ฟูโคแซนทินเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (carotenoids) ที่พบได้มากกว่า 10% ของสารกลุ่ม carotenoids ทั้งหมดที่ถูกสร้างขึ้นในธรรมชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิ่งแวดล้อมทางทะเล ฟูโคแซนทินเป็นสารที่มีสีส้ม (orange-colored pigment) คล้ายกับสารจำพวก chlorophylls a, chlorophylls c และ β-carotene ซึ่งฟูโคแซนทินจะสามารถดูดซับแสงเป็นหลักในส่วนสีเขียวอมฟ้าถึงสีเหลือง และเขียวของสเปกตรัมที่มองเห็นได้โดยมีจุดสูงสุดที่ประมาณ 510-525 นาโนเมตร

เครดิตฟรี

โดยการประมาณต่างๆ และดูดซับอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 450 ถึง 540 นาโนเมตร และมีสูตรทางเคมี คือ C 42 H 58 O 6 ส่วนโครงสร้างของฟูโคแซนทินจะมีหมู่ functional อยู่ที่ terminal ring ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ไม่เหมือนใครและมีทั้งพันธะอีพอกไซด์และหมู่ไฮดรอกซิลพร้อมด้วยพันธะอัลเลนิก (พันธะคู่คาร์บอน – คาร์บอน) และหมู่คาร์บอนิลคอนจูเกต (พันธะคู่คาร์บอน – ออกซิเจน) ในสายโซ่โพลีอีน ซึ่งคุณสมบัติทั้งหมดนี้ทำให้ฟูโคแซนทินมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง โดยฟูโคแซนทินถูกแยกออกมาจากสาหร่ายสีน้ำตาลครั้งแรกโดย Willstatter and Page ในปี 1914

สำหรับประเภทของฟูโคแซนทินนั้นมีเพียงประเภทเดียวแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงสารในการงานการดูดซึมของฟูโคแซนทินโดยฟูโคแซนทินจะเปลี่ยนเป็น ฟูโคแซนทินนอลในระบบทางเดินอาหารและลำไส้ และจะถูกเปลี่ยนเป็น amarouciaxantrin เป็นต้น

แหล่งที่พบและแหล่งที่มา

ฟูโคแซนทินสามารถพบได้ในสาหร่ายทะเล โดยเฉพาะสาหร่ายสีน้ำตาล(BROWN ALGAE) เช่น Undaria (สาหร่ายวากาเมะ) และ Laminaria (สาหร่ายคอมบู) เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่า สาหร่ายไดอะตอมหรือแพลงตอนไดอะตอม ซึ่งเป็นสาหร่ายเซลล์เดียว หรือแพลงตอนพืชชนิดหนึ่ง (Bacillariophyta) ยังเป็นแหล่งของฟูโคแซนทินอีกด้วยและโดยทั่วไปไดอะตอมมีฟูโคแซนทิน มากกว่าสาหร่ายทะเล ถึง 4 เท่า จึงทำให้ไดอะตอมเป็นแหล่งที่มีประสิทธิภาพสำหรับฟูโคแซนทินในระดับอุตสาหกรรม

สล็อต

ปริมาณที่ควรได้รับ

สำหรับในปัจจุบันฟูโคแซนทินยังไม่ถูกจัดเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายมีความต้องการและมีความจำเป็นต้องได้รับเหมือนกับสารอาหารหลักอื่นๆ ดังนั้นจึงยังไม่มีการกำหนดเกณฑ์หรือขนาดการบริโภค โดยในปัจจุบันนั้น การใช้การใช้สารฟูโคแซนทินจะเป็นการสกัดเพื่อนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมฟูโคแซนทินเพื่อสุขภาพเสียมากกว่า นอกจากนี้ยังได้เริ่มมีการศึกษาวิจัยและพัฒนานำฟูโคแซนทินมาประยุกต์ใช้ทำยาในการป้องกันและรักษาโรคตามฤทธิ์การชีวภาพของมัน

ประโยชน์และโทษ

จากข้อมูลการศึกษามากมายแสดงให้เห็นว่า ฟูโคแซนทินมีฤทธิ์ทางชีวภาพหลายประการได้แก่ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidant), ฤทธิ์ต้านการอักเสบ (anti-inflammatory), ฤทธิ์ต้านมะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม (anticancer), ฤทธิ์ป้องกันโรคอ้วน (anti-obecity), ฤทธิ์ต้านเบาหวาน (anti-diabetic), ฤทธิ์ต้านมาลาเรีย (antimalarial), ฤทธิ์ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง (cardiovascular and cerebrovascular protective effect) และฤทธิ์ป้องกันตับจากสารพิษ (hepatoprotective effect) เป็นต้น

สล็อตออนไลน์

โดยในฤทธิ์การต้านมะเร็งนั้นฟูโคแซนทินจะทำให้เกิดการจับกุมวงจรเซลล์ G1และการตายของเซลล์ในเซลล์มะเร็งต่างๆ และการเติบโตของเนื้องอกได้ และนอกจากผลในการยับยั้งเซลล์มะเร็งแล้ว ในการทดลองในหนูทดลอง ยังพบว่าฟูโคแซนทินยังมีส่วนช่วยเพิ่มจำนวน ของ docosahexaenoic acid (DHA) และ arachidonic acid (AA) ในตับของหนูทดลองได้ ซึ่งกรดไขมันทั้งสอง ชนิดนี้มีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ และโคเลสเตอรอลในเลือด ต้านการอักเสบ และมีผลในการต้านเซลล์มะเร็งได้เช่นกัน พบว่าฟูโคแซนทินที่สกัดได้จาก Sargassum siliquastrum ยังมีความสามารถในการป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายด้วย UV-B ได้ถึง 81.47% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฟูโคแซนทินนั้นสามารถใช้เพื่อเป็นสารป้องกันการเกิด oxidative stress ที่ถูกกระตุ้นด้วยรังสี UV-B และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางได้

สำหรับข้อมูลต้านความปลอดภัยของฟูโคแซนทินพบว่า เมื่อให้ฟูโคแซนทิน (95% purity) ทางปากในหนู rats เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าฟูโคแซนทินไม่ทำให้เกิดความเป็นพิษในหนู rats นอกจากนี้ ฟูโคแซนทินอล ซึ่งเป็นสาร metabolites ก็ไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่มีความสำคัญอีกด้วย

การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้อง

มีผลการศึกษากระบวนการดูดซึมและการเปลี่ยนแปลงของฟูโคแซนทินในร่างกายโดย มีการศึกษาใน in vivo โดยทำการทดลองในหนู mice พบว่า fucoxanthin จะถูก hydrolyzed อย่างรวดเร็วไปเป็น fucoxanthinol ในระบบทางเดินอาหารและลำไส้เล็ก ภายใน 2 ชั่วโมง หลังการรับประทาน และบางส่วนจะยังคงอยู่ในรูปที่ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งสามารถตรวจพบได้ในพลาสมาและในตับจากนั้น fucoxanthinol จะถูกเปลี่ยนเป็น amarouciaxanthin A และจะถูกดูดซึมไปยังระบบต่างๆ ของร่างกายของหนู mice ซึ่งสามารถตรวจพบได้ใน liver microsomes microsomes ของหนู mice ส่วนการศึกษาวิจัยฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระพบว่า สารฟูโคแซนทินที่พบในสาหร่ายสีน้ำตาลนี้มีความสามารถในการต้านอนุมูล อิสระได้สูงกว่าวิตามินอี ถึง 13.5 เท่า และผลจากการวิเคราะห์ความสามารถในการต้านอนุมูล superoxide ด้วย การใช้ electron spin resonance (ESR) พบว่าสารฟูโคแซนทินมีความสัมพันธ์กับความสามารถในการออกฤทธิ์ เช่น เดียวกับสารโพลีฟีนอล โดยมีการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูล DPPH, peroxy และ ABTS ของสารสกัดเมทานอลจากสาหร่าย 5 ชนิด

jumboslot

ผลการศึกษาพบว่า Sargassum honeri และ Cystoseira hakodatensis มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้ดีที่สุดโดยมีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับปริมาณโพลีฟีนอล และฟูโคแซนทินที่พบได้สูงในสำรสกัดของสาหร่ายทั้งสองชนิดนี้ และยังมีผลการศึกษาวิจัยฤทธิ์ต้านมะเร็งของฟูโคแซนทินซึ่งระบุว่า จากการศึกษาฟูโคแซนทิน(fucoxanthin) และ นีโอแซนทิน (neoxanthin) ต่อการรอดชีวิตของเซลล์มะเร็ง human colorectal carcinoma Caco-2, human colorectal adenocarcinoma HCT116, mouse melanoma B16, human normal embryonic lung fibroblast MRC-5 และ human male umbilical cord fibroblast HUC-Fm พบว่าฟูโคแซนทิน และ นีโอแซนทิน ออกฤทธิ์ต่อเซลล์ที่ใช้ศึกษาเหมือนๆ กัน

โดยสารทั้งสองชนิด มีประสิทธิภาพในการลดการรอด ชีวิตของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักชนิด HCT116 มากกว่าเซลล์มะเร็งชนิดอื่นๆ และเซลล์ปกติ (normal cell) ส่วนอีกงานวิจัยหนึ่งพบว่าฟูโคแซนทินสามารถยับยั้งการเพิ่ม จำนวนของ human colon cancer cell lines ชนิด WiDr และ HCT116 cells โดยเหนี่ยวนำให้เกิดการ ยับยั้งการดำเนินของวัฎจักรของเซลล์ในระยะ G0/G1 ผ่านทางการเพิ่มการแสดงออกของ cyclindependent kinase inhibitory protein p21WAF1/Cip1 และ retinoblastoma protein (pRB) ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกลไกการช่วยลดความอ้วนของฟูโคแซนทินระบุว่า กลไกในการเกิดฤทธิ์ในการลดความอ้วนนั้นเกิดจากการที่ฟูโคแซนทินกระตุ้นให้มีการสร้าง uncoupled protein-1 (UCP-1) ในเซลล์ไขมันสีขาว (White adipose tissue) ซึ่งปกติ UCP-1 นั้นจะมีหน้าที่ในการสลายไขมันเพื่อทำให้เกิดความร้อนในร่างกาย 3 โดยจะสามารถพบ UCP-1 ได้มากในเซลล์ไขมันสีน้ำตาล (brown adipose tissue) ซึ่งมีจำนวนน้อยในร่างกายคน โดย UCP-1 พบได้น้อยในเซลล์ไขมันสีขาวซึ่งพบเป็นส่วนมากในร่างกายมนุษย์ 4 ดังนั้นการเพิ่ม UCP-1 จึงทำให้มีร่างกายมีการสลายไขมันมากขึ้น

slot

โดยได้ทำการศึกษาในหนูทดลองโดยในให้หนูทดลองกินอาหารที่มีไขมันสูงแล้วแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่ได้รับฟูโคแซนทินและกลุ่มที่ไม่ได้รับฟูโคแซนทินโดยติดตามน้ำหนักของหนูทดลองเป็นเวลา 5 สัปดาห์ พบว่าในกลุ่มหนูที่ได้รับฟูโคแซนทินมีน้ำหนักขึ้นน้อยกว่ากลุ่มหนูที่ไม่ได้รับฟูโคแซนทิน และพบว่ากลุ่มที่ได้รับฟูโคแซนทินมีน้ำหนักที่ใกล้เคียงกับหนูที่เป็นกลุ่มควบคุมที่ได้รับอาหารในแบบปกติอีกด้วย

ข้อแนะนำและข้อควรปฏิบัติ

ถึงแม้ว่าในการศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลอง หรือการศึกษาวิจัยทางคลินิก จะระบุถึงประโยชน์และสรรพคุณของฟูโคแซนทินมากมายสักเพียงใด แต่สำหรับในการใช้จริงก็ยังไม่มีข้อกำหนด ขนาด ปริมาณในการใช้ที่ปลอดภัยอย่างชัดเจน ดังนั้นในการใช้ฟูโคแซนทินในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชียวชาญก่อนนำมาใช้เสมอ