slotxo

ผงกะหรี่เครื่องเทศสีเหลืองที่มีกลิ่นหอมที่เราได้ลิ้มลองกันจากหลากหลายเมนู โดยที่ไม่เคยรู้ว่านี่แหละของดีใกล้ตัว !
ยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่ซ่อนประโยชน์เอาไว้ในตัวเองโดยที่เราเองก็คาดไม่ถึง อย่างผงกะหรี่นี่ก็เช่นกันค่ะ ที่นอกจากจะเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายคนแล้ว เครื่องเทศสีเหลืองหอม ๆ ที่เราใช้เป็นส่วนประกอบของหลากหลายเมนูนั้นยังเปี่ยมไปด้วยสรรพคุณหลากหลายจนต้องยกให้เป็นเมนูดีใกล้ตัว และวันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักผงกะหรี่ให้มากขึ้น
ผงกะหรี่ ทำมาจากอะไร
ผงกะหรี่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย เพราะคำว่า กะหรี่ (KARI หรือ KARHI) เป็นภาษาทมิฬของชาวอินเดียใต้ ซึ่งมีความหมายว่าน้ำแกง โดยส่วนประกอบหลัก ๆ ของผงกะหรี่ก็ทำมาจากลูกซัด เมล็ดยี่หร่า ลูกผักชี และผงขมิ้น ทว่าในแต่ละประเทศก็มีการปรุงแต่งผงกะหรี่ให้เข้ากับวุตถุดิบที่แต่ละประเทศมี ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะปรุงแต่งรสชาติ กลิ่น และสีเพิ่มเติม แต่ส่วนมากแล้ววัตถุดิบที่ใช้ทำผงกะหรี่ก็จะเป็นเครื่องเทศและสมุนไพร เช่น เปลือกพริกเผ็ด เปลือกพริกแดง พริกหยวก พริกไทยดำ พริกขี้หนู กระเทียม ลูกกระวานเทศ กานพลู อบเชยเทศ อบเชยจีน ลูกจันทน์เทศ ดอกจันทน์เทศ โป๊ยกั๊ก ขิง กระเทียม ใบไทม์ ใบกะหรี่ เมล็ดมัสตาร์ด เมล็ดป๊อปปี้ ดอกอบเชย เมล็ดขึ้นฉ่าย เมล็ดเทียนสัตตบุษย์ และเมล็ดผักชีลาว เป็นต้น
เอาล่ะ ! คราวนี้เรามาดูกันว่า ผงกะหรี่มีสรรพคุณอะไรซ่อนเร้นอยู่บ้าง
ประโยชน์ของผงกะหรี่

  1. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
    ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโคโลราโดเผยว่า ขมิ้นที่เป็นส่วนประกอบหลักในผงกะหรี่มีสรรพคุณลดความเสี่ยงโรคเบาหวานได้ โดยอ้างจากผลการทดลองเมื่อปี 2011 ซึ่งถูกตีพิมพ์ในวารสาร Food and Chemical Toxicology ที่พบว่า สารประกอบอย่างเคอร์คิวมินในขมิ้นสามารถคงระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้พุ่งสูงขึ้นได้ อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับอินซูลินในหนูทดลองที่กินอาหารไขมันสูงได้ด้วย ทั้งนี้นักวิจัยยังบอกอีกด้วยนะคะว่า เคอร์คิวมินมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับยารักษาโรคเบาหวานเลยทีเดียว
  2. กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
    เครื่องเทศชนิดต่าง ๆ ที่ผสมอยู่ในผงกะหรี่มีทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายเรา โดยเฉพาะขมิ้นที่มีรายงานจากวารสาร Nutritional Biochemistry ว่ามีปริมาณวิตามินดีมากพอที่จะช่วยให้ร่างกายจับโปรตีนจากอาหารที่กินเข้าไปได้ดีขึ้น เสริมความแข็งแรงให้กับระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และยังช่วยร่างกายต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่ก่อเชื้อวัณโรคได้อีกด้วย
  3. ป้องกันการอักเสบxoslot
    ศาสตราจารย์เอเดรียน กอมบาร์ท ผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยออริกอนเผยว่า สารเคอร์คิวมินในขมิ้นมีสรรพคุณต่อต้านการอักเสบ โดยเฉพาะการอักเสบในช่องท้องและลำไส้ อีกทั้งเคอร์คิวมินยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระได้ด้วยล่ะ
  4. ช่วยลดคอเลสเตอรอล
    เครื่องเทศอย่างลูกซัดก็มีสรรพคุณที่ไม่ธรรมดา โดยผลการศึกษาเมื่อปี 2011 ที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Experimental Pathology พบว่า เมื่อให้หนูทดลองกินอาหารที่มีลูกซัดประกอบอยู่ประมาณ 12% จะพบว่าระดับคอเลสเตอรอลในหนูทดลองลดลงราว ๆ 42% อีกทั้งปริมาณคอเลสเตอรอลในถุงน้ำดียังลดได้ถึง 75% และไขมันในตับยังลดลงได้ถึง 22% เลยทีเดียวค่ะ แต่ผลการวิจัยนี้ก็ยังต้องศึกษาในคนอีกต่อไปนะคะ
  5. ป้องกันโรคอัลไซเมอร์
    ผงกะหรี่จัดเป็นเครื่องเทศที่มีสรรพคุณช่วยต่อสู้กับอาการอักเสบ โดยมีการศึกษาในสัตว์พบว่า ส่วนผสมอย่างขมิ้นในผงกะหรี่ สามารถช่วยขจัดโปรตีนที่มีชื่อว่าเบต้าอะมีลอยด์ (Beta-Amyloid) อันเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ได้
  6. ช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็งเครดิตฟรี
    ผลการศึกษาใน Korean Journal of Urology เผยว่า หากเรารับประทานเครื่องเทศอย่างผงกะหรี่ได้ทุกวัน จะช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วยล่ะค่ะ เพราะสารเคอร์คิวมินมีความสามารถในการต่อสู้และป้องกันมะเร็ง โดยจะไปรบกวนการพัฒนาของเซลล์มะเร็ง รวมทั้งยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งไปพร้อม ๆ กัน นอกจากนี้สมาคมมะเร็งแห่งประเทศสหรัฐอเมริกายังพบอีกว่า เจ้าสารเคอร์คิวมินยังมีฤทธิ์ปราบเซลล์มะเร็งร้าย ทำให้เนื้องอกหดตัว และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเคมีบำบัดได้อีกต่างหาก
  7. ดีท็อกซ์ร่างกาย
    คราวนี้เป็นคิวของลูกผักชีในผงกะหรี่กันบ้าง โดยมหาวิทยาลัยแคนซัสได้เผยผลการศึกษามาว่า ลูกผักชีมีสรรพคุณขจัดโลหะหนักที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย เช่น สารตะกั่วและสารปรอท ซึ่งเป็นสารที่มีผลต่อการลดระดับฮอร์โมนเพศชาย และลดจำนวนสเปิร์ม อีกทั้งการกำจัดสารตะกั่วออกไปจากร่างกายยังจะช่วยลดภาวะเครียดที่เกิดจากออกซิเดชั่น (oxidative stress ) หรือภาวะที่อนุมูลอิสระเข้าไปทำลายระบบต่าง ๆ ภายในเซลล์ร่างกาย หรืออาจทำลายลึกไปในระดับดีเอ็นเอ ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคเสื่อมเรื้อรังชนิดต่าง ๆ ได้สล็อต xo