนเรื่องการกินระหว่างการซ้อมนั้น นักมวยจะกินกันเยอะมาก ๆ หรือข้าวประมาณ 2 จานพูน ๆ (ถึงจะกินเยอะมาก แต่ก็สามารถลดน้ำหนักไปได้ประมาณ 6-7 กิโลกรัมแล้วเป็นอย่างน้อยในช่วงการฝึก 17 วันนี้ครับ) ถ้าเราซ้อมได้ประมาณ 1/3 ของนักมวย พร้อมกับคุมอาหาร แค่เลือกกิน แต่ไม่ถึงกับต้องอดอาหาร ก็จะสามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วเกือบเท่านักมวยแล้วครับ และจากตารางจะเห็นได้ว่าใน 1 วัน จะใช้เวลาออกกำลังกายไปเกือบ 5 ชั่วโมงแล้ว แล้วใน 5 ชั่วโมงที่ว่านี้ก็ไม่ได้ออกกันเบา ๆ แต่เน้นออกอย่างหนักหน่วง ซึ่งผลลัพธ์จากการซ้อมหนักขนาดนี้ จะทำให้ไขมันในร่างกายถูกเบิร์นไปจนเกือบหมดทุกส่วนครับ

สล็อตออนไลน์

วันที่ 27 ช่วงเริ่มทรมานของการลดน้ำหนัก ในวันนี้เทรนเนอร์จะให้นักมวยคุมเรื่องอาหารการกิน จากกินข้าวมื้อละ 2 จาน จะให้ลดเหลือมื้อละ 1 จาน การซ้อมวิ่งในตอนเช้าก็จะมีการใส่ชุดลดน้ำหนักแล้วออกวิ่งเพื่อทำการรีดน้ำหนักออกจากร่างกายให้ได้มากที่สุด ส่วนการซ้อมก็จะลดดีกรีความหนักลง จากเดิมเตะเป้าและเตะกระสอบอย่างละ 4 ยก ก็จะเหลือเพียง 3 ยก ส่วนการปล้ำแขนจากเดิม 1 ชั่วโมงก็จะลดเหลือ 20 นาที
วันที่ 28 เริ่มลดน้ำหนักอย่างจริงจัง อาหารที่เคยกินวันละ 3 มื้อ จะลดเหลือแค่ 2 มื้อ เช้าและเย็น โดยในแต่ละมื้อจะให้กินแต่เนื้อสัตว์ งดการกินแป้ง ส่วนการซ้อมจากเดิมที่ต้องตื่นขึ้นมาวิ่งตอนเวลา 05.30 น. ก็จะให้เริ่มวิ่งตอน 09.00 แทน เพื่อให้โดนแดดแรง ๆ พร้อมกับใส่ชุดลดน้ำหนัก (เหมือนเตาอบ) และที่ทรมานที่สุดก็คือ “การห้ามกินน้ำ” ไม่ว่าจะเหนื่อยหรือหิวน้ำแค่ไหนก็ห้ามกิน แต่ทำได้เพียงแค่จิบเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในคอเท่านั้น ส่วนการซ้อมในช่วงเย็นก็จะมีแค่การวิ่งพร้อมกับใส่ชุดลดน้ำหนักตอน 16.00 น. ในกลางแดด และการชกลมเบา ๆ
วันที่ 29 การลดน้ำหนักจะเริ่มโหดมากขึ้น โดยจะลดข้าว ลดน้ำจากเดิม แต่ยังคงเน้นการวิ่งเหมือนเดิมพร้อมกับใส่ชุดลดน้ำหนัก (สำหรับคนทั่วไปคงไม่ต้องถึงกับไปหาซื้อชุดลดน้ำหนักมาใส่นะครับ เพราะชุดนี้มันช่วยได้แค่รีดน้ำในร่างกายออกมาแค่ชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งตามหลักแล้วมันไม่ได้ช่วยให้ผอมลงครับ ยิ่งถ้าคุณต้องวิ่งกลางแดดด้วย อาจจะเป็นลมไปได้ง่าย ๆ เลยล่ะ)
ชุดลดน้ำหนักนักมวย
วันที่ 30 ยังคงลดน้ำหนักโดยใช้โปรแกรมเดิม เมื่อน้ำหนักของนักมวยเริ่มลงมาใกล้พิกัดที่ต้องการขึ้นชกแล้ว เช่น ชกแล้ว 112 ปอนด์ น้ำหนักตัวในนี้ควรจะอยู่ที่ 113 ปอนด์ เพื่อในวันถัดไปนักมวยจะต้องลดน้ำหนักหน้าเวทีอีกครั้งหนึ่ง
วันที่ 31 การชั่งน้ำหนักในวันตัดสิน การชั่งน้ำหนักถ้าเป็นมวยสากล วันชั่งน้ำหนักกับวันชกจะคนละวันกัน แต่ถ้าเป็นมวยไทย การชั่งน้ำหนักจะชั่งกันในตอนเช้า เวลา 06.30 น. แล้วชกกันตอนกลางคืนในวันเดียวกัน ในวันชั่งจริง เทรนเนอร์จะพยายามให้น้ำหนักเกินประมาณ 1 ปอนด์ (0.45 กิโลกรัม) พอชั่งครั้งที่ 1 เสร็จแล้ว ทางเทรนเนอร์ก็จะให้นักมวยใส่เสื้อรีดน้ำหนัก แล้ววิ่งรอบสนามสัก 2-3 รอบ น้ำหนักที่เกินมา 1 ปอนด์ก็จะหายไปพอดีกับพิกัดนักมวย เรียกได้ว่าลดน้ำหนักกันจนถึงวินาทีสุดท้ายเลยทีเดียว ! โดยในมื้อเช้ามื้อแรก นักมวยจะยังกินข้าวไม่ได้เยอะ เพราะดื่มน้ำไปเยอะ อาจจะกินได้แค่ 1 จาน พอประมาณ 8 โมงเช้า พี่เลี้ยงก็จะพานักมวยไปเช็กอินเข้าที่พัก เพื่อให้นักมวยงีบหลักสัก 2-3 ชั่วโมง แล้วตื่นมากินข้าวเที่ยง ซึ่งมื้อนี้นักมวยจะเริ่มกินข้าวได้เยอะ จากนั้นนักมวยก็จะกลับไปนอนที่โรงแรมต่ออีกรอบ แล้วจะตื่นขึ้นมาตอนบ่ายสี่ พร้อมกับกินข้าวเย็นเพื่อเก็บแรงไว้เตรียมชกในช่วงเวลา 2-3 ทุ่ม (ในระยะเวลาแค่ 12 ชั่วโมง นักมวยจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นถึง 4-5 กิโลกรัม เนื่องจากดื่มน้ำและทานอาหารเข้าไปเยอะ) หลังชกเสร็จ นักมวยก็จะได้กลับไปพักผ่อนอีก 5 วัน ถ้ามีรายการชกในเดือนถัดไป ตารางการซ้อมก็จะกลับมาเริ่มใหม่เหมือนเดิม

jumboslot

อย่างที่ทราบไปแล้วว่าการฝึกหลายอย่างของมวยไทยนั้นหลาย ๆ อย่างจะขัดกับหลักวิทยาศาสตร์การกีฬาและหลักการแพทย์ หากคนทั่วไปทำตามโปรแกรมดังกล่าวก็อาจทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ แต่อย่างไรก็ตาม มวยไทยก็ถือเป็นเครื่องมือชั้นยอดในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ถ้าคุณอยากออกกำลังกายด้วยมวยไทยจริง ๆ แนะนำให้ไปฝึกกับยิมมวยจริง ๆ เลยจะดีกว่าครับ ไม่แนะนำให้ไปทดลองเองที่บ้าน

คนทั่วไปจะลดน้ำหนักให้ได้เกิน 10 กิโลกรัมใน 1 เดือน จะทำได้ไหม ?
คำตอบคือ ทำได้สบายครับ ภายใต้เงื่อนไขหลายอย่าง ๆ โดยจขกท.ได้ยกตัวอย่างการลดน้ำหนักของผู้เข้าแข่งขัน The biggest loser asia season 2

ลดน้ำหนักแบบนักมวย

จากตารางจะเห็นได้ว่า Starting Weight กับน้ำหนักที่จบใน Week ที่ 4 เป็นต้นไป ผู้เข้าแข่งขันทุกคนที่อยู่จนครบเดือน สามารถลดน้ำหนักได้เกิน 10 กิโลกรัมทั้งหมด เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่อ้วนมาก ๆ และต้องการลดน้ำหนัก สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดก็คือ “การควบคุมอาหาร” (ไม่ใช่งดอาหารนะครับ) โดยแนะนำให้เลือกรับประทานอาหารถูกปากเราและมีประโยชน์ ถ้าคุณเปลี่ยนวิธีการกินอาหารได้ก็สามารถลดน้ำหนักไปได้เยอะแล้วครับ (เพราะอาหารมีส่วนในการลดน้ำหนักมากถึง 70% ส่วนการออกกำลังกายมีส่วนเพียง 30%)

slot

ส่วนการออกกำลังกายก็เริ่มจากเบาสุด เช่น การเดินรอบบ้าน หรือหาวิธีออกกำลังกายที่เราสามารถมีความสุขกับมันได้ โดยที่เราไม่รู้สึกทรมานในการออกกำลังกาย ถ้าทำได้ติดต่อกันสัก 1 เดือน รับรองได้เลยว่าน้ำหนักลดลงอย่างแน่นอนครับ ที่หลายคนเลือกเล่นมวยไทยก็เพราะมันสนุกนี่แหละครับ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนเล่นมวยไทยประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักมากกว่าการออกกำลังกายด้วยวิธีอื่น สรุปสั้น ๆ ก็คือ “เราต้องมีความสุขกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และสนุกกับการออกกำลังกายครับ (จขกท.)”

การกินมีผลมากน้อยแค่ไหน ?
ถ้าจะเปรียบเทียบง่าย ๆ สำหรับคนที่ต้องการจะลดน้ำหนัก 20 กิโลกรัม ถ้าคุณออกกำลังกายอย่างจริงจังทุกวัน แต่ก็ยังกินแบบตามใจปากอยู่เหมือนเคย คุณอาจต้องใช้เวลาถึง 5 เดือน กว่าจะลดน้ำหนักได้ถึง 20 กิโลกรัม แต่ถ้าคุณควบคุมอาหารให้ดี ๆ คุณอาจใช้เวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น ! ถ้าไม่สะดวกหาอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ คุณอาจเลือกซื้ออาหารคลีนแบบ Delivery ให้มาส่งถึงที่เลยก็ได้ครับ หรือค้นหาข้อมูลในเว็บเกี่ยวกับ “เมนูอาหารคลีน” ก็มีให้เลือกทำได้เองหลายสูตรเลยครับ ถ้าสนใจแนวทางนี้ก็ลองไปตามต่อในกระทู้ที่เกริ่นไว้ด้านบนเลยครับ

วิธีควบคุมน้ำหนักง่ายๆ

การจดบันทึก เราควรจดบันทึกน้ำหนักตัวของเราที่เปลี่ยนแปลง จดบันทึกพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และกิจกรรมต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง หรือการทำงาน เพราะมันจะช่วยทำให้เราทราบว่า น้ำหนักของเรามากขึ้นหรือน้อยลงอย่างไร และยังเป็นเครื่องเตือนใจอีกด้วยว่าหากเรามีพฤติกรรมเสี่ยงต่อความอ้วน น้ำหนักของเราก็จะเพิ่มมากขึ้น ถ้าทำไปเรื่อย ๆ จนติดเป็นนิสัยแล้ว เราก็จะทราบได้ว่าสิ่งใดที่ทำให้น้ำหนักของเราเพิ่มขึ้น

เครดิตฟรี

ทำกิจกรรมระหว่างวัน หลาย ๆ คนอาจไม่มีเวลามากพอที่จะไปออกกำลังกายในช่วงเย็นหรือเช้า แต่วิธีที่สามารถช่วยแก้ขัดได้บ้างนั่นก็คือ การออกกำลังกายระหว่างวันที่เราสามารถทำได้ ไม่ว่าเราจะทำอะไรอยู่ก็ตาม เช่น การเดินหรือลุกมาเคลื่อนไหวร่างกายบ้าง, เดินออกไปกินข้าวนอกสำนักงาน, ไปถ่ายเอกสารหรือส่งแฟกซ์เอง, ใช้บันไดแทนลิฟต์, ใช้วิธีเดินติดต่องานแทนการคุยผ่านโทรศัพท์, ถ้าต้องนั่งอยู่กับโต๊ะก็ให้เราขยับแข้งขาบ้างหรือเอี้ยวตัวบิดไปมา, ลงก่อนถึงป้ายที่ทำงานหรือบ้าน 1 ป้ายรถเมล์, เดินเข้าห้องน้ำที่อยู่อีกชั้น, ไปซื้อของด้วยการเดินหรือปั่นจักรยานแทนการขับรถ, ปั่นจักรยานไปทำงาน, เดินไปคุยโทรศัพท์ไป, ถ้าต้องทำงานอยู่กับที่ ใน 1 ชั่วโมง ควรจะไปพักทำอะไรหรือยืดเส้นยืดสายบ้างสัก 5 นาที ฯลฯ
เคล็ดลับการลดน้ำหนัก
ทำงานบ้านช่วยได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นการกวาดบ้าน, ถูบ้าน, ซักผ้า, ขัดห้องน้ำ, ล้างรถ, เล่นกับสัตว์เลี้ยง, เล่นกับลูก, พาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น, ทำสวนเอง, ดูทีวีไปออกกำลังกายไปด้วยการยกเวททั้งสองข้าง ฯลฯ หรือจะออกกำลังกายด้วยการใช้แรงคนแทนเครื่องจักรก็ได้ เช่น ใช้กรรไกรตัดหญ้าแทนเครื่องตัดหญ้า ล้างรถเองแทนไปเข้าร้าน เดินไปกดเปลี่ยนโทรทัศน์เองแทนการใช้รีโมต ซักผ้าบางชนิดด้วยตัวเองแทนการใช้เครื่องซักผ้า เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยทำให้ร่างกายของเราเผาผลาญพลังงานไปได้มากเลยทีเดียว เพราะกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยทำให้ร่างกายของเราได้ใช้พลังงานที่เก็บสะสมเอาไว้และช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินของเราได้เป็นอย่างดี
ออกกำลังกายแบบง่าย ๆ เช่น การเต้นแอโรบิก เพื่อช่วยเผาผลาญพลังงานและช่วยกระชับร่างกายทุกสัดส่วน, การวิ่ง โดยวิ่งอย่างเป็นจังหวะและสม่ำเสมอ พร้อมกับแกว่งแขนตามจังหวะการก้าวของเท้า ซึ่งจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อตึงกระชับ และมีน้ำหนักตัวลดลง, การว่ายน้ำ อีกหนึ่งการออกกำลังที่มีประสิทธิภาพอย่างหนึ่งที่ช่วยกระชับสัดส่วนได้อย่างดี, การเต้นให้สุดเหวี่ยง เต้นมันให้หลุดโลกไปเลย วิธีนี้นอกจากจะสนุกแล้ว ยังทำให้เราได้เหงื่อ ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดของเราไปได้อีกทางด้วย, การกระโดดเชือกลดความอ้วน ที่สามารถช่วยบริหารร่างกายและลดไขมันส่วนเกินได้แทบจะทุกสัดส่วนของร่างกายไม่ว่าจะเป็นต้นขา สะโพก และเอว, การเดินลดต้นขา หากเราเป็นคนหนึ่งที่มีต้นขาใหญ่ การเดินอย่างสม่ำเสมอและเป็นจังหวะวันละ 40 นาที จะช่วยทำให้ต้นขาของเราเล็กและเพรียวลง เป็นต้น
เลือกเสื้อผ้าในการออกกำลังกาย ชุดออกกำลังกายควรจะเป็นเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าโปร่งสบาย มีการระบายความร้อนได้ดี เพราะนอกจากจะทำให้เรารู้สึกสบายแล้ว ยังทำให้เราคล่องตัวและออกกำลังกายได้นานมากขึ้นอีกด้วย
การรักษาน้ำหนัก เมื่อเราลดน้ำหนักจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจเป็นอันขาด เพราะหากเราเผลอไปกินตามใจปากอีกครั้งก็จะทำให้น้ำหนักของเราเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น เราจึงมีกฎอยู่ 2 ข้อในการรักษาน้ำหนักของเราไม่ให้เพิ่มขึ้นและคงที่ คือ ไม่กินอาหารที่มีแคลอรีและไขมันอิ่มตัวสูงมาก คือไม่กินตามใจปากนั่นเอง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

สล็อต

ใช้ความรักให้เป็นประโยชน์ ในช่วงที่เรามีความรัก เราคงอยากจะสวยเพื่อคนรักของเรา และอยากให้คนรักมองเราว่าสวยอยู่ตลอดเวลาจริงไหม ซึ่งเราก็อาศัยหลักตรงนี้แหละเป็นแรงผลักดัน หรือจะมีคนรักคอยช่วยเป็นกำลังใจในการลดน้ำหนักของเรา และคอยเตือนเมื่อเรากำลังจะตบะแตกหรือกำลังออกนอกลู่นอกทางก็ได้
กางเกงยีนส์ตัวเก่าตัวช่วยเตือนสติ หลาย ๆ คนคงจะมีช่วงที่ผอมอยู่บ้าง เมื่อเราผอมอยู่ในสัดส่วนที่น่าพอใจแล้วก็ให้คุณไปเลือกซื้อกางเกงยีนส์ตัวที่พอดีมาใส่ จากนั้นก็ให้ใส่ไปตลอด พอกางเกงเริ่มฟิตและคับนั่นก็แสดงว่าเราเริ่มที่จะอ้วน เราจะได้รู้ตัวและลดปริมาณการกินอาหารและควบคุมน้ำหนักให้ดียิ่งขึ้น
ให้รางวัลตัวเอง หากเราลดน้ำหนักได้สำเร็จตามเป้าหมายที่เราวางไว้ ควรจะให้รางวัลกับตัวเองบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าใหม่ รองเท้าใหม่ หนังสือเล่มโปรด หรืออะไรก็ได้ที่เราอยากได้ ที่สมเหตุสมผลกับเป้าหมายที่เราทำได้ (แต่รางวัลห้ามเป็นของกินหรือขนมเด็ดขาด) เพื่อเป็นการตอกย้ำความรู้สึกว่าเราสามารถทำได้และทำได้ดีด้วย
รีบลดน้ำหนักตั้งแต่วัยหนุ่มสาว เราต้องยอมรับว่า เมื่อเราแก่ตัวขึ้น ผิวของเราก็จะเริ่มแก่ตัวลงด้วย ถ้าเราลดน้ำหนักเมื่อตอนอายุมาก ผิวหนังที่ยุบตัวลงไปก็จะมีสภาพเหี่ยวย่น ไม่สวยงามและเต่งตึง ดังนั้นหากยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวก็ควรรีบลดน้ำหนักกันแต่เนิ่น ๆ
ไขมันส่วนเกิน หลายคนชะล่าใจว่าตัวเองไม่อ้วนจึงกินอาหารกันอย่างไม่ระมัดระวัง โปรดจำไว้ว่า คนไม่อ้วนไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีไขมันส่วนเกิน ดังนั้นถ้าคุณไม่อยากอ้วนแบบไม่ทันตั้งตัวแล้วล่ะก็ คุณควรจะลด ละ เลิกอาหารที่มีไขมัน แป้ง และน้ำตาลเป็นส่วนผสม แล้วหันมากินอาหารที่มีเส้นใยสูงและไม่มีไขมัน เช่น ผัก ผลไม้ ปลา เป็นต้น
คอเลสเตอรอล ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายของเราไม่จำเป็นต้องกินอาหารที่มีคอเลสเตอรอลเข้าไปเลย เพราะร่างกายสามารถผลิตคอเลสตอรอลได้เพียงพอต่อความต้องการอยู่แล้ว ดังนั้นจึงจำไว้เลยว่า “คอเลสเตอรอลทุกมิลลิกรัมที่เรากินเข้าไปเป็นคอเลสเตอรอลส่วนเกินที่ร่างกายไม่ต้องการทั้งสิ้น” (หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าคอเลสเตอรอลกับไขมัน คือสิ่งเดียวกัน แต่ความจริงแล้วมันเป็นคนละตัวและมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร ซึ่งคอเลสเตอรอลจะอยู่ในเนื้อสัตว์ทุกชนิด ผลิตภัณฑ์จากเนื้อ นม ไข่ โดยจะแตกต่างกับไขมันตรงที่คอเลสเตอรอลนั้นไม่มีแคลอรี หรือพลังงานเลยแม้แต่น้อย เมื่อร่างกายรับเข้ามามันจะเข้าไปเกาะตามผนังเลือดและเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ)
อย่าล้วงคอ เมื่อกินอาหารเข้าไปเพื่อสนองความอยากของตัวเอง แล้วจึงใช้นิ้วล้วงเข้าไปในคอ เพื่อทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียนเอาหารออกมา แม้วิธีนี้มันจะทำให้เราลดน้ำหนักได้จริง แต่ก็เป็นการทำลายสุขภาพของเราอย่างมากเลยล่ะ เช่น ทำให้ร่างกายขาดแคลเซียม ระบบย่อยอาหารรวนจนทำให้เรามีปัญหากับลำไส้ และการที่เราไม่ได้รับอาหารยังอาจทำให้หัวใจมีปัญหา ทำให้เกิดโรคที่บริเวณเนื้อเยื่อหัวใจและบริเวณไตได้

สล็อตออนไลน์

ลดน้ำหนักแค่ไหนกำลังดี ? มีหลายคนใจร้อนและอยากลดน้ำหนักของตัวเองให้ได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ แต่โดยทั่วไปแล้วการลดน้ำหนักนั้นไม่ควรหักโหมลดทีละมาก ๆ ใน 1 สัปดาห์เราควรจะลดน้ำหนักเพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้น เพื่อไม่ให้ตัวของเราเองดูโทรมหรือว่าแย่จนเกินไป แต่สำหรับสาวทำงานที่ต้องใช้พลังงานในการทำงานทั้งวันอยู่แล้ว โปรแกรมการลดน้ำหนักควรเป็นไปอย่างยืดหยุ่นและกินอาหารให้ครบทุกมื้อและครบทั้งห้าหมู่ ให้ลดและงดอาหารประเภทที่ทำให้เราอ้วนได้แทน
เราควรจะออกกำลังกายหนักแค่ไหน ? การออกกำลังกายนั้น เราควรจะดูที่สภาพร่างกายของเราเป็นหลัก ถ้าไม่เคยออกกำลังกายเลย ก็ควรจะเริ่มจากการออกกำลังกายเบา ๆ ก่อน เพราะถ้าเราหักโหมมากเกินไป ร่างกายจะรับไม่ไหว และถึงขั้นล้มป่วยได้เลย แต่ถ้าถามว่าออกกำลังกายแค่ไหนถึงจะพอดี คำตอบก็คือ เมื่อเรารู้สึกเหนื่อยหอบจนทนไม่ไหว เมื่อเวลาผ่านไปเราจะออกกำลังกายได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เอง
ต้องกินเท่าไรถึงจะเรียกว่าเป็นการลดน้ำหนัก ? หากเราไม่ได้ซีเรียสในการลดน้ำหนักมากนัก หรือแค่ต้องการให้น้ำหนักค่อย ๆ ลดลงไปอย่างพอดีและไม่ลำบากจนเกินไปนัก ในช่วงแรก ๆ ก็ให้พยายามลดปริมาณอาหาร จากที่เคยกิน 4 ส่วนก็ให้ลดเหลือ 3 ส่วน พอครบ 1 เดือนก็ให้พยายามลดปริมาณลงไปเรื่อย ๆ แบบที่กินแล้วเรารู้สึกอิ่มพอดี ไม่รู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง แต่ถ้าเราต้องการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วเราก็ต้องมานั่งคำนวณปริมาณแคลอรีที่เราต้องกิน ถ้าเป็นผู้หญิงก็ควรจะกินวันละ 1,000 แคลอรี ส่วนผู้ชายก็ให้กินประมาณ 1,500 แคลอรีพอ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้พลังงานของแต่ละบุคคลด้วย ถ้าทำงานที่ต้องใช้พลังงานมากก็ควรจะกินมากขึ้นหน่อย
การควบคุมน้ำหนักไม่ใช่การทรมานตัวเอง ความจริงแล้วการควบคุมน้ำหนักอย่างพอดีนั้นเป็นการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีต่างหาก แต่การกินอะไรตามใจปากจนปล่อยให้ตัวเองอ้วนต่างหากที่เป็นการทรมานร่างกายบนความสุขของตัวเอง
ความแตกต่างระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ในความเป็นจริงแล้ว สรีระ โครงสร้าง และส่วนประกอบของผู้หญิงและผู้ชายมีความแตกต่างกัน ผู้หญิงจะมีไขมันมากกว่าผู้ชาย จึงทำให้ผู้หญิงไม่มีพื้นที่สำหรับกล้ามเนื้อในส่วนต่าง ๆ เหมือนพวกผู้ชาย ดังนั้นการออกกำลังกายของผู้หญิงจึงไม่เป็นการสร้างกล้ามเนื้อ แต่จะเป็นการกระชับสัดส่วนให้ดูดีมากกว่า
เหงื่อกับการลดน้ำหนัก การที่ร่างกายขับเหงื่อออกมา เป็นเพราะร่างกายของเรากำลังเผาผลาญพลังงาน และเหงื่อก็คือน้ำที่อยู่ในร่างกาย ไม่ใช่ไขมันที่ซึมออกมา การที่เหงื่อออกมาก ๆ จึงไม่ได้หมายความว่าน้ำหนักเราจะลดน้อยลงไป หรือถ้าเราออกกำลังกายแล้วเหงื่อออกเยอะ ๆ แล้วไปชั่งน้ำหนักแล้วเห็นว่าน้ำหนักลดลง ก็ไม่ได้หมายความว่าไขมันที่พุงจะหายไป แต่มันเป็นปริมาณน้ำในร่างกายต่างหากที่เสียไป เมื่อเราดื่มน้ำเข้าไป น้ำหนักของเราก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

jumboslot

อ่านฉลากก่อนซื้อ ตามกฎหมายแล้วอาหารทุกชนิดที่ผ่าน อย. จะต้องมีฉลากบอกโภชนาการ โดยฉลากนี้จะบอกว่าอาหารชนิดนี้มีไขมัน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และคิดรวมกันแล้วให้พลังงานกี่แคลอรี ซึ่งจะสะดวกสำหรับการคำนวณของเรา เพื่อจะได้รู้ได้ทันทีว่าอาหารชนิดใดไม่ควรรับประทาน
แปรงฟัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อการแปรงฟันจะช่วยลดความอยากอาหารได้ ดังนั้น หลังจากกินอาหารมื้อเย็นแล้ว ก็ให้เราแปรงฟันของเราให้สะอาด วิธีนี้มันจะช่วยลดความอยากอาหารลงได้ เพราะรสชาติของยาสีฟันที่เราแปรงเข้าไป มันช่วยไม่ให้เราต้องมานั่งกินจุบจิบ และยังเป็นเครื่องเตือนใจเราอีกด้วยว่าถึงเวลาที่เราควรจะหยุดกินอะไรได้แล้ว เพราะว่าเราแปรงฟันแล้วนั่นเอง
นอนหลับก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ หลาย ๆ คนอาจจะงงว่ามันลดได้ยังไง นั่นเป็นเพราะการนอนหลับอย่างเต็มที่จะทำให้ร่างกายของเราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการเผาผลาญได้มากกว่าปกติถึง 40%
เครียร์ตู้เย็นซะ ด้วยการโละเอาของที่กินแล้วอ้วนในตู้เย็นออกให้หมด ไม่ว่าจะเป็นเนย แยม ขนมปัง ครีม หรืออะไรก็แล้วแต่ หากมันทำให้อ้วนก็ให้เอามันออกจากตู้เย็นให้หมด จากนั้นก็ให้ไปซื้อผลไม้ต่าง ๆ ที่กินแล้วไม่อ้วนติดตู้เย็นไว้แทนยามเราหิว
เคล็ดลับลดความอ้วน
ลดขนาดจานให้เล็กลง หากเราเป็นคนหนึ่งที่เคยชอบกินข้าวจานใหญ่ ๆ ให้ลองเปลี่ยนใช้จานที่มีขนาดเล็ก แล้วกินแบบเบิ้ล 3 จานแทน เฮ้ยยย…ไม่ใช่ล่ะ ! เพราะถ้าเรากินข้าวจานเล็ก ๆ ปริมาณข้าวก็จะน้อยลง เพราะขนาดของจานที่เล็กลงจะทำให้เรารู้สึกว่าเราได้กินข้าวไปมากพอแล้ว (เป็นหลักจิตวิทยาเล็ก ๆ น้อย ๆ)
ซื้อของเข้าบ้าน ก่อนออกจากบ้านไปซื้อของทุกครั้ง เราควรจดรายการที่ต้องการจะซื้อหรือจำเป็นต้องซื้อลงในกระดาษ เพื่อให้เราแน่ใจว่าอาหารดังกล่าวนั้นไม่เป็นอุปสรรคต่อการควบคุมน้ำหนัก เมื่อมาถึงร้านแล้ว ไม่ว่าจะเจอของยั่วตายั่วใจแค่ไหนก็ให้ยั้งใจและซื้อของตามรายการที่จดมาเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเตือนสติของเราไม่ให้ซื้อของอ้วน ๆ มาใส่ในตู้เย็นได้
ฝึกให้กระเพาะเล็กลง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเราสามารถฝึกให้กระเพาะของเราเล็กลงได้ด้วยการกินอาหารให้น้อยและ “เป็นประจำ” แล้วกระเพาะของเราจะบีบตัวลงเพื่อให้พอดีกับปริมาณที่เคยเข้ามาเอง หากทำครบสัปดาห์ จากที่เคยกินข้าวเป็นกะละมัง ก็จะกลายเป็นจานเล็ก ๆ ได้โดยที่เราไม่ต้องฝืนใจอะไรเลย
หมากฝรั่งปลอดน้ำตาล ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ปากว่าไม่ได้ ก็ให้พกหมากฝรั่งปลอดน้ำตาลเอาไว้ เวลาอยากกินนู่นนี่ ก็ให้แกะหมากฝรั่งมาเคี้ยวไปเรื่อย ๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดความอยากอาหารลงไปได้ในระดับหนึ่ง

[NPC5]
ห้ามเด็ดขาดกับยาลดความอ้วน ยาลดความอ้วนที่เราเห็นในปัจจุบัน มันไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้น้ำหนักลดได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่เป็นยาพิษที่ทำลายสุขภาพของเรามากกว่า เพราะยาเหล่านี้ส่วนใหญ่จะทำให้เราเบื่ออาหาร ร่างกายหมดเรี่ยวแรง นอกจากนั้นยังมีผลต่อจิตใจอีกด้วย อีกอย่างยาลดความอ้วนก็ยังเป็นยาที่มีผลเพียงระยะสั้น เพราะถ้าคุณเลิกกิน เราก็จะมีความอยากอาหารมากขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้ผู้ที่กินยานั้นจะกลับมาอ้วนยิ่งกว่าเดิม
ดื่มชากาแฟอย่างไรไม่ให้อ้วน ความจริงแล้วตัวน้ำชาและกาแฟนั้นไม่มีอะไรที่ทำให้เราอ้วนได้เลย แต่สิ่งที่ทำให้เราอ้วนนั้นก็คือน้ำตาล ครีมเทียม หรือว่านมที่ใส่ลงไปต่างหาก ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ตัวเองอ้วนฉุเพราะเครื่องดื่มเหล่านี้ ก็ควรงดการใส่น้ำตาล ครีมเทียม และนมโดยด่วน
เมื่อเครียดอย่ากิน หลายคนเมื่อเครียดมาก ๆ จะชอบกินของหวานเพื่อคลายความเครียด แม้จะเป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดอย่างได้ผลและเราก็ทำได้ก็ตาม แต่เราก็ต้องกินในปริมาณที่น้อย หรือถ้าจะให้ดีก็ไปหากิจกรรมอย่างอื่นที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดทำแทนจะดีกว่า เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ต อ่านหนังสือ นอนหลับพักผ่อน เป็นต้น
รับมือกับวันนั้นของเดือน ในช่วงมีประจำเดือน หลายคนนอกจากจะหงุดหงิดแล้ว ยังมีอาการอยากกินนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด แต่เราสามารถรับมือกับความอยากนั้นได้ด้วยการเอาของที่ทำให้อ้วนออกจากตู้เย็นให้หมด ใส่ผลไม้ไว้เยอะ ๆ แทน เน้นกินผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อช่วยลดความอยาก พยายามควบคุมอารมณ์ จิตใจ และความอยาก หรือหาอะไรทำเพื่อให้ลืม ถ้าทนไม่ไหวจริง ๆ ก็ให้กินสักคำสองคำก็พอ
อย่าอดอาหาร การอดอาหารไม่ใช่ทางออกที่ดีของการลดความอ้วนในระยะยาว เพราะการอดอาหารมื้อหนึ่งจะทำให้ร่างกายสร้างระบบป้องกันขึ้นมา โดยกักเก็บไขมันเอาไว้ แล้วทำการเผาผลาญอาหารให้น้อยลง เมื่อเราหยุดอดอาหาร ร่างกายก็จะเผาผลาญอาหารได้น้อยและทำให้อ้วนได้ง่ายยิ่งขึ้น
อาหารเช้าห้ามอด ไม่ว่าเราจะลดน้ำหนักแบบเอาเป็นเอาตายแค่ไหน แต่อาหารเช้าก็ยังเป็นอาหารที่สำคัญที่สุด เพราะอาหารเช้าที่เรากินเข้าไปจะนำไปถูกแปรเป็นพลังงานให้เราตั้งแต่เริ่มวันใหม่ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญอาหารทั้งมื้อเช้าและมื้ออื่น ๆ
อาหารเช้าต้องมีประโยชน์ อาหารเช้าที่ทำให้เราหิวเร็วได้แก่ อาหารจำพวกแป้งอย่างขนมปัง ซึ่งมันจะทำให้เราหิวเพิ่มขึ้นในเวลาไม่นาน ดังนั้น อาหารเช้าที่ดีควรมีไขมันและโปรตีนเป็นส่วนประกอบ แต่ก็อย่ากินในปริมาณที่มากเกินไปล่ะ เชื่อเถอะว่าสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก กาแฟ 1 แก้วกับขนมปัง 1 แผ่น ยังไงก็ไม่เวิร์กเท่ากับอาหารเหล่านี้
งดอาหารระหว่างมื้อหรืออาหารว่าง เพราะนอกจากจะเป็นอาหารมื้อที่ไม่จำเป็นแล้ว ยังเป็นพลังงานส่วนเกินของร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เราจะกินอาหารเหล่านี้ก็เพียงเพราะความอยาก ถ้าเราอยากกินจริง ๆ ก็ให้กินพวกผักผลไม้แทนจะดีกว่า
งดอาหารยามค่ำคืน ในยามกลางคืน ไม่ว่าเราจะกินอะไรก็ตามก็ล้วนแต่ทำให้อ้วนได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวหรือขนม เพราะระบบการย่อยอาหารของเราจะทำงานได้ไม่เต็มที่ช่วงนี้ ดังนั้น หากหลัง 5 โมงเย็นไปแล้ว เราก็ไม่ควรจะกินอะไรอีกเลย ถ้าหากต้องการที่จะลดน้ำหนักจริง ๆ หรือแม้แต่ไม่ต้องการให้เพิ่มขึ้นก็ตาม T-T
กินอาหารให้ครบห้าหมู่ สัดส่วนของอาหารที่ต้องการในแต่ละวัน คือ โปรตีน 20%, ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ 20%, ผักและผลไม้ต่าง ๆ 50% เมื่อเรากินอาหารเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทใดก็ตาม ร่างกายของเราจะทำการย่อยจนเป็นสารอาหารชนิดต่าง ๆ แล้วนำไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หรือเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน ดังนั้น อาหารที่กินเข้าไปจึงมีความสำคัญต่อร่างกาย ถ้าอดอาหารก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ ไม่สบาย ไม่มีพลังงาน และไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ แต่ถ้าหันมารับประทานอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เราก็ไม่อ้วนแล้วล่ะ

ทริคการลดน้ำหนัก

เมื่อเครียดอย่ากิน หลายคนเมื่อเครียดมาก ๆ จะชอบกินของหวานเพื่อคลายความเครียด แม้จะเป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดอย่างได้ผลและเราก็ทำได้ก็ตาม แต่เราก็ต้องกินในปริมาณที่น้อย หรือถ้าจะให้ดีก็ไปหากิจกรรมอย่างอื่นที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดทำแทนจะดีกว่า เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ต อ่านหนังสือ นอนหลับพักผ่อน เป็นต้น

เครดิตฟรี

รับมือกับวันนั้นของเดือน ในช่วงมีประจำเดือน หลายคนนอกจากจะหงุดหงิดแล้ว ยังมีอาการอยากกินนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด แต่เราสามารถรับมือกับความอยากนั้นได้ด้วยการเอาของที่ทำให้อ้วนออกจากตู้เย็นให้หมด ใส่ผลไม้ไว้เยอะ ๆ แทน เน้นกินผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อช่วยลดความอยาก พยายามควบคุมอารมณ์ จิตใจ และความอยาก หรือหาอะไรทำเพื่อให้ลืม ถ้าทนไม่ไหวจริง ๆ ก็ให้กินสักคำสองคำก็พอ
อย่าอดอาหาร การอดอาหารไม่ใช่ทางออกที่ดีของการลดความอ้วนในระยะยาว เพราะการอดอาหารมื้อหนึ่งจะทำให้ร่างกายสร้างระบบป้องกันขึ้นมา โดยกักเก็บไขมันเอาไว้ แล้วทำการเผาผลาญอาหารให้น้อยลง เมื่อเราหยุดอดอาหาร ร่างกายก็จะเผาผลาญอาหารได้น้อยและทำให้อ้วนได้ง่ายยิ่งขึ้น
อาหารเช้าห้ามอด ไม่ว่าเราจะลดน้ำหนักแบบเอาเป็นเอาตายแค่ไหน แต่อาหารเช้าก็ยังเป็นอาหารที่สำคัญที่สุด เพราะอาหารเช้าที่เรากินเข้าไปจะนำไปถูกแปรเป็นพลังงานให้เราตั้งแต่เริ่มวันใหม่ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญอาหารทั้งมื้อเช้าและมื้ออื่น ๆ
อาหารเช้าต้องมีประโยชน์ อาหารเช้าที่ทำให้เราหิวเร็วได้แก่ อาหารจำพวกแป้งอย่างขนมปัง ซึ่งมันจะทำให้เราหิวเพิ่มขึ้นในเวลาไม่นาน ดังนั้น อาหารเช้าที่ดีควรมีไขมันและโปรตีนเป็นส่วนประกอบ แต่ก็อย่ากินในปริมาณที่มากเกินไปล่ะ เชื่อเถอะว่าสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก กาแฟ 1 แก้วกับขนมปัง 1 แผ่น ยังไงก็ไม่เวิร์กเท่ากับอาหารเหล่านี้
งดอาหารระหว่างมื้อหรืออาหารว่าง เพราะนอกจากจะเป็นอาหารมื้อที่ไม่จำเป็นแล้ว ยังเป็นพลังงานส่วนเกินของร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เราจะกินอาหารเหล่านี้ก็เพียงเพราะความอยาก ถ้าเราอยากกินจริง ๆ ก็ให้กินพวกผักผลไม้แทนจะดีกว่า
งดอาหารยามค่ำคืน ในยามกลางคืน ไม่ว่าเราจะกินอะไรก็ตามก็ล้วนแต่ทำให้อ้วนได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวหรือขนม เพราะระบบการย่อยอาหารของเราจะทำงานได้ไม่เต็มที่ช่วงนี้ ดังนั้น หากหลัง 5 โมงเย็นไปแล้ว เราก็ไม่ควรจะกินอะไรอีกเลย ถ้าหากต้องการที่จะลดน้ำหนักจริง ๆ หรือแม้แต่ไม่ต้องการให้เพิ่มขึ้นก็ตาม T-T
กินอาหารให้ครบห้าหมู่ สัดส่วนของอาหารที่ต้องการในแต่ละวัน คือ โปรตีน 20%, ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ 20%, ผักและผลไม้ต่าง ๆ 50% เมื่อเรากินอาหารเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทใดก็ตาม ร่างกายของเราจะทำการย่อยจนเป็นสารอาหารชนิดต่าง ๆ แล้วนำไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หรือเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน ดังนั้น อาหารที่กินเข้าไปจึงมีความสำคัญต่อร่างกาย ถ้าอดอาหารก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ ไม่สบาย ไม่มีพลังงาน และไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ แต่ถ้าหันมารับประทานอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เราก็ไม่อ้วนแล้วล่ะ

สล็อต

เวลาและปริมาณการกิน ในมื้อเช้าเราควรจะกินก่อนเวลา 8 โมงเช้า โดยควรเป็นอาหารที่ค่อนข้างให้พลังงานสูง อาจจะเป็นเนื้อสัตว์ ข้าวเล็กน้อย ผักผลไม้บ้าง ซึ่งมื้อเช้านี้เราควรกินแต่พออิ่ม ไม่ต้องเสียดายแม้ว่าอาหารจะเหลือก็ตาม ส่วนมื้อเที่ยงควรกินก่อนเที่ยงครึ่ง การกินมื้อนี้เรายังสามารถกินได้ตามแต่ที่เราอิ่มหรือมากกว่ามื้อเช้าเล็กน้อย แต่อย่าให้มากจนเกินไปนัก เพราะในช่วงบ่ายร่างกายก็ยังจำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานในการทำงานอยู่ ส่วนมื้อเย็นนั้นคุณควรกินก่อน 6 โมงเย็น หรือว่ายิ่งเร็วยิ่งดี หรืองดกินไปเลยแล้วไปกินผลไม้แทนก็ทำได้ ซึ่งมื้อเย็นนี้เราควรกินให้น้อยกว่ามื้ออื่น ๆ เพราะหลังจากนี้เราก็ไม่ค่อยได้ใช้พลังงานอะไรแล้ว อีกสักพักก็ต้องเข้านอน แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีเวลาทำงานไม่เหมือนคนอื่น อย่างเช่นทำงานกลางคืน คุณสามารถจัดเวลาการกินอาหารของในแต่ละมื้อได้โดยดูจากความเหมาะสมเป็นหลัก กะเวลาระหว่างมื้อให้พอดี เพื่อไม่ให้เราหิวโหยอาหารมากเกินไป แต่ที่สำคัญก็คือ “เราต้องกินอาหารให้ตรงช่วงเวลาที่เรากำหนดเอาไว้ทุกวัน”
งดอาหารทอดและไขมันจากสัตว์ ไขมันจากสัตว์เป็นไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งเป็นไขมันที่เราไม่ควรที่จะกินเข้าไปมากที่สุด และให้เปลี่ยนมาใช้ไขมันจากพืชแทน เพราะจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า ส่วนอาหารทอดนั้นเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง หรือกินให้น้อยที่สุด เพราะถ้ากินในปริมาณมากเกินไปจะทำให้เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดและมีไขมันไปกระจุกตัวอยู่บริเวณต่าง ๆ
งดหนังสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังไก่ หนังเป็ด ชั้นไขมันของหมู ของวัว ขอแนะนำให้งดและเลิกไปเลยจะดีกว่า เพราะมันมีไขมันเยอะมาก ซึ่งจะทำให้เราอ้วนฉุได้แบบงง ๆ เลยล่ะ
งดอาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่มีรสเผ็ดจัด เค็มจัด หรือเปรี้ยวจัด เพราะอาหารที่มีรสจัดนอกจากจะไม่ดีต่อการทำงานของลำไส้แล้ว มันยังเป็นตัวกระตุ้นให้เราอยากอาหารมากขึ้นอีกด้วย
งดอาหารเค็มจัด การกินอาหารเค็มนั้นเป็นผลเสียต่อการที่เรากำลังลดความอ้วน เพราะอาหารรสเค็มจะทำให้เราอยากและเจริญอาหารมากยิ่งขึ้น
ห้ามกินของร้อน ของร้อนในที่นี้หมายถึงอาหารที่เรากินเข้าไปแล้วจะทำให้ร่างกายของเราร้อน อย่างเนื้อสัตว์ ไขมัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ เพราะร่างกายจะไม่เผาผลาญพลังงานเมื่อเราเพิ่มความร้อนให้กับร่างกาย
ลดคาร์โบไฮเดรต นอกจากเหตุผลที่ว่าคาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่เปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลได้แล้ว การลดคาร์โบไฮเดรตยังช่วยในเรื่องของการเผาผลาญไขมันในร่างกายอีกด้วย หากเรากินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งให้น้อยลง ร่างกายจะไปเผาผลาญไขมันที่เรากินเข้าไป หากเรากินไขมันเข้าไปน้อย ร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันที่เราสะสมเอาไว้ จึงทำให้ไขมันที่มีอยู่ในร่างกายของเราหดหายไป
กินผักผลไม้แทนอาหารมื้อเย็น อย่างที่รู้ ๆ กันว่า อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด แต่ก็กลายเป็นมื้อที่คนละเลยกันมากที่สุด ในทางกลับกันอาหารเย็นควรจะเป็นมื้อที่ละเลย แต่เป็นมื้อที่คนใส่ใจกันมากที่สุด คิดผิดคิดใหม่ซะนะ ตอนเย็นถ้างดได้ก็งดเลย ถ้าหิวก็กินผลไม้ต่าง ๆ เข้าไปแทน
เคล็ดลับการลดน้ําหนัก

สล็อตออนไลน์

กินให้พอหายอยาก เช่น เราเคยชอบบัวลอยไข่หวานมาก แต่เมื่อต้องลดความอ้วน ซึ่งอาหารจำพวกบัวลอยไข่หวานเป็นอาหารที่ควรงดเป็นอย่างยิ่งเพราะมีทั้งน้ำตาล กะทิ และไข่ เราก็อาจจะแบ่งกับเพื่อนกินก็ได้ โดยกินแค่ 2-3 คำ เพื่อให้หายอยากก็เพียงพอ แต่ถ้าอยู่คนเดียวก็ควรจะห้ามใจและซื้อกินแต่น้อย หรือเมื่อกินพอหายอยากแล้วก็ให้ทิ้งไปได้เลย ไม่ต้องเสียดายด้วยการเก็บไว้กินอีก T-T
เรียงลำดับการกิน ปกติแล้วคนเราจะเริ่มกินอาหารที่อยากกินมากก่อนไปจนถึงที่อยากกินน้อยที่สุด ซึ่งวิธีนี้เราจะไม่ได้เรียงแบบนั้น แต่ให้เรียงลำดับจากการกินอาหารที่มีประโยชน์และปราศจากไขมันและคอเลสเตอรอลเข้าไปก่อน ส่วนอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลเยอะ ๆ ก็ให้อยู่ท้าย วิธีนี้จะช่วยทำให้เรารู้สึกอิ่ม เมื่อถึงคราวที่กินอาหารมัน ๆ เราจะรู้สึกเอียนโดยอัตโนมัติและกินได้น้อยลง
กินอาหารก่อนออกจากบ้าน เพราะอาหารตามรายทางส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่เราไม่สามารถจะเลือกได้ว่ามีคุณค่าทางอาหารมากน้อยเพียงใด ซึ่งอาจจะเป็นอาหารที่มีคุณค่าน้อย มีไขมันสูง ซึ่งจะทำให้การควบคุมอาหารของคุณที่ทำมานั้นไร้ประโยชน์ เพราะในภาวะที่เรากำลังหิวจนหน้ามืดนั้น เราคงไม่สนใจอะไรแล้ว และพร้อมที่จะกินอะไรก็ได้โดยไม่ยั้งคิด
กินนอกบ้านอย่างระมัดระวัง บางครั้งเราก็ต้องออกไปกินอาหารนอกบ้านกันบ้างล่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงหรือไปกินกับเพื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานแต่ง งานบวช หรืองานที่เป็นอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ให้พยายามเลือกกินแต่อาหารที่มีไขมันต่ำ เครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาล เน้นกินอาหารจำพวกผักผลไม้ และใช้เวลากับมันให้นาน แล้วเดินไปคุยกับคนนู้นคนนี้มากกว่าจะกิน แต่ถ้าเป็นแบบโต๊ะจีนที่ให้เรากินอาหารแต่ละอย่างทีละน้อย ก็ให้เลือกตักเฉพาะอาหารที่มีไขมันต่ำ เป็นต้น
มีสมาธิกับการกิน เพื่อให้เราทราบว่าเรากำลังกินอะไรอยู่ มีไขมันเท่าไร มีคอเลสเตอรอลเท่าไร แล้วเราต้องการอาหารในปริมาณเท่าไรถึงจะพอดี ถ้าเรามีสมาธิอยู่กับการกิน เราก็จะรู้สึกและมีสติในการควบคุมตัวเองไม่ให้กินอาหารมากจนเกินพอดี
เคี้ยวลดน้ำหนัก การเคี้ยวอาหารช้า ๆ สามารถทำให้เราอิ่มอาหารได้ไวขึ้น ต่างจากการเคี้ยวกลืนอย่างรวดเร็วที่จะทำให้เราได้กินอาหารในปริมาณที่มากกว่า
อายุยิ่งมากยิ่งต้องควบคุมอาหาร หลายคนสงสัยว่าทำไมเมื่อมีอายุมากขึ้นเราถึงอ้วนขึ้นกว่าเดิม ทั้ง ๆ ที่เราก็กินอาหารแบบเดิมในปริมาณเท่าเดิม ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่า เมื่อเราอายุมากขึ้น กิจกรรมต่าง ๆ ที่เคยทำมากในช่วงวัยรุ่นก็ลดลงหรือเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง เพราะเวลาและโอกาสไม่เอื้ออำนวย
กระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญ โดยการกินอาหารของเรานี้ ไม่จำเป็นต้องอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง เพียงแต่ซอยอาหารของเราเป็นมื้อย่อย ๆ วันหนึ่งก็กินสักประมาณ 3-4 มื้อ หรือซอยเป็น 4-6 มื้อ โดยในแต่ละมื้อให้คุณกินในปริมาณน้อย ๆ หรือที่เรียกว่ากินให้น้อยแต่กินบ่อยนั่นแหละ (พยายามควบคุมปริมาณอาหารให้เป็นไปตามที่เรากำหนดให้ได้) ซึ่งมันจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานของร่างกายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยลดความอยากอาหารของเราได้ด้วยแหละ

jumboslot

ควบคุมอาหารพร้อมกับออกกำลังกาย อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า หากเรากินอาหารมากเกินความต้องการ เราก็จะอ้วน ดังนั้น เราจึงควรควบคุมอาหารการกินให้ดี กินอาหารจำพวกไขมัน แป้ง น้ำตาล เนื้อสัตว์ แต่น้อย เช่น การเลือกกินกับมากกว่าข้าว โดยอาจจะตักแค่ 1 ทัพพีในแต่ละมื้อ หากไม่อิ่มก็ให้กินแกงจืดแทนข้าว เป็นต้น เพราะร่างกายไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่านี้มากมายนัก และเสริมด้วยการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงาน เพื่อที่จะให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลอย่างรวดเร็ว
งดอาหารไม่มีประโยชน์ อย่างอาหารประเภทฟาสต์ฟูดและจังก์ฟู้ดที่ให้พลังงานและทำให้อ้วนได้ง่ายมาก ๆ เช่น มันฝรั่งทอด ไก่ทอด ไอศกรีม ฯลฯ ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ควรงดดื่มเช่นกัน เพราะแอลกอฮอล์นั้นมีฤทธิ์กดความสามารถในการเผาผลาญไขมันของร่างกาย และเมื่อเข้าไปร่างกายแล้วมันยังเปลี่ยนเป็นน้ำตาลอีกด้วย
อาหารที่กินเท่าไรก็ไม่อ้วน ที่คุณควรรู้ไว้ก็คือ ผักใบเขียวต่าง ๆ เครื่องเทศทุกชนิด ซีอิ๊วหรือซอสถั่วเหลือง เกลือ น้ำส้มสายชู กระเทียม ขิง มะนาว และน้ำเปล่า
ดื่มน้ำช่วยลดน้ำหนัก การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยทำให้น้ำหนักของเราลดลงได้ เพราะการดื่มน้ำจะช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย และช่วยลดความอยากอาหาร เพราะการจิบน้ำสะอาดจะช่วยลดความอยากอาหารได้ดีทีเดียว !
น้ำเย็นมีส่วนช่วยลดน้ำหนัก เมื่อเราดื่มน้ำเย็นเข้าไปร่างกายของเราจะมีอุณหภูมิต่ำลง ทำให้ร่างกายพยายามที่จะเผาผลาญพลังงานในร่างกาย เพื่อให้ร่างกายของเรามีอุณหภูมิเหมือนปกติ ทำให้ร่างกายของเราไปเผาผลาญไขมันส่วนที่เกาะติดอยู่ในร่างกาย ดังนั้น การดื่มน้ำเย็นหรือน้ำแข็งก็เป็นทางหนึ่งที่มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก
น้ำผักผลไม้ปั่นลดความอ้วน คุณควรทำน้ำผลไม้ติดบ้านเอาไว้บ้าง เพราะนอกจากจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว มันยังช่วยบำรุงผิวของเราไม่ให้เราดูโทรมในช่วงที่เราลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วได้ดี แต่ให้พยายามหลีกเลี่ยงผลไม้ที่ให้ความหวานมาก เพราะมันจะทำให้เราอ้วนได้ เช่น มังคุด น้อยหน่า มะม่วงสุก ทุเรียนสุก และผลไม้ที่สุกงอมทั้งหลายควรเลือกเป็นผลไม้ที่มีรสออกไปทางเปรี้ยวหรือมันมากกว่า หรือเป็นผลไม้ที่ยังไม่สุก (ถ้าจะป้องกันความหวานจากผลไม้ เราควรเน้นผักเป็นหลัก) และการมีน้ำผักหรือน้ำผลไม้ที่ปราศจากน้ำตาลติดอยู่ในตู้เย็น ก็ยังช่วยในเรื่องของความหิวอันเนื่องมาจากการลดน้ำหนักอีกด้วย เพราะในช่วงการลดน้ำหนัก ร่างกายเราจะต้องการกินอาหารมาก เพราะอาหารที่กินเข้าไปนั้นจะน้อยลงกว่าปกติ ดังนั้นการดื่มน้ำผักผลไม้จึงช่วยลดความอยากอาหารได้พอสมควรเลยล่ะ
เลือกกินน้ำสลัด น้ำสลัดแบบครีมหรือแบบข้นที่มีส่วนผสมของนมและไข่ นอกจากจะไม่ช่วยควบคุมน้ำหนักแล้ว มันยังสามารถเพิ่มน้ำหนักให้เราได้อีกด้วย อย่างไรก็ดี น้ำสลัดนั้นก็มีอยู่หลายชนิดที่ไม่มีสวนผสมที่ทำให้อ้วน อย่างน้ำสลัดใส ซึ่งจะทำให้สลัดของเรานั้นเป็นอาหารลดน้ำหนักอย่างแท้จริง
แกงจืด การกินแกงจืดเต้าหู้เปล่า ๆ แทนข้าว 1 มื้อ นอกจากจะช่วยลดความหิวได้แล้ว แกงจืดยังเป็นอาหารที่ช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
ผักสดและผักต้ม ในช่วงที่เรากำลังควบคุมน้ำหนักและลดความอ้วน การกินผักสดและผักต้ม แทนที่จะนำไปทอดกับน้ำมัน ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะช่วยในเรื่องของน้ำหนักแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณให้ดูมีน้ำมีนวลและเปล่งปลั่งอีกด้วย

[NPC5]
ข้าวกล้อง จะมีประโยชน์ในแง่ของการให้กากใย จึงช่วยในเรื่องของระบบการย่อยอาหาร และไม่ทำให้อ้วนมากด้วย ข้าวกล้องจึงเป็นข้าวที่เหมาะกับสาว ๆ ที่กำลังลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก
ถั่วเหลือง การกินถั่วเหลืองและงาพร้อมกัน จะให้โปรตีนเท่ากับเนื้อสัตว์ ทำให้เราไม่จำเป็นต้องกินเนื้อสัตว์ที่เสี่ยงทำให้เรามีไขมันส่วนเกิน นอกจากนี้ถั่วเหลืองยังมีฮอร์โมนบางชนิดที่สามารถช่วยทำให้คอเลสเตอรอลในร่างกายลดลง และช่วยป้องกันโรคกระดูก โรคมะเร็ง ฯลฯ ได้อีกด้วย ถั่วเหลืองจึงเป็นอาหารที่เหมาะกับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักเป็นอย่างมาก
ของกินเล่นยามลดน้ำหนัก ให้เรานำแคร์รอตมาหั่นเป็นชิ้นยาว ๆ แล้วนำไปแช่ไว้ในตู้เย็น พอเวลาที่เราเกิดอยากเคี้ยวอะไรขึ้นมา ก็ให้นำแคร์รอตออกมาเคี้ยวและกินเล่น ซึ่งจะช่วยลดความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าไม่ชอบก็อาจจะเปลี่ยนเป็นผลไม้ชนิดอื่น ๆ ที่ไม่มีน้ำตาลและไม่ทำให้เราอ้วนก็ได้
ไข่กินได้ การกินไข่ไม่ใช่เรื่องเสียหายในระหว่างการลดความอ้วน เพราะถ้าเรากินในปริมาณพอดี ให้เพียงพอกับความต้องการ ร่างกายก็จะนำสารอาหารจากไข่ไปใช้จนหมด โดยปริมาณที่เหมาะสมและขอแนะนำก็คือ 3-4 ฟองต่อสัปดาห์
โฮลวีตกับโยเกิร์ต เป็นเมนูที่แนะนำสำหรับคนหิวง่ายหรือไม่ต้องการจะกินมื้อใหญ่หรือกินอะไรเยอะแยะ เพราะการกินขนมปังโฮลวีตกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติชนิดไขมันต่ำ จะช่วยหยุดความหิวของเราได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นอาหารที่ช่วยในเรื่องของการย่อยอาหาร ไม่ทำให้อ้วนได้เหมือนขนมปังสีขาวธรรมดา ๆ อีกด้วย
แตงโมช่วยลดความอ้วน แตงโมเป็นผลไม้ที่มีน้ำมากซึ่งจะช่วยทำให้เราปัสสาวะบ่อย เป็นการช่วยนำส่วนเกินในร่างกายออกมา นอกจากนี้ยังช่วยทำให้เรากินอาหารอื่น ๆ ได้น้อยลงอีกด้วย เนื่องจากปริมาณน้ำในแตงโมที่เรากินเข้าไปจะเข้าไปยึดพื้นที่ในกระเพาะอาหารของเรา ทำให้เราอิ่มท้องได้ในระดับหนึ่ง จึงทำให้เรากินอาหารอื่น ๆ ได้น้อยลง
มะละกอ อย่างที่ทราบกันดีว่า มะละกอเป็นผลไม้ที่ช่วยในเรื่องของการระบาย ทำให้เราขับถ่ายได้อย่างเป็นปกติ แต่คุณรู้ไหมว่ามะละกอยังช่วยกำจัดไขมันต่าง ๆ ที่อยู่ในร่างกายตั้งแต่บริเวณกระเพาะอาหารลงไป และมีคุณสมบัติในการกำจัดของเสียต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้ร่างกายของเรามีสุขภาพดี สดใสและเปล่งปลั่งอยู่เสมอ
แอปเปิ้ลเขียว พระเอกในการช่วยลดน้ำหนัก เราสามารถกินแอปเปิ้ลเขียวแทนอาหารหลักในแต่ละมื้อได้โดยที่นอกจากจะไม่ทำให้อ้วนแล้ว ยังช่วยทำให้เราได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน แต่อย่างไรก็ดี เราไม่ควรจะกินแทนข้าวทุกมื้อ แต่ให้กินแทนอาหารหลักวันละ 1 มื้อก็พอ
น้ำชา การดื่มน้ำชาแก่ ๆ สักแก้วจะช่วยในเรื่องของการย่อยอาหารและลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพราะน้ำชาจะช่วยลดพื้นที่ในกระเพาะอาหาร ทำให้เราสามารถกินอาหารได้น้อยลง แต่อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำชาแม้จะมีประโยชน์ต่อการย่อยอาหารจริง และช่วยทำให้ท้องของเราย่อยอาหารได้เร็วขึ้น แต่เมื่อย่อยอาหารได้เร็วเราก็จะหิวเร็ว ถ้าเราไม่มีความอดทนพอ เราอาจจะกินอาหารว่างระหว่างมื้อเพิ่มเติมก็ได้
เครื่องชั่งน้ำหนัก หากต้องการจะลดน้ำหนัก เราควรจะหาเครื่องชั่งน้ำหนักมาไว้ในบ้านสักเครื่องเพื่อเป็นขวัญ เป็นกำลังใจ และเป็นเครื่องเตือนใจตัวเอง เพราะมันจะช่วยทำให้เราทราบถึงความเคลื่อนไหวของน้ำหนักของเรา โดยการชั่งน้ำหนักที่ถูกต้องนั้น คุณจะต้องชั่งน้ำหนักเวลาเดียวกันทุกครั้ง เพราะจะทำให้เรารู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักได้มากกว่าการชั่งต่างช่วงเวลากัน และควรทิ้งระยะเวลาในการชั่งน้ำหนักให้อยู่ที่ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้เห็นถึงเปลี่ยนแปลง เพราะถ้าชั่งทุกวันคุณอาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยจนทำให้หมดกำลังใจไปก่อน
เคล็ดลับในการลดน้ำหนัก

เคล็ดลับลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนัก เป็นความพยายามที่ใครหลาย ๆ คนต่างก็ล้มเหลวกับมันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แม้บางคนจะมีความตั้งใจจริง แต่ก็ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ตามที่หวังเอาไว้ เพราะส่วนหนึ่งนั้นมาจากการตั้งใจที่ผิดวิธี มีความเชื่อแบบผิด ๆ และมีพฤติกรรมบางอย่างที่ส่งผลต่อน้ำหนักแบบที่คุณไม่รู้ตัว บทความนี้จะเผยเคล็ดลับ และทำให้คุณลดน้ำหนักได้อย่างเห็นผล โดยที่คุณไม่ต้องอดอาหารและไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายเลยก็ได้

เครดิตฟรี

เอาล่ะ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าปัญหาเรื่องความอ้วนที่ประสบอยู่ในขณะนี้มันเป็นเรื่องที่ยากเกินจะแก้ไข หรือเกินความพยายามของคุณ ผมอยากจะบอกคุณว่า ความจริงแล้วการลดน้ำหนักนั้นมันไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลาย ๆ คนกังวลแต่อย่างใด เพียงแต่เราต้องรู้วิธีการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง แล้วนำมันไปปฏิบัติใช้ให้ได้อย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ มันก็จะช่วยทำให้คุณได้พบกับรูปร่างใหม่ที่ผอมเพรียวอย่างคนมีสุขภาพดีได้ ซึ่งรับรองได้เลยว่า 79 วิธีนี้จะช่วยทำให้คุณประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักอย่างได้ผลในระยะยาวอย่างแน่นอน (จริง ๆ มีเยอะกว่านี้มากครับ แล้วจะนำมารวบรวมเพิ่มให้ภายหลังนะครับ)

เคล็ดลับการลดน้ำหนัก
ทำไมลดน้ำหนักไม่ลง ? มีคนบางประเภทที่พยายามลดความอ้วน แต่ก็ไม่สามารถลดความอ้วนได้ เพราะว่านิสัยของตัวเองนั้นเป็นเหตุ ดังนั้น หากเราต้องการจะลดความอ้วน เราก็ควรละเลิกนิสัยดังต่อไปนี้
เลือกกิน เฉพาะอาหารที่ตนชอบ โดยไม่ยอมกินอาหารแบบอื่นที่มีประโยชน์ต่อการลดน้ำหนักเลย ดังนั้น แม้ว่าเราจะไม่ชอบกินอาหารชนิดไหน แต่ถ้ามันมีประโยชน์ก็ให้ฝืนกินไปเถอะ
กินไม่เลือก คุณเป็นคนที่กินทุกอย่างที่ขวางหน้าหรือเปล่า ไม่ว่าอาหารนั้นจะมีประโยชน์หรือไม่ก็ตาม ดังนั้น คุณควรปรับระดับการกินมาอยู่ที่ความพอดี กินอย่างพอเพียง ไม่มากหรือน้อยเกินไป
ความอดทนต่ำ ความอดทนเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่ช่วยทำให้เราประสบความสำเร็จ เราจึงต้องมีความอดทนต่อสิ่งยั่วยุต่าง ๆ อย่างเช่นอาหารที่ให้คุณค่าทางอาหารต่ำและมีปริมาณของน้ำตาลและไขมันสูงให้ได้
ไม่มีความพยายาม การออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งสำคัญรองลงมาจากการควบคุมอาหาร ถ้าคุณออกกำลังกายบ้างไม่ออกบ้าง ในที่สุดเราก็จะกลายเป็นไม่ออกกำลังกายไปเลย ดังนั้น เราจะต้องบังคับตัวเองให้ได้ และพยายามจัดตารางออกกำลังกายในแต่ละวัน
เป็นคนขี้เกียจ ในความเป็นจริงแล้ว คนที่ขี้เกียจมักจะอ้วนก็ไม่ผิด เพราะว่าวัน ๆ จะไม่ค่อยได้ทำอะไร นอกจากกินแล้วก็นอนดูทีวี ดังนั้น ถ้าเราไม่อยากอ้วนก็ให้ลุกขึ้นมาทำโน่นทำนี่บ้าง เพื่อเป็นการเผาผลาญไขมันในร่างกาย
ชอบผัดวันประกันพรุ่ง การคิดว่าพรุ่งนี้จะลดความอ้วน เป็นความคิดที่แย่และผิด เพราะส่วนใหญ่ของผู้ที่คิดแบบนี้จะไม่สามารถลดความอ้วนได้ประสบความสำเร็จ เพราะมีความอดทนและความพยายามไม่พอ ดังนั้น ถ้าเราอยากลดน้ำหนักให้ได้ ก็ควรจะตั้งอกตั้งใจทำตามแผนที่วางไว้ให้ได้
ท้อแท้ง่าย แม้ว่าคุณจะลดน้ำหนักได้ช้า ขึ้น ๆ ลง ๆ ไปบ้าง แต่ก็อย่าท้อใจเด็ดขาด เพราะการควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะไม่ได้ผลในทันที เพราะการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงขึ้น น้ำหนักของเราที่เคยมาจากไขมันส่วนเกิน มันก็จะกลายเป็นน้ำหนักที่มาจากกล้ามเนื้อแทน
มักเสียดายของ ไม่ว่าจะซื้อขนมหรือว่ากินอาหารที่ไหน เมื่อมีของเหลืออยู่ก็จะพยายามกินให้หมด แม้ว่าเราจะรู้สึกเสียดายแค่ไหน แต่ถ้ารู้สึกเริ่มอิ่มหรือว่ากินอย่างพอเพียงแล้วก็ควรจะหยุดกิน เพราะถ้าเรากินอาหารมากเกินไป จะทำให้อาหารเหล่านั้นกลายเป็นของเหลือในร่างกายที่จะแปรเปลี่ยนเป็นไขมันส่วนเกิน
สร้างกำลังใจและแรงผลักดัน การลดน้ำหนักจะต้องใช้แรงใจและแรงผลักดันอย่างมาก เพราะเราต้องทนกับสิ่งยั่วยุต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้เรานึกอยู่เสมอว่า สิ่งยั่วยุเหล่านั้นจะทำให้เราอ้วนและดูน่าเกลียด ซึ่งเราอาจจะมีชุดที่เราชอบมาก ๆ และคิดว่าน่าจะเหมาะกับเราถ้าเราผอมกว่านี้ ดังนั้น ให้เรานำชุดมาแขวนเอาไว้หน้ากระจกแล้วก็ท่องว่าเราจะต้องใส่ชุดนี้ให้ได้ แต่อย่าเอาชุดต่างไซส์กันจนเกินไปมาเป็นแรงผลักดันล่ะ เพราะเราอาจจะหมดกำลังใจไปก่อน

สล็อต

ตั้งเป้าหมายอย่างสมเหตุสมผล เช่น เราหนัก 55 กิโลฯ แต่สูงเพียง 155 เซนติเมตร ซึ่งดูอวบไปนิด เราอาจตั้งเป้าหมายใหญ่ว่าจะลดน้ำหนักให้ได้ 10 กิโลกรัม จากนั้นเราอาจจะตั้งเป้าหมายย่อยอีกว่าในเดือนนี้จะลดให้ได้ก่อนสัก 3 กิโลกรัมเป็นอย่างต่ำ เมื่อครบเดือนและเราสามารถทำได้อย่างที่ตั้งใจ เราก็จะมีกำลังใจที่จะลดน้ำหนักต่อไป (อย่าพยายามตั้งเป้าหมายที่ไกลเกินไป เพราะถ้าเราทำไม่ได้ เราจะท้อแท้และหมดกำลังใจเสียก่อน)
สะกดจิตตัวเอง เมื่อเราตัดสินใจที่จะลดความอ้วนแล้ว เราคงจะไม่พอใจรูปร่างของตัวเองสักเท่าไร การหันมามองตัวเองในกระจกทุกวันก็เท่ากับเป็นการย้ำเตือนตัวเองให้ลดน้ำหนักได้แล้ว และเมื่อเราอยากกินอะไรที่มีไขมันและน้ำตาลสูง ก็ให้มองกระจกดูตัวเองพร้อมกับถามตัวเองว่า หากเรากินเจ้าสิ่งนี้เข้าไป เราจะต้องรับพลังงานเข้าไปกี่กิโลแคลอรี และต้องออกกำลังกายนานแค่ไหนถึงจะเผาผลาญไปหมด หรืออาจมีแผนสำรองด้วยการเอารูปตอนที่เราอ้วนสุด ๆ ขึ้นมาดู แล้วถามตัวเองซ้ำว่า อยากกลับไปเป็นแบบนั้นอีกครั้งหรือ ? เมื่อถามตัวเองได้อย่างนั้น ก็สรุปในใจตัวเองว่า ในเมื่อผลร้ายมันมากกว่าผลดี แล้วเรายังอยากกินมันอยู่ไหม ? ถ้าคำตอบคือไม่ ก็แสดงว่าเราสะกดจิตตัวเองสำเร็จแล้วล่ะ
อย่าฝืนตัวเองจนตบะแตก เป็นกับหลาย ๆ คนที่เวลาลดความอ้วนจะพยายามอดทุกอย่าง แม้แต่ของที่ตัวเองชอบมาก ๆ แต่ยิ่งกินไม่ได้ ทำให้ในใจก็ยิ่งโหยหา พอเวลาผ่านไป วันหนึ่งเกิดตบะแตกจนกินอาหารที่ตัวเองชอบอย่างแหลกลาญ แล้วมานั่งเสียใจภายหลัง ทำให้บางคนถึงกับเลิกลดน้ำหนักไปเลย เพราะหมดกำลังใจ ซึ่งในที่นี้จะขอแนะนำว่าเราไม่ควรจะลดความอ้วนกันแบบหักดิบ แต่จะควรลดอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถ้าเราต้องการจะกินของโปรดก็ให้กินได้ แต่กินทีละน้อย อาจจะแค่ 2-3 คำ และก็ห้ามกินบ่อย ให้กินแค่สัปดาห์ละครั้ง จากนั้นจึงค่อย ๆ ห่างหายกันไปจนกระทั่งนาน ๆ ทีถึงจะอยากกิน
จงท่องให้ขึ้นใจ หากใครยังค้นหาแรงจูงใจในการลดน้ำหนักไม่ได้หรือกำลังพยายามหาข้ออ้างให้ตัวเองโดยไม่ลดน้ำหนัก ก็ขอให้ท่องประโยคนี้ไว้เลยว่า “น้ำหนักที่เกินพอดีนอกจากจะมีผลด้านความสวยงามทำให้ดูไม่ดีแล้ว ทำอะไรก็ขาดความคล่องตัว เหนื่อยง่ายกว่าคนปกติ มันยังเป็นสาเหตุของการเกิดโรคได้สารพัด เช่น โรคหัวใจ โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็งทรวงอก โรคไขข้อเสื่อม ฯลฯ”
หาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ถ้าหากเรามีเพื่อน เวลาที่เราเกิดตบะแตกขึ้นมา เพื่อนก็จะช่วยกระตุ้นความรู้สึกและความอยากของเราไม่ให้มีมากจนเกินไปได้ เวลากินก็กินด้วยกัน ก็จะช่วยเพิ่มความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น หรือเวลาไปออกกำลังกายก็จะได้ไม่โดดเดี่ยว เพราะอย่างไรสองหัวก็ดีกว่าหัวเดียวอยู่แล้วล่ะ หรือจะออกกำลังกายภายในครอบครัวก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีเช่นกัน ที่จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้เป็นอย่างดี ซึ่งเราอาจจะชวนลูก ชวนหลาน พี่น้อง หรือพ่อแม่มาเล่นกีฬาด้วยกันก็ได้ เช่น เดินเล่นในสวนสาธารณะ วิ่งตอนเช้า ตีแบดฯ ตอนเช้า ฯลฯ
เคล็ดลับการลดความอ้วน
ใช้ความรักให้เป็นประโยชน์ ในช่วงที่เรามีความรัก เราคงอยากจะสวยเพื่อคนรักของเรา และอยากให้คนรักมองเราว่าสวยอยู่ตลอดเวลาจริงไหม ซึ่งเราก็อาศัยหลักตรงนี้แหละเป็นแรงผลักดัน หรือจะมีคนรักคอยช่วยเป็นกำลังใจในการลดน้ำหนักของเรา และคอยเตือนเมื่อเรากำลังจะตบะแตกหรือกำลังออกนอกลู่นอกทางก็ได้
กางเกงยีนส์ตัวเก่าตัวช่วยเตือนสติ หลาย ๆ คนคงจะมีช่วงที่ผอมอยู่บ้าง เมื่อเราผอมอยู่ในสัดส่วนที่น่าพอใจแล้วก็ให้คุณไปเลือกซื้อกางเกงยีนส์ตัวที่พอดีมาใส่ จากนั้นก็ให้ใส่ไปตลอด พอกางเกงเริ่มฟิตและคับนั่นก็แสดงว่าเราเริ่มที่จะอ้วน เราจะได้รู้ตัวและลดปริมาณการกินอาหารและควบคุมน้ำหนักให้ดียิ่งขึ้น

สล็อตออนไลน์

ให้รางวัลตัวเอง หากเราลดน้ำหนักได้สำเร็จตามเป้าหมายที่เราวางไว้ ควรจะให้รางวัลกับตัวเองบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าใหม่ รองเท้าใหม่ หนังสือเล่มโปรด หรืออะไรก็ได้ที่เราอยากได้ ที่สมเหตุสมผลกับเป้าหมายที่เราทำได้ (แต่รางวัลห้ามเป็นของกินหรือขนมเด็ดขาด) เพื่อเป็นการตอกย้ำความรู้สึกว่าเราสามารถทำได้และทำได้ดีด้วย
รีบลดน้ำหนักตั้งแต่วัยหนุ่มสาว เราต้องยอมรับว่า เมื่อเราแก่ตัวขึ้น ผิวของเราก็จะเริ่มแก่ตัวลงด้วย ถ้าเราลดน้ำหนักเมื่อตอนอายุมาก ผิวหนังที่ยุบตัวลงไปก็จะมีสภาพเหี่ยวย่น ไม่สวยงามและเต่งตึง ดังนั้นหากยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวก็ควรรีบลดน้ำหนักกันแต่เนิ่น ๆ
ไขมันส่วนเกิน หลายคนชะล่าใจว่าตัวเองไม่อ้วนจึงกินอาหารกันอย่างไม่ระมัดระวัง โปรดจำไว้ว่า คนไม่อ้วนไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีไขมันส่วนเกิน ดังนั้นถ้าคุณไม่อยากอ้วนแบบไม่ทันตั้งตัวแล้วล่ะก็ คุณควรจะลด ละ เลิกอาหารที่มีไขมัน แป้ง และน้ำตาลเป็นส่วนผสม แล้วหันมากินอาหารที่มีเส้นใยสูงและไม่มีไขมัน เช่น ผัก ผลไม้ ปลา เป็นต้น
คอเลสเตอรอล ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายของเราไม่จำเป็นต้องกินอาหารที่มีคอเลสเตอรอลเข้าไปเลย เพราะร่างกายสามารถผลิตคอเลสตอรอลได้เพียงพอต่อความต้องการอยู่แล้ว ดังนั้นจึงจำไว้เลยว่า “คอเลสเตอรอลทุกมิลลิกรัมที่เรากินเข้าไปเป็นคอเลสเตอรอลส่วนเกินที่ร่างกายไม่ต้องการทั้งสิ้น” (หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าคอเลสเตอรอลกับไขมัน คือสิ่งเดียวกัน แต่ความจริงแล้วมันเป็นคนละตัวและมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร ซึ่งคอเลสเตอรอลจะอยู่ในเนื้อสัตว์ทุกชนิด ผลิตภัณฑ์จากเนื้อ นม ไข่ โดยจะแตกต่างกับไขมันตรงที่คอเลสเตอรอลนั้นไม่มีแคลอรี หรือพลังงานเลยแม้แต่น้อย เมื่อร่างกายรับเข้ามามันจะเข้าไปเกาะตามผนังเลือดและเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ)
อย่าล้วงคอ เมื่อกินอาหารเข้าไปเพื่อสนองความอยากของตัวเอง แล้วจึงใช้นิ้วล้วงเข้าไปในคอ เพื่อทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียนเอาหารออกมา แม้วิธีนี้มันจะทำให้เราลดน้ำหนักได้จริง แต่ก็เป็นการทำลายสุขภาพของเราอย่างมากเลยล่ะ เช่น ทำให้ร่างกายขาดแคลเซียม ระบบย่อยอาหารรวนจนทำให้เรามีปัญหากับลำไส้ และการที่เราไม่ได้รับอาหารยังอาจทำให้หัวใจมีปัญหา ทำให้เกิดโรคที่บริเวณเนื้อเยื่อหัวใจและบริเวณไตได้
ลดน้ำหนักแค่ไหนกำลังดี ? มีหลายคนใจร้อนและอยากลดน้ำหนักของตัวเองให้ได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ แต่โดยทั่วไปแล้วการลดน้ำหนักนั้นไม่ควรหักโหมลดทีละมาก ๆ ใน 1 สัปดาห์เราควรจะลดน้ำหนักเพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้น เพื่อไม่ให้ตัวของเราเองดูโทรมหรือว่าแย่จนเกินไป แต่สำหรับสาวทำงานที่ต้องใช้พลังงานในการทำงานทั้งวันอยู่แล้ว โปรแกรมการลดน้ำหนักควรเป็นไปอย่างยืดหยุ่นและกินอาหารให้ครบทุกมื้อและครบทั้งห้าหมู่ ให้ลดและงดอาหารประเภทที่ทำให้เราอ้วนได้แทน

[NPC4]
เราควรจะออกกำลังกายหนักแค่ไหน ? การออกกำลังกายนั้น เราควรจะดูที่สภาพร่างกายของเราเป็นหลัก ถ้าไม่เคยออกกำลังกายเลย ก็ควรจะเริ่มจากการออกกำลังกายเบา ๆ ก่อน เพราะถ้าเราหักโหมมากเกินไป ร่างกายจะรับไม่ไหว และถึงขั้นล้มป่วยได้เลย แต่ถ้าถามว่าออกกำลังกายแค่ไหนถึงจะพอดี คำตอบก็คือ เมื่อเรารู้สึกเหนื่อยหอบจนทนไม่ไหว เมื่อเวลาผ่านไปเราจะออกกำลังกายได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เอง
ต้องกินเท่าไรถึงจะเรียกว่าเป็นการลดน้ำหนัก ? หากเราไม่ได้ซีเรียสในการลดน้ำหนักมากนัก หรือแค่ต้องการให้น้ำหนักค่อย ๆ ลดลงไปอย่างพอดีและไม่ลำบากจนเกินไปนัก ในช่วงแรก ๆ ก็ให้พยายามลดปริมาณอาหาร จากที่เคยกิน 4 ส่วนก็ให้ลดเหลือ 3 ส่วน พอครบ 1 เดือนก็ให้พยายามลดปริมาณลงไปเรื่อย ๆ แบบที่กินแล้วเรารู้สึกอิ่มพอดี ไม่รู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง แต่ถ้าเราต้องการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วเราก็ต้องมานั่งคำนวณปริมาณแคลอรีที่เราต้องกิน ถ้าเป็นผู้หญิงก็ควรจะกินวันละ 1,000 แคลอรี ส่วนผู้ชายก็ให้กินประมาณ 1,500 แคลอรีพอ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้พลังงานของแต่ละบุคคลด้วย ถ้าทำงานที่ต้องใช้พลังงานมากก็ควรจะกินมากขึ้นหน่อย
การควบคุมน้ำหนักไม่ใช่การทรมานตัวเอง ความจริงแล้วการควบคุมน้ำหนักอย่างพอดีนั้นเป็นการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีต่างหาก แต่การกินอะไรตามใจปากจนปล่อยให้ตัวเองอ้วนต่างหากที่เป็นการทรมานร่างกายบนความสุขของตัวเอง
ความแตกต่างระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ในความเป็นจริงแล้ว สรีระ โครงสร้าง และส่วนประกอบของผู้หญิงและผู้ชายมีความแตกต่างกัน ผู้หญิงจะมีไขมันมากกว่าผู้ชาย จึงทำให้ผู้หญิงไม่มีพื้นที่สำหรับกล้ามเนื้อในส่วนต่าง ๆ เหมือนพวกผู้ชาย ดังนั้นการออกกำลังกายของผู้หญิงจึงไม่เป็นการสร้างกล้ามเนื้อ แต่จะเป็นการกระชับสัดส่วนให้ดูดีมากกว่า
เหงื่อกับการลดน้ำหนัก การที่ร่างกายขับเหงื่อออกมา เป็นเพราะร่างกายของเรากำลังเผาผลาญพลังงาน และเหงื่อก็คือน้ำที่อยู่ในร่างกาย ไม่ใช่ไขมันที่ซึมออกมา การที่เหงื่อออกมาก ๆ จึงไม่ได้หมายความว่าน้ำหนักเราจะลดน้อยลงไป หรือถ้าเราออกกำลังกายแล้วเหงื่อออกเยอะ ๆ แล้วไปชั่งน้ำหนักแล้วเห็นว่าน้ำหนักลดลง ก็ไม่ได้หมายความว่าไขมันที่พุงจะหายไป แต่มันเป็นปริมาณน้ำในร่างกายต่างหากที่เสียไป เมื่อเราดื่มน้ำเข้าไป น้ำหนักของเราก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
อ่านฉลากก่อนซื้อ ตามกฎหมายแล้วอาหารทุกชนิดที่ผ่าน อย. จะต้องมีฉลากบอกโภชนาการ โดยฉลากนี้จะบอกว่าอาหารชนิดนี้มีไขมัน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และคิดรวมกันแล้วให้พลังงานกี่แคลอรี ซึ่งจะสะดวกสำหรับการคำนวณของเรา เพื่อจะได้รู้ได้ทันทีว่าอาหารชนิดใดไม่ควรรับประทาน
แปรงฟัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อการแปรงฟันจะช่วยลดความอยากอาหารได้ ดังนั้น หลังจากกินอาหารมื้อเย็นแล้ว ก็ให้เราแปรงฟันของเราให้สะอาด วิธีนี้มันจะช่วยลดความอยากอาหารลงได้ เพราะรสชาติของยาสีฟันที่เราแปรงเข้าไป มันช่วยไม่ให้เราต้องมานั่งกินจุบจิบ และยังเป็นเครื่องเตือนใจเราอีกด้วยว่าถึงเวลาที่เราควรจะหยุดกินอะไรได้แล้ว เพราะว่าเราแปรงฟันแล้วนั่นเอง
นอนหลับก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ หลาย ๆ คนอาจจะงงว่ามันลดได้ยังไง นั่นเป็นเพราะการนอนหลับอย่างเต็มที่จะทำให้ร่างกายของเราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการเผาผลาญได้มากกว่าปกติถึง 40%

[NPC5]
เคลียร์ตู้เย็นซะ ด้วยการโละเอาของที่กินแล้วอ้วนในตู้เย็นออกให้หมด ไม่ว่าจะเป็นเนย แยม ขนมปัง ครีม หรืออะไรก็แล้วแต่ หากมันทำให้อ้วนก็ให้เอามันออกจากตู้เย็นให้หมด จากนั้นก็ให้ไปซื้อผลไม้ต่าง ๆ ที่กินแล้วไม่อ้วนติดตู้เย็นไว้แทนยามเราหิว
เคล็ดลับลดความอ้วน
ลดขนาดจานให้เล็กลง หากเราเป็นคนหนึ่งที่เคยชอบกินข้าวจานใหญ่ ๆ ให้ลองเปลี่ยนใช้จานที่มีขนาดเล็ก แล้วกินแบบเบิ้ล 3 จานแทน เฮ้ยยย…ไม่ใช่ล่ะ ! เพราะถ้าเรากินข้าวจานเล็ก ๆ ปริมาณข้าวก็จะน้อยลง เพราะขนาดของจานที่เล็กลงจะทำให้เรารู้สึกว่าเราได้กินข้าวไปมากพอแล้ว (เป็นหลักจิตวิทยาเล็ก ๆ น้อย ๆ)
ซื้อของเข้าบ้าน ก่อนออกจากบ้านไปซื้อของทุกครั้ง เราควรจดรายการที่ต้องการจะซื้อหรือจำเป็นต้องซื้อลงในกระดาษ เพื่อให้เราแน่ใจว่าอาหารดังกล่าวนั้นไม่เป็นอุปสรรคต่อการควบคุมน้ำหนัก เมื่อมาถึงร้านแล้ว ไม่ว่าจะเจอของยั่วตายั่วใจแค่ไหนก็ให้ยั้งใจและซื้อของตามรายการที่จดมาเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเตือนสติของเราไม่ให้ซื้อของอ้วน ๆ มาใส่ในตู้เย็นได้
ฝึกให้กระเพาะเล็กลง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเราสามารถฝึกให้กระเพาะของเราเล็กลงได้ด้วยการกินอาหารให้น้อยและ “เป็นประจำ” แล้วกระเพาะของเราจะบีบตัวลงเพื่อให้พอดีกับปริมาณที่เคยเข้ามาเอง หากทำครบสัปดาห์ จากที่เคยกินข้าวเป็นกะละมัง ก็จะกลายเป็นจานเล็ก ๆ ได้โดยที่เราไม่ต้องฝืนใจอะไรเลย
หมากฝรั่งปลอดน้ำตาล ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ปากว่าไม่ได้ ก็ให้พกหมากฝรั่งปลอดน้ำตาลเอาไว้ เวลาอยากกินนู่นนี่ ก็ให้แกะหมากฝรั่งมาเคี้ยวไปเรื่อย ๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดความอยากอาหารลงไปได้ในระดับหนึ่ง
ห้ามเด็ดขาดกับยาลดความอ้วน ยาลดความอ้วนที่เราเห็นในปัจจุบัน มันไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้น้ำหนักลดได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่เป็นยาพิษที่ทำลายสุขภาพของเรามากกว่า เพราะยาเหล่านี้ส่วนใหญ่จะทำให้เราเบื่ออาหาร ร่างกายหมดเรี่ยวแรง นอกจากนั้นยังมีผลต่อจิตใจอีกด้วย อีกอย่างยาลดความอ้วนก็ยังเป็นยาที่มีผลเพียงระยะสั้น เพราะถ้าคุณเลิกกิน เราก็จะมีความอยากอาหารมากขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้ผู้ที่กินยานั้นจะกลับมาอ้วนยิ่งกว่าเดิม
ดื่มชากาแฟอย่างไรไม่ให้อ้วน ความจริงแล้วตัวน้ำชาและกาแฟนั้นไม่มีอะไรที่ทำให้เราอ้วนได้เลย แต่สิ่งที่ทำให้เราอ้วนนั้นก็คือน้ำตาล ครีมเทียม หรือว่านมที่ใส่ลงไปต่างหาก ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ตัวเองอ้วนฉุเพราะเครื่องดื่มเหล่านี้ ก็ควรงดการใส่น้ำตาล ครีมเทียม และนมโดยด่วน

การป้องกันการเกิดเซลลูไลท์

เซลลูไลท์ หรือ เซลลูไลต์ (Cellulite) หรือที่บ้างก็เรียกว่า “ผิวเปลือกส้ม” คือ เซลล์ไขมันที่เคลื่อนตัวสูงขึ้นมาสะสมอยู่ชั้นใต้ผิวหนัง มีลักษณะขรุขระเป็นตะปุ่มตะป่ำคล้ายกับผิวเปลือกส้มหรือผิวมะกรูด มักพบได้บ่อยบริเวณต้นขา สะโพก ต้นแขน และหน้าท้อง บางคนขึ้นเป็นลอน ๆ เพราะมีไขมันสะสมเป็นก้อนผสมอยู่กับของเสียและน้ำปะปนอยู่ในถุงนั้น

เครดิตฟรี

ซึ่งในแต่ละก้อนไขมันจะมีเปลือกเหนียว ๆ ห่อหุ้มอยู่ จึงทำให้มองจากภายนอกแล้วเห็นเป็นลอนของไขมัน โดยเซลลูไลท์จะแตกต่างจากไขมันธรรมดาในร่างกายที่เราสามารถกำจัดออกไปได้ง่าย ๆ ด้วยการออกกำลังกาย แต่เซลลูไลท์ไม่สามารถกำจัดออกได้ง่ายเช่นนั้น เพราะต้องอาศัยทั้งการนวดผิวหนังร่วมกับการออกกำลังกาย และควบคุมอาหารร่วมด้วย จึงจะสามารถกำจัดเซลลูไลท์ออกไปอย่างได้ผล

ปัญหาเซลลูไลท์ ไม่ได้พบบ่อยเฉพาะกับคนอ้วนเพียงอย่างเดียว แต่ในผู้หญิงผอม ๆ บางคนก็ยังมีเซลลูไลท์ด้วยเช่นกัน ส่วนในผู้ชายนั้นจะมีไขมันน้อยกว่าผู้หญิง และส่วนใหญ่ก็เป็นกล้ามเนื้อ ปัญหาเซลลูไลท์จึงพบได้น้อยกว่าผู้หญิง ยกเว้นกับผู้ชายบางคนที่อ้วนมาก ๆ ก็มีเซลลูไลท์ได้เหมือนกัน ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 20 ปี กว่าร้อยละ 90 มักจะเริ่มมีอาการสะสมของเซลลูไลท์ ส่วนปัจจัยทางพันธุกรรมและเชื้อชาติก็เป็นส่วนหนึ่ง อย่างคนยุโรปจะมีเซลลูไลท์มากกว่าคนเอเชีย

แบบไหนที่เรียกว่ามีเซลลูไลท์ ?
ให้คุณลองเช็กด้วยวิธีง่าย ๆ ด้วยการเอามือจับส่วนหน้าท้องออกมาดูสักครึ่งนิ้ว หรือหงายท้องแขนแล้วใช้มืออีกข้างจับดึงชั้นไขมันท้องแขนออกมาให้ตึง หากพบว่าผิวของเรามีลักษณะคล้ายผิวส้มหรือผิวมะกรูด ก็นั่นแหละคือ “เซลลูไลท์” หากปล่อยทิ้งไว้ นานวันเข้ามันก็จะเริ่มมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นโดยไม่ต้องจับหรือบีบดู

วิธีลดเซลลูไลท์ต้นขา

ประเภทของเซลลูไลท์
Soft Cellulite เป็นเซลลูไลท์ที่พบได้บ่อยในผู้หญิงอายุ 20-30 ปี มีลักษณะเป็นก้อนขนาดเล็ก เป็นริ้วลูกคลื่นแบบนิ่ม สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากพันธุกรรม
Hard Cellulite เป็นเซลลูไลท์ที่พบได้บ่อยในผู้หญิงอายุ 20-40 ปี มีลักษณะเป็นก้อนเล็กและแข็ง เมื่อบีบดูจะเห็นเป็นก้อนแข็งเล็ก ๆ อย่างชัดเจน พบได้บ่อยบริเวณบั้นท้ายและสะโพก
Flaccid Cellulite เป็นเซลลูไลท์ที่มักพบได้ในผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไปและไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ซึ่งจะลักษณะเป็นก้อนไขมันนุ่ม มีการหย่อนคล้อยของผิวหนังและกล้ามเนื้ออ่อนเหลว พบได้บ่อยบริเวณหน้าท้อง รอบเอว ท้องแขน และคาง

สล็อต

Edmatous Cellulite เป็นเซลลูไลท์ที่มักพบได้กับผู้ที่มีการไหลเวียนของเลือดไม่ดี มีการคั่งของน้ำเหลือง จนทำให้มีลักษณะเหมือนการบวมน้ำ พอกดแล้วบุ๋ม พบได้บ่อยบริเวณสะโพก ต้นขา ซึ่งบริเวณที่เป็นนั้นจะมีผิวหนังบอบบางเห็นเส้นเลือดได้ชัดเจนและบวม
Mixed Cellulite เป็นเซลลูไลท์ที่พบได้บ่อยที่สุด คือ ในคนเดียวกันจะมีเซลลูไลท์อยู่หลายแบบ ตั้งแต่ประเภทที่ 1-4 โดยมักพบในผู้หญิงที่แต่งงานแล้วและในวัยผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย หรือผู้ที่ชอบกินอาหารจำพวกไขมัน ของทอด น้ำตาล และแป้งมากจนเกินไป
เซลลูไลต์

พัฒนาการของเซลลูไลท์
ระยะที่ 1 : เป็นระยะที่เริ่มจะมีพังผืดเกิดขึ้นแต่ยังไม่มาก ยังไม่สามารถสังเกตได้ทั้งจากการยืนหรือการนอน (ไม่เห็นเป็นผิวเปลือกส้ม) แต่เมื่อทดลองบีบเนื้อบริเวณนั้นดูจะปรากฏให้เห็นรอยบุ๋ม
ระยะที่ 2 : เช่นเดียวกับระยะที่ 1 คือยังไม่สามารถเห็นรอยบุ๋มได้ แต่เมื่อทดลองบีบเนื้อขึ้นมาจะพบว่ามีรอยบุ๋มเพิ่มมากขึ้นกว่าระยะแรก
ระยะที่ 3 : จะเริ่มสังเกตเห็นรอยของเซลลูไลท์ได้ชัดเจนในขณะยืน โดยไม่ต้องบีบดู แต่ในขณะนอนจะยังไม่สามารถเห็นรอยได้
ระยะที่ 4 : สามารถเห็นผิวมีลักษณะเป็นเปลือกส้มได้ทั้งหมดไม่ว่าจะยืนหรือนอน โดยไม่ต้องบีบดูแต่อย่างใด ระยะนี้จะเกิดการสะสมของเซลลูไลท์มาเป็นระยะเวลานานและรักษาได้ยากที่สุด

สาเหตุการเกิดเซลลูไลท์
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเชื่อว่า เซลลูไลท์เกิดจากการสะสมของเสียในเนื้อเยื่อร่างกาย ส่วนแพทย์เชื่อว่าเซลลูไลท์นั้นเกิดจากการสะสมของไขมันในเซลล์ที่มีไขมันมาก โดยเซลลูไลท์จะเริ่มต้นด้วยการเกิดเป็นไขมันบาง ๆ ในบริเวณที่มีปัญหาเรื่องการไหลเวียนของเลือด เช่น บริเวณต้นขา บั้นท้าย และต้นแขน เมื่อนานวันเข้าไขมันเหล่านี้จะสะสมตัวกันแน่นขึ้นเป็นถุง มีน้ำ ไขมัน และของเสียอยู่ปนกันมากขึ้น จนขยายบริเวณกว้างขึ้นและทำให้โป่งออกเป็นถุง ๆ ซึ่งการสะสมไขมันนั้นก็เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยอาจจะเกิดจากสาเหตุเดียวหรือหลายสาเหตุร่วมกันก็ได้ คือ

สล็อตออนไลน์

ไขมันส่วนที่เกิดจากการกินอาหาร ที่มีแป้ง ไขมัน รวมไปถึงผลไม้หวานจัดและน้ำตาลเข้าไป เมื่อร่างกายเผาผลาญหรือนำไปใช้ไม่หมดก็จะเกิดการเก็บสะสมไว้ในรูปของไขมัน เมื่อสะสมตัวมากเข้าก็จะกลายเป็นเซลลูไลท์ส่วนหนึ่งและทำให้ชั้นไขมันหนาขึ้น รูปร่างอ้วนด้วยอีกส่วนหนึ่ง
ขาดการออกกำลังกาย การออกกำลังกายควรออกอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องกันเป็นเวลา 30 นาที จะช่วยเร่งการเผาผลาญและกำจัดไขมันส่วนเกินออกไปได้ แต่การไม่ออกกำลังกายจะทำให้ระบบไหลเวียนในร่างกายทำงานได้ไม่ดี การกำจัดของเสียทางเลือดและน้ำเหลืองขัดข้องและคั่งค้าง และทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุล จนกลายเป็นปัญหาต่อเนื่อง
ลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว จนส่งผลทำให้กลไกในร่างกายเกิดการตอบสนองว่าร่างกายเกิดการขาดสารอาหารและได้ทำการเก็บพลังงานเอาไว้ใช้ จนทำให้เกิดการสะสมของอาหารและไขมัน เมื่อไขมันส่วนเกินเหล่านี้ไม่ได้ถูกกำจัดออกไป ก็จะกลายเป็นเซลลูไลท์ขึ้นมา
อยู่ในท่าเดียวนาน ๆ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งนาน ๆ ยืนนาน ๆ หรืออยู่ในท่าเดียวเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดขัดข้อง การขับถ่ายของเสียทางเลือดและน้ำเหลืองไม่สะดวก นอกจากจะทำให้เกิดเซลลูไลท์แล้ว ยังอาจมีปัญหาเส้นเลือดขอดและเท้าบวมตามมาอีกด้วย
ดื่มน้ำน้อยกว่าปกติ การดื่มน้ำให้มากพอจะช่วยหล่อเลี้ยงเซลล์ให้ทำงานได้ตามปกติ และน้ำยังเป็นส่วนหนึ่งของน้ำเลือดและน้ำเหลือง ที่จะช่วยให้การขับถ่ายของเสียนั้นเป็นไปอย่างปกติ
การดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้เซลล์สูญเสียน้ำ การกำจัดของเสียทำงานได้ไม่ดี และแอลกอฮอล์ยังเข้าไปทำลายเซลล์ตับ จนทำให้ตับขจัดสารพิษได้ไม่ดีอีกด้วย
การสูบบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีแนวโน้มที่จะมีเซลลูไลท์มาก เพราะสารนิโคตินในบุหรี่จะไปอุดตันในเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือดฝอยหดตัว และสารก่อมะเร็งชนิดอื่น ๆ ก็ยังเข้าไปทำลายเซลล์ ทำให้เนื้อเยื่อที่เชื่อมต่อกันถูกทำลาย เป็นผลให้เกิดคลื่นเซลลูไลท์ อีกทั้งบุหรี่ยังทำให้เกิดความผิดปกติของไตและปอดซึ่งเป็นอวัยวะในการขับถ่ายของเสีย
ระบบเผาผลาญมีปัญหา อย่างบางคนกินอาหารน้อยแต่อ้วน เช่น ในคนที่อายุมากขึ้น หรือในโรคบางโรคก็มีส่วนทำให้ระบบเผาผลาญอาหารในร่างกายผิดปกติได้เช่นกัน เช่น โรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย
ความไม่สมดุลของระบบฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน โดยที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะเป็นตัวกระตุ้นการสะสมของไขมันในร่างกาย ในผู้หญิงจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนมากกว่าผู้ชาย จึงทำให้ผู้หญิงมีไขมันมากกว่าผู้ชาย ส่วนฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะเป็นตัวทำลายระบบไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองให้เสียไป จึงทำให้เกิดการสะสมของสารพิษและทำลายโครงสร้างผิวหนังให้หย่อนคล้อยเสียความยืดหยุ่น ผิวจึงเป็นก้อนไม่เรียบเนียน
ความบกพร่องของระบบขับถ่ายของเสีย เมื่อร่างกายมีการขับถ่ายของเสียออกมาได้อย่างไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ เช่น จากตับและไต ระบบการไหลเวียนของเลือดไม่ปกติ ของเสียที่สะสมไว้ในร่างกายเหล่านี้จะค่อย ๆ ก่อตัวเป็นเซลลูไลท์

jumboslot

การตั้งครรภ์และภาวะหมดประจำเดือน จนทำให้เกิดความไม่สมดุลของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน
ความเครียด อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเซลลูไลท์ เพราะความเครียดจะทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัว โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า คอ บ่า ไหล่ และศีรษะ จนเกิดการสะสมของเสียในกล้ามเนื้อ ขัดขวางเนื้อเยื่อไม่ให้กำจัดของเสีย
การสวมเสื้อผ้ารัดแน่น เช่น เสื้อนักศึกษาหญิงที่นิยมใส่จนรัดติ้ว ทำให้เคลื่อนไหวร่างกายได้น้อยลง และทำให้การไหลเวียนบริเวณผิวหนังลดลงด้วย
เกิดจากยาบางชนิด เช่น การกินยาคุมกำเนิดแล้วทำให้เกิดความไม่สมดุลของระบบระดับฮอร์โมนเอสเตรโจน การกินยานอนหลับเข้าไปจนยาเข้าไปรบกวนการทำงานตามธรรมชาติ ทำให้ระบบแปรปรวน หรือการกินยาขับปัสสาวะจนทำให้ร่างกายขาดน้ำ เป็นต้น
วิธีลดเซลลูไลท์

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแล้ว ยังช่วยทำให้ระบบในร่างกายเกิดความสมดุลอีกด้วย แต่การออกกำลังกายที่ดีควรจะเป็นการเดินเร็ว ๆ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก และการออกกำลังกายใต้น้ำ ครั้งละ 30-40 นาทีขึ้นไป อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง การออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายออกไป ช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ทำให้กล้ามเนื้อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่สำหรับคนที่ไม่มีเวลา ขอให้คุณใช้เวลาพักหรือเวลาที่ต้องทำงานให้เป็นประโยชน์ ด้วยการขึ้นลงบนไดแทนการขึ้นลิฟต์ ทำงานบ้าน เป็นต้น
ควบคุมอาหาร คุณควรลดละเลิกทั้งของหวานจัดและมันจัด แป้ง ไอศกรีม นมที่มีมันเนยสูง อาหารเค็มจัด และอาหารที่ผ่านกระบวนการแปลงสภาพ เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ร่างกายของเรามีไขมันสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และให้หันมาควบคุมอาหารในแต่ละวัน กินอาหารที่มีประโยชน์และมีไขมันต่ำ ดื่มน้ำเปล่าสะอาด ๆ ให้ได้วันละ 8 แก้ว (ถ้าเหงื่อออกมากก็ต้องดื่มให้มากกว่านี้) ก็จะช่วยขับพิษที่ติดตามเนื้อเยื่อในรูปของไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย และเป็นการขจัดเซลลูไลท์ออกไปด้วย รวมทั้งควรลดหรือเลิกการดื่มน้ำอัดลม กาแฟ แอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่ เพราะจะไปทำให้ร่างกายเสียสมดุล เนื่องจากมีสารอนุมูลอิสระมาก ทำลายเซลล์ และสะสมกลายเป็นพิษ ร่างกายขับออกได้ยาก
กินผักและผลไม้สดมาก ๆ นักธรรมชาติบำบัดเชื่อว่า การรับประทานผักและผลไม้สดจะช่วยลดเซลลูไลท์ที่เกิดขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดใหม่ของเซลลูไลท์ได้มากถึงร้อยละ 75 (แต่ควรเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวานจัด) เนื่องจากผักและผลไม้จะอุดมไปด้วยเกลือแร่ วิตามิน สารพฤกษเคมี สารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถช่วยกระตุ้นตับให้ขับพิษได้ดี ช่วยทำให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อยู่ในอิริยาบถที่ถูกต้อง เราไม่ควรอยู่ในท่าใดหนึ่งนานเกินไป แต่ควรหันมาเดินขึ้นบันไดแทนการขึ้นลิฟต์ในระหว่างการทำงาน หรือควรลุกเดินไปมาอยู่เสมอเพื่อกระตุ้นการกำจัดของเสียระหว่างวัน โดยเฉพาะคนที่ทำงานในออฟฟิศ ยิ่งควรจะนั่ง ยืน และเดินให้ถูกต้อง ไม่นั่งไขว่ห้าง เพราะจะทำให้เกิดเซลลูไลท์ได้ง่าย
กำจัดของเสียในปอด ด้วยการฝึกลมหายใจลึกยาวเพื่อให้เนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ ซึ่งออกซิเจนจะให้ชีวิต ให้ความกระชุ่มกระชวยกับเซลล์ในร่างกาย ไม่เฉพาะแต่เซลล์สมองเท่านั้น แต่ออกซิเจนยังช่วยเผาผลาญพลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

[NPC5]
ขัดถูผิวในขณะอาบน้ำทุกวัน ด้วยการใช้แปรงแห้ง ๆ นุ่ม ๆ เช่น ฟองน้ำ ใยบวบ หินขัด หรือครีม นำมาขัดวนไปมาประมาณวันละ 2-3 นาที จะช่วยทำให้ระบบต่อมน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดีและเป็นการช่วยขจัดเซลล์ไขมัน เพราะความร้อนจากการขัดถูจะทำให้ไขมันบางส่วนละลายได้ หากต้องการขัดทั้งตัวควรเริ่มต้นจากการขัดบริเวณเท้าไล่ขึ้นมาสู่ช่วงบนร่างกายไปจนถึงต้นคอ บ่า ไหล่ วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้ นอกจากนี้เวลาอาบน้ำ (จะตอนเย็นหรือตอนเช้าก็ได้) ให้เราใช้น้ำร้อนฉีดสลับกับน้ำเย็นบริเวณที่เป็นเซลลูไลท์เพื่อกระตุ้นเนื้อเยื่อและเร่งการเผาผลาญพลังงานของเซลล์ให้ดีขึ้น
นวดน้ำมัน ให้เราใช้น้ำมันสำหรับการนวดผสมกับน้ำมันหอมระเหยมาทาผิวเพื่อให้ผิวลื่น จะช่วยทำให้นวดได้คล่องขึ้นและไม่รั้งผิวจนทำให้ผิวเหี่ยวย่น แถมยังช่วยทำให้ระบบการไหลเวียนดีขึ้นและกระตุ้นประสิทธิภาพของระบบการกำจัดของเสียของร่างกายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ด้วยการกระตุ้นระบบต่อมน้ำเหลืองที่ช่วยย่อยไขมัน โดยให้เน้นนวดวนและบีบ ๆ เฉพาะส่วนในจุดที่การไหลเวียนไม่ดี เช่น หัวเข่าด้านในและต้นขา เพื่อเป็นการช่วยละลายไขมันและกำจัดพิษคั่งค้าง หรือคุณจะใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากขิงและส้มก็ได้ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดของเสียในร่างกาย โดยให้เน้นนวดบริเวณที่มีเซลลูไลท์ ซึ่งวิธีการนวดก็ไม่ยากเลย เพียงแค่ใช้อุ้งมือนวดคลึงเป็นวงกลมโดยใช้สันมือโอบรอบบริเวณที่มีเซลลูไลท์ และทำซ้ำกัน ๆ ไปเรื่อย ๆ
กําจัดเซลลูไลท์
ครีมนวดสลายเซลลูไลท์ โดยใช้ร่วมกับการนวด วิธีนี้จะช่วยทำให้เซลลูไลท์ดูเบาบางลงได้ ซึ่งก็มีอยู่ด้วยกันหลายยี่ห้อ แต่ครีมนวดที่ใช้ควรจะมีส่วนผสมสำคัญที่สกัดจากธรรมชาติ ดังนี้ กาเฟอีน (Caffeine) ที่ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหารในร่างกายและเร่งการเผาผลาญไขมัน จึงช่วยในการลดน้ำหนักได้, โกโก้ (Activated Cocoa Bean Concentrate) นิยมใช้ร่วมกับกาเฟอีน สามารถช่วยขจัดไขมันและยับยั้งการสะสมของน้ำตาลที่เหลือในเนื้อเยื่อไขมันได้, ไคโตซาน (Chitosan) ช่วยขจัดไขมันได้ โดยประจุบวกของไคโตซานจะช่วยดักจับกรดไขมันอิสระและคอเลสเตอรอลที่มีประจุลบ ซึ่งจะถูกขับถ่ายออกมาพร้อมกับไขมันส่วนเกิน, สารสกัดแคปไซซิน (Capsaicin) เป็นสารสกัดที่ได้จากพริก มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มระดับของเอนไซม์ในตับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำให้ไขมันแตกตัว การช่วยเร่งเมตาบอลิซึ่ม จึงช่วยทำให้น้ำหนักตัวลดลง, สารสกัดจากส้มแขก ซึ่งมีคุณสมบัติในการขัดขวางการเปลี่ยนแปลงของสารอาหารจำพวกน้ำตาลกลูโคสเป็นสารอาหารจำพวกไขมันสะสมได้ และยังช่วยเร่งการสลายไขมันเก่าที่สะสมอยู่ได้อีกด้วย ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อย่างแน่ชัดว่า สารเหล่านี้จะสามารถซึมผ่านเซลล์ผิวหนังลงไปละลายไขมันและไปลดก้อนไขมันได้จริงหรือไม่
การทำทรีตเมนต์ตามคลินิก เพื่อกำจัดเซลลูไลท์ โดยเป็นการทำให้เซลลูไลท์แตกตัว คุณอาจจะต้องได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ร่วมกับการลดน้ำหนัก, ออกกำลังกาย, ควบคุมอาหาร, นวดแบบอโรมาเธอราพี (ใช้น้ำมันหอมสกัดจากพืชซึ่งจะสามารถดึงเอาสิ่งสกปรกออกจากผิวได้), การนวดตัว (เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและปลดปล่อยของเสีย) หลังการทำทรีตเมนต์ประมาณ 1-2 สัปดาห์ คุณจะรู้สึกได้ว่าผิวบริเวณนั้นจะอ่อนตัวลง

วิธีการเล่นคาร์ดิโอให้ถูกหลัก

ตามความเชื่อเดิม ๆ ที่เราคิดว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิกจะต้องใช้เวลา 30 นาทีขึ้นไปจึงจะช่วยให้ร่างกายดึงเอาไขมันมาใช้ หากเคลื่อนไหวร่างกายน้อยกว่านั้นก็เท่ากับว่าเป็นการสูญเปล่า แต่ตามหลักทฤษฎีใหม่แล้ว การออกกำลังกายด้วยคาร์ดิโอหรือแอโรบิกจะสามารถดึงเอาไขมันมาใช้ได้ในทันทีหลังจากการเล่นตั้งแต่นาทีแรก เนื่องจากการออกกำลังกายชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน วิ่ง หรือใช้เครื่องเล่นต่าง ๆ ก็จะเป็นการออกแรงไปที่กล้ามเนื้อมัดใหญ่โดยตรง ทำให้ร่างกายดึงเอาพลังงานจากไขมันมาใช้ได้ในทันที

เครดิตฟรี

แม้ทฤษฎีนี้ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่จากเหล่ากูรูที่ยังมีความเชื่อแบบเดิม ๆ แต่ก็ยังมีให้เห็นมากมายว่าคนที่สามารถลดน้ำหนักได้แม้จะไม่ได้ออกกำลังกายเกิน 30 นาทีก็สามารถมีน้ำหนักตัวที่ลดลง พร้อมรูปร่างที่เล็กลงได้ เช่นเดียวกับคาร์ดิโอยอดฮิตที่เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีจากเทรนเนอร์ชื่อดังอย่าง Shaun T ที่ได้เปิดตัววิดีโอสอนการเล่นคาร์ดิโอแบบจัดเต็ม 30 วัน โดยใช้ชื่อว่า T25 ซึ่งประยุกต์มาจากการออกกำลังกายทั่วไป ที่ใช้เวลาทั้งหมดเพียง 25 นาทีต่อวันเท่านั้น โดยไม่มีการหยุดพักในขณะเล่น เพราะพลังงานที่เผาผลาญได้นั้นเทียบเท่ากับคนที่ออกกำลังกายเป็นเวลา 1 ชั่วโมง และหลายคนที่ได้สัมผัสกับการออกกำลังกายนี้มาแล้ว ก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจซึ่งยังสอดคล้องกับทฤษฎีนี้อีกด้วย

คาร์ดิโอแล้วกล้ามเนื้อหาย…จริงหรือ ?
ตามความเชื่อที่เราได้ยินจากการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายมีกล้ามเนื้อมัดใหม่ ๆ ขึ้นมาทดแทนไขมันส่วนเกิน เหล่ากูรูทั้งหลายมักให้คำแนะนำว่า ควรเล่นเวทเทรนนิ่งควบคู่กับการเล่นคาร์ดิโอไปด้วยกัน เพื่อให้กล้ามเนื้อเกิดความกระชับ ไม่ทำให้ห้อยย้อย และกระตุ้นระบบเผาผลาญ และอีกเหตุผลหนึ่งที่เวทเทรนนิ่งมีความสำคัญ ก็เพราะเชื่อว่าคาร์ดิโอ ซึ่งเป็นตัวช่วยเผาผลาญไขมัน แต่ในขณะเดียวกันมันกลับเป็นตัว “ทำลายกล้ามเนื้อ” ลงไปด้วย แต่จากผลการวิจัยต่างประเทศ สิ่งที่เราพบนั้นกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ซึ่งผลของกล้ามเนื้อที่จะลดลงจากคาร์ดิโอ “ไม่เป็นความจริง” ! แต่การที่กล้ามเนื้อจะหายไปนั้นก็สามารถเกิดขึ้นได้จริง เพียงแต่เป็นส่วนน้อยที่พบได้จากปัจจัยของการขาดแคลนโปรตีนและสารอาหารในร่างกายอย่างหนักเท่านั้น

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คาร์ดิโอหรือแอโรบิกนั้นเป็นการออกกำลังกายที่จะดึงเอาส่วนของแป้งและไขมันออกมาใช้ในกระบวนการเผาผลาญ ดังนั้นจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับสารอาหารประเภทโปรตีน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ มันจึงเป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่ร่างกายจะดึงเอากรดอะมิโนจากโปรตีนมาใช้ แต่หากเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นมาจริง ๆ ร่างกายก็จะมีปฏิกิริยาการตอบสนองเพื่อป้องกันตัวเองอยู่ก่อนแล้ว และเราจะไม่สามารถออกกำลังกายต่อไปได้ ซึ่งถือว่าเป็นจุดพีคที่จะต้องหยุดพักเมื่อแป้งและไขมันจากร่างกายหมด และด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นไปได้ยากที่แป้งและไขมันในร่างกายจะหมดลงไปอย่างง่าย ๆ นอกเสียจากกลุ่มคนที่ออกกำลังกายจะอยู่ในจำพวกที่กินน้อยมาก หรือพวกที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารจนเหลือแค่หนังหุ้มกระดูกอย่างที่เราเคยเห็นในแถบประเทศแอฟริกา

สล็อต

แล้วร่างกายจะหันไปใช้โปรตีนเมื่อไหร่ ? ก็อย่างที่บอกไปว่ามีเพียงส่วนน้อยมาก ๆ เท่านั้นที่ร่างกายจะดึงเอาโปรตีนจากกล้ามเนื้อไปใช้ในระบบเผาผลาญพลังงานขณะออกกำลังกาย ดังนั้นสิ่งที่เราควรทราบก็คือ “เมื่อแป้งและไขมันถูกใช้ไปจนหมดสิ้นและไม่เหลือหลอแล้วเท่านั้น ร่างกายจึงจะดึงเอาโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้” และเมื่อถึงเวลานั้นจริง ๆ เราก็คงไม่มีแรงมาวิ่งออกกำลังกาย เนื่องจากสภาพร่างกายที่ผิดปกติจากการทำงาน แม้จะเดินอย่างช้า ๆ ก็อาจจะทำให้รู้สึกเหนื่อยแล้ว

สรุปก็คือผู้ที่ออกกำลังกายแทบจะไม่ต้องเป็นกังวลกับการคาร์ดิโอเลยว่ามันจะเข้าไปทำลายกล้ามเนื้อให้สูญเสียไป เพราะจากผลการวิจัยผู้ที่เล่นคาร์ดิโอเป็นเวลานานเกิน 30 นาทีหรือมากกว่า 1 ชั่วโมงขึ้นไป (ทางที่ดีควรเล่นให้พอดีประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ) ไม่ต้องมามัวนั่งกังวลกับมวลกล้ามเนื้อของตัวเอง แม้ไม่มีการเวทร่วมด้วยก็ไม่ต้องห่วงว่ากล้ามเนื้อจะเสียไปอย่างที่เข้าใจ เพราะส่วนที่มีความเชื่อมโยงต่อระบบการเผาผลาญจะมีเพียงแป้งและไขมันเป็นตัวหลัก น้ำ มวลกระดูก และกล้ามเนื้อแทบจะไม่มีความเกี่ยวข้องต่อการสูญสลายเลยแม้แต่น้อย

ดังนั้น คุณควรเลิกกังวลกับปัญหากล้ามเนื้อลีบแบนจากการออกกำลังกายได้แล้ว ! และควรเปลี่ยนความเชื่อกันเสียใหม่ เพราะจากทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น การเล่นคาร์ดิโอไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อหาย ย้ำอีกครั้งว่า “คาร์ดิโอไม่ได้ส่งผลต่อมวลกล้ามเนื้อ” ไม่ว่าจะเวทหนักหรือคาร์ดิโอหนักแค่ไหน ร่างกายก็จะไม่ดึงเอาโปรตีนมาใช้อย่างแน่นอน จะเวทก่อนหรือคาร์ดิโอก่อนก็ไม่ต้องมาห่วงว่ากล้ามเนื้อจะถูกเผาผลาญแต่อย่างใด แต่ที่เหล่าเทรนเนอร์มักแนะนำให้เวทก่อน เพื่อเป็นการลดความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ หากคาร์ดิโอไปก่อน อาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการเวทไม่เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้นั่นเอง

สล็อตออนไลน์

ส่วนเรื่องของโปรตีนที่จะมีการเอาไปใช้บ้างก็จริง แต่โปรตีนที่ได้มาจากสารอาหารที่รับประทานเข้าไป ถูกย่อยสลายกลายเป็นกรดอะมิโนขนาดเล็ก มันไม่ได้มีผลโดยตรงต่อการดึงเอาโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาแต่อย่างใด เพราะถือว่าเป็นคนละส่วนกัน แม้ไกลโคเจนจากร่างกายจะหมด ปฏิกิริยาตอบสนองจากร่างกายหากก็ยังฝืนต่อไป ซึ่งในต่างประเทศเรียกกันว่า “Hit the wall” คือการที่เราจะไม่สามารถออกกำลังกายได้ต่อไป อาจจะเป็นลม หมดสติ หรือน็อกขึ้นมากะทันหันเสียก่อนแล้ว

แต่ถ้าหากร่างกายจะดึงเอาโปรตีนจากกล้ามเนื้อโดยตรงมาใช้จริง ๆ ก็ต่อเมื่อปริมาณสารอาหารในร่างกายแทบไม่เหลือเลย หรือตกอยู่ใน “ภาวะขาดสารอาหารอย่างรุนแรง” มาก ๆ เท่านั้น ก็อย่างที่บอกไปว่าคนที่มีปัญหาเรื่องแคลอรีในร่างกายที่พบตามชนบทยากจนมาก ๆ กลุ่มคนที่ห่างไกลความเจริญจนขาดแคลนอาหารอย่างหนัก หรือคนที่มีภาวะบกพร่องทางสารอาหาร เหล่านี้ที่จะเกิดการเปลี่ยนโปรตีนจากกล้ามเนื้อสลายให้กลายเป็นกรดอะมิโน เพื่อให้ร่างกายดำรงชีพต่อไปได้

ย้ำอีกครั้งนะคะว่า “มวลกล้ามเนื้อจะเสียไปต่อเมื่อร่างกายอยู่ในภาวะขาดแคลนพลังงานหนักมาก ๆ จนถึงจุดพีคแบบสุดยอดเท่านั้น มันถึงจะดึงมาใช้ด้วยความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ดังนั้นใครที่เล่นคาร์ดิโออย่างเดียวแล้วมัวแต่กังวลว่าร่างกายจะขาดโปรตีน กลัวตัวเองกินโปรตีนในแต่ละวันไม่พอ กลัวว่าแขนขาตัวเองจะลีบเล็กลง เล่นคาร์ดิโอหนัก ๆ ติดต่อกันนานเกินไปก็กลัวนู่นกลัวนี่ จนทำให้การออกกำลังกายไม่มีประสิทธิภาพ แถมยังต้องไปหาโปรตีนเสริมที่มักมีสารเคมีเจือปนมากินอีก ซึ่งมันแทบไม่ได้มีความจำเป็นเลยแม้แต่น้อย ฉะนั้นเลิกกังวลกันได้แล้ว ขอให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็พอ ไม่ว่าจะเช้า เที่ยง เย็น เวลาไหนก็ตาม ไม่ว่าจะคาร์ดิโอหรือเวทหนัก ก็ขอให้ร่างกายได้ออกแรงเผาผลาญพลังงานเถอะค่ะ เพราะยังไงกล้ามเนื้อก็จะไม่ลีบแบนหรือสูญเสียมวลไป และที่สำคัญก็คือขอให้กินอาหารในสัดส่วนที่พอเหมาะตามที่ร่างกายต้องการ ทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ แค่นี้ก็จะช่วยให้เรามีรูปร่างอย่างที่ต้องการกันได้แล้วล่ะค่ะ

jumboslot

การเล่นเวทเทรนนิ่งให้ถูกหลัก
การเวทเทรนนิ่งคือการออกกำลังกายที่ใช้แรงจากกล้ามเนื้อโดยตรง เช่น การยกดัมบ์เบล ซึ่งการเล่นอย่างถูกวิธีจะมีการแบ่งเซตและเลือกน้ำหนักของดัมบ์เบลให้เหมาะสมกับความสามารถในการรับน้ำหนักของกล้ามเนื้อ ผู้เริ่มต้นควรโฟกัสไปที่กล้ามเนื้อมัดใหญ่ก่อนซึ่งก็คือส่วนของ แขน ขา หน้าท้อง ไหล่ อก และหลัง จากนั้นจึงตามด้วยกล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ ส่วนใครที่ไปเน้นการเวทเฉพาะส่วนเพื่อต้องการให้ลดเพียงส่วนเดียวจะไม่สามารถทำได้ ให้ทำความเข้าใจเสียใหม่ว่าการออกกำลังกายไม่สามารถลดเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายได้ แต่มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นไปพร้อม ๆ กันอย่างสมดุล ถ้าคุณต้องการลดหน้าท้อง คุณก็ต้องออกกำลังกายให้ครบทุกสัดส่วนด้วยนั่นเอง

มาถึงมือใหม่ที่เริ่มยกเวท ควรเลือกน้ำหนักของดัมบ์เบลที่สามารถยกได้ 12-15 ครั้งแล้วหมดแรง หากยกได้มากกว่านั้นให้เปลี่ยนน้ำหนักของดัมเบลให้มากขึ้น แต่หากยกได้น้อยกว่าก็ให้ลดขนาดของน้ำหนักลงมา โดยให้เล่นอย่างน้อยวันละ 3 เซตก็เพียงพอสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น หลังจากที่กล้ามเนื้อเริ่มเพิ่มมากขึ้น จะรู้สึกว่าดัมบ์เบลเบาลง หากต้องการให้กล้ามเนื้อกระชับมากขึ้นก็ให้เพิ่มน้ำหนักของดัมบ์เบลไปเรื่อย ๆ ตามความต้องการจนกว่าจะพึงพอใจกับขนาดของกล้ามเนื้อตัวเอง ส่วนการเล่นเวทเทรนนิ่งที่ดี อาจจะทำให้กล้ามเนื้อเกิดการอักเสบและฉีกขาดได้บ้าง ทางที่ดีควรเล่นแบบวันพัก 1 วัน เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักและฟื้นฟูในส่วนเซลล์ที่เสียหาย

การเลือกกินอาหารให้เหมาะสม
มาเริ่มต้นพูดถึง “โปรตีนเสริม” กันก่อน ส่วนนี้คนที่เล่นเวทและต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อ จะได้ความรู้ใหม่มาว่าจะต้องรับประทานโปรตีนให้ได้สัดส่วนที่เพียงพอจึงจะทำให้กล้ามเนื้อเพิ่มขนาดขึ้นมาได้ ทว่าการกินเนื้อสัตว์ในปริมาณมาก ๆ ทำให้ย่อยยาก โปรตีนเสริมหลากหลายชนิดจึงถูกนำมาใช้เป็นทางเลือกทดแทน และแน่นอนว่าโปรตีนเหล่านี้มีราคาแพง ซึ่งตามหลักธรรมชาติแล้ว อาหารเสริมเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีความจำเป็นต่อการลดน้ำหนักเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเป็นโปรตีนเสริมบางยี่ห้ออาจจะมีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย กินมากเข้าก็กลายเป็นการสะสมและตามมาด้วยความเจ็บป่วยในอนาคตจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

slot

ตามหลักธรรมชาติร่างกายต้องการโปรตีนในการใช้งานเพียงแค่ 15 เปอร์เซ็นเท่านั้น ถ้าหากเราได้รับมากเกินไปก็เท่ากับว่าไตต้องทำงานหนักในการกำจัดสารชนิดนี้ทิ้งไป ดังนั้นสัดส่วนที่ได้จากการกินอาหารธรรมชาติก็ถือว่าเพียงพอ ขอให้กินให้ครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการก็จะทำให้ร่างกายมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงได้แล้ว (ซึ่งส่วนนี้ถือว่าไม่เกี่ยวกับเหล่านักเพาะกาย ที่ต้องการมีขนาดกล้ามมากกว่าคนปกติ)

อันตรายจากการอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก
ความเชื่อที่ว่าการอดอาหารหรือกินอาหารในสัดส่วนที่น้อยมาก ๆ ยังเป็นความเชื่อที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมของผู้คนที่ต้องการมีรูปร่างที่สมส่วนอยู่ การใช้วิธีนี้ในการลดน้ำหนักถือว่ามีความเสี่ยงต่อการออกกำลังกายเป็นอย่างมาก เนื่องมาจากจะส่งผลกระทบต่อสัดส่วนอาหารที่ร่างกายต้องการ

บางคนหลีกเลี่ยงการกินมื้อเช้าและหันไปกินมื้อเที่ยงเพียงมื้อเดียว งดการกินคาร์โบไฮเดรตและไขมันไปอย่างสิ้นเชิง ไปจนถึงคนที่กินผักและผลไม้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เหล่านี้หากพูดกันตามหลักแล้ว เมื่อกินอาหารแบบเดิม ๆ เช่นนี้ซ้ำ ๆ เป็นระยะเวลานานติดต่อกัน ร่างกายจะเกิดการปรับตัวเพื่อให้เกิดการอยู่รอดคุ้นชินกับอาหารที่กินเข้าไปมากขึ้น ระบบเผาผลาญจะถูกลดการทำงานให้ต่ำลง ถ้าหากกลุ่มคนเหล่านี้สามารถกินอาหารแบบนี้ต่อไปได้อีกตลอดชีวิตก็ถือว่าไม่มีผลกระทบมากมายนักต่อร่างกาย นอกจากเสี่ยงที่จะเกิดภาวะขาดสารอาหารและร่างกายซูบผอมจากการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ไม่สามารถทำงานหนัก ๆ ได้และยังทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายอีกด้วย

แต่สำหรับใครที่อดอาหารแล้วกลับมากินในสัดส่วนที่มากขึ้นอีกครั้งก็จะต้องเผชิญกับภาวะ “โยโย่” น้ำหนักจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ระบบเผาผลาญในร่างกายพัง ทำให้การลดน้ำหนักทำได้ยากขึ้น ซึ่งก็ถือว่าไม่ต่างอะไรกับการใช้ยาลดความอ้วน กว่าร่างกายจะกลับมาทำงานได้ปกติอีกครั้งก็จะต้องใช้เวลาและความอดทนสูงเป็นอย่างมาก

หลักการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี

ทฤษฎีเกี่ยวกับการออกกำลังกายที่หลายคนต่างก็เชื่อจนกลายเป็นข้อเท็จจริงที่ฝังแน่นอยู่ในความรู้ของเรามาเป็นเวลานานนับร้อยปี การออกกำลังกายที่เรารู้ว่าจะต้องออกอย่างน้อย 30 นาทีขึ้นไป หรือการที่มีเหงื่อออกจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผอมลงได้ ไปจนถึงหลักการลดน้ำหนักด้วยวิธีอดอาหารก็ล้วนเป็นทางเลือกที่ผู้คนเลือกใช้ตามความเชื่อและความรู้ที่ได้รับมา ทว่าเรื่องราวเหล่านี้ยังมีบางส่วนที่ถูกบิดเบือนไปจากความจริง

เครดิตฟรี

เนื่องจากเป้าหมายของการออกกำลังกาย คือ การกำจัดไขมันส่วนเกิน ดังนั้นน้ำหนักที่ลดลงไปจึงไม่ได้เป็นผลสรุปได้ว่าเราจะผอมลงได้และไม่กลับมาอ้วนอีก หากสังเกตให้ดีผู้หญิงที่ออกกำลังกายอย่างถูกวิธี กับผู้หญิงที่ออกกำลังกายแบบผิด ๆ เมื่อนำมาชั่งน้ำหนักพร้อมกัน พบว่าคนแรกมีน้ำหนักมากกว่า ส่วนคนที่สองมีน้ำหนักน้อยกว่า แต่เมื่อเทียบสัดส่วนกันแล้วกลับพบว่าคนแรกมีหุ่นที่ผอมเพรียวและกระชับ ส่วนคนที่สองกลับยังดูอวบอ้วน ลักษณะแบบนี้คงจะเป็นหนึ่งในความเชื่อผิด ๆ ที่เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกกับความรู้ใหม่ แล้วเปลี่ยนความคิดเดิม ๆ สู่การออกกำลังกายอย่างถูกวิธีกันให้มากขึ้นค่ะ

เลิกมองตัวเลขบนตาชั่งกันได้แล้ว !
สังเกตได้ว่าเครื่องชั่งน้ำหนักนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนลดน้ำหนักเหล่านี้…ที่ไม่ค่อยมีความเข้าใจต่อหลักการในการลดน้ำหนักอย่างแท้จริง เราพยายามที่จะจดน้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกเช้าที่ตื่นนอนอย่างเป็นกิจวัตรเพื่อให้ทราบผลว่า น้ำหนักตัวลดลงหรือเพิ่มขึ้นหรือไม่ บางคนที่ออกกำลังกายอย่างจริงจังบวกกับการควบคุมอาหารอย่างเหมาะสม แต่ก็ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าการลดน้ำหนักที่แท้จริงคืออะไร เมื่อไหร่ที่เห็นน้ำหนักบนตาชั่งเพิ่มขึ้น ก็ยิ่งกังวลใจและเกิดความสงสัยกับการลดน้ำหนักของตัวเอง กลายเป็นการตั้งคำถามว่า ทำไมออกกำลังกายเท่าไรน้ำหนักก็ยังไม่ลดลงซะที ?

ความเชื่อแบบนี้ควรล้มล้าง ล้มเลิก หรือควรโละมันออกจากสมองไปให้หมดสิ้นเลยค่ะ ก่อนที่มันจะเข้าไปทำลายความตั้งใจในการลดความอ้วนของเพื่อน ๆ จนไม่อยากออกกำลังกายแล้ว จากนั้นลองตั้งสติให้ดี มาทำความเข้าใจใหม่กับการลดน้ำหนักที่เราทำอยู่ทุกวันนี้อย่างถูกต้องก็คือ “การลดไขมัน” ไม่ใช่ “การลดน้ำหนัก” ซึ่งมันจะไม่มีผลเกี่ยวข้องกับเลขบนตาชั่ง และไม่จำเป็นต้องไปขึ้นชั่งน้ำหนักให้เสียอารมณ์อีกต่อไป

ลดน้ำหนักกับการลดไขมันต่างกันอย่างไร ?
ความหมายนี้อาจจะดูเหมือนเรื่องเดียวกัน แต่ทว่าการลดน้ำหนักนั้นคือการพูดรวม ๆ ถึง “การลดน้ำหนักของร่างกายโดยรวมทั้งหมดให้เบาลง” ซึ่งมันจะรวมไปถึงน้ำหนักจากน้ำในร่างกาย ของเสีย อาหารที่เรารับประทานเข้าไป ไขมัน และกล้ามเนื้อด้วย ดังนั้นหากเราใช้วิธีชั่งน้ำหนักเป็นตัวกำหนด จะสังเกตได้ว่าแค่กินน้ำเข้าไปสัก 2-3 แก้ว น้ำหนักตัวก็เพิ่มขึ้นได้อย่างง่าย ๆ แล้วค่ะ เพราะฉะนั้นตัวเลขบนตาชั่งจึงไม่สามารถนำมาใช้เป็นตัววัดในการลดน้ำหนักที่ถูกต้องได้เลย แต่เป็นเพียงแค่ตัวช่วยเสริมเพื่อให้เราทราบถึงน้ำหนักมวลรวมที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น

สล็อต

ส่วน “การลดไขมัน” คือ การลดน้ำหนักอย่างถูกต้องมากที่สุด เพราะเป้าหมายในการออกกำลังกายและควบคุมอาหารของเราก็เพื่อกำจัดเอาส่วนของไขมันออกไป แล้วแทนที่มันด้วยกล้ามเนื้อที่มีขนาดเล็กและกระชับมากกว่า แม้จะเทียบในสัดส่วนน้ำหนักที่เท่ากัน แต่ด้วยไขมันเป็นของเหลวมันจึงมีขนาดใหญ่ ส่วนกล้ามเนื้อจะเล็กกว่าเป็นสองเท่าตัว

สรุปง่าย ๆ คือเมื่อต้องการลดน้ำหนักคุณต้องกำจัดไขมันออกไป แม้น้ำหนักจะไม่ลดลง แต่หากร่างกายมีกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน เพื่อน ๆ ก็จะสามารถมีสัดส่วนที่กระชับและผอมเพรียวได้ แล้วลืมเรื่องของตัวเลขบนตาชั่งไปได้เลย เพราะบางคนที่มีกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน อาจจะมีน้ำหนักตัวมากกว่าบางคนที่มีไขมันมากกว่าและรูปร่างยังดูอวบอ้วนไม่กระชับกว่าอีกด้วย

ลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี

ทำไมจึงต้องสร้างกล้ามเนื้อให้มากขึ้น ?
ก่อนอื่นต้องหาความแตกต่างระหว่างเซลล์กล้ามเนื้อและไขมันกันก่อนว่ามันมีความแตกต่างกันอย่างไร เริ่มต้นกันที่ “ไขมัน” เป็นสารที่อยู่ในร่างกายและมีหน้าที่สำคัญในกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย ทว่าไขมันส่วนเกินต่างหากคือสิ่งที่เราต้องการกำจัดมันออกไป ไขมันเหล่านี้จะเกาะอยู่ตามชั้นผิวหนัง ทำให้รูปร่างไม่กระชับ ผิวหนังห้อยย้อย สามารถคงอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานในการคงสภาพ

แต่สำหรับกล้ามเนื้อ จะเป็นส่วนที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ยิ่งมวลกล้ามเนื้อมาก ยิ่งทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ดี อาหารที่เรากินเข้าไปก็จะไม่สะสมและแปรสภาพเป็นไขมันส่วนเกินที่จะทำให้น้ำหนักตัวเราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เซลล์ของกล้ามเนื้อจะคงอยู่ได้จึงต้องมีการดึงเอาพลังงานเข้าไปใช้ ยิ่งการขยับร่างกายมากเท่าใด พลังงานก็จะยิ่งถูกเผาผลาญและใช้งานมากขึ้น

แม้จะอยู่เฉย ๆ แต่กระบวนการเมตาบอลิซึ่มก็จะยังคงทำงานเผาผลาญสารอาหารโดยเฉพาะไขมันได้มากกว่าคนที่มีมวลกล้ามเนื้อน้อยอยู่ดี นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราควรออกกำลังกายเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ ไม่ใช่พยายามอดอาหารเพื่อให้น้ำหนักลง เพราะสิ่งที่ตามมาคือไขมันที่ยังคงอยู่ แต่สิ่งที่สูญเสียไปกลับเป็นกล้ามเนื้ออันมีค่าของเราแทน

สล็อตออนไลน์

ฟิตเนสจำเป็นมากแค่ไหน ?
คนมีเงินและมีเวลาส่วนใหญ่ที่ต้องการมีสุขภาพร่างกายที่ดี และต้องการลดน้ำหนักก็จะต้องนึกถึงการเล่น “ฟิตเนส” ซึ่งเชื่อว่ามันจะเป็นตัวช่วยให้พวกเขาสามารถลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น ด้วยเครื่องเล่นต่าง ๆ นานาชนิดที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย แต่ก่อนเรามักจะคิดว่าการไปวิ่งเพลิน ๆ อยู่บนลู่วิ่ง หรือการปั่นจักรยานจนเหงื่อออกท่วมตัวจะเป็นการช่วยเผาผลาญพลังงานได้แล้ว ขอบอกเลยว่านี่อาจจะเป็นความเชื่อที่คุณควรเปลี่ยนความเข้าใจเสียใหม่

เพราะอุปกรณ์ที่อยู่ในฟิตเนสส่วนใหญ่ที่เราใช้ออกกำลังกายกัน โดยเฉพาะเหล่าลู่วิ่งทั้งหลายออกแบบมาเพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจและปอดเป็นหลัก การเพิ่มความแข็งแรงให้กับอวัยวะทั้งสองตัวนี้ จะเชื่อมโยงให้เราสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น อึดขึ้น และเหนื่อยน้อยลง ดังนั้นอย่าไปคิดว่าปริมาณเหงื่อที่ออกมาจะเป็นตัวช่วยเผาผลาญพลังงาน เพราะมันคือ “น้ำ” ไม่ใช่ไขมัน

อย่างที่เรากล่าวเอาไว้แล้วว่า สิ่งที่เราต้องการกำจัดมันออกไปคือส่วนของไขมันที่เกาะอยู่ การเข้าฟิตเนสจึงไม่ได้หมายความว่าไม่ใช่เรื่องที่ไม่จำเป็น แต่เมื่อเข้าไปแล้วเราต้องเข้าใจเป้าหมายและการเล่นให้ถูกต้องด้วยว่าการลดน้ำหนักที่แท้จริงคืออะไร ไม่ใช่เอาแต่เล่นกับเครื่องเล่นทุกตัวอย่างบ้าคลั่ง พอเหงื่อออกมาก ๆ จนครบเวลาที่กำหนด ก็หยุดพัก แล้วกลับบ้านแบบสบายใจ เนื่องจากการออกกำลังกายที่แท้จริงมันมีอะไรมากกว่าแค่การวิ่งไปวิ่งมาบนลู่วิ่ง 30 นาที จึงจะช่วยให้กล้ามเนื้อมัดใหม่ถูกสร้างขึ้นและไขมันถูกทำลายลงไป นี่ถึงจะเป็นเป้าหมายที่ถูกต้อง เพื่อน ๆ จะได้เข้าไปเล่นฟิตเนสได้อย่างคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

ขั้นตอนในการออกกำลังกายให้ได้ผล !
การออกกำลังกายเพื่อให้ได้ผล มีสัดส่วนที่ลดลง พร้อมกล้ามเนื้อที่กระชับสวยได้รูป จะต้องทำการออกกำลังกายซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

  1. คาร์ดิโอ – การออกกำลังกายที่จะช่วยเผาผลาญพลังงานไขมันในร่างกายออกไป เป็นประเภทเดียวกันกับแอโรบิก แต่จะต่างกันตรงที่ความหนักในการเล่น ซึ่งคาร์ดิโอจะแบ่งออกเป็น 4 ระดับความแรงเทียบกับอัตราการเต้นของหัวใจ คือ Low Intensity, Medium Intensity, High Intensity และแบบสุดท้ายก็คือ Extra High Intensity

jumboslot

แอโรบิก คือ การออกกำลังกายแบบทั่วไปที่ไม่เน้นความหนักมาก เล่นตามสภาพของร่างกายที่เล่นได้ แต่ทั้งสองชนิดก็มีประโยชน์ในการออกกำลังกายเช่นเดียวกัน แล้วแต่ความถนัดของใครว่าจะเลือกใช้แบบไหน อีกทั้งยังเป็นการดึงเอาออกซิเจนมาใช้ในการสันดาปพลังงานเหมือนกัน หากไม่คิดอะไรให้มากนัก คาร์ดิโอและแอโรบิกก็คือการออกกำลังกายชนิดเดียวกันนั่นเอง ซึ่งการออกกำลังกายประเภทนี้ก็มีข้อดีคือ การช่วยเผาผลาญพลังงานไขมันและคาร์โบไฮเดรตออกไป ทำให้อาหารที่เรากินไม่เกิดการสะสมและแปรสภาพเป็นไขมันส่วนเกินที่จะถูกเก็บเอาไว้ในยามฉุกเฉินตามการเอาตัวรอดของร่างกาย จนทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมา อีกทั้งยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหัวใจและปอด เพิ่มความอดทนและช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด และทำให้เหนื่อยได้น้อยลงด้วย

คาร์ดิโอ

  1. เวทเทรนนิ่ง – เป็นหนึ่งในรูปแบบการออกกำลังกายที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ในอดีตดูเหมือนการออกกำลังกายชนิดนี้จะนิยมเฉพาะในกลุ่มนักเล่นกล้ามชายหรือที่เราเรียกกันว่านักเพาะกายเท่านั้น ทำให้เราจำภาพแบบผิด ๆ ว่าเวทเทรนนิ่งสำหรับสาว ๆ ส่วนใหญ่ที่เมื่อออกแล้วจะทำให้ร่างกายใหญ่ บึกบึน มีกล้ามแขนกล้ามขาเป็นมัด ๆ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงในค่านิยมสมัยใหม่กับรูปร่างเล็กและผอมบางต้องการแต่อย่างใด ซึ่งนี่เป็นความเข้าใจที่ผิด

แต่ในความเป็นจริงแล้ว “การเวทเป็นการออกกำลังกายที่ “จำเป็น” สำหรับทุกคนที่ต้องการลดน้ำหนัก คุณผู้หญิงจึงไม่ต้องไปกลัวว่ากล้ามเนื้อของตัวเองจะใหญ่เป็นมัด ๆ เนื่องจากในผู้หญิงมีฮอร์โมนเพศชายอยู่น้อย โอกาสที่มันจะสร้างกล้ามเนื้อได้ขนาดเป็นนักเพาะกายจึงต้องใช้ความพยายามและอดทนสูงเป็นอย่างมาก” เทียบกันง่าย ๆ ว่าขนาดในนักเพาะกายผู้ชายที่ต้องการมีกล้ามใหญ่ ๆ ยังต้องใช้เวลาและมีระเบียบวินัยในการเล่นอย่างหนัก ดังนั้นขอให้เข้าใจเสียใหม่ว่าการเล่นเวทไม่ได้ทำให้แขนขาใหญ่ขึ้นแต่อย่างใด ซึ่งข้อดีของมันเมื่อเล่นควบคู่กับคาร์ดิโอก็คือ จะช่วยทำให้ร่างกายมีกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้น ต่างจากการเล่นคาร์ดิโอเพียงอย่างเดียว เช่น ในขณะที่เราวิ่งบนลู่วิ่ง ร่างกายจะดึงพลังงานจากไขมันมาใช้ แต่พอหยุดเล่นก็เท่ากับว่าหยุดการเผาผลาญในทันที ต่างจากการเล่นเวท หลังจากหยุดแล้วร่างกายก็จะยังสามารถเผาผลาญพลังงานต่อไปได้ แม้จะนั่งหรือนอนอยู่เฉย ๆ ก็ตาม

การเล่นเวทจะช่วยกระชับสัดส่วนของกล้ามเนื้อ ทำให้สาว ๆ สามารถมีส่วนเว้าโค้ง มีรูปร่างเรียวเล็กและได้รูปอย่างมีสุขภาพดี ต่างจากคนที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีการกินยาลดความอ้วนหรือการอดอาหารเป็นอย่างมาก เวทเทรนนิ่งจึงเป็นตัวช่วยเสริมกล้ามเนื้อที่ดี และช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

[NPC5]
ต้องเล่นคาร์ดิโอควบคู่กับการเล่นเวทเทรนนิ่ง
การออกกำลังกายให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดคือการเล่นคาร์ดิโอควบคู่ไปกับการเล่นเวทเทรนนิ่ง เนื่องจากคาร์ดิโอคือตัวช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหัวใจและปอด เพิ่มความอดทนและช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด ทำให้เหนื่อยได้น้อยลง

ส่วนเวทเทรนนิ่งจะช่วยในเรื่องการสร้างชั้นกล้ามเนื้อขึ้นมาใหม่และช่วยกำจัดไขมันออกไป แม้ว่าการออกกำลังกายด้วยการเวทเพียงอย่างเดียวจะช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อให้เพิ่มมากขึ้นและช่วยกำจัดไขมันออกไปได้ก็จริง แต่ก็มีข้อเสียคือร่างกายจะไม่ค่อยมีความอดทนต่อการออกกำลังกาย ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย ปอดและหัวใจไม่ถูกกระตุ้นให้แข็งแรงมากพอ ดังนั้นการออกกำลังกายที่ดีควรเล่นทั้งคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่งควบคู่กันไป จึงจะช่วยสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มความกระชับของสัดส่วน และความอึดให้ร่างกายได้มากขึ้น

ควรเล่นเวทเทรนนิ่งก่อนแล้วจึงตามด้วยคาร์ดิโอ
หลายคนมีข้อสงสัยว่า ควรเล่นอะไรก่อนอะไรหลัง ตามหลักมาตรฐานจากเหล่ากูรูฟิตเนสทั้งหลายจะแนะนำให้เริ่มที่เวทเทรนนิ่งก่อน เนื่องจากเป็นการใช้พลังงานจากกล้ามเนื้อโดยตรง หลังจากเล่นแล้วจะทำให้กล้ามเนื้อหมดแรงและรู้สึกล้าได้ง่าย หากเราเลือกที่จะเล่นคาร์ดิโอก่อนยิ่งจะไปส่งผลทำให้กล้ามเนื้อหมดแรง การเล่นเวทตามมาจึงไม่เป็นไปตามแผนอย่างที่ควร สรุปแล้วเพื่อให้การออกกำลังกายได้ประสิทธิภาพสูงสุด จะต้องเริ่มที่เวทเทรนนิ่งก่อน จากนั้นพักด้วยการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อสัก 10 นาที แล้วค่อยต่อด้วยการคาร์ดิโอในลำดับถัดไปค่ะ

อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มต้นเล่นเวทหรือคาร์ดิโอ จะต้องมีการวอร์มอัพร่างกายอย่างน้อย 10-15 นาทีก่อนเสมอ และหลังจากสิ้นสุดการคาร์ดิโอเป็นลำดับสุดท้ายแล้วจะต้องทำการคลายกล้ามเนื้อเพื่อช่วยลดอาการเจ็บและอักเสบด้วย เพื่อทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นและกลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น