cathedraledetunis

Tag: การดูแลสุขภาพ (Page 1 of 28)

วิธีล้างหน้าอย่างถูกต้อง

การล้างหน้าล้างตานับว่าเป็นขั้นตอนสำคัญไม่แพ้การบำรุงผิวหน้าเลยก็ว่าได้ เนื่องจากในทุกๆวันพวกเราจะต้องพบกับฝุ่นละออง ควัน สิ่งสกปรก และก็มลพิษล้นหลาม ก็เลยไม่ฉงนใจเลยว่าเพราะเหตุใดผู้หญิงบางบุคคลถึงจะต้องพบกับปัญหาผิว ไม่ว่าจะเป็น สิว, ฝ้า, กระ, จุดด่างดำ และก็ริ้วรอยก่อนวัย แต่ว่าเชื่อหรือเปล่าว่าปัญหากลุ่มนี้สามารถปรับแต่งได้เพียงพวกเราล้างหน้าล้างตาให้ถูกทาง ว่าแต่ว่าควรต้องล้างเช่นไร และก็มีขั้นตอนอะไรบ้าง

เครดิตฟรี
การล้างหน้าล้างตาให้สะอาด สำคัญเช่นไร
การล้างหน้าล้างตานับว่าเป็นด่านแรกที่จะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการดูแลรักษาและบำรุงผิวในระดับอื่นๆถ้าหากชำระล้างผิวได้ไม่ดีก็อาจจะเป็นผลให้กำเนิดสิวรวมทั้งปัญหาผิวอีกเยอะแยะตามมาได้ โดยจุดเด่นของการล้างหน้าล้างตาให้สะอาด มีดังนี้
ช่วยจัดการกับรอยคราบเครื่องแต่งหน้าและก็โลชั่นป้องกันแสงแดด เพื่อลดการสั่งสมของน้ำมันรวมทั้งสิ่งตันในชั้นผิวหนัง
ช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกบนผิวหน้าที่พวกเราจำเป็นต้องพบในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่นผง, ควัน, ความมัน และก็มลพิษต่างๆกลางอากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว
ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก
เมื่อผิวหน้าสะอาดก็จะมีผลให้ดูดซับครีมบำรุงได้ดิบได้ดี แล้วก็ได้ผลแน่ชัดเพิ่มขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นการจัดแจงผิวให้พร้อมก่อนลงสรับประทานห่วงใย
ช่วยปรับให้ผิวหน้าเรียบเนียน ไม่มีสิว และก็ยังมีผลให้รูขุมขนดูกระชับขึ้นด้วย
ผู้หญิงคนจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อไม่ถูกๆว่าการล้างหน้าล้างตาที่ดีหมายถึงข้างหลังล้างหน้าล้างตาผิวจึงควรแห้ง ตึง และไม่มัน แต่ว่าข้อเท็จจริงแล้วเป็นความคิดที่ไม่ถูก เนื่องจากว่าการล้างหน้าล้างตาที่ดีเป็นแนวทางการทำความสะอาดสิ่งสกปรก คราบเปื้อนเครื่องแต่งตัว แล้วก็ความมันบนผิวหน้าให้หลุดออกโดยก่อกวนผิวหน้าให้ต่ำที่สุด รวมทั้งผิวหน้าจะต้องไม่แห้งตึงจนกระทั่งเหลือเกิน เนื่องมาจากอาจจะก่อให้กำเนิดสิวและก็ปัญหาผิวตามมาได้

สล็อต
แนวทางการล้างหน้าล้างตาให้สะอาด ไม่รังควานผิว
อันดับแรกเป็นการเลือกใช้โฟมสำหรับล้างหน้าที่เป็นทั้งยังคลีนซิ่งแล้วก็คลีนเซอร์ในเพียงอย่างเดียว เพื่อลดขั้นตอนการเช็ดชำระล้างผิวหน้าด้วยสำลี ซึ่งถือว่าเป็นการก่อกวนผิว
เริ่มล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ หลังจากนั้นบีบโฟมที่ใช้ล้างหน้าเท่าเม็ดถั่วเขียว นวดไปบนบริเวณใบหน้าตามแนวรูขุมขน ราว 15-20 วินาที แล้วก็ใช้น้ำดื่มล้างออกอีกรอบหนึ่ง
ข้างหลังล้างหน้าล้างตา ให้ใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆซึมซับผิวให้แห้งหมาดๆแล้วก็เลยเริ่มลงสรับประทานห่วงใยที่ให้ความชื้นในทันที เนื่องจากว่าตรงเวลาที่ผิวซับครีมได้ดิบได้ดีที่สุด
แนวทางล้างหน้าล้างตาแบบไม่ถูกๆเข้าใจแล้วอย่าหาทำ

  1. ยิ่งล้างหน้าล้างตาบ่อยครั้ง ผิวหน้ายิ่งสะอาด
    การล้างหน้าล้างตาเป็นประจำจะก่อให้ผิวของพวกเราแห้งตึง นำมาซึ่งการทำให้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากยิ่งกว่าธรรมดา รวมทั้งตามมาด้วยปัญหาหน้ามัน ทั้งยังเป็นเหตุให้ผิวหน้ามีการระคาย แล้วก็กำเนิดสิวตามมาท้ายที่สุด ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้หญิงจึงต้องควรล้างหน้าล้างตาเพียงแค่ 2 ครั้งต่อวันแค่นั้นเป็นช่วงเวลาเช้าและก็ก่อนนอน
  2. ล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำอุ่น
    จริงอยู่ที่การล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำอุ่นจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกก้าวหน้า เพราะว่ารูขุมขนขยายตัว แต่ว่าหากใช้น้ำอุ่นล้างหน้าล้างตาติดต่อกันเป็นเวลานานก็จะมีผลให้ผิวแห้งลอก แล้วก็รูขุมขนมองกว้างขึ้นได้ ถ้าเกิดคนไหนไม่ต้องการพบกับปัญหาพวกนี้ เสนอแนะให้แปลงมาใช้น้ำอุณหภูมิปกติล้างหน้าล้างตาเพื่อเป็นการป้องกันและไม่ให้ผิวเสียความสมดุล
    ล้างหน้าล้างตาสล็อตออนไลน์
  3. ใช้สินค้าพวกสครับ หรือเม็ดบีดส์ช่วยขัดผิวหน้าบ่อยเกินไป
    การใช้สินค้าจำพวกสครับ หรือโฟมสำหรับล้างหน้าที่มีเม็ดบีดส์ขัดผิวหน้าเพื่อกำจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกบ่อยมากจนถึงเกินความจำเป็น อาจจะทำให้ผิวมีการเคือง เป็นสิว รวมทั้งแสบผิวได้ โดยเสนอแนะให้ขัดผิวหน้าเบาๆ1-2 ครั้งต่ออาทิตย์ ก็พอเพียงแล้ว รวมทั้งควรที่จะเลือกเม็ดสครับที่ไม่หยาบคายจนถึงกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการระคายเคืองหรือบาดผิว
  4. เลือกใช้สินค้าล้างหน้าล้างตาที่ไม่เหมาะสมกับภาวะผิว
    การเลือกโฟมที่ใช้ล้างหน้าที่ดีควรที่จะเลือกให้เหมาะสมกับภาวะผิวของพวกเราเยอะที่สุด รวมทั้งสิ่งที่ควรจะเลี่ยงเลยก็คือ การนำสบู่ก้อนที่ใช้ล้างมือ หรืออาบน้ำ มาล้างหน้าล้างตา เนื่องจากสบู่ก้อนจำนวนมากจะมีความเป็นด่างสูง ทำให้ผิวเสียความชื้น แห้งตึง ลอกเป็นเกล็ด รวมทั้งมีการระคาย
  5. ล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำก็พอแล้ว
    ในทุกวันผิวหน้าของพวกเราจะต้องพบกับสิ่งสกปรกเยอะมาก รวมทั้งการล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำกินไม่อาจจะชำระล้างรอยเปื้อนน้ำมันที่อยู่บนผิวได้อย่างสะอาดสะอ้าน ทำให้สิ่งสกปรก ความมัน รวมทั้งแบคทีเรีย หลงเหลืออยู่บนผิวปรับปรุงเป็นสิวตัวร้าย ด้วยประการฉะนี้ก็เลยควรจะมีตัวช่วยดีๆอย่างโฟมสำหรับล้างหน้ามาช่วยชำระล้างผิวด้วยอีกแรง
    เมื่อทราบแนวทางล้างหน้าล้างตาที่ถูกแบบงี้แล้ว ผู้หญิงทดลองนำไปประยุกต์ในชีวิตประจำวันกันมองนะคะ จะได้มีผิวหน้างามใส มองร่างกายแข็งแรง และไม่มีปัญหาสิวตามมากวนโอ๊ยนั่นเองjumboslot
    แยกประเภทผิวของพวกเรา
    ผิวปกติ: ผิวธรรมดาที่ไม่มีปัญหาอะไรก็ตามเป็นผิวสุขภาพแข็งแรงแล้วก็มีความสมดุล
    ผิวมัน: ในหน้าจะมีลักษณะเงา มัน มองเห็นรูขุมขนได้แจ่มกระจ่าง
    ผิวแห้ง: ให้ความรู้ความเข้าใจสึกหยาบกระด้าง ดูไม่สดใสและก็หมองคล้ำ (ถ้าเกิดทดลองเอาเล็บข่วนเบาๆจะมองเห็นเป็นรอยขุยๆ)
    ผิวผสม: มีความมันรอบๆ ครั้งโซน หรือตอนหน้าผากไปจนกระทั่งจมูก
    ถ้าคุณเป็นหญิงที่จะต้องเสริมสวยเสมอๆ พวกเราขอให้คุณล้างพวกเมกอัเพียงพออกก่อน ดังต่อไปนี้
    ใช้สำลีชุบคลีนเซอร์สำหรับรอบๆดวงตา วิธีเป็น: ใส่คลีนเซอร์ให้เปียกแฉะ แล้วติดไว้ที่รอบๆดวงตาราวๆ 10-15 วินาที เพื่อมาสคาร่าละลายแล้วหลังจากนั้นก็ลูบออกเบาๆสำหรับปากก็ใช้วิธีการแบบนี้เหมือนกันslot

ทริคการดูแลเล็บให้สวยอยู่เสมอ

ผู้หญิงอย่างพวกเรานอกเหนือจากการที่จะจำเป็นต้องดูแลรักษาผิวหน้าและก็ผิวกายแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่สมควรละเลยเลยก็คือสุขภาพเล็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความสะอาด เพราะเหตุว่าในทุกๆวันพวกเราจำเป็นต้องใช้มือจับจับข้าวของต่างๆเยอะมาก ซึ่งอาจจะทำให้เชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกสะสมอยู่ในเล็บได้ นอกเหนือจากนี้ผู้หญิงคนใดที่ถูกใจไปร้านค้าทำเล็บ ทำเล็บเจล ต่อเล็บ หรือลงสีเล็บ ยิ่งจำเป็นต้องดูแลรักษาสุขภาพร่างกายเล็บมากมายเป็นพิเศษ เหตุเพราะจำนวนมากเล็บจะค่อนข้างจะบอบบาง หักง่าย รวมทั้งหน้าเล็บเหลือง ทำให้มองไม่น่าดู

เครดิตฟรี

  1. รักษาเล็บให้สะอาดอยู่ตลอด
    เริ่มการดูแลเล็บด้วยแนวทางกล้วยๆเลยก็คือหมั่นตัดเล็บมือและก็เล็บเท้า โดยไม่สมควรตัดให้สั้นจนกระทั่งเกินความจำเป็น เนื่องจากอาจทำให้เจ็บรอบๆเนื้อปลายเล็บได้ หลังจากนั้นตะไบเพื่อเป็นการป้องกันและไม่ให้ปลายแหลมๆที่เหลืออยู่โดนกับอะไรเข้าจนกระทั่งแปลงเป็นแผล นอกเหนือจากนี้ชี้แนะให้แช่เท้าในน้ำอุ่น แล้วก็ใช้ขนแปรงนุ่มๆมาขัด อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ในซอกเล็บหลุดออกไป ซึ่งจะช่วยปรับให้เท้าของคุณมองสะอาดใหม่กว่าการล้างแบบธรรมดา
  2. ทำให้เล็บมีความชื้น
    เว้นเสียแต่ผิวหนังแล้ว เล็บก็ควรจะได้รับการบำรุงจากมอยส์พบไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชื้นอยู่เป็นประจำด้วยเช่นกัน โดยพักหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆตรงเวลาที่เหมาะสมที่สุดกับการลงมอยส์พบไรเซอร์บำรุงเล็บด้วยโลชั่นทาผิว ภายหลังทาผิวทั่วร่างกายเสร็จและอย่าลืมทาบำรุงเล็บเท้าให้เปียกชื้นกันด้วยนะคะ หรือคนไหนจะใช้แฮนด์ครีมโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ได้ไม่ว่ากัน
  3. ตัดเล็บให้ถูกทาง
    ถ้าหากรู้สึกเจ็บรอบๆข้างเล็บอยู่เสมอๆโน่นอาจเกิดขึ้นจากคุณตัดเล็บสั้นจนถึงเกินความจำเป็น เพราะฉะนั้นทดลองเปลี่ยนแปลงแนวทางตัดใหม่ด้วยการตัดให้เป็นเส้นตรงทั้งปวง และไม่จำเป็นต้องตัดตรงมุมให้ลึกลงไป แนวทางนี้นอกเหนือจากที่จะช่วยทำให้ไม่เป็นเล็บขบแล้ว ยังส่งผลให้ทรงเล็บของผู้หญิงมองงามด้วย
  4. เลี่ยงการกัดเล็บ
    การกัดเล็บนอกเหนือจากที่จะทำให้เสียบุคลิกแล้ว ยังอาจจะก่อให้เนื้อรอบๆเล็บอักเสบและก็เป็นหนอง ทั้งยังเป็นเหตุให้เชื้อโรคไปสู่ร่างกายได้ง่ายมากยิ่งขึ้นด้วย ด้วยเหตุดังกล่าวถ้าเกิดเดี๋ยวนี้ผู้หญิงใครกันแน่ยังถูกใจกัดเล็บอยู่ละก็ ควรจะรีบเปลี่ยนแปลงความประพฤติโดยทันทีก่อนจะสายเหลือเกิน สล็อต
  5. ไม่สมควรล้างมือบ่อยเกินไป
    อะไรที่มากเหลือเกินหรือไม่เพียงพอย่อมไม่ดี การล้างมือก็สิ่งเดียวกัน จะมองเห็นว่าเวลาพวกเราล้างมือเสมอๆมือแล้วก็เล็บของพวกเราจะสูญเสียความชื้นและก็แห้งแข็ง โดยเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากสารทำความสะอาดที่มีอยู่ในสบู่ น้ำยาล้างมือ รวมทั้งน้ำยาสำหรับล้างจาน ด้วยเหตุนั้น หากไม่ต้องการเล็บแห้งควรจะล้างมือแม้กระนั้นพอดิบพอดี หรือหากหลบหลีกมิได้ เสนอแนะให้ทาแฮนด์ครีมเพื่อผิวรวมทั้งเล็บเปียกชื้นทุกคราวหลังจากที่ได้ล้างมือ
  6. ทาเบสโค้ท (Base Coat) เพื่อเป็นการบำรุงเล็บ
    ควรจะทาเบสโค้ท (Base Coat) เพื่อบำรุงหน้าเล็บ รวมทั้งคุ้มครองป้องกันไม่ให้เล็บเหลือง ทุกคราวก่อนทาเล็บ หรือหากผู้หญิงใครกันแน่ต้องการทาเล็บก็สามารถทาเบสโค้ท (Base Coat) เพื่อเป็นการบำรุงเล็บ ทำให้เล็บแข็งแรง รวมทั้งปกป้องเล็บเปราะหักได้
  7. ทานอาหารที่เป็นประโยชน์
    ทานอาหารให้ครบ 5 กลุ่ม โดยยิ่งไปกว่านั้นวิตามินบี 2 ซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยทำนุบำรุงให้เล็บแข็งแรง ไม่เปราะหักง่าย และก็ยังช่วยปกป้องจุดด่างขาวที่เกิดขึ้นรอบๆเล็บมือได้อีกด้วย โดยพบได้บ่อยในตับสัตว์, นม, เนย, ถั่ว, ผักใบเขียว, ปลา, ไข่, ของกินจำพวกเมล็ดพืช, เม็ดทานตะวัน รวมทั้งฟักทอง ฯลฯ
  8. เช็กความผิดแปลกของเล็บอยู่ตลอด
    ถ้าเกิดเล็บของคุณกำเนิดอาการไม่ดีเหมือนปกติ ไม่ว่าจะมีสีแปลกไปหรือมีรอยต่างๆเกิดขึ้นบนเล็บ ก็อย่าประมาทมีความรู้สึกว่าคือเรื่องธรรดา เนื่องจากโรคบางโรคก็จะชี้อาการทางเล็บได้ ทางที่ดีแม้มีความคิดว่าเล็บแตกต่างจากปกติแล้ว ให้ท่านรีบไปขอคำแนะนำหมอให้เร็วที่สุดสล็อตออนไลน์
  9. ไม่สมควรล้างมือบ่อยเกินไป
    การล้างมือบ่อยครั้งจะมีผลให้มือขาดความชื้น เพราะว่าน้ำมันหล่อเลี้ยงใต้ผิวจะถูกล้างออกไป ภายหลังจากล้างมื้อและควรจะขัดถูให้แห้งแล้วรีบทาผิวมือด้วยโลชั่นสำหรับทามือ (Hand and nail) เพื่อบำรุงมือรวมทั้งเล็บโดยเฉพาะอย่างยิ่งจ้ะ
  10. ตัดเล็บให้เหมาะสมกับขณะ
    ควรจะเลือกระยะเวลาการตัดเล็บในช่วงเวลาที่มือของพวกเราเพิ่งจะผ่านน้ำมาหมาดๆตัวอย่างเช่น การล้างถ้วยชาม ซักผ้า เช็ดบ้านหรือพึ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆเพราะว่าเล็บมือกำลังอ่อนตัวนุ่มทำให้ไม่ยุ่งยากต่อการตัดตกแต่ง หรือจะแช่มือด้วยน้ำอุ่นสัก 5 นาทีก่อนตัดเล็บก็ได้ด้วยเหมือนกันจ้ะ
  11. ทราบแนวทางทาเล็บให้เกิดความสวยสดงดงามถูกแนวทางและไม่ทำลายสุขภาพเล็บ
    จริงอยู่ที่ความงามของเล็บบางครั้งก็อาจจะมาพร้อมการทาสีเล็บ แม้กระนั้นพวกเราควรจะทราบแนวทางก่อนทาเล็บซะก่อน เพื่อเป็นการช่วยถนอมเล็บมือไปพร้อม ด้วยการพยายามหลบหลีกสีทาเล็บที่มีส่วนผสมของ อะซิโตน (acetone) ด้วยเหตุว่ามันจะซึมซับเอาความชื้นออกไปจากเล็บทำให้เล็บเปราะแตกแห้งได้ง่าย และก็ก่อนทาเล็บควรจะฉาบเล็บด้วยน้ำยาจำพวกใสซะก่อนแล้วหลังจากนั้นแล้วก็ค่อยลงสีตามธรรมดา เพื่อจะได้รักษาความชื้นเล็บเอาไว้และก็ช่วยปกป้องไม่ให้ผิวเล็บสัมผัสกับสีเล็บโดยตรง มิเช่นนั้นจะมีผลให้เล็บเหลืองตามมาได้ ภายหลังลงสีเล็บกระทั่งงามได้ตามอยากได้และจากนั้นก็ทาทับด้วยน้ำยาฉาบเล็บจำพวกใสอีกรอบเพื่อสีเล็บของคุณติดงามทนนานจ้ะjumboslot
  12. หาระยะเวลาให้เล็บได้พักบ้าง
    การมีเล็บงามสุขภาพแข็งแรงแบบใสๆตามธรรมชาติบ้างก็เป็นเสน่ห์ของเล็บมือที่จะสามารถช่วยเปิดเผยให้มองเห็นถึงการมีเล็บสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงได้เหมือนกัน ด้วยเหตุดังกล่าว ไม่มีความจำเป็นที่ต้องลงสีเล็บตลอดระยะเวลา ควรจะปลดปล่อยให้เล็บได้โอกาสได้พักหายใจบ้างแล้วก็หมั่นล้างเล็บด้วยเปลือกของมะนาวเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกรอบๆซอกเล็บ ทั้งยังเชื้อราและก็จะได้ช่วยกำจัดคราบเหลืองจากการทาสีเล็บ ทำให้เล็บมือของพวกเรามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงใสๆอมชมพูอ่อนอย่างเป็นธรรมชาติได้นั่นเองจ้ะ
  13. ตัดเล็บมือให้สั้นเสมอ
    เพื่อคุ้มครองป้องกันเล็บไม่ให้ฉีกให้ขาดง่าย เสนอแนะให้ผู้หญิงตัดเล็บมือให้สั้นอยู่ตลอดรวมทั้งควรจะตัดให้เป็นเส้นตรง ไม่สมควรตัดชิดกับขอบเล็บมากเกินความจำเป็น มิเช่นนั้นอาจจะทำให้มีปัญหาเล็บขบและก็มีอะไรที่สกปรกเข้าไปติดในซอกเล็บกระทั่งชำระล้างได้ไม่ง่าย สำหรับเพื่อการตะไบควรจะตะไบเล็บไปในทำนองเดียวกัน แล้วก็ควรจะตะไบจากขอบเล็บไล่ไปในทางปลายเล็บเสมอ
    เป็นยังไงบ้างค่ะ กับขั้นตอนการทำให้เล็บงามที่พวกเราเอามาฝากกันในวันนี้ ผู้หญิงผู้ใดกันแน่ที่ต้องการมีเล็บงาม อมชมพู มองสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง แม้เริ่มดูแลตั้งแต่เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่สายเหลือเกินแน่ๆslot

แนะนำสูตรสครับผิวอย่างธรรมชาติ

DIY สครับขัดผิว ทำสครับขัดผิวใช้เองกล้วยๆด้วยแนวทางธรรมชาติ ขัดได้บ่อยครั้ง ไม่ต้องขอคืนดีสปา อวดผิวขาวใสอย่างไร้ที่ว่ากล่าว แถมยังประหยัดเงินในกระเป๋าไปอีก
สงสัยไหมว่าเพราะอะไรทาครีมเท่าไรผิวก็ยังดูไม่สดใสและก็หมองคล้ำไม่มีออร่า คำตอบเป็น ผิวของพวกเราพบทั้งยังแดด ฝุ่นผง รวมทั้งมลพิษต่างๆทุกๆวัน ทำให้ผิวสีคล้ำเสียสะสม ฉะนั้นการอาบน้ำถูสบู่ หรือเพียงแค่ทาครีมอาจจะยังไม่เพียงพอ จำต้องใช้สครับขัดผิวร่วมด้วย เนื่องจากว่าจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว รวมทั้งจัดการสิ่งสกปรกที่อยู่บนผิวออก เพียงเท่านี้ก็มีผิวขาวอมชมพูใสขึ้นแล้ว แล้วก็จะดีมากแค่ไหนถ้าหากพวกเราสามารถทำสครับขัดผิวใช้เองได้จากของที่มีอยู่ในตู้แช่เย็น

เครดิตฟรี

  1. สครับมะขามแฉะสุดได้รับความนิยม
    มาเริ่มกันด้วยสูตรที่ได้รับความนิยมเลยดีมากยิ่งกว่า นำมะขามแฉะ 1 ก้อน ผสมกับเกลือ 2-3 ช้อนโต๊ะ แล้วต่อจากนั้นเอามาสครับผิวโดยขัดวนเป็นวงกลม แนวทางแบบนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก สครับอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง เพียงเท่านี้ก็จะมีผิวขาวใสออร่าจับแล้ว
  2. กากกาแฟขัดผิว
    กาแฟทำให้ไม่ง่วงงุนแล้วยังมีผลให้ผิวสวยได้อีกด้วย ! แนวทางการทำก็ง่ายดายมากๆเพียงแต่นำกากกาแฟที่ใช้แล้ว 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำมันที่สกัดจากมะพร้าวอุ่น 1 ช้อนโต๊ะ คนจะกว่าจะเข้ากัน ก็จะได้สครับกาแฟที่นอกเหนือจากที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวแล้ว ยังมีคาเฟอีนที่ช่วยกระตุ้นให้ผิวกระชับขึ้นด้วย
  3. บราวน์ยกการ์สครับ
    นี่เป็นสครับที่ทำมาจากน้ำตาล ผสมน้ำตาล ½ ถ้วย กับน้ำมันที่สกัดจากมะพร้าว ½ ถ้วยตวง หรือผู้ใดจะใช้ออยล์ทาผิวที่มีอยู่ก็ได้ไม่ว่ากัน ด้วยเหตุว่าสูตรนี้ย้ำเซฟงบประมาณ เผื่อผู้หญิงจะได้เอาไปขัดผิวกันตอนใกล้สิ้นเดือน ประหยัดเงินแถมยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกและก็ความมันส่วนเกินบนผิวได้อีกด้วย
  4. เกลือทะเลกำจัดสิว
    นำเกลือบดละเอียดผสมกับน้ำมันทาผิวอย่างละครึ่งถ้วย โดยเกลือมีคุณลักษณะช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว เนื่องจากว่าในทุกๆวันผิวพวกเราสัมผัสกับสิ่งสกปรกมาก ทั้งๆที่เห็น และไม่มองเห็น เพียงแค่ถูสบู่สิ่งเดียวคงจะไม่เพียงพอ สครับสูตรนี้ก็เลยตอบปัญหาในหัวข้อการชำระล้างผิวเจริญที่สุดสล็อต
  5. สูตรสครับน้ำผึ้ง
    ส่วนประกอบมีน้ำตาลครึ่งถ้วย น้ำมันที่ทำจากมะพร้าวละลาย ¼ ถ้วย แล้วก็น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ บอกเลยว่าสูตรนี้ได้ประโยชน์จากน้ำผึ้งไปเต็มๆเพราะว่านอกเหนือจากจะช่วยต้านทานอนุมูลอิสระและก็เชื้อโรคแล้ว ยังช่วยคุ้มครองป้องกันผิวจากรังสียูวีที่เป็นต้นเหตุทำให้ผิวแก่ก่อนวัยได้อีกด้วย สารพัดประโยชน์สุดๆ
  6. สครับกล้วยหอม
    คนไหนกันแน่จะทราบว่ากล้วยที่มีอยู่ในห้องครัวจะเอามาทำสครับขัดผิวได้ เริ่มจากปั่นกล้วยหอมกับน้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะพร้าว ¼ ถ้วย แล้วหลังจากนั้นนำน้ำตาลเทผสมลงไป แล้วคนจะกว่าจะเข้ากัน สครับสูตรนี้จะช่วยทำให้ผิวมองเปียกชื้นขึ้น เหมาะกับสาวที่มีผิวในลักษณะเป็นผิวแห้งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
  7. สครับพายฟักทอง
    เพียงแค่ชื่อก็น่ารับประทานแล้ว แม้กระนั้นรับประทานมิได้นะ ! มาดูส่วนประกอบกันเลยดีกว่า มีน้ำตาลทรายแดง 2 ถ้วย เครื่องเทศพายฟักทอง 2 ช้อนโต๊ะ แล้วก็น้ำตาลกับน้ำมันพืชอย่างละ 1 ถ้วย สูตรนี้เอาไว้ขัดแก้หนาว ด้วยเหตุว่าตอนขัดผิวจะรู้สึกอุ่นๆจากเครื่องเทศ ยิ่งกว่านั้นยังส่งผลให้ผิวนุ่มเปียกชื้นด้วย แล้วก็ด้วยกลิ่นที่หอมหวานขนาดนี้ บอกเลยขัดไปหิวไปแน่ๆ
  8. แตงร้านขัดผิว
    นำแตงร้าน 1 ลูก ปั่นรวมกับใบโหระพา 2-3 ใบ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมหวน ต่อจากนั้นผสมน้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วย กับน้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะพร้าว ¼ ถ้วย คนให้ส่วนประกอบเหมาะ แตงร้านจะช่วยทำให้ผิวนุ่มเปียกชื้น มองสุขภาพแข็งแรงน่าสัมผัสสล็อตออนไลน์
  9. สครับมะนาว
    นอกเหนือจากที่จะมีดีที่ความเปรี้ยวแล้ว มะนาวยังมีวิตามินซีสูงที่ช่วยทำนุบำรุงรวมทั้งผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวของผู้หญิงเนียนนุ่มเสมือนผิวเด็ก วิธีการทำสครับขัดตัว เริ่มจากบีบมะนาว 1 ลูกลงในภาชนะ ผสมกับน้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ รวมทั้งน้ำผึ้งอีก 1 ช้อนโต๊ะ เอามาขัดเบาๆลงบนผิวแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นเท่านี้ก็เป็นอันจบ
    10.ผงฟูกับมะขามแฉะ
    เพียงแค่นำผงฟูกับน้ำมะขามแฉะมาผสมกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะเข้ากันต่อจากนั้นเอามาขัดผิว ผงฟูมีเนื้อละเอียดแล้วก็นุ่มจะช่วยถนอมผิว ขณะขัดจะไม่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือบาดผิวให้เจ็บ ขัดวนให้ทั่ว 15 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด เท่านี้ผิวนุ่มนวลอ่อนวัยก็เป็นของคุณแล้ว
    11.ขิงกับน้ำตาลรวมทั้งน้ำมันที่ทำจากมะกอก
    สูตรนี้ทำเป็นโดยการนำขิงผง น้ำตาล 2 ถ้วยรวมทั้งน้ำตาล 1 ถ้วย ผสมเข้าด้วยกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะเข้ากัน แล้วเอามาขัดเบาๆเป็นวงกลมให้ทั่วตัว ย้ำจุดที่แห้งด้านยกตัวอย่างเช่นที่ศอก หัวเข่า แล้วล้างออกให้สะอาดตามเดิม
    12.กาแฟกับน้ำตาลและก็กิ่งโรสแมรี่
    ใช่ว่าจะให้เพียงแค่ความมีชีวิตชีวาจากการง่วงหงาวหาวนอนแค่เพียงสิ่งเดียว ถ้าแม้กระนั้นยังเป็นมิตรที่ดีต่อผิวอีกด้วยเพียงแต่นำ ผงกาแฟ 4 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 4 ช้อนโต๊ะ กิ่งโรสแมรี่สดบดราว 4 ช้อนโต๊ะ ผสมกันไปจนกว่าจะเข้ากัน แล้วต่อจากนั้น เอามาขัดเบาๆที่ผิว ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากมายในรอบๆผิวที่แข็งกระด้างjumboslot
    13.น้ำตาลกับน้ำมันที่ทำจากมะพร้าว
    สูตรแสนง่ายหาได้ใกล้ตัว ด้วยการนำน้ำตาลครึ่งถ้วยผสมกับน้ำมันที่สกัดจากมะพร้าว 4 ช้อนโต๊ะแม้อยากที่จะให้มีกลิ่นหอมยวนใจด้วยก็เติมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ปรารถนาลงไป 3 หยด คนจะกว่าจะเข้ากันดีก่อนนำไปขัดลงผิว เว้นแต่ผิวจะเนียนนุ่มและก็เปียกชื้นด้วยน้ำตาลกับน้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะพร้าว รวมทั้งยังรู้สึกได้ถึงกลิ่นที่ถูกใจช่วยทำให้กำเนิดความบรรเทาอีกด้วย
    14.น้ำผึ้งผสมมะนาวและก็เกลือ
    สูตรรับประทานก็ได้ขัดผิวก็ดีแล้วที่มีมาเป็นเวลายาวนานนี่แหละเห็นผลแน่ชัดนัก ด้วยการใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา เกลือป่น น้ำผึ้งอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ รวมทั้งเพื่อผิวได้บำรุงไปในตัวด้วยก็ควรจะผสมโยเกิร์ตรสธรรมติเตียนอีก 1ถ้วย ผสมกันไปจนกว่าจะเข้ากันก็ดีเอามาขัดให้ทั่วตัวแล้วก็พอกทิ้งๆไว้ 30 นาที เท่านี้ก็มีผิวขาวใส มีออร่า อย่างเป็นธรรมชาติกันแล้ว
    ข้างหลังการสครัปรีบผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไปแล้วควรจะทาด้วยโลชันบำรุงผิวกายให้เปียกชื้นและก็เลี่ยงแสงตะวันหรือป้ายยาป้องกันแสงแดดก่อนออกแดดจ้าทุกคราว เพื่อเป็นการดูแล คุ้มครองรวมทั้งถนอมผิวใหม่ให้มีสุขภาพแข็งแรง ทุกสูตรทำเพียงแค่อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ก็พอเพียงที่จะทำให้ผิวใส ขาวกระจ่างขาวใส ส่งแสงออร่าเป็นธรรมชาติอย่างแน่แท้slot

ผิวของเราเป็นแบบไหน

โดยรากฐานนั้นสามารถจำแนกประเภทของผิว ได้เป็น 4 จำพวกหมายถึงผิวปกติ ผิวแห้ง ผิวมัน แล้วก็ผิวผสม จำพวกของผิวนั้นถูกระบุด้วยกรรมพันธุ์ แม้กระนั้นภาวะของผิวมนุษย์เรา ยังมีความต่างกันได้อีก ดังนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในอื่นๆ
รวมทั้งปัจจัยภายนอกสิ่งแวดล้อมแต่ละบุคคล

เครดิตฟรี
เลือกสรับประทานห่วงใยให้เหมาะสมกับผิว
ผิวมัน (Oily Skin)
ลักษณะผิว : ผิวมัน เงา โดยยิ่งไปกว่านั้นรอบๆ T-ZONEเป็นรอบๆหน้าผาก จมูก และก็คาง มีรูขุมขนกว้าง ที่เกิดขึ้นจากต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากยิ่งกว่าธรรมดา ทำให้มีปัญหาเรื่องสิวเสี้ยนรวมทั้งเป็นสิวได้ง่าย แม้กระนั้นจุดเด่นของผิวอย่างนี้ก็คือกำเนิดริ้วรอยช้ากว่าผิวแบบอื่นๆ
เนื้อสัมผัสที่ใช่ : ผิวอย่างงี้จะต้องใช้เนื้อสัมผัสที่บางเบา ซึมง่ายอย่างเนื้อเจล โลชั่น และก็โซลูชั่นแบบน้ำจ้ะ
หลบหลีก : เนื้อสัมผัสแบบน้ำมันแล้วก็บาล์ม เนื่องจากจะไปเพิ่มความมันให้ผิวจนถึงผิวเสียสมดุลมากเพิ่มขึ้น
ส่วนประกอบต้องห้าม : ซิลิโคน เนื่องจากจะก่อให้มีการตัน จนกระทั่งกำเนิดสิวท้ายที่สุด อีกตัวเป็น AHA ควรจะใช้เป็น BHA มากยิ่งกว่า เพราะว่าเขาละลายในน้ำมัน รวมทั้งยังสามารถแทรกซึมเข้าไปในชั้นผิวได้โดยที่ไม่ทำให้ผิวตันด้วยจ้ะ
ผิวแห้ง (Dry Skin)
ลักษณะผิว : มีรูขุมขนที่ละเอียดแต่ว่าผิวแห้งแตกง่าย ลอกเป็นเกล็ดได้ง่าย โดยยิ่งไปกว่านั้นข้างหลังล้างหน้าล้างตาจะรู้สึกตึงแล้วก็ฝืดผิวหน้า บางเวลาก็มีลักษณะอาการคัน แสบ แดง ระคายได้ง่าย รวมทั้งชอบมีปัญหาเรื่องริ้วรอยก่อนวัยได้ง่ายดายกว่าผิวแบบอื่น
เนื้อสัมผัสที่ใช่ : ผิวแบบงี้จำต้องย้ำเพิ่มน้ำให้ผิว รวมทั้งคุ้มครองป้องกันไม่ให้น้ำระเหยออกมาจากผิว ด้วยเหตุดังกล่าวควรที่จะทำการเลือกเนื้อสัมผัสแบบบาล์มรวมทั้งโซลูชั่นแบบน้ำมันมาช่วยฉาบผิวเก็บกักความชื้นจ้ะ

สล็อต
เลี่ยง : เนื้อสัมผัสแบบสครับ สบู่ ด้วยนะ เนื่องจากว่าสครับจะขัดผิวให้บางขึ้น กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดผิวแห้งแล้วก็ริ้วรอยได้ ยิ่งผิวแห้งกำเนิดริ้วรอยง่ายอยู่แล้วต้องระมัดระวังเยอะขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่สบู่ก็มีฤทธิ์เป็นด่างทำให้ผิวแห้งเข้าไปใหญ่ ทดลองเลือกใช้สบู่เหลวแทน อีกอย่างที่ไม่สมควรใช้เป็นโซลูชั่นแบบน้ำ ด้วยเหตุว่าเก็บกักความชื้นเอาไว้ในผิวได้น้อยเกินไปนั่นเอง
ส่วนประกอบต้องห้าม : ไม่สมควรใช้สินค้าที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซัลเฟต ที่ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองได้ รวมทั้ง BHA ที่ไม่เหมาะสมกับคนที่ซึ่งมีผิวเป็นแบบผิวแห้งเท่าใด ทดลองใช้เป็น AHA ที่ช่วยเพิ่มน้ำให้ผิวได้ด้วยจะได้ผลกว่าจ้ะ
ผิวผสม (Combination Skin)
ลักษณะผิว : ผิวอย่างงี้เป็นผิวที่พบได้ทั่วไปที่สุดในประเทศที่มีอากาศร้อน แถมกล่าวได้ว่ามีปัญหาของสองภาวะผิวในขณะเดียวกัน เป็นมีทั้งยังรอบๆที่ผิวแห้ง หรือ U-Zone (รอบดวงตา ข้างแก้มรวมทั้งคาง) ที่มักกำเนิดรอบๆแห้ง ลอก เป็นสะเก็ด ในตอนที่รอบๆผิวมัน หรือ T-Zone (หน้าผากรวมทั้งจมูก) ซึ่งจะมีต่อมผลิตไขมันที่มากกว่ารอบๆอื่นๆแล้วก็เป็นส่วนที่เกิดสิวได้ง่ายนั่นเอง
เนื้อสัมผัสที่ใช่ : อันที่จริงแล้วต้องการให้เลือกใช้แบบของคนที่มีผิวที่เป็นลักษณะของผิวมันตรงตอน T-Zone รวมทั้งแบบคนที่มีผิวที่เป็นลักษณะของผิวแห้งตรงตอน U-Zone เพราะเหตุว่าเป็นวิธีสำหรับดูแลผิวที่ถูกจุดที่สุด แม้กระนั้นถ้าหากใครกันแน่ขี้คร้านใช้หลายตัว สลับซับซ้อนก็ให้เลือกเป็นแบบอีมัลชั่นรวมทั้งโซลูชั่นแบบน้ำเข้าไว้จ้ะ Play Safe!
หลบหลีก : ในฐานะที่มีส่วนผสมของผิวแห้งรวมทั้งผิวมันบนบริเวณใบหน้า อะไรที่ผิวแห้งแล้วก็ผิวมันไม่สมควรใช้ ผิวผสมก็ไม่สมควรใช้ด้วยเหมือนกัน อาทิเช่น บาล์มต่างๆเนื่องจากอาจจะเป็นผลให้มีการตันได้ รวมทั้งสบู่ที่อาจจะทำให้กำเนิดอาการผิวแห้ง ระคายได้
ส่วนประกอบต้องห้าม : แอลกอฮอล์และก็ซิลิโคน
ผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin)

สล็อตออนไลน์
ลักษณะผิว : ผิวเปราะบางแพ้ง่ายอย่างงี้จำต้องตั้งใจเลือกสรับประทานห่วงใยที่สุด ด้วยเหตุว่าผิวไวต่อสารเคมี มลพิษ แสงตะวัน ฝุ่นละอองควันต่างๆผิวอย่างงี้เป็นสิวง่าย เป็นผื่นง่าย อักเสบง่าย รวมทั้งบางครั้งบางคราวอาจมีอาการแสบ แดง คัน ร่วมด้วย จำเป็นต้องเฝ้าระวังมากมายเป็นพิเศษกว่าผิวแบบอื่นๆจ้ะ
เนื้อสัมผัสที่ใช่ : เนื้อสัมผัสที่ใช่ที่สุดสำหรับผิวอย่างนี้ขอเสนอแนะเป็น โซลูชั่นแบบน้ำเลยนะ แต่ว่าจำต้องมั่นใจว่าไม่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์ผสมมาด้วยนะคะ ไม่เช่นนั้นจะยิ่งแพ้ไปกันใหญ่
เลี่ยง : ไม่สมควรใช้สครับ สบู่ และก็โซลูชั่นแบบแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะเป็นการไปก่อกวนผิว รวมทั้งทำให้ผิวแห้ง แพ้ ระคายเยอะขึ้นด้วย
ส่วนประกอบต้องห้าม : เลี่ยงแอลกอฮอล์, น้ำหอม, พาราเบน, AHA, BHA รวมถึงสารระคายต่างๆที่จะกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดอาการแพ้ได้
ตอนนี้มาดูกันเลยดีกว่าว่าสรับประทานห่วงใยที่มีมาทั้งสิ้น เขาใช้อะไรกันตอนไหนบ้าง!
10 กรรมวิธีลงสรับประทานห่วงใยให้ผิวใสแบบสาวประเทศเกาหลี
Step 1 Oil-Based Cleanser : ใช้น้ำมันดักจับสิ่งสกปรกต่างๆเป็นลำดับแรก เพียงพอเสร็จแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่น
Step 2 Water-Based Cleanser : ใช้โฟมที่ใช้สำหรับล้างหน้าชำระล้างอีกขั้นเพื่อความมั่นใจ และก็เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ผิว
Step 3 Exfoliator : ผลัดเซลล์ผิวเก่าที่สลายตัวไปแล้ว เปิดเผยผิวใหม่ที่ผ่องใสขึ้น
Step 4 Toner : ปรับภาวะผิวให้พร้อมรับการบำรุง

jumboslot
Step 5 Essence : เริ่มจากบำรุงผิวด้วยสรับประทานห่วงใยตัวที่เนื้อบางเบาที่สุดก่อน
Step 6 Serums : เพื่อแก้ไขปัญหาผิวได้ถูกจุดเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่นเรื่องสิว รอยสิว ริ้วรอยร่องลึก หรือ จุดด่างดำ
Step 7 Sheet Masks : มาสก์บำรุงอย่างลึกล้ำ เพื่อเก็บสารอาหารแล้วก็ความชื้นเอาไว้ภายในผิวให้ยาวนาน
Step 8 Eye Cream : บำรุงผิวรอบๆรอบดวงตาให้แจ่มใส เพื่อร่างกายแข็งแรงไม่มองแก่
Step 9 Moisturizer : ขั้นตอนเพิ่มเติมน้ำให้ผิว ให้ผิวอิ่มน้ำ ผ่องใส
Step 10 Sun Protection หรือ Sleeping Mask : ขั้นตอนคุ้มครองปกป้องผิว หากเป็นตอนตอนกลางวันจะเป็นหน้าที่ของโลชั่นกันแดด แต่ว่าถ้าเกิดกึ่งกลางเป็นพวกเราจะใช้สลีปปิ้งมาสก์เก็บกักความชื้นช้านานตลอดทั้งคืนนั่นเอง

slot

สกินแคร์คืออะไร ให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับสกินแคร์

ต้นกำเนิดของการเกิดสรับประทานห่วงใยนั้นแบ่งได้เป็น 3 ตอน
Prehistory : ขณะนี้เป็นช่วงๆลองถูกลองผิด การใช้งานเครื่องสำอางจะเกี่ยวกับเรื่องศาสนา ความศรัทธา แล้วก็การดูแลและรักษาโรค โดยมากจะย้ำไปทางคาถาอาคม ไม่มีอะไรที่เกี่ยวพันกับวิทยาศาสตร์เท่าใด ได้แก่ การที่ชนเผ่าทาหน้าด้วยสี การสัก การทาตัวโดยใช้พืชสมุนไพร แร่ต่างๆเพื่อป้องกันแสงแดด ฯลฯ
History : ยุคนี้จะเริ่มแยกระหว่างศาสนา ความเลื่อมใส, เครื่องแต่งหน้า แล้วก็ การดูแลรักษาโรค แถมยังเป็นแหล่งกำเนิด Cold Cream ตัวแรกที่สร้างสรรค์โดย Galen ในตอนสมัยโรมัน คนนี้นี่นับว่าเป็นพ่อที่แวดวงการปรุงยาอย่างยิ่งจริงๆนะ และก็วัตถุประสงค์ของวิธีการทำ Cold Cream นี้ก็เพื่อเอามาใช้ลดอาการแพ้ โดยมีส่วนผสมของน้ำดอกกุหลาบ น้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะกอก แล้วก็ไขผึ้ง ซึ่งนับว่าเป็นพื้นฐานของครีมในปัจจุบันเลย ยังน้อยเกินไป ยุคนี้ยังกำเนิดวัวโลญ (Eau de Cologne) ขึ้นมา ทำให้ผู้หญิงในสมัยนั้นมีกลิ่นกายหอมเย้ายวนกันทั่วบ้านทั่วทั้งเมืองเลยละ
Modern Cosmetics : ยุคนี้เป็นสมัยใหม่ของแวดวงเครื่องแต่งตัว เริ่มมีการใช้สารเคมีเข้ามาเกี่ยวพันสำหรับในการทำสรับประทานสนใจ รวมทั้งมีการเกิด FDA หรือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในยุคนี้นี่เองจ้ะ ซึ่งถัดมาในปี 1939 มีบริษัทเครื่องแต่งหน้าเกิดขึ้น ได้แก่ P&G, Avon และก็ Elizabeth Arden ฯลฯ
รู้จักที่ไปที่มาของสรับประทานสนใจโดยประมาณกันแล้ว มาดูเนื้อสัมผัสกันบ้างดียิ่งกว่าว่าทั้งปวงมีอะไรบ้าง!

เครดิตฟรี
รู้จักเนื้อสัมผัสทั้งปวงในสรับประทานห่วงใย

  1. Powders (ผงแป้ง)
    เนื้ออย่างงี้จะมี 2 แบบ เป็น…
    แป้งทาตัว (Loose Powder) ไม่ว่าจะเป็นแป้งเด็ก หรือแป้งที่เอาไว้ปัดเสริมสวยควบคุมความมันอย่าง Translucent Powder ก็จัดเป็นชนิดนี้หมดจ้ะ
    แป้งอัดแข็งหรือแป้งตลับ (Compact Powder) ที่ทำโดยใช้แป้งทาตัวมาอัดแน่นลงในตลับด้วยน้ำมันเพื่อนำเอาง่าย ใช้สบาย แถมแป้งอย่างนี้ยังมักใส่เม็ดสีเพื่อปรับภาวะผิวของพวกเราให้มองสว่างใส และก็ช่วยปกปิดจุดบกพร่องต่างๆบนบริเวณใบหน้าได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย
  2. Gels (เจล)
    สำหรับเนื้อเจลก็มี 2 แบบด้วยเหมือนกันจ้ะ เป็นแบบที่เป็น…
    เจลเนื้อน้ำ (Hydrogel) ประสบพบเห็นได้ทั่วๆไปเลย โดยมากจะเป็นเจลแบบงี้ เป็นทาแล้วกระจายตัวเป็นน้ำซึมเข้าผิวไปเลย ในความเป็นจริงแล้วเจลอย่างนี้ยังแบ่งได้ตามส่วนประกอบอีก เป็นถ้าหากมีน้ำเป็นส่วนประกอบจะเป็น Aqueous Gel รวมทั้งหากมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ จะเป็น Hydroalcoholic Gel
    เจลเนื้อน้ำมัน (Oleogel) ซึ่งสรับประทานห่วงใยเทรนด์ใหม่อย่าง Capsule ผสมสดให้ความชื้นมากยิ่งกว่าธรรมดาหลายเท่า จำนวนมากก็จะเป็นแบบเจลเนื้อน้ำมันนี่เองจ้ะ
  3. Solutions (โซลูชั่น)
    โซลูชั่นแบบน้ำ (Aqueous Solution) อย่างพวกโทนเนอร์ เอสเซนส์ต่างๆรวมทั้งแอมพูล (Ampoules) รวมทั้ง บูสเตอร์ (Boosters) รวมทั้งสรับประทานสนใจแบบแผ่น (Skincare Pads) ก็จัดอยู่ในชนิดนี้เช่นกัน
    โซลูชั่นแบบน้ำมัน (Oily Solution) พวกคลีนซิ่งออยล์ น้ำมันบำรุงผิวต่างๆก็จัดอยู่ในพวกนี้จ้ะ
    โซลูชั่นแบบแอลกอฮอล์ (Hydroalcoholic Solution) แบบงี้มองเห็นได้เป็นประจำเลย ดังเช่น โทนเนอร์สูตรสำหรับผิวมัน น้ำหอม ฯลฯสล็อต
  4. Ointments (เนื้อบาล์ม)
    ตัวนี้พบเจอได้ทั่วๆไป ตัวอย่างเช่น บาล์มบำรุงให้ความชื้นผิว หรือขี้ผึ้ง วาสลีน ลิปสนใจ ซึ่งเนื้อบาล์มแบบงี้ชอบใส่คุณค่ามาให้ผิวค่อนข้างจะมาก อย่างเช่น รักษารอยแผล ให้ความชื้น ลดการอักเสบของผิว รวมถึงช่วยชำระล้างผิวอย่างคลีนซิ่งบาล์มด้วยจ้ะ
  5. Sticks (เนื้อแบบแท่ง)
    แบบที่มองเห็นมานานก็จะเป็นพวกสินค้าหยุดกลิ่นกายต่างๆรวมถึงลิป สรับประทานห่วงใยแบบแท่งนี้ มีขึ้นมาเพื่อสบายแล้วก็ไม่ยุ่งยากต่อการใช้อย่างตัวใหม่ๆก็ตัวอย่างเช่น อายครีมแบบแท่ง ป้องกันแสงแดดแบบแท่ง ซึ่งสามารถทาได้ทุกครั้ง เพิ่มได้ทุกเมื่อ นับว่าเป็นสรับประทานห่วงใยอีกหนึ่งแบบที่น่าเฝ้ามอง
  6. Emultions (อีมัลชั่น)
    ตัวนี้ชินหูชินตาสูงที่สุดและก็พูดได้ว่ามีสูงที่สุดในแวดวงสรับประทานสนใจอย่างยิ่งจริงๆ เนื่องจากอีมัลชั่นนี้เป็นสิ่งที่ผสมระหว่างน้ำกับน้ำมัน จะแตกต่างกันเพียงแค่ความเข้มข้นแค่นั้น โดยถ้าเกิดเนื้อเข้มข้นมากมายๆก็จะจัดเป็น “ครีม” แม้กระนั้นถ้าเกิดความเข้มข้นน้อยหน่อย เกลี่ยง่าย ซึมไวขึ้น จะเป็นชนิด “โลชั่น” จ้ะ
  7. Suspensions (แขวนลอย)
    อันนี้บางครั้งอาจจะเข้าใจยากหน่อย แม้กระนั้นหากเอ่ยถึง แป้งน้ำ ค้างลาไมด์ ยาทาเล็บ รองพื้น จะเพียงพอเห็นภาพขึ้นมาโดยทันที เป็นเนื้ออย่างนี้จะเสมือนมีเม็ดของแข็งลอยอยู่ในของเหลว โดยที่ของแข็งนั้นมิได้ละลาย นำมาซึ่งการก่อให้เกิดการแยกชั้นได้ เวลาจะใช้ก็เลยจะต้องเขย่าให้ถูกกันก่อนนั่นเอง
  8. Pastes (เนื้อสครับ)
    จริงๆคำนี้คนประเทศไทยอย่างพวกเราๆบางครั้งก็อาจจะไม่คุ้นชิน เนื้ออย่างงี้จะคล้ายกับแขวนลอย แต่ว่าเนื้อข้นกว่า อย่างที่พบเจอได้เป็นประจำก็คือ ยาสีฟันแล้วก็สครับมาสก์หน้าจ้ะ
  9. Aerosols (สเปรย์)
    ตัวนี้มีความพิเศษกว่าตัวอื่นๆหน่อยตรงที่ จะเป็นเนื้อแบบเหลวหรือแบบแข็งก็ได้ ซึ่งจำนวนมากจะใช้เนื้อแบบอีมัลชั่น โซลูชั่น แล้วก็ผงแป้งมาอัดแก๊สเข้าไปในแพ็คเกจจิ้ง นำไปสู่แรงกดดัน เวลาฉีดออกมาก็จะกำเนิดเป็นฝอย แบบที่พวกเราเรียกกันว่าสเปรย์จ้ะ จำพวกนี้จะพบเป็นประจำในพวกสินค้ายับยั้งกลิ่นกายรวมทั้งครีมที่เอาไว้โกนหนวดจ้ะ
  10. Bar Soaps (สบู่ก้อน)
    ก็บอกแล้วว่าสรับประทานห่วงใยเป็นทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับผิว ตั้งแต่แมื่อชำระล้าง บำรุง และก็คุ้มครองผิว ด้วยเหตุนี้สบู่ก้อนก็เลยเป็นอีกชนิดหนึ่งของสรับประทานสนใจไปโดยปริยายจ้ะ แต่ว่าที่พวกเรามองเห็นกันนี้เขายังแยกย่อยออกไปได้อีกถึง 3 ประเภท เป็นสล็อตออนไลน์
    สบู่ทั่วๆไป (Toilet Soap) ตัวนี้ก็คือสบู่อาบน้ำที่พวกเราใช้กันธรรมดาทั่วๆไปเลยจ้ะ มีความเป็นด่างสูง (pH 9-10) ใช้แล้วรู้สึกสะอาดผิว
    สบู่ใส (Transparent Soap) ตัวนี้สร้างขึ้นมาเพื่อมองสวยขึ้น และก็สุภาพขึ้นเพราะเหตุว่ามีสารที่ให้ความชื้นมากขึ้นเรื่อยๆนั่นเองจ้ะ
    สบู่สังเคราะห์ (Syndet Soap) ตัวนี้เป็นตัวที่แพงที่สุด เนื่องจากใช้เงินลงทุนสำหรับการทำสูง แถมมี pH 5.5-7 ซึ่งเข้ากันได้กับผิวด้วยนะ
    มาเลือกส่วนประกอบให้ตรงกับปัญหาผิวกัน!!
    จริงๆนอกเหนือจากเนื้อสัมผัสที่พวกเราจะต้องนึกถึงแล้ว การเลือกส่วนประกอบสำคัญ (Active Ingredients) ก็สำคัญไม่แพ้กัน มาดูกันเลยดีกว่าว่าแต่ว่าละตัวจะมีตัวไหนเด็ดๆที่จำเป็นต้องไปโดนกันบ้าง!
    Moisturizer (ให้ความชื้น)
    ให้มองหา : Hyaluronic Acid, Sodium PCA, Propylene Glycol, Ceramides, Ammonium Lactate และก็ Sorbitol
    Whitening (ปรับผิวกระจ่างขาวใส)
    ให้มองหา : Niacinamide, Alpha-Arbutin, Vitamin C, Kojic Acid และก็ Glycolic Acid
    Anti-Aging (ลดลางเลือนริ้วรอย)
    ให้มองหา : Retinol, Peptides, Ceramides, Coenzyme Q10, Caffeine, Biotin, Green Tea Extract รวมทั้ง Tocopheroljumboslot
    Anti-Pollution (คุ้มครองป้องกันผิวจากมลพิษ)
    ให้มองหา : Malachite, Activated Charcoal, Algae Extract, Sea Salt Minerals, Ginseng, Sumac, Gotu Kola แล้วก็ Vitamin C
    Antioxidants (ต้านอนุมูลอิสระ)
    ให้มองหา : Green Tea Extract, Tocopherol, Lycopene, Caffeine, Resveratrol, Genistein, Vitamin C แล้วก็ Grape Seed Extract
    Anti-Acne (ลดสิว)
    ให้มองหา : Benzoyl Peroxide, Salicylic Acid, Tea Tree Oil และก็ Retinoids
    Anti-Inflamatory (ลดการอักเสบ)
    ให้มองหา : Chamomile, Witch Hazel, Aloe Vera, Licorice, Oatmeal, Ginger รวมทั้ง Turmeric (Curcumin)slot
    Sunscreen (ปกป้องรักษาผิวจากแสงอาทิตย์)
    ให้มองหา : Resveratrol, Genistein, Zinc Oxide, Titanium Dioxide รวมทั้ง Mexoryl SX อ่านต่อถึงที่กะไว้ https://www.wongnai.com/articles/skincare101?ref=ct

วิธีใช้สกินแคร์อย่างถูกต้อง

หลายๆคนบางทีอาจเคยมีความคิดว่าคนที่มีผิวแห้งแค่นั้นที่ปรารถนา Moisturizer ซึ่งความนึกคิดนี้บางทีอาจผิดจำต้องนัก ด้วยเหตุว่าความชื้นของผิวนั้นเป็นต้นสายปลายเหตุที่ช่วยทำให้ผิวแข็งแรงรวมทั้งจำเป็นจะต้องต่อทุกภาวะผิว ผิวที่ขาดความชื้นอาจจะส่งผลให้กำเนิดความไม่ดีเหมือนปกติเกี่ยวกับผิวหนังได้
Moisturizer หรือ สารให้ความชื้น เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยเพิ่มความชื้นหรือเก็บกักน้ำในผิวไม่ให้ระเหยออกไป ด้วยเหตุว่าผิวที่ขาดความชื้น ทำให้ผิวแห้งด้าน แพ้ง่าย รวมทั้งกำเนิดริ้วรอย โดยเนื้อหานี้ได้เก็บเนื้อหาสาระเกี่ยวกับ Moisturizer และก็กระบวนการเลือกให้เหมาะสมกับแต่ละภาวะผิวมาให้ได้เรียนกัน

เครดิตฟรี
ประโยช์จาก Moisturizer
การใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการบำรุงรักษาผิวพรรณที่มีส่วนผสมของสารให้ความชื้นที่มีส่วนช่วยเพิ่มความชื้นให้กับผิวเสมอๆก็บางทีอาจช่วยฟื้นฟูปัญหาผิว พร้อมบำรุงผิวให้มีสุขภาพแข็งแรงเพิ่มขึ้นได้ ได้แก่ ลดความแห้งด้านของผิว ช่วยทำให้ผิวมองเรียบเนียนเป็นประจำแล้วก็มีสัมผัสที่เนียนนุ่ม ทั้งยังบางทีอาจช่วยคุ้มครองปกป้องผิวจากมลพิษได้อีกด้วย ยิ่งกว่านั้น ในสินค้าให้ความชื้นประเภทต่างๆยังอาจมีส่วนประกอบอื่นที่มีคุณประโยชน์ช่วยทำนุบำรุงผิวที่ต่างๆนาๆตามแต่ละสินค้า
องค์ประกอบของ Moisturizer
โดยธรรมดา Moisturizer มักประกอบไปด้วยสาร 4 จำพวกหลัก ดังต่อไปนี้
น้ำ
น้ำมักถูกใช้เป็นองค์ประกอบหลักของสินค้าให้ความชื้นทุกตัว คนจำนวนไม่น้อยบางทีอาจรู้สึกว่าร่างกายสัมผัสน้ำจากการอาบน้ำทุกเมื่อเชื่อวันผิวบางทีก็อาจจะไม่แห้ง ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้ว น้ำนั้นสามารถระเหยออกมาจากผิวได้ง่ายอย่างยิ่ง ทั้งการล้างหน้าล้างตาหรืออาบน้ำเสมอๆโดยไม่ใช้มอยส์พบไรเซอร์ช่วยคุ้มครองป้องกันผิว อาจจะทำให้ผิวแห้งเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยเหตุนี้ สินค้า Moisturizer ชอบมีส่วนประกอบซึ่งสามารถเก็บกักน้ำไว้ในผิวพร้อมกันไปด้วย
สารฮิวเมกเตนท์ (Humectants)
สารฮิวเมกเตนท์ หรือ สารดูดความชื้น เป็นสารที่มีคุณลักษณะสำหรับเพื่อการดึงน้ำไปสู่หนังกำพร้า โดยจะดึงน้ำที่ลอยอยู่กลางอากาศรวมทั้งน้ำในชั้นผิวที่อยู่ลึกลงไป หลายท่านบางทีอาจเคยรับรู้องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงรักษาผิวพรรณที่เป็นสารดูดความชื้น อย่างไกลเซอรีน (Glycerin) ไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic acid) และก็แพนทีนอล (Panthenol) หรือวิตามินบี 5 อย่างไรก็แล้วแต่ สารกลุ่มนี้มีคุณลักษณะสำหรับเพื่อการดูดความชุ่มชื้นแค่นั้น ไม่อาจจะเก็บกักน้ำในผิวได้ ควรต้องเลือกใช้สินค้าที่มีอีกทั้งสารฮิวเมกเตนท์และก็สารที่มีคุณลักษณะเก็บกักน้ำในผิว
สารเก็บกักน้ำในผิว (Occlusive)
Occlusive เป็นไขมันที่ผิวหนังดูดซับมิได้ โดย Moisturizer จำพวกนี้จะฉาบผิวชั้นนอกรวมทั้งคุ้มครองการระเหยของน้ำในผิว ช่วยทำให้ผิวไม่ขาดน้ำ สินค้าที่เป็นสารไขมันแบบไม่ดูดซับ ยกตัวอย่างเช่น ปิโตเลียมเจลลี ไดเมธิโคน (Dimethicone) และก็สินค้าน้ำมันทาผิว ฯลฯ

สล็อต
สารที่ช่วยปรับให้ผิวเกลี้ยงนุ่ม (Emollients)
สารนี้มีคุณลักษณะที่นอกเหนือจากการช่วยทำให้ผิวเปียกชื้น เนื่องจากเมื่อผิวชั้นนอกมีจำนวนน้ำในผิวน้อยอาจจะเป็นผลให้กำเนิดผิวแห้งแตกและก็กระตุ้นให้เกิดร่องระหว่างเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวมองไม่เรียบเนียนเท่ากัน ซึ่ง Emollients จะช่วยเพิ่มเติมร่องผิวรวมทั้งฉาบผิวด้วยชั้นไขมันบางๆที่จะสามารถช่วยให้ผิวมองนุ่มรวมทั้งเรียบเนียนขึ้น โดย Emollients สามารถแบ่งออกได้ 3 แบบหลัก ดังเช่น ขี้ผึ้ง ครีม แล้วก็โลชั่น
แนวทางเลือก Moisturizer ให้เหมาะสมกับภาวะผิว
สารให้ความชื้นแต่ละประเภทมีคุณลักษณะไม่เหมือนกันออกไป ซึ่งการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับภาวะผิวก็บางทีอาจช่วยทำให้ผิวเปียกชื้นแล้วก็มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง โดยการเลือก Moisturizer ให้เหมาะสมกับภาวะผิว มีดังนี้
ผิวปกติ
ผิวปกติเป็นผิวที่ไม่แห้งหรือมันจนถึงเกินความจำเป็น จำเป็นที่จะต้องเลือกใช้สินค้าที่มีเนื้อบางเบา ไม่มันกระทั่งเหลือเกิน อย่างสินค้าที่มีส่วนประกอบจากน้ำ น้ำมันจำพวกบางเบา หรือซิลิโคน อย่างไซวัวลเมทิโคน (Cyclomethicone) เป็นองค์ประกอบ เพื่อรักษาสมดุลของน้ำในผิว
ผิวแห้ง
คนที่ซึ่งมีผิวเป็นแบบผิวแห้งมักจำเป็นต้องที่จำเป็นต้องใช้ Moisturizer อยู่เป็นประจำเพื่อทดแทนความผิดพลาดของการสร้างน้ำมันเพื่อเก็บกักน้ำโดยธรรมชาติของผิว ซึ่งบางทีอาจช่วยลดรอยแดง อาการคัน แห้งแตก แล้วก็ริ้วรอยก่อนวัย ด้วยเหตุนี้ คนที่ซึ่งมีผิวเป็นแบบผิวแห้งหรือผิวที่น้ำมันน้อยจึงต้องควรเลือกใช้สินค้าให้ความชื้นสูงหรือสินค้าที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบ
ผิวมัน
ผิวมันเป็นภาวะผิวที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดสิวมากยิ่งกว่าภาวะผิวแบบอื่นๆแต่ว่าถึงแบบงั้นผิวมันก็ยังคงอยากได้ความชื้นไม่มีความแตกต่างจากผิวแบบอื่น โดยยิ่งไปกว่านั้นภายหลังจากการล้างชำระล้างผิว โดยคนที่ซึ่งมีผิวเป็นแบบผิวมันควรที่จะทำการเลือกใช้สินค้าชนิดโลชั่นมากยิ่งกว่าครีม ด้วยเหตุว่าโลชั่นมีเนื้อบางเบา มีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวไม่มันกระทั่งเหลือเกินแล้วก็ลดการเสี่ยงสำหรับในการกำเนิดสิว นอกจากนั้น ควรจะเลือกใช้สินค้าที่ไม่นำไปสู่การอุดตันของรูขุมขนที่บางทีอาจเป็นสาเหตุของการเกิดสิว
ผิวแพ้ง่าย
ผิวแพ้ง่ายกำเนิดได้กับคนทุกภาวะผิว ก็เลยบางทีอาจเลือกใช้ Moisturizer ที่เหมาะสมกับภาวะผิวเดิมของตน แต่ว่าควรจะระวังสารหรือองค์ประกอบอื่นๆในผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลรักษาผิวพรรณที่อาจส่งผลให้มีการระคาย ได้แก่ น้ำหอม แอลกอฮอล์ สี สารกันเสีย สารผลัดเซลล์ผิว รวมทั้งสารก่อภูมิแพ้ ฯลฯ ยิ่งกว่านั้น บางทีอาจตรึกตรองสารที่มีคุณลักษณะช่วยลดอาการแพ้ อย่างสารจากดอกติดอยู่โมไมล์หรือนหางจระเข้

สล็อตออนไลน์
เทคนิคผิวเปียกชื้นร่างกายแข็งแรง
การเปลี่ยนแปลงความประพฤติปฏิบัติสุขภาพให้ดียิ่งขึ้นบางทีอาจช่วยเพิ่มความชื้นให้แก่ผิวได้ ดังต่อไปนี้
กินน้ำให้พอเพียงกับที่ร่างกายอยาก หรือโดยประมาณ 8 แก้วต่อวัน
ทานอาหารที่มีสาระและก็นานัปการ โดยยิ่งไปกว่านั้นผักผลไม้ที่มีน้ำจำนวนมากเป็นองค์ประกอบ ยิ่งไปกว่านี้ สารอาหาร อย่างสารต้านอนุมูลอิสระในของกินกลุ่มนี้ ยังเช้าใจกันว่าช่วยทำให้สุขภาพผิวและก็สุขภาพด้านร่างกายดียิ่งขึ้น
บริหารร่างกายอย่างเหมาะควรอยู่เป็นประจำ
นอนพักให้พอเพียง
เลี่ยงการอาบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนจัด
งดเว้นดูดบุหรี่ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์
อ่านฉลากผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลรักษาผิวพรรณ เนื่องมาจากอาจมีสารที่ก่อการระคายเป็นองค์ประกอบ
เลือกใช้สินค้าที่มีมาตรฐานแล้วก็มีการการันตีความปลอดภัยเสมอ
เมื่อใช้สินค้าให้ความชื้นประเภทใหม่ ควรจะทดลองก่อนด้วยการทาบริเวณต้นแขนแล้วก็ทิ้งเอาไว้ 48 ชั่วโมงเพื่อทดลองอาการแพ้
ใช้ Moisturizer ภายหลังอาบน้ำบางทีอาจช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นของสินค้าได้
เลือกสินค้าที่มีคุณลักษณะอื่นๆนอกเหนือจากการให้ความชื้น อย่างครีมที่มีไว้กันแสงแดด สารที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงแก่ผิว หรือวิตามินบำรุงผิว
ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อสินค้าที่ราคาสูง แต่ว่าควรจะหาสินค้าที่เหมาะสมกับผิว ตรงกับเป้าหมายที่อยากได้ รวมทั้งราคาแพงที่มีเหตุผล
แต่ เนื้อหานี้เป็นเพียงแต่ข้อเสนอซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ให้เหมาะสมกับภาวะผิวของแต่ละคน ถ้ามีโรคหรือความไม่ปกติรอบๆผิวหนัง อย่างโรคผิวหนังอักเสบ อาการคัน การรับเชื้อ หรือรอยแผล ควรจะขอคำแนะนำหมอก่อนจะมีการใช้สินค้าทุกจำพวก

jumboslot
ทำความเข้าใจได้ไม่ยากว่าสรับประทานสนใจเป็น สินค้าสำหรับบำรุงผิวพรรณชนิดหนึ่งที่มีการบำรุงที่ลึกล้ำไม่ว่าจะเป็นบำรุงผิวในเรื่องของ ริ้วรอย จุด่างดำ สิว แล้วก็ปรับภาวะผิวให้ขาวกระจ่างขาวสวยใส ซึ่งในขณะนี้มีให้เลือกใช้มากมายก่ายกอง ยกตัวอย่าง น้ำตบ เซรั่ม โทนเนอร์ ที่ช่วยทำให้ภาวะผิวเจริญขึ้นกว่าการล้างหน้าล้างตาแล้วทาครีมสิ่งเดียว เนื่องจากว่าคุณภาพการบำรุงที่ดีและก็สุภาพ ได้ผลแน่ชัด คนไม่ใช่น้อยก็เลยนิยมใช้สรับประทานห่วงใยสำหรับเพื่อการบำรุงผิวหน้า
สรับประทานสนใจนั้นเหมาะสมกับทุกคน ทุกภาวะผิว ไม่ว่าจะผิวเปราะบาง ผิวแห้ง ผิวมันหรือผิวผสม สรับประทานห่วงใยเป็นตัวช่วยสำหรับเพื่อการฟื้นฟูรวมทั้งบำรุงผิว จะมาในลักษณะของ ครีม เจล เซรั่มหรือมอยส์พบไรเซอร์ ที่สามารถจะช่วยบำรุงอย่างลึกล้ำและก็ฟื้นฟูผิวได้ในระดับที่ลึกลงไปถึงเซลล์ผิว ตามแต่สูตรของสรับประทานห่วงใยนั้นๆ
สรับประทานห่วงใยนั้นมีหลายชนิดร่วมกัน ที่พวกเรารู้จักกันดีก็จะเป็น โทนเนอร์ เซรั่ม เอสเซนต์ โลชั่น คลีนเซอร์ฯลฯ แม้จะนานาประการแต่ว่าพวกเราจำเป็นต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับภาวะผิวของพวกเราด้วยนะ เพื่อการบำรุงผิวที่มีคุณภาพนั่นเอง

slot

การรักษาหวัดของลูกน้อย

หากทารกเป็นหวัดคงทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกไม่สบายใจ โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่อาจสงสัยว่าควรดูแลลูกน้อยอย่างไรดี หรือให้ลูกรับประทานยาได้หรือไม่ ทว่าปัญหานี้สามารถรับมือได้ โดยควรศึกษาข้อมูลเพื่อช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจอาการหวัดในทารก และเตรียมพร้อมดูแลเจ้าตัวเล็กให้อาการดีขึ้นจนหายเป็นปกติ

เครดิตฟรี

ทารกเป็นหวัด สังเกตอย่างไร ?

เมื่อเป็นหวัดลูกน้อยอาจมีอาการไอ คัดจมูก น้ำมูกไหล ซึ่งน้ำมูกอาจหนาขึ้นจนเป็นสีเทา สีเหลือง หรือเป็นสีเขียวหากเป็นหวัดนานกว่า 1 สัปดาห์ และบางรายอาจมีไข้ต่ำร่วมด้วย โดยคุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตพฤติกรรมของลูกอย่างสม่ำเสมอ เพราะแม้เป็นหวัด ทารกก็จะยังสามารถเล่นและรับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่หากทารกดูเซื่องซึม ร้องไห้อย่างอ่อนแรง ไม่ยอมรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ แสดงว่าเด็กอาจมีปัญหาสุขภาพที่รุนแรงกว่าอาการหวัด ซึ่งภาวะเจ็บป่วยอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับทารกนอกเหนือจากการเป็นหวัดธรรมดา มีดังนี้

ไข้ โดยอาการจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและทำให้ทารกมีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ซึ่งอุณหภูมิปกติจะอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส
โรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น ติดเชื้อไวรัสในทางเดินอาหาร ซึ่งอาจทำให้ทารกท้องเสียและอาเจียน เป็นต้น
โรคภูมิแพ้ โดยทารกจะมีอาการคัน จาม น้ำตาและน้ำมูกไหล ซึ่งน้ำมูกที่ไหลออกมานั้นมักจะมีลักษณะเป็นของเหลวใส
ทั้งนี้ หากลูกน้อยมีอายุต่ำกว่า 3 เดือน และมีอาการหวัดหรือมีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส ควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณอันตรายของโรคหรือภาวะรุนแรงอื่น ๆ ได้

วิธีการรับมือเมื่อทารกเป็นหวัด

การดูแลเจ้าตัวเล็กด้วยวิธีต่อไปนี้ อาจช่วยบรรเทาอาการหวัดให้ดีขึ้นได้

บรรเทาอาการด้วยยา กรณีที่เด็กมีอายุมากกว่า 4 เดือนขึ้นไป อาจใช้ยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการไข้จากหวัดได้ แต่ไม่ควรซื้อยาตามร้านขายยาทั่วไปมาใช้เอง คุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยากับเจ้าตัวเล็กเสมอ รวมทั้งควรอ่านฉลากยาอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าปริมาณของยาที่ใช้นั้นเหมาะสมต่อลูกน้อย
สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด คุณพ่อคุณแม่ควรเฝ้าดูแลและสังเกตอาการป่วยของลูกอย่างสม่ำเสมอ หากทารกเป็นหวัดนานกว่า 3 วัน และมีอาการที่รุนแรงขึ้น เช่น ไออย่างต่อเนื่อง หายใจลำบาก หายใจหอบเหนื่อย เป็นต้น อาจเป็นอาการบ่งชี้ของโรคปอดบวมได้ จึงควรพาเด็กไปพบแพทย์หากเด็กมีอาการดังกล่าว

สล็อต

ระบายเสมหะ กล้ามเนื้อของทารกนั้นยังไม่แข็งแรงพอที่จะไอเพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมในระบบทางเดินหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงอาจมีเสมหะตกค้างอยู่ในลำคอ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่อาจต้องช่วยระบายเสมหะเหล่านั้นออกไปเพื่อไม่ให้เด็กรู้สึกอึดอัด โดยอาจอุ้มลูกไปห้องน้ำแล้วเปิดน้ำอุ่นทิ้งไว้เป็นเวลา 15 นาที เพราะอากาศที่ร้อนและไอน้ำในห้องน้ำจะช่วยระบายน้ำมูกและเสมหะที่อยู่ในลำคอของเจ้าตัวเล็กออกมา ซึ่งควรทำวิธีดังกล่าวก่อนนอน เนื่องจากขณะที่นอนอยู่นั้นเสมหะจะไหลลงสู่ลำคอและปอดของเด็กได้ นอกจากนี้ อาจติดตั้งเครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศบริเวณห้องนอน แต่ควรติดตั้งให้พ้นจากตัวเด็กและควรเปลี่ยนน้ำในเครื่องให้สะอาดทุกวัน
ล้างจมููก ในช่วง 6 เดือนแรกหลังลืมตาดูโลก ทารกจะหายใจทางจมูกเท่านั้น ซึ่งอาการหวัดอาจทำให้ทารกคัดจมูกและหายใจติดขัดได้ พ่อแม่อาจล้างจมูกให้ลูกโดยใช้ลูกยางดูดน้ำมูกออกไป แต่หากลูกยางนั้นมีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับรูจมูกของลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่อาจใช้กระบอกฉีดยาสำหรับล้างหูที่มีขนาดเล็กล้างจมูกของลูกน้อยแทน โดยขณะที่สอดกระบอกฉีดยาเข้ารูจมูกของเด็ก ควรเอียงหัวกระบอกฉีดยาลงเล็กน้อยเพื่อให้ตั้งฉากกับใบหน้า จากนั้นจึงค่อย ๆ ฉีดน้ำให้ไหลผ่านโพรงจมูก นอกจากนี้ อาจใช้สเปรย์พ่นจมูกหรือน้ำเกลือหยอดล้างเพื่อทำความสะอาดจมูกของลูกน้อย ซึ่งสามารถหาอุปกรณ์เหล่านี้ได้ตามร้านขายยาทั่วไป หรืออาจผสมน้ำเกลือด้วยตนเองโดยใช้เกลือ 1 ใน 4 ส่วนของช้อนชาผสมกับน้ำสะอาด 8 ออนซ์ แล้วเอาไปต้มเป็นเวลา 10 นาที จากนั้นทิิ้งไว้ให้เย็นที่อุณหภูมิห้องก่อนนำมาใช้แบบวันต่อวัน
กระตุ้นให้ลูกดูดนม เมื่อเป็นหวัด เจ้าตัวเล็กอาจเบื่ออาหาร คุณพ่อคุณแม่จึงควรกระตุ้นให้ลูกดูดนมอยู่เสมอ หากลูกไม่ยอมดูดนมเลยควรไปปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดน้ำได้ นอกจากนี้ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้สารละลายอิเล็กโตรไลต์อย่างผงเกลือแร่สำหรับเด็กว่าปลอดภัยต่อลูกน้อยหรือไม่ และควรจับให้ลูกนั่งตรง ๆ ขณะป้อนนม เพื่อป้องกันมูกไหลลงไปที่คอ
ดูแลให้เด็กนอนพักผ่อน น้ำมูก เสมหะ และการไอ อาจส่งผลกระทบต่อการนอนของลูกน้อยได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจช่วยให้ลูกได้นอนหลับพักผ่อนมากขึ้นด้วยการปรับหรือหนุนหัวเตียงเด็กขึ้นเล็กน้อย หากลูกมีปัญหาในการนอนหลับ คุณพ่อคุณแม่อาจอาบน้ำอุ่นให้ลูกหรือเปิดเพลงให้เด็กฟัง เพื่อช่วยให้นอนหลับได้ดียิ่งขึ้น
เมื่อไรควรพาเด็กไปพบแพทย์ ?

หากดูแลลูกน้อยด้วยวิธีข้างต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ควรพาเด็กไปพบแพทย์ทันที

หายใจลำบาก
ไม่ยอมดูดนม หรือดูดนมน้อยกว่าเดิมมาก
มีไข้สูง
ไออย่างรุนแรง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคไอกรนได้
มีสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เช่น ไม่ปัสสาวะเลยในช่วง 6 ชั่วโมง เป็นต้น
ทารกเป็นหวัด ป้องกันอย่างไร ?

สล็อตออนไลน์

การป้องกันทารกติดไข้หวัดนั้นอาจเป็นเรื่องยาก แต่คุณพ่อคุณแม่ก็อาจลดโอกาสที่เชื้อหวัดจะเข้าสู่ร่างกายของลูกน้อยได้ ดังนี้

อยู่ห่างจากผู้ที่ติดเชื้อหวัด และควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เจ้าตัวเล็กที่เป็นหวัดอยู่ใกล้ผู้ที่ป่วยหวัดจนกว่าอาการจะหายดีเป็นปกติ
ป้องกันการเกิดภาวะขาดน้ำ โดยพยายามให้เจ้าตัวเล็กดูดนมบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นนมขวดหรือนมแม่ และอาจให้น้ำเมื่อทารกมีอายุมากกว่า 6 เดือน หากทารกปัสสาวะน้อยกว่า 5 ครั้ง/วัน อาจเข้าข่ายภาวะขาดน้ำได้
ล้างมือให้สะอาด เพราะกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของโรคติดต่อทั้งหมดนั้นสามารถติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัส ดังนั้น ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสมาชิกทุกคนในบ้านหรือบุคคลรอบข้างล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสเจ้าตัวเล็ก และควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหารและหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม นอกจากนี้ ควรเช็ดหรือล้างมือของลูกให้สะอาดอยู่เสมอด้วย
ให้นมลูกนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่าอาจให้นมลูกเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้เจ้าตัวเล็กได้รับประโยชน์สูงสุดจากการดื่มนมแม่ นอกจากนี้ งานวิจัยหนึ่งยังระบุด้วยว่าทารกที่ดื่มนมแม่ป่วยเป็นโรคหวัดน้อยกว่าทารกที่ดื่มนมผง เนื่องจากภูมิคุ้มกันในน้ำนมแม่นั้นสามารถป้องกันเชื้อโรคได้หลายชนิด
หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ เพราะควันบุหรี่อาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบนของลูกน้อย ซึ่งทารกที่อาศัยอยู่กับผู้ที่สูบบุหรี่จะมีโอกาสเป็นหวัดได้ง่าย และจะหายเป็นปกติช้ากว่าทารกทั่วไป

  1. ดูแลจมูกลูก

เมื่อเป็นหวัดเด็กทารกมักมีความทรมานกว่าผู้ใหญ่ เพราะเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ขวบ ลิ้นจะมีขนาดใหญ่หากเทียบกับช่องปาก ทำให้เด็กหายใจทางจมูกมากกว่าทางปาก เมื่อลูกป่วยเป็นหวัด ช่องจมูกมีอาการบวม ทำให้หายใจยาก ลูกจึงทรมานมากๆ เลยล่ะค่ะ เมื่อทารกเป็นหวัด คุณพ่อคุณแม่จึงต้องช่วยดูแลจมูกของลูกให้หายใจได้คล่องที่สุด

สำหรับทารกที่อายุไม่เกิน 3 เดือน คุณหมอยังไม่แนะนำให้ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ แบบที่ฉีดน้ำเกลือเข้าจมูกด้านหนึ่ง แล้วให้ไหลออกอีกด้านหนึ่ง เพราะลูกยังไม่สามารถควบคุมการหายใจได้ แต่ให้ใช้วิธีการ “หยอดน้ำเกลือ” เพื่อให้น้ำมูกอ่อนตัวลง แล้วให้เด็กกลืนลงท้องไป หรือคุณพ่อคุณแม่จะใช้ลูกยางแดงดูดน้ำมูกออกก็ได้ค่ะ

  1. กระตุ้นให้ลูกดูดนม

สำหรับทารกที่ยังไม่หย่านมแม่ คุณแม่สามารถกระตุ้นให้ลูกกินนมแม่เพื่อลดอาการไอได้ หากลูกมีอาการเบื่ออาหารจนไม่กินนมแม่เลย ควรปรึกษาคุณหมอ เพราะลูกอาจขาดน้ำได้

jumboslot

  1. เช็ดตัวลูกเพื่อลดไข้

หากลูกเป็นไข้ คุณแม่ควรเช็ดตัวลูกด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องเพื่อบรรเทาอาการ โดยออกแรงเวลาเช็ดตัวเล็กน้อยเพื่อให้หลอดเลือดใต้ผิวหนังขยายตัว และระบายความร้อนออกไปได้ อย่าลืมคอยใช้เทอร์โมมิตเตอร์วัดไข้ลูกเพื่อดูอาการด้วยนะคะ

เทคนิคเช็ดตัวทารกอย่างถูกวิธี ช่วยบรรเทาอาการตัวร้อนจี๋เมื่อลูกเป็นไข้

  1. พาลูกไปพบคุณหมอ

สำหรับทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือน เราแนะนำว่าหากลูกป่วยเป็นหวัด ให้พาไปพบคุณหมอเพื่อดูอาการจะดีกว่า เพราะเด็กในวัยนี้ภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรงนัก สำหรับทารกที่อายุมากขึ้นมา ส่วนมากจะสามารถหายป่วยเองได้ภายใน 7-10 วัน แต่หากลูกมีอาการต่อไปนี้ ก็ควรรีบพาไปพบคุณหมอเช่นกันค่ะ

ลูกมีไข้สูงเกิน 38 องศา
มีอาการซึม
หายใจลำบาก มีน้ำมูกข้นเขียวหลายวัน
ตาแดง
ไม่ยอมกินนม อาเจียนบ่อยๆ
มีอาการไอไม่หยุด
มีอาการผิดปกติอื่นๆ ที่น่ากังวล เช่น ร้องไห้ไม่หยุด

วิธีที่ดีที่สุดในการช่วยลูกไม่ให้ทรมานจากโรคหวัด คือการดูแลเขาให้มีภูมิต้านทานโรคที่ดี ทั้งการจัดการบ้านให้สะอาด การเพิ่มภูมิต้านทานให้ลูกด้วยการให้กินนมแม่ และคอยดูแลให้ลูกอยู่ในสภาพที่อบอุ่นเสมอค่ะ

slot

วิธีการสังเกตง่าย ๆ สำหรับเด็กเล็ก ๆ ลูกที่ยังบอกความรู้สึกตัวเองไม่ได้ คือ ต้องคอยสังเกตว่าลูกมีการหายใจเสียงดังครืดคราดหรือไม่ และลูกอาจจะดูดนมได้น้อยลง มีอาการร้องไห้งอแงซึ่งเป็นเพราะหายใจไม่ออก อาจจะดูเบื้องต้นโดยการฉายไฟเพื่อดูในจมูกของลูกว่ามีน้ำมูก หรือขี้มูกหรือไม่

เมื่อรู้ว่าลูกมีอาการคัดจมูก เรามีเทคนิคสำหรับแม่ ๆ ที่จะช่วยลูกเคลียร์จมูกให้โล่งเวลาเกิดอาการคัดจมูกมาฝากกันถึง 4 วิธี ลองนำไปใช้กันดูค่ะ

การใช้ไม้ปั่นหู (คัดตันบัดส์) ขนาดเล็กค่อย ๆ จุ่มน้ำเกลือ (หาซื้อได้จากร้านขายยา) แล้วค่อย ๆเช็ดทำความสะอาดขี้มูกน้ำมูกที่ค้างอยู่ในโพรงจมูกของลูกอย่างเบามือ วิธีนี้ต้องค่อย ๆ ทำอย่างเบามือเพราะถ้าลูกดิ้นอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับเยื่อบุโพรงจมูกของลูกได้
ใช้ตัวช่วยบรรเทาอาการแพ้อากาศ อาจจะใช้สเปรย์สำหรับพ่นจมูก ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากน้ำทะเลบริสุทธิ์จากทะเลเอเดรียติกเป็นส่วนประกอบหลัก และผ่านกรรมวิธีทำให้สะอาดปราศจากเชื้อ ไม่ใส่วัตถุกันเสียและสารเติมแต่งใด ๆ มีความเหมาะสมสำหรับการทำความสะอาด ให้ความชุ่มชื้นแก่โพรงจมูก เมื่อมีอาการจมูกแห้งหรือระคายเคืองภายในจมูก และช่วยบรรเทาอาการหายใจลำบาก ใช้ได้ทั้งทารก เด็ก และผู้ใหญ่
การดูดน้ำมูกด้วยอุปกรณ์ดูดน้ำมูกอัตโนมัติ วิธีนี้อาจจะสะดวกมากขึ้นด้วยการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเช่นเดียวกัน แต่มีอุปกรณ์อัตโนมัติซึ่งพ่นน้ำเกลือเข้าไปในจมูก เพื่อเคลียร์จมูกให้ลูกได้เวลามีอาการคัดจมูก
การใช้น้ำมันยูคาลิปตัส บรรเทาอาการคัดจมูก ช่วยให้จมูกโล่งวิธีที่แนะนำส่วนใหญ่เป็นวิธีที่ดูแลลูกที่ปลายเหตุ เมื่อลูกมีอาการหวัด คัดจมูก แต่สำหรับวิธีการใช้น้ำมันยูคาลิปตัสเป็นทางเลือกที่สามารถใช้ได้กับลูกในทุก ๆ วัน คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องทาหรือโดนผิวบอบบางของลูกโดยการเอาสำลีชุบน้ำมันยูคาลิปตัสแล้ววางข้าง ๆ หมอนหรือที่นอน เพื่อให้กลิ่นระเหยในอากาศ หรือใส่นํ้ามันยูคาลิปตัส 2-3 หยด ลงในน้ำร้อน เพื่อให้กลิ่นไอระเหยเข้าไปกับการหายใจหรือสำหรับเด็กโตหน่อย หยดบนปกเสื้อก็ได้เช่นกันค่ะซึ่งวิธีนี้จะเห็นได้ว่าช่วยให้ลูกหลับดีขึ้นเพราะทำให้หายใจสะดวก ให้หายคัดจมูกเร็วขึ้น

การรักษาท้องอืดของทารก

ท้องอืดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทารกรู้สึกไม่สบายตัว เกิดขึ้นได้เป็นปกติและมักไม่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ควรเรียนรู้วิธีป้องกันและบรรเทาอาการในเบื้องต้นเพื่อช่วยคลายความอึดอัดให้ลูกน้อย รวมทั้งหมั่นสังเกตอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารที่รุนแรงได้

เครดิตฟรี

สาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยท้องอืด

สาเหตุของอาการท้องอืด อึดอัด หรือไม่สบายท้องของลูกน้อยเกิดจากการมีแก๊สสะสมในกระเพาะอาหารมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นผลมาจากหลายปัจจัย ดังนี้

ดื่มนมช้าเกินไป ลักษณะของจุกขวดนมหรือหัวนมของมารดา เช่น หัวนมบอด อาจทำให้น้ำนมไหลออกมาน้อยหรือไหลช้า ส่งผลให้ลูกน้อยกลืนอากาศเข้าไปมากขึ้นในระหว่างดูดนม
ดื่มนมเร็วเกินไป หากน้ำนมจากเต้าของมารดาหรือจุกขวดนมไหลออกมามากเกินไป ลูกน้อยจะต้องกลืนน้ำนมอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดแก๊สสะสมในกระเพาะอาหารได้มากเช่นกัน
ดื่มนมที่มีฟองอากาศ สำหรับทารกที่ดื่มนมผง ในระหว่างขั้นตอนผสมนมผงกับน้ำอาจมีฟองอากาศเกิดขึ้น ทารกอาจท้องอืดได้หากกลืนฟองอากาศมากเกินไป ดังนั้น หลังผสมนมเสร็จแล้วควรทิ้งไว้สัก 2-3 นาที เพื่อให้ฟองอากาศแตกตัวก่อนให้ลูกน้อยดื่ม
ร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้ลูกน้อยกลืนอากาศเข้าไปจำนวนมาก คุณแม่จึงควรคอยปลอบให้ทารกหยุดร้องโดยเร็ว
กระบวนการย่อยอาหาร ระบบย่อยอาหารของทารกในช่วง 3 เดือนแรกยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ การเกิดแก๊สในกระเพาะอาหารเมื่อดื่มนมแม่จึงเป็นเรื่องปกติ อาการของทารกจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองเมื่อมีอายุมากขึ้น ส่วนทารกอายุ 6 เดือนขึ้นไปที่เริ่มรับประทานอาหารชนิดอื่นนอกจากนมแม่ได้แล้ว ในช่วงแรกระบบย่อยอาหารอาจยังไม่คุ้นชินกับอาหารชนิดใหม่ ๆ ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารได้เช่นกัน
นอกจากนี้ การรับประทานอาหารบางประเภทอาจทำให้ลูกน้อยมีแก๊สสะสมในกระเพาะอาหารมากกว่าปกติ เช่น พืชตระกูลถั่ว บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี รำข้าว ข้าวโอ๊ตบด ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เป็นต้น บางรายเกิดแก๊สสะสมเนื่องจากมีอาการแพ้โปรตีนจากอาหารบางชนิด โดยเฉพาะนมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม เช่น โยเกิร์ต ชีส รวมถึงโปรตีนในนมผงและน้ำนมแม่ นอกจากนี้ อาหารที่คุณแม่รับประทานก็อาจไหลผ่านน้ำนมและส่งผลให้ทารกมีอาการท้องอืดได้ แม้เด็กไม่ได้รับประทานเองโดยตรง

สัญญาณบ่งบอกว่าลูกน้อยท้องอืด

อาการท้องอืดเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ทารกมีอายุ 2-3 สัปดาห์ แม้ทารกไม่สามารถสื่อสารให้รู้ได้ด้วยคำพูด ทว่าพ่อแม่อาจสังเกตความผิดปกติได้เมื่อลูกน้อยแสดงอาการ ดังนี้

ร้องไห้
ยกขาขึ้นสูงไปทางหน้าท้อง
ดิ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะหลังจากดื่มนม
กำมือแน่น
ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง
อย่างไรก็ตาม ทารกมักรู้สึกสบายตัวขึ้นและหยุดร้องไห้หลังผายลมหรือเรอออกมา แต่หากยังร้องไห้ไม่หยุดทั้งที่ผายลมออกมาแล้ว อาจแสดงว่าสัญญาณผิดปกติดังกล่าวเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น กรดไหลย้อน ท้องผูก โคลิค เป็นต้น

สล็อต

ท้องอืดแบบไหนจึงเป็นอันตราย

โดยปกติ อาการท้องอืดไม่เป็นอันตรายต่อทารกและสามารถรักษาได้ แต่ในบางกรณี การมีแก๊สสะสมในกระเพาะอาหารอาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นของความผิดปกติทางระบบย่อยอาหารที่รุนแรง หากสงสัยว่าลูกน้อยท้องอืดร่วมกับมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที

อาเจียน
อุจจาระมีเลือดปน
ถ่ายไม่ออก
ร้องไห้ไม่หยุดเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง
มีไข้ โดยเฉพาะทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือนที่มีไข้สูงตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป
วิธีบรรเทาอาการท้องอืดของลูกน้อย

ในเบื้องต้น พ่อแม่ควรบรรเทาอาการท้องอืดของลูกน้อยโดยกระตุ้นให้เรอออกมาระหว่างป้อนนมและหลังป้อนนมเพื่อระบายแก๊สในกระเพาะอาหาร ทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

วางทารกในท่านอนหงายแล้วนวดบริเวณหน้าท้องเบา ๆ เริ่มจากด้านขวาไปยังด้านซ้าย
วางทารกในท่านอนหงาย จากนั้นจับขาทั้ง 2 ข้างขยับขึ้นลงสลับกันคล้ายปั่นจักรยาน
อุ้มทารกขึ้น ให้คางพักอยู่บริเวณไหล่ของแม่ แล้วใช้มือตบหลังทารกเบา ๆ
ให้ทารกนั่งซ้อนบนตัก โน้มตัวทารกไปด้านหน้าเล็กน้อยโดยใช้มือโอบบริเวณคางเพื่อประคองตัวไว้ จากนั้นใช้มือตบหลังของทารกเบา ๆ
วางทารกในท่านอนคว่ำบนตัก ให้ศรีษะอยู่สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย แล้วใช้มือตบหลังของทารกเบา ๆ
นอกจากนั้น พ่อแม่อาจห่อตัวทารก ใช้จุกนมหลอก อุ้มทารกแกว่งไปมาเบา ๆ หรือไกวเปลให้ เพื่อช่วยให้ทารกผ่อนคลายจากความรู้สึกไม่สบายตัว หากลองทำตามวิธีข้างต้นแล้วลูกน้อยยังไม่เรอออกมา อาจจำเป็นต้องใช้ยาไซเมทิโคน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยขับลมและบรรเทาอาการท้องอืด นอกจากมีความปลอดภัยสูงเพราะตัวยาไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายแล้ว ในปัจจุบันยังมียาไซเมทิโคนชนิดน้ำ ทารกจึงรับประทานได้ง่าย อย่างไรก็ตาม อาจเกิดผลข้างเคียงกับผู้ใช้บางราย จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาชนิดนี้

สล็อตออนไลน์

ป้องกันอาการท้องอืดอย่างไร

วิธีป้องกันอาการท้องอืดของทารกทำได้โดยการหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร และพยายามไม่ให้ลูกน้อยกลืนอากาศเข้าไปจำนวนมาก ดังนี้

ป้อนนมให้ทารกในปริมาณที่พอเหมาะ
จัดท่าทางของทารกให้เหมาะสมขณะป้อนนม โดยยกศรีษะให้อยู่สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย
ขณะป้อนนมควรยกขวดนมขึ้นเพื่อป้องกันอากาศไหลผ่านช่องว่างบริเวณจุกนม รวมทั้งปรับขนาดรูบนจุกนมไม่ให้ใหญ่หรือเล็กเกินไป หรือใช้ขวดนมที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้ลูกน้อยกลืนอากาศเข้าไปน้อยที่สุด
ทารกที่หย่านมแม่แล้ว พ่อแม่ควรหลีกเลี่ยงการให้ลูกน้อยรับประทานอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะมาก เช่น รำข้าว ข้าวโอ๊ต กะหล่ำปลี ถั่วต่าง ๆ อาหารที่ทำจากนม เป็นต้น ส่วนคุณแม่ที่กำลังให้นมบุตรก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเหล่านี้เช่นกัน เพราะอาจส่งแก๊สผ่านปริมาณน้ำนมไปสู่ลูกน้อยได้

ทารกท้องอืด เกิดจากระบบทางเดินอาหารของเขายังบอบบาง เอนไซม์ย่อยโปรตีนและแลคโตสยังทำงานไม่สมบูรณ์ โปรตีนและแลคโตสจึงผ่านจากลำไส้เล็กไปสู่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีแบคทีเรียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และแบคทีเรียเหล่านี้นี่เองที่เป็นตัวย่อยน้ำตาลแลคโตสและโปรตีนที่ตกค้างในลำไส้ จึงทำให้เกิดแก๊สในทางเดินอาหารของลูก จนเป็นสาเหตุทารกท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้อง จนลูกร้องไห้กวนโยเยอย่างที่คุณแม่ประสบอยู่

การดูแลแก้ไขเมื่อเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้อง
เมื่อคุณแม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงแล้ว ก็มาดูวิธีการแก้อาการทารกท้องอืดเบื้องต้นกันเลยดีกว่า

  1. การจัดท่าให้นมที่ถูกต้อง
    เพื่อไม่ให้ลมหรืออากาศเข้าท้องลูก โดยขณะให้นมลูกควรยกศีรษะลูกให้อยู่สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย
  2. จับลูกไล่ลมทุกครั้งที่ลูกอิ่มนมแล้ว
    คุณแม่ต้องไม่ลืมที่จะจับลูกไล่ลมเพื่อให้เรอออกมา ลูกจะได้สบายตัวสบายท้อง

jumboslot

  1. รักษาความสะอาดอุปกรณ์ให้นม
    ต้องพิถีพิถันในการล้างการจัดเก็บเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคที่อาจส่งผลให้เกิดอาการทารกท้องอืดท้องเฟ้อได้
  2. หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะ
    ทารกที่กินนมแม่ คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะมาก เช่น ถั่วต่าง ๆ ผักบางชนิดเช่น กะหล่ำปลี เป็นต้น

หากคุณแม่พยายามทำทุกวิธีแล้ว ลูกยังมีอาการไม่สบายท้องอยู่ คุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอ เพื่อดูอาการและหาวิธีรักษาที่เหมาะสม เช่น หากลูกกินนมผงก็ลองปรึกษาคุณหมอเพื่อเปลี่ยนนมเป็นนมสูตรย่อยง่าย ที่มีโปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วน และมีน้ำตาลแลคโตสต่ำกว่านมสูตรปกติ ซึ่งจะเหมาะสมกับระบบการย่อยที่ยังบอบบางของลูก นมสูตรนี้จะช่วยให้ลูกกลับมาสบายตัว ไม่มีปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องมารบกวนให้คุณแม่ต้องกังวลใจ

มาสมัครเป็นสมาชิก Enfa Smart Club กับชมวันนี้ ลุ้นรับสร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท จำนวน 2 รางวัล
การใช้สมุนไพรเพื่อบรรเทาอาการเด็กท้องอืด

ในสมัยรุ่นปู่ย่าตายาย เมื่อเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องจนร้องกวนโยเย พ่อแม่ก็จะพยายามหาวิธีแก้ไขอาการตามภูมิปัญญาสมัยนั้น การสรรหาสมุนไพรต่างๆ มาช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ของลูกให้ดีขึ้นก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง และปัจจุบันการใช้สมุนไพรเพื่อแก้ไขอาการเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อ ก็ยังทำกันอยู่ในครอบครัวไทย แต่อาการนี้ของเด็กจะบรรเทาลงได้หรือไม่ หรือเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ เรามาหาคำตอบกันค่ะ

ความเชื่อไทยกับวิธีช่วยบรรเทาอาการเด็กท้องอืด ไม่สบายท้อง
ทามหาหิงคุ์
วิธีช่วยบรรเทาอาการเด็กท้องอืด ไม่สบายท้องตามความเชื่อไทย ที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือมหาหิงคุ์ ที่ปัจจุบันมีการผลิตที่ก้าวหน้าด้วยการสกัดมหาหิงคุ์ในรูปทิงเจอร์มหาหิงคุ์ เป็นของที่ต้องมีของคุณแม่ลูกอ่อนทั้งหลาย เพื่อไว้ใช้ทาท้อง ฝ่ามือ และฝ่าเท้า เพื่อบรรเทาอาการเด็กท้องอืด อึดอัดท้อง

ใช้หัวไพล ใบกะเพรา
ซึ่งเป็นหนึ่งในสมุนไพรแก้ท้องอืดในทารก โดยคุณแม่บางคนก็นำหัวไพลสดมาตำ แล้วนำน้ำมันที่ได้มาทาบริเวณท้องของลูก เพื่อบรรเทาอาการเด็กท้องอืด อึดอัดท้องเช่นกัน หรือการนำใบกะเพราที่มีติดครัวแทบทุกบ้านมาต้มให้ลูกกินน้ำ เพื่อขับลมในกระเพาะให้เด็กสบายท้อง

ใบพลูอังไฟ
อีกหนึ่งสมุนไพรแก้ท้องอืดในทารก ที่บางคนก็นำใบพลู 4-5 ใบ มาอังไฟหรือลนกับเทียน เพื่อให้ใบพลูอ่อนและพออุ่นๆ แล้วนำไปวางบนท้องเด็กซ้อนกันหลายชั้น พอใบพลูเย็นก็ให้เปลี่ยนใบใหม่ เชื่อว่าใบพลูมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยบรรเทาอาการเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อได้เช่นกัน

การใช้สมุนไพรแก้ท้องอืดในทารก ความเชื่อไทยในการบรรเทาอาการทารกท้องอืด

slot

ข้อควรระวังเมื่อใช้สมุนไพรกับเด็ก
การใช้สมุนไพรแก้ท้องอืดในทารกต้องคำนึงถึงข้อควรระวังเป็นพิเศษ ทั้งเรื่องปริมาณการใช้ให้เหมาะกับวัยของลูก การเลือกส่วนต่างๆ ของสมุนไพรมาใช้ให้ถูกว่า แต่ละชนิดจะต้องใช้ราก ใบ ดอก หรือผล เพื่อการออกฤทธิ์ที่ได้ผล รวมถึงวิธีการใช้ก็ต้องศึกษาให้ดีด้วย บางชนิดต้องนำมาต้ม บางชนิดต้องใช้สดถึงจะช่วยลดอาการของลูกได้ เพราะหากใช้ไม่ถูกวิธีผลที่คิดว่าจะเกิดอาจกลายเป็นผลเสีย คุณแม่จึงต้องระมัดระวังกันด้วยค่ะ

เด็กท้องอืด ใช้สมุนไพรช่วยตามความเชื่อไทยได้ผลมั้ย
เมื่อเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้อง การใช้สมุนไพรในเด็กดังกล่าว ช่วยบรรเทาอาการเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องของลูกได้ แต่ใช้ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น และเป็นการรักษาที่ปลายเหตุเท่านั้น
ดังนั้นคุณแม่จึงควรปรึกษาแพทย์ในกรณีที่ไม่สามารถบรรเทาเบื้องต้น เพื่อจะได้แก้ปัญหาจากต้นเหตุ เมื่อแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดแล้ว อาการเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อก็บรรเทาลง เด็กก็จะสบายตัว พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวได้ดี คุณแม่ก็เตรียมชื่นใจไปกับพัฒนาการในแต่ละชั่วโมงของลูกได้เลยค่ะ

สาเหตุที่เด็กท้องอืด ท้องเฟ้อ
เพราะเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก ระบบทางเดินอาหารของเขายังบอบบาง เอนไซม์ย่อยโปรตีนและแลคโตสยังทำงานไม่สมบูรณ์ โปรตีนและแลคโตสจึงผ่านจากลำไส้เล็กไปสู่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีแบคทีเรียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และแบคทีเรียเหล่านี้นี่เองที่เป็นตัวย่อยน้ำตาลแลคโตสและโปรตีนที่ตกค้างในลำไส้ จึงทำให้เกิดแก๊สในทางเดินอาหารของลูก จนเป็นสาเหตุของอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้อง จนลูกร้องไห้กวนโยเยอย่างที่คุณแม่ประสบอยู่

การดูแลแก้ไขเมื่อเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้อง
เมื่อคุณแม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงแล้ว ก็ควรหันมาดูแลใส่ใจที่ต้นเหตุกันดีกว่า เริ่มตั้งแต่…

การจัดท่าให้นมที่ถูกต้อง
เพื่อไม่ให้ลมหรืออากาศเข้าท้องลูก โดยขณะให้นมลูกควรยกศีรษะลูกให้อยู่สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย

จับลูกไล่ลม
ทุกครั้งที่ลูกอิ่มนมแล้ว คุณแม่ต้องไม่ลืมที่จะจับลูกไล่ลมเพื่อให้เรอออกมา ลูกจะได้สบายตัวสบายท้อง

วิธีการดูแลและบรรเทาอาการทารกท้องอืด เด็กท้องอืด ไม่สบายท้อง
รักษาความสะอาดอุปกรณ์ให้นม
หรือขวดนมต่างๆ ก็ต้องพิถีพิถันในการล้างการจัดเก็บเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคที่อาจส่งผลให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้

หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะ
ทารกที่กินนมแม่ คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะมาก เช่น ถั่วต่าง ๆ ผักบางชนิดเช่น กะหล่ำปลี เป็นต้น

ลองเปลี่ยนนม
หากคุณแม่พยายามทำทุกวิธีแล้ว ลูกยังมีอาการไม่สบายท้องอยู่ คุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอ เพื่อดูอาการและหาวิธีรักษาที่เหมาะสม เช่น หากลูกกินนมผงก็ลองปรึกษาคุณหมอเพื่อเปลี่ยนนมเป็นนมสูตรย่อยง่าย ที่มีโปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วน และมีน้ำตาลแลคโตสต่ำกว่านมสูตรปกติ ซึ่งจะเหมาะสมกับระบบการย่อยที่ยังบอบบางของลูก นมสูตรนี้จะช่วยให้ลูกกลับมาสบายตัว ไม่มีปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องมารบกวนให้คุณแม่ต้องกังวลใจ

เมื่อแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด อาการเด็กท้องอืด ท้องเฟ้อก็บรรเทาลง เด็กก็จะสบายตัว พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวได้ดี คุณแม่ก็เตรียมชื่นใจไปกับพัฒนาการในแต่ละชั่วโมงของลูกได้เลยค่ะ

สาเหตุของการผายลม

ตดหรือผายลม แม้จะเป็นกระบวนการทางชีวภาพของร่างกายที่เกิดขึ้นกับทุกคนเป็นปกติ โดยเฉลี่ยประมาณ 5-15 ครั้งต่อวัน แต่บางครั้งการผายลมบ่อยหรือผายลมเหม็นอาจทำให้รู้สึกอับอายหรือเป็นกังวลเมื่ออยู่กับผู้อื่น อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้อาจแก้ไขได้ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ก่อให้เกิดการสะสมแก๊สในระบบย่อยอาหาร โดยเฉพาะการรับประทานอาหารบางชนิดหรือพฤติกรรมบางประการ

เครดิตฟรี

สาเหตุของการตดหรือผายลม

การตดหรือผายลมเกิดจากแก๊สที่สะสมในระบบย่อยอาหารเนื่องจากกระบวนการย่อยสลายอาหารไปเป็นพลังงานของร่างกาย การรับประทานอาหารบางชนิดที่ทำให้เกิดแก๊สมาก หรือการกลืนอากาศซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเคี้ยวอาหาร หายใจ สูบบุหรี่ หรืออื่น ๆ แม้แก๊สส่วนใหญ่จะถูกขับออกมาด้วยการเรอ แต่ก็มีบางส่วนที่ลงไปสู่ระบบย่อยอาหาร ผ่านลำไส้ ทำให้เกิดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และขับออกมาในรูปแบบของการผายลมในที่สุด

การมีแก๊สสะสมมากจนทำให้ตดหรือผายลมออกมาอาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยที่เป็นไปได้ ดังนี้

อาหารที่รับประทาน อาหารบางชนิดจะทำให้เกิดแก๊สระหว่างที่ถูกย่อยสลายมากกว่าชนิดอื่น ๆ เนื่องจากกระบวนการหรือความยากในการย่อย เป็นสาเหตุให้มีแก๊สในกระเพาะมาก รู้สึกปวดท้อง ท้องอืด และผายลมตามมา โดยเฉพาะอาหารที่ประกอบด้วยน้ำตาลธรรมชาติ มีเส้นใยอาหารสูง หรืออาหารประเภทแป้ง ได้แก่

ผักและผลไม้ที่มีน้ำตาลบางชนิดและอาจทำให้เกิดแก๊สในท้องขณะย่อย เช่น น้ำตาลฟรุกโตสที่พบได้ในหัวหอม น้ำตาลแรฟฟิโนสในหน่อไม้ฝรั่ง บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี น้ำตาลซอร์บิทัลจากลูกพรุน ลูกท้อ แอปเปิล รวมถึงผักผลไม้ที่มีเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำ เช่น ถั่วลันเตา แต่หากเป็นเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำก็มักจะถูกย่อยและขับผ่านไปได้โดยง่าย ไม่ทำให้เกิดแก๊สหรือรู้สึกไม่สบายท้อง
หมากฝรั่งและลูกอมบางชนิดที่มีส่วนประกอบเป็นสารให้ความหวานอย่างซอร์บิทอล (Sorbitol)
อาหารจำพวกแป้งซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตสูง โดยเฉพาะอาหารที่ทำจากธัญพืช ขนมปัง ข้าวโพด มันฝรั่ง แต่อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ดูเหมือนจะไม่ทำให้เกิดแก๊สก็คือข้าว
นมและผลิตภัณฑ์จากนม คนที่มีเอนไซม์แลคเตสไม่เพียงพออาจย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมได้ยาก รวมไปถึงอาหารที่ทำจากนมอย่างไอศกรีม ชีส หรืออาหารใดก็ตามที่มีแลคโตส ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดแก๊สก็ยังอาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย

สล็อต

ข้าวโอ๊ต อีกหนึ่งอาหารที่สามารถทำให้เกิดแก๊สในท้อง เพราะมีเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำสูง การรับประทานข้าวโอ๊ตจึงควรเริ่มจากปริมาณน้อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มปริมาณขึ้นเพื่อให้ร่างกายปรับตัว หรือรับประทานสลับกับอาหารจากรำข้าวสาลีซึ่งมีเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำสูง
ถั่วต่าง ๆ เช่น ถั่วลิสง ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเหลือง หรือถั่วเขียว ซึ่งก็มีน้ำตาลแรฟฟิโนสเช่นกัน อีกทั้งยังประกอบด้วยเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำ
เครื่องดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำหวาน เครื่องดื่มเหล่านี้ส่งผลให้มีแก๊สในท้องจนรู้สึกไม่สบายท้องได้ เนื่องจากในโซดามีการอัดอากาศหรือแก๊สเข้าไป รวมถึงฟรุกโตสซึ่งเป็นน้ำตาลที่ให้ความหวานและอาจย่อยได้ยาก
การกลืนอากาศมากเกินไป อากาศจำนวนมากสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารผ่านการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร ซึ่งแก๊สกว่า 50 เปอร์เซ็นต์มาจากอากาศที่กลืนเข้าไปนี้เอง ส่งผลให้มีอาการเรอหรือสะอึกตามมาได้ นอกจากนี้ อากาศบางส่วนก็ยังผ่านเข้าไปสู่ระบบย่อยอาหารและถูกปล่อยออกมาทางทวารหนักในรูปของการผายลม โดยปัจจัยที่ทำให้มีการกลืนอากาศมากเกินไปมักพบว่าเกิดจากพฤติกรรมต่อไปนี้

เคี้ยวหมากฝรั่ง
อมลูกอมหรืออมอาหารบางชนิด
รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำอย่างรวดเร็วจนเกินไป
ดื่มเครื่องดื่มน้ำอัดลม
ดื่มน้ำจากหลอด
กลืนน้ำลายบ่อยเกินไป ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อรู้สึกวิตกกังวล
สวมใส่ฟันปลอมที่หลวมเกินไป
สูบบุหรี่
ผลจากยารักษาโรคหรือปัญหาสุขภาพ

สล็อตออนไลน์

ยารักษาโรคหรืออาหารเสริมบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงให้มีอาการท้องอืดหรือเกิดแก๊สในระบบย่อยอาหารมาก เช่น ยารักษาโรคเบาหวานอย่างอะคาร์โบส (Acarbose) รวมถึงอาหารเสริมใยอาหารบางชนิด
การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน เกิดขึ้นกับผู้หญิงที่มักมีอาการท้องอืดก่อนหน้าช่วงมีประจำเดือน โดยเป็นผลจากการที่ร่างกายกักเก็บของเหลวไว้
โรคบางชนิดสามารถส่งผลให้มีแก๊สมากและผายลมบ่อย เช่น ภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ (Lactose Intolerance) เกิดจากการที่ร่างกายไม่ย่อยน้ำตาลแลคโตสในนม ซึ่งหากลองงดการดื่มนมแล้วพบว่าตนเองมีแก๊สหรือผายลมน้อยลง อาการดังกล่าวก็อาจสาเหตุจากปัญหานี้ รวมถึงโรคอื่น ๆ ที่อาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีแก๊สมากหรือผายลมบ่อย ได้แก่
ลำไส้แปรปรวน
โรคลำไส้อุดตัน
อาหารไม่ย่อย
กรดไหลย้อน
แผลในกระเพาะอาหาร
โรคโครห์น
โรคแพ้กลูเตน
ตดเหม็น ตดบ่อย เป็นอันตรายหรือไม่

การตดหรือผายลมเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วันละ 6-20 กว่าครั้ง และมักเกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหารเป็นปกติ โดยไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายใด ๆ แม้จะมีการกลั้นผายลมก็ตาม ซึ่งบางครั้งแก๊สก็อาจถูกขับผ่านออกมาโดยไม่รู้ตัวในปริมาณเพียงเล็กน้อยและไม่ส่งกลิ่น แต่การรับประทานอาหารบางชนิด เช่น อาหารที่มีสารซัลเฟอร์หรือมีแบคทีเรียที่สร้างแก๊สมีเทนหรือไฮโดรเจนซัลไฟด์ ก็อาจส่งผลให้ลมที่ผายออกมามีกลิ่นเหม็นได้

ทั้งนี้ ความถี่หรือลักษณะการผายลมที่ผิดปกติไม่มีข้อบ่งบอกอย่างแน่ชัด การสังเกตอาการด้วยตนเองจึงเป็นสิ่งที่พอจะทำได้ในเบื้องต้น โดยควรไปพบแพทย์เมื่อการผายลมเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ผายลมมีกลิ่นเหม็นบ่อยครั้ง หรือในกรณีที่มีอาการใด ๆ ต่อไปนี้ปรากฏร่วมด้วย เพราะอาจแสดงถึงปัญหาสุขภาพร้ายแรง

jumboslot

ปวดท้องและท้องอืดต่อเนื่องเป็นเวลานาน
มีอาการท้องเสียหรือท้องผูกเกิดขึ้นซ้ำ ๆ
น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
กลั้นอุจจาระไม่อยู่
มีเลือดปนในอุจจาระ
มีอาการบ่งบอกถึงการติดเชื้อ เช่น ไข้สูง หนาวสั่น อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดข้อต่อ เป็นต้น
วิธีป้องกันการตดเหม็นหรือตดบ่อย

การตดหรือผายลมที่มีกลิ่นเหม็นนั้นหลีกเลี่ยงได้โดยพยายามลดการรับประทานอาหารที่มีสารซัลเฟอร์ ซึ่งก่อให้เกิดแก๊สที่มีกลิ่น เช่น หัวหอม กระเทียม หน่อไม่ฝรั่ง ไข่ นม แป้งข้าวโพด ผักกาดหอม มะเขือเทศ ถั่วเหลือง และปลาบางชนิดอย่างแซลมอน ส่วนวิธีป้องกันการผายลมบ่อยอาจทำได้ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่มักทำให้เกิดการสะสมแก๊สเป็นจำนวนมาก ดังนี้

ลดอาหารที่มีเส้นใยอาหาร น้ำตาลธรรมชาติ และแป้งที่ย่อยยาก ซึ่งจะทำให้เกิดแก๊สในระบบย่อยอาหารขึ้นมาก ได้แก่
ผักบางชนิด เช่น หน่อไม้ฝรั่ง กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่ แตงกวา พริกหยวก หัวหอม ถั่วลันเตา มันดิบ หัวผักกาดแดง
ผลไม้บางชนิด เช่น แอปริคอท แอปเปิลแดง แอปเปิลเขียว กล้วย แตงโม ลูกพรุน ลูกท้อ ลูกแพร์
ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี ข้าวโอ๊ต
ถั่วบางชนิด เช่น ถั่วลิสง ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง
นมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส ไอศกรีม โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะย่อยแลคโตสผิดปกติ
เครื่องดื่มน้ำอัดลมต่าง ๆ รวมถึงน้ำผลไม้ เบียร์ ไวน์
อาหารชนิดอื่นนอกจากนมที่อาจประกอบด้วยแลคโตส เช่น ขนมปัง น้ำสลัด และธัญพืช
อาหารจากไข่
อาหารทอดหรืออาหารที่มีไขมันสูง สามารถก่อให้เกิดอาการท้องอืดได้
น้ำตาลและสารที่ใช้แทนน้ำตาล เช่น ซอร์บิทอล
รับประทานอาหารและดื่มน้ำช้า ๆ เพราะการรับประทานอาหารอย่างเร่งรีบจนเกินไปอาจทำให้มีการกลืนอากาศลงไปมากและเกิดแก๊สตามมาในที่สุด นอกจากนี้ ผู้ที่สวมใส่ฟันปลอมควรตรวจดูให้ดีก่อนว่ามีความพอดีกับช่องปาก เพราะหากฟันปลอมหลวมจะทำให้เกิดการกลืนอากาศเข้าไประหว่างเคี้ยวอาหารได้
อย่าดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร เนื่องจากจะทำให้สูญเสียกรดที่ใช้ในการย่อยอาหาร ทำให้อาหารถูกย่อยสลายได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทางที่ดีควรดื่มน้ำในช่วง 30 นาทีก่อนรับประทานอาหาร จะช่วยให้กระเพาะสามารถย่อยได้ดีขึ้น
เลี่ยงพฤติกรรมใด ๆ ที่อาจทำให้ต้องกลืนอากาศเข้าไป เช่น การเคี้ยวหมากฝรั่ง สูบบุหรี่ หรือดื่มน้ำจากหลอด
ไม่รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มใด ๆ ที่มีสารให้ความหวานแทนน้ำตาลอย่างซอร์บิทอลหรือน้ำตาลแอลกอฮอล์ โดยซอร์บิทอลนั้นมักนำมาใช้เป็นส่วนผสมในหมากฝรั่ง
อย่างไรก็ตาม อาหารหรือพฤติกรรมแต่ละอย่างอาจส่งผลแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนจะเกิดแก๊สมากหากรับประทานผลไม้กับโปรตีน แต่บางคนอาจมีแก๊สมากจากการรับประทานอาหารประเภทแป้งกับโปรตีนร่วมกัน ทางที่ดีควรสังเกตปัจจัยต่าง ๆ ที่น่าจะเป็นสาเหตุให้มีแก๊สสะสมในระบบย่อยอาหารมาก โดยลองจดบันทึกว่ารู้สึกอึดอัดท้อง เรอ หรือผายลมหลังจากการรับประทานอาหาร ยารักษาโรค หรือการทำกิจกรรมใด ๆ เพื่อเลี่ยงพฤติกรรมและอาหารที่น่าจะเป็นตัวการกระตุ้นการผายลมโดยเฉพาะ

slot

วิธีรักษาเพื่อลดแก๊สในระบบย่อยอาหาร

การมีแก๊สในระบบย่อยอาหารมากเกินไปนั้น ยังไม่มียาสำหรับรักษาให้หายอย่างเด็ดขาด มีเพียงยาบางชนิดที่อาจช่วยลดอาการอาหารไม่ย่อย ซึ่งมีขายตามร้านขายยาทั่วไป เช่น

แอลฟา-กลูโคซิเดส ตัวยาประกอบด้วยเอนไซม์ที่จะช่วยย่อยสลายคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนในอาหารจำพวกถั่ว ธัญพืช และผักหลาย ๆ ชนิดให้กลายเป็นน้ำตาลที่ย่อยง่ายขึ้น โดยรับประทาน 2-3 เม็ดก่อนมื้ออาหาร ทว่าอาหารเสริมชนิดนี้จะไม่เห็นผลในกรณีที่แก๊สเกิดจากเส้นใยอาหารหรือแลคโตส
เอนไซม์แลคเตส สามารถช่วยย่อยแลคโตสในนม สำหรับผู้ที่มีภาวะย่อยแลคโตสในนมผิดปกติ
ยาไซเมทิโคน เป็นยาที่ช่วยลดฟองแก๊สในระบบย่อยอาหาร
ถ่านกัมมันต์หรือชาร์โคล อาจมีคุณสมบัติช่วยลดการเกิดแก๊สหรืออาการท้องอืด โดยจะไปจับกับของเหลวในลำไส้และลดแก๊ส ลดอาการท้องอืด ทั้งยังทำให้อุจจาระจับตัวเป็นเนื้อยิ่งขึ้น

โดยปกติแล้วผู้ที่มีร่างกายอุดมสมบูรณ์และแข็งแรงดีจะตดประมาณ 14 – 23 ครั้งต่อวัน เมื่อใช้เกณฑ์นี้เป็นตัววัดแล้ว การตดที่มากกว่า 23 ครั้ง ภายใน 1 วัน ถือว่าผิดปกติ โดยความผิดปกตินี้อาจเกิดจากการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดแก๊สในร่างกายมากเกินไป เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว ชีส กะหล่ำปลี หัวหอม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำอัดลม หรืออาจเกิดจากภาวะความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งภายในร่างกาย

การตด หรือการผายลมบ่อยมากเกินไปนั้นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงสุขภาพภายในได้เป็นอย่างดี ซึ่งภาวะหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับการตด ได้แก่ โรคมะเร็งลำไส้ โรคลำไส้แปรปรวน ระบบดูดซึมอาหารทำงานผิดปกติ การแพ้อาหารที่มีส่วนประกอบของแลคโตส (lactose) เช่น นมวัวและโยเกิร์ต ภาวะที่เกี่ยวของกับกระเพาะอาหาร เช่น การที่อาหารเป็นพิษ ฯลฯ

ดังนั้น เราจึงควรหมั่นนับจำนวนครั้งที่เราตดในแต่ละวัน เพื่อสังเกตการทำงานที่เกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหารและลำไส้ หากมีการตดที่บ่อยครั้งเกินไปติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สได้ง่าย แต่หากยังไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง และหาทางแก้ไขอย่างเร็วที่สุด

ดร.ไมเคิล เลวิตต์ (Dr.Michael Levitt) แห่ง Veterans Administration Medical Center ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับการยอมรับจากวงวิชาการทั่วโลกว่าเป็น “ผู้เชี่ยวชาญเรื่องตดระดับโลก” และเป็นผู้คิดค้น “กางเกงในดับกลิ่นตด”

ผู้หญิงตดเหม็นกว่าผู้ชาย…ไม่อยากเชื่อเลยใช่ไหม แต่จากการศึกษาของ ดร.เลวิตต์ พบว่า เมื่อท้องอืด ผู้หญิงจะมีไฮโดรเจนซัลไฟด์เข้มข้นมากขึ้น ซึ่งทำให้กลิ่นตดเหม็นขึ้นด้วย

คนทานเนื้อสัตว์ตดเหม็นกว่าคนทานมังสวิรัติ

คนทานมังสวิรัติตดบ่อยกว่าคนทานเนื้อสัตว์

คนชอบทานอาหารรสจัด ใส่เครื่องเทศมาก หรือชอบดื่มเบียร์ ตดเหม็นไม่เบา

อาการท้องผูก ทำให้ตดมากและตดเหม็น

ตดติดไฟได้ แต่ถ้าใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ก็ไม่มีปัญหา หากเป็นมนุษย์ในยานอวกาศนอกโลกที่ต้องอยู่ในสภาพสุญญากาศ การตดจะเป็นปัญหามากเพราะติดไฟได้ง่าย ต้องหาวิธีดูดแก๊สที่ออกมาไปเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย

การรักษากรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์

กรดไหลย้อนเป็นอีกอาการหนึ่งที่ผู้หญิงตั้งครรภ์มักต้องเผชิญ โดยมีสาเหตุมาจากความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ซึ่งแม้จะไม่เป็นอันตราย แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ดังนั้น ว่าที่คุณแม่จึงควรศึกษาวิธีรับมือและบรรเทาอาการกรดไหลย้อน เพื่อช่วยให้รู้สึกสบายตัวและใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น

เครดิตฟรี

กรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์เกิดจากอะไร ?

กรดไหลย้อนเป็นอาการแสบร้อนกลางอกที่เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณหลอดอาหารคลายตัวผิดปกติ หากเกิดภาวะนี้ในหญิงตั้งครรภ์มักมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลงและทำให้กล้ามเนื้อหูรูดบริเวณปลายหลอดอาหารที่อยู่ติดกับกระเพาะคลายตัวบ่อยกว่าปกติ ประกอบกับทารกในครรภ์เจริญเติบโตขึ้นจนมดลูกขยายขนาดใหญ่ขึ้นและเบียดกระเพาะอาหารให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น เมื่อรับประทานอาหารมาก ๆ หรือเอนตัวลงนอนหลังรับประทานอาหารเสร็จไม่นาน น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดจึงไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร ทำให้รู้สึกเจ็บและแสบร้อนบริเวณหน้าอกตามมา

สัญญาณของโรคกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์

หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคกรดไหลย้อนจะมีอาการเช่นเดียวกับคนทั่วไป โดยอาการที่พบได้ มีดังนี้

แสบร้อนบริเวณคอหรือหน้าอกส่วนบน
เรอบ่อย เรอเปรี้ยว หรือรู้สึกขมคอหลังจากตื่นนอน
คลื่นไส้ อาเจียน
ระคายเคืองคอ หรือเสียงแหบ
ทั้งนี้ ภาวะกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์นั้นไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์แต่อย่างใด เพียงแต่อาจเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวันของตัวคุณแม่เอง และในรายที่มีอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะหลอดอาหารอักเสบได้ ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองหลังจากคลอดบุตรแล้ว

สล็อต

วิธีรับมือภาวะกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์

ผู้หญิงตั้งครรภ์สามารถบรรเทาอาการกรดไหลย้อนได้ โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิตประจำวันตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

รับประทานอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ ควรแบ่งมื้ออาหารให้ถี่ขึ้นและลดปริมาณการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อให้น้อยลง รวมทั้งเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน
ไม่นอนหลังจากเพิ่งรับประทานอาหารเสร็จ ควรนั่ง ยืน หรือลุกเดินอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหารแล้วค่อยเอนตัวนอน
หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำระหว่างรับประทานอาหาร ควรเปลี่ยนมาดื่มน้ำหลังรับประทานอาหารเสร็จและในช่วงระหว่างมื้ออาหารแต่ละมื้อแทน
หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการกรดไหลย้อน เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว อาหารรสจัด อาหารไขมันสูง อาหารที่มีกรดเป็นส่วนประกอบ น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เป็นต้น
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของมินท์ เพราะจะยิ่งส่งผลให้อาการกรดไหลย้อนรุนแรงขึ้นได้
เคี้ยวหมากฝรั่งหลังรับประทานอาหาร มีการศึกษาพบว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มีน้ำตาลและไม่ใช่รสมินท์จะช่วยเพิ่มน้ำลาย ซึ่งน้ำลายจะช่วยชะล้างกรดในกระเพาะอาหารซึ่งไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหารได้ ทว่ายังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แน่ชัดในด้านนี้
รับประทานโยเกิร์ตหรือดื่มนมเมื่อเกิดอาการ เนื่องจากเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนจากกรดไหลย้อนได้
ใช้หมอนหนุนบริเวณลำตัวส่วนบนระหว่างนอนหลับ เพื่อให้หลอดอาหารอยู่สูงกว่ากระเพาะอาหาร ป้องกันกรดไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหาร และควรนอนตะแคงซ้าย เพราะการนอนตะแคงขวาจะทำให้ตำแหน่งของกระเพาะอยู่เหนือหลอดอาหาร
สวมใส่เสื้อผ้าที่สบายตัว เพราะการสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไปอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้เช่นกัน
ควบคุมน้ำหนัก การรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดกรดไหลย้อนในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ได้
ใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นยาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป มีฤทธิ์ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยให้มีกรดเกินไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหารน้อยลง แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ยาด้วย เพื่อความปลอดภัยต่อคุณแม่และทารกในครรภ์

สล็อตออนไลน์

อาการแบบใดที่ควรไปพบแพทย์ ?

แม้โดยปกติกรดไหลย้อนจะไม่เป็นอันตรายต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ แต่หากอาการของโรคเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ทำให้คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก มีอาการกลืนลำบาก ไอ น้ำหนักลด หรืออุจจาระเป็นเลือด เป็นต้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา เพราะหากปล่อยไว้อาจส่งผลให้หลอดอาหารเกิดความเสียหายรุนแรงได้กรดไหลย้อนระหว่างตั้งครรภ์…โรคนี้ต้องระวัง
หนึ่งในโรคยอดฮิตของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ที่เป็นได้ง่ายและบ่อยมาก ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบภายในของร่างกาย รวมทั้งช่องท้องของคุณแม่จะเติบโตขึ้นผันแปรกับการเจริญเติบโตของทารกน้อยในครรภ์ ทำให้ดันไปที่กระเพาะอาหาร ซึ่งทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนหรือหลังรับประทานอาหาร คุณแม่จะรู้สึกแสบร้อนที่หน้าอก และมักเกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วง 6-12 สัปดาห์ รวมทั้งระหว่างตั้งครรภ์ 3-6 เดือนและช่วงใกล้คลอด

รับมืออย่างไร…เมื่อคุณแม่เป็นกรดไหลย้อน
หากคุณแม่รู้ว่าสามารถเป็นโรคกรดไหลย้อนได้ง่ายระหว่างตั้งครรภ์ ก็ควรเตรียมตัวรับมือให้พร้อม เพื่อลดโอกาสการเกิดกรดไหลย้อนนี้ให้น้อยที่สุด โดยแบ่งการดูแลออกเป็นช่วงๆ เริ่มตั้งแต่ ในช่วง 1-3 เดือนแรก และเดือนที่ 7-9 ของการตั้งครรภ์ เป็นช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องการโปรตีนในการบำรุงร่างกาย ทั้งเพื่อตัวคุณแม่เองและเด็กน้อยในครรภ์ ควรเลือกโปรตีนที่ย่อยง่ายและไขมันต่ำ เช่น เนื้อไก่และเนื้อปลา และไม่ควรทานอาหารมื้อละมากๆ แต่ให้เปลี่ยนเป็นมื้อละน้อยๆ แต่บ่อยแทนจะดีกว่า ซึ่งวิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดกรดไหลย้อนได้ด้วย

  • ไม่ควรรับประทานอาหารก่อนนอน

เพราะจะยิ่งเพิ่มโอกาสเป็นโรคกรดไหลย้อนได้ง่ายมากขึ้น เพราะน้ำย่อยในกระเพาะยังทำงานอยู่ และน้ำย่อยมีฤทธิ์เป็นกรดจะเข้าไปกัดเนื้อเยื่อของหลอดอาหารจนทำให้แสบร้อนและปวดแน่นที่หน้าอกได้ ทางที่ดีคือควรทานอาหารมื้อสุดท้ายก่อนเข้านอนไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง และเป็นที่ว่ามาทำไมจึงไม่ควรนอนหลังทานอาหารเสร็จใหม่ๆ ด้วย

jumboslot

  • สามารถใช้ยารักษาได้

แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจจากแพทย์ ซึ่งส่วนใหญ่ยาที่ได้รับสำหรับแก้โรคกรดไหลย้อนจะเป็นยาน้ำป้องกันกรดไหลย้อน ซึ่งจะตรงเข้าไปช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ลดโอกาสการเกิดกรดไหลย้อน ซึ่งการรับประทานยานี้ปลอดภัยทั้งกับคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ เพราะไม่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย จึงไม่มีผลกระทบกับการเจริญเติบโตของลูกน้อย

  • หลีกเลี่ยงอาหารบางประเภท

เช่น อาหารหมักดอง อาหารรสเผ็ดหรือเปรี้ยวจัด รวมทั้งคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ด้วย เพราะเป็นอาหารที่กระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อนได้ง่าย

  • พยายามไม่เครียด
    เพราะความเครียดก็สามารถทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้ เพราะเมื่อไหร่ที่มีความเครียด ร่างกายจะกระตุ้นให้น้ำย่อยในกระเพาะหลั่งออกมามากขึ้นนั่นเองกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์เกิดจากอะไร
    คนท้องเป็นกรดไหลย้อน เพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหลอดอาหารคลายตัวผิดปกติ ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง กล้ามเนื้อหูรูดบริเวณปลายหลอดอาหารที่อยู่ติดกับกระเพาะคลายตัวบ่อยกว่าปกติ

คนท้องเป็นกรดไหลย้อน เพราะทารกโตขึ้นจนมดลูกขยายใหญ่เบียดกระเพาะอาหารให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น เมื่อรับประทานอาหารมาก ๆ หรือเอนตัวลงนอนหลังรับประทานอาหารเสร็จไม่นาน น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดจึงไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร ทำให้รู้สึกเจ็บและแสบร้อนบริเวณหน้าอกตามมา

slot

ทานอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ ควรแบ่งมื้ออาหารให้ถี่ขึ้นและลดปริมาณการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อให้น้อยลง รวมทั้งเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน

ไม่นอนหลังจากเพิ่งทานอาหารเสร็จ ควรนั่ง ยืน หรือลุกเดินอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหารแล้วค่อยเอนตัวนอน

หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำระหว่างทานอาหาร ควรเปลี่ยนมาดื่มน้ำหลังรับประทานอาหารเสร็จและในช่วงระหว่างมื้ออาหารแต่ละมื้อแทน

หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการกรดไหลย้อน เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว อาหารรสจัด อาหารไขมันสูง อาหารที่มีกรดเป็นส่วนประกอบ น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เป็นต้น

รับประทานโยเกิร์ต หรือดื่มนมเมื่อเกิดอาการ เนื่องจากเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนจากกรดไหลย้อนได้

ใช้หมอนหนุน บริเวณลำตัวส่วนบน ระหว่างนอนหลับ เพื่อให้หลอดอาหารอยู่สูงกว่ากระเพาะอาหาร ป้องกันกรดไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหาร และควรนอนตะแคงซ้าย เพราะการนอนตะแคงขวาจะทำให้ตำแหน่งของกระเพาะอยู่เหนือหลอดอาหาร

สวมใส่เสื้อผ้าที่สบายตัว เพราะการสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไปอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้เช่นกัน

ควบคุมน้ำหนัก การรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดกรดไหลย้อนในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ได้

ใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นยาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป มีฤทธิ์ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยให้มีกรดเกินไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหารน้อยลง แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ยาด้วย เพื่อความปลอดภัยต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ค่ะ

ไม่เครียดเพราะความเครียดก็สามารถทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้ เพราะเมื่อไหร่ที่มีความเครียด ร่างกายจะกระตุ้นให้น้ำย่อยในกระเพาะหลั่งออกมามากขึ้น

« Older posts