cathedraledetunis

Tag: สมุนไพรธรรมชาติ

ประโยชน์ของต้นผักหนาม

สมุนไพรผักหนาม มีชื่อเรียกอื่นว่า กะลี (มลายู, จังหวัดนราธิวาส), บอนหนาม (ไทลื้อ, ขมุ), ผะตู่โปล่ เฮาะตู่ลุก (กะเหรี่ยงจังหวัดเชียงใหม่), ด่อแกงเล่อ (ปะหล่อง), บ่อนยิ้ม (เมี่ยน), บ่ะหนาม (ลั้วะ), หลั่นฉื่อโก จุยหลักเท้า (จีนแต้จิ๋ว) ฯลฯ1,5,9

เครดิตฟรี
รูปแบบของผักหนาม
ต้นผักหนาม จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุก แก่นับเป็นเวลาหลายปี ลำต้นมีลักษณะเป็นเหง้าแข็งอยู่ใต้ดินทอดเลื้อย ทอดขนานกับพื้นดิน ตั้งชันแล้วก็โค้งลงบางส่วน ยกยอดขึ้น ลำต้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 4-5 ซม. รวมทั้งยาวได้ราวๆ 75 ซม. ตามลำต้นมีหนามแหลม แพร่พันธุ์ด้วยแนวทางเพาะเม็ด มีเขตผู้กระทำระจายประเภทในประเทศอินเดีย ทางตอนใต้ของเมืองจีน เอเซียอาคเนย์ถึงอินโดนีเซีย ในประเทศเจอได้ตามแหล่งธรรมชาติทั่วทุกภาค ถูกใจดินร่วนซุย ความชุ่มชื้นมากมาย รวมทั้งแสงอาทิตย์แบบเต็มวัน มักขึ้นในที่เฉอะแฉะมีน้ำขัง ตัวอย่างเช่น ตามชายน้ำ ขอบคู ลำคลอง หนอง บ่อน้ำ ตามร่องน้ำในสวน หรือรอบๆดินโคลนที่มีน้ำขัง
ภาพผักหนาม
ต้นผักหนาม
เหง้าผักหนาม
ใบผักหนาม ใบเป็นใบคนเดียว ออกเรียงสลับ รูปแบบของใบเป็นรูปลูกศรหรือรูปโล่ ปลายใบแหลม ขอบของใบเรียบแล้วก็หยักเว้าลึกเป็น 9 พู รอยเว้ามักลึกแทบถึงเส้นกึ่งกลางใบ ใบมีขนาดกว้างมากยิ่งกว่า 25 ซม. รวมทั้งยาวโดยประมาณ 30-40 ซม. มีหนามแหลมตามเส้นใบข้างล่างรวมทั้งตามก้านใบ ใบอ่อนม้วนเป็นแท่งกลม ก้านใบมีลักษณะเป็นทรงกระบอกยาวแล้วก็แข็ง โดยมีความยาวราว 40-120 ซม.
ใบผักหนาม
กะลี
ดอกผักหนาม มีดอกเป็นช่อเชิงลด ลักษณะเป็นทรงกระบอก เป็นแท่งยาวขนานพอๆกับใบ โดยประมาณ 4 ซม. แทงออกมาจากกาบใบ ก้านช่อดอกมีหนามและก็ยาวได้ถึง 75 ซม. มีดอกย่อยอัดกันแน่นเป็นดอกแบบบริบูรณ์เพศ ใบประดับประดาเป็นกาบสีน้ำตาลปนเขียวถึงสีม่วง กาบห่อม้วนบิดเป็นเกลียวตามความยาวของกาบ มีความยาวได้ถึง 55 ซม. ดอกเป็นช่อดอกแบบแท่ง Spadix ช่อดอกเป็นสีน้ำตาล ดอกเพศผู้จะมีจำนวนไม่น้อยและก็อยู่ตอนบน ส่วนดอกเพศภรรยาจะมีปริมาณน้อยกว่ารวมทั้งอยู่ตอนล่าง จะมีดอกในตอนโดยประมาณพฤษภาคมถึงมิถานายน
รูปผักหนาม

สล็อต
ดอกผักหนาม
ผลผักหนาม ผลมีลักษณะเรียงชิดกันแน่นเป็นแท่งทรงกระบอก ได้ผลสำเร็จสด ครึ้ม และก็เหนียว ผลอ่อนเป็นสีเขียวมีเนื้อนุ่ม เมื่อแก่แล้วจะกลายเป็นสีเหลืองปนแดง จะสำเร็จในตอนโดยประมาณมิถานายนถึงสิงหาคม
ผลผักหนาม
รูปผลผักหนาม
คุณประโยชน์ของผักหนาม
ตำราเรียนยาไทยจะใช้อีกทั้งต้นเป็นยาแก้เยี่ยวทุพพลภาพ ส่วนในประเทศอินเดียจะใช้ทั้งยังต้นเป็นยาพาราท้อง ปวดตามข้อรวมทั้งโรคไม่ดีเหมือนปกติเกี่ยวกับไส้ ใช้น้ำคั้นจากต้นเป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร รวมทั้งใช้ลำต้นแล้วก็ผลเป็นยาแก้อาการเปลี่ยนไปจากปกติเกี่ยวกับคอ
ชาวไทใหญ่จะใช้อีกทั้งต้นรวมกับไม้เปาและก็ไม้จะลาย นำไปต้มอาบแล้วก็ดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง แก้ลักษณะของการปวดเมื่อยล้า
ลำต้นผักหนาม มีรสเผ็ดชา ใช้เป็นยาแก้ไอ แก้หิวน้ำ ขับเสลด ขับเยี่ยว แก้ฉี่เหลืองหรือแดง ผิวหนังเปื่อยยุ่ยเป็นหนอง ใช้ต้มเอาน้ำอาบแก้อาการคันเหตุเพราะพิษฝึกหัด เหือด ไข้เกิดผื่น ผ่องใส ดำแดง ทำให้ผื่นหายเร็ว แล้วก็ใช้เป็นยาทำลายพิษ บ้างใช้ลำต้นแห้งทำเป็นยารักษาโรคผิวหนัง
ตำรับยาแก้ผิวหนังเน่าเรื้อรัง เท้าเน่า หรือหัวเน่าเป็นแผลเรื้อรัง ให้ใช้ลำต้นผักหนามนำต้มเอาน้ำล้างหรือบดให้เป็นผุยผงแล้วเอามาทาบริเวณที่เป็น
เหง้าใช้เป็นยาขับเสลด แก้ไอ ใช้ต้มกับน้ำอาบแก้คันเพราะพิษฝึกฝน เหือด สุกปลั่ง ดำแดง และก็โรคผิวหนัง บ้างใช้เหง้าฝนกับน้ำดื่มเป็นยาถ่ายพยาธิ (เหง้า)
รากใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้เจ็บคอ ส่วนอีกข้อมูลเจาะจงให้ใช้รากต้มกับน้ำให้เด็กอ่อนอาบ แก้ลักษณะการเจ็บคอ
รากและก็ใบมีคุณประโยชน์เป็นยาขับเสลด
ใบผักหนามใช้เป็นยาพาราท้อง แก้ไอ ส่วนในศรีลังกาจะใช้ใบเป็นยาพาราท้องแล้วก็ลักษณะของการปวดอื่นๆใช้ก้านใบบดให้เหลวแล้วก็ค่อยนำไปให้โคกเลื่องลือรับประทานทีละน้อยๆเป็นยาแก้อาการแตกต่างจากปกติเกี่ยวกับคอ
ขนาดแล้วก็วิธีการใช้ : การเก็บยาให้เก็บลำต้นในฤดูร้อนแล้วก็ล้างให้สะอาด แล้วก็ค่อยนำไปตากแห้งหรือหั่นเป็นแผ่นตากแห้งเก็บไว้ใช้ (ลักษณะยาที่ดีจะรสเผ็ดชา ต้นที่เก็บควรมีลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอก เปลือกสีน้ำตาลเทา มีข้อเป็นปุ่ม ตะปุ่มตะป่ำมีหนามแข็ง แต่ละข้อห่างกันโดยประมาณ 6-7 ซม. มีรากฝอยม้วนม้วนเข้าไปที่โคนก้านใบ เนื้อในเป็นสีเทาหรือสีชมพู มีแป้งมากมาย และก็มีจุดสีน้ำตาลเล็กๆอยู่ทั่วๆไป) โดยให้ใช้ลำต้นแห้งโดยประมาณ 10-15 ต้มกับน้ำดื่ม ส่วนการใช้ด้านนอกให้นำไปต้มเอาน้ำล้างหรือบดเป็นผุยผงทาบริเวณที่เป็น

สล็อตออนไลน์
ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากผักหนาม
ยอดอ่อน ใบอ่อน และก็ดอกอ่อนผักหนามมีรสจืดชืด (หากนำไปดองจะมีรสเปรี้ยว) สามารถเอามากินเป็นผักได้ โดยเอามาลวกหรือต้มกับน้ำกะทิ หรือใช้ทำผักดองแกล้มแกงไตปลารวมทั้งขนมจีน กินร่วมกับน้ำพริก หรือนำไปผัด ปรุงเป็นแกง อย่างแกงส้ม แกงไตปลา ฯลฯ โดยค่าทางโภชนาการของผักหนามใน 100 กรัม จะประกอบไปด้วย พลังงาน 18 แคลอรี, โปรตีน 2.1 กรัม, ไขมัน 0.2 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 2.0 กรัม, ใยอาหาร 0.8 กรัม, ขี้เถ้า 0.8 กรัม, วิตามินเอ 6,383 หน่วยสากล, วิตามินบี 1 0.92 มก., วิตามินบี 2 0.04 มก., วิตามินบี 3 0.91 มก., วิตามินซี 23 มก., แคลเซียม 14 มก., ธาตุเหล็ก 0.9 มก. และก็ธาตุฟอสฟอรัส 11 มก.
ก้านใบอ่อนใช้ต้มรับประทานกับน้ำพริก
ในประเทศอินเดียจะใช้ผลผักหนามปรุงเป็นของกิน
ลำต้นเอามาสับเป็นชิ้นเล็กๆใช้ผสมในข้าวสาร แล้วก็ค่อยนำไปหุง จะช่วยเพิ่มปริมาณ
ก้านแล้วก็ใบใช้เป็นของกินสำหรับเลี้ยงโคกเลื่องลือ (เอามาตำกับเกลือให้โคกเลื่องลือรับประทาน) ทำให้เจ้าเนื้อบริบูรณ์ เนื่องจากว่าผักหนามมีฮอร์โมนบางจำพวกและก็สารบางตัวที่มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการต้านทานเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งจะช่วยสำหรับเพื่อการเกื้อหนุนระบบภูมิต้านทานโรคได้อีกทางหนึ่ง
นักค้นคว้าจากแผนกเกษตรศาสตร์ ม.อบ. ได้มีการทดสอบนำผักหนาม โดยใช้ส่วนของก้านแก่และก็ใบแก่ (จำนวนร้อยละ 0.5) มาบดผสมลงไปในของกินเลี้ยงไก่ เมื่อเทียบผลกับการใช้อาหารสัตว์ที่มีการผสมยาปฏิชีวนะ ผลของการทดสอบพบว่า ไก่มีน้ำหนักตัวมากขึ้น โดยที่จำนวนของกินที่รับประทาน อัตราการเพิ่มน้ำหนัก แล้วก็อื่นๆไม่มีความแตกต่างกับการใช้ยาปฏิชีวนะ นอกจากทุนด้านค่าของกิน (เมื่อคิดต่อการเพิ่มน้ำหนักตัวไก่แล้ว การใช้ผักหนามมีต้นทุนต่ำยิ่งกว่าการใช้ยาปฏิชีวนะ) แต่ว่าเมื่อเพิ่มปริมาณเป็นปริมาณร้อยละ 1.5 โดยใช้ลำต้นแล้วก็รากผักหนามแทน จะเห็นได้ชัดว่า ผักหนามได้ผลดีมากกว่ายาปฏิชีวนะ เนื่องจากน้ำหนักตัวของไก่มากขึ้นมากยิ่งกว่าไก่ที่เลี้ยงด้วยของกินที่ผสมยาปฏิชีวนะเกือบจะ 20% และก็มีการรับประทานอาหารได้มากกว่า แต่แรกเริ่มทุนค่าของกินก็ยังต่ำยิ่งกว่าการใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งเหมาะสมกับอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่อย่างใหญ่โต
ยอดอ่อนผักหนาม

jumboslot
ผักหนามต้ม
ข้อควรตรึกตรอง : ใบ ก้านใบ รวมทั้งต้นผักหนามมีสารไซยาโนเจนิกไกลโคไซด์ (Cyanogenic. Glycosides) ที่สามารถกลายเป็นไซยาไนด์ (พิษประเภทหนึ่ง) ได้ โดยเป็นพิษที่ออกฤทธิ์ต่อระบบการไหลเวียนของโลหิต เมื่อได้รับพิษหรือกินเข้าไปดิบๆจะก่อให้อ้วก กล้ามดำเนินการไม่ผสานกัน กล้ามเมื่อยล้า กล้ามกระตุก หายใจติดขัด งุนงง ไม่รู้ตัว ชักก่อนที่จะสลบ มีลักษณะขาดออกสิเจน ตัวเขียว หากได้รับมากมายจะก่อให้รุนแรงด้านใน 10-15 นาที แล้วก็เสียชีวิตได้ เมื่อได้รับพิษจำเป็นจะต้องทำให้อ้วกออกมา แล้วรีบนำส่งโรงหมอเพื่อทำความสะอาดโดยการล้างท้อง ด้วยเหตุผลดังกล่าวก่อนเอามากินจำเป็นจะต้องนำไปทำให้สุกหรือดองเปรี้ยวเพื่อกำจัดพิษไซยาไนด์ซะก่อน

slot

สรรพคุณและประโยชน์ของต้นพังแหร

สมุนไพรพังทลายแหร มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า ปอ (จังหวัดเชียงใหม่), พังทลายแหร (แพร่), พังทลายแหรใหญ่ พังทลายเอ็งรใหญ่ ตายไม่ทันชรา (จังหวัดยะลา), ขางปอยป่า ปอแฟน ปอหู ปอแหก ปอแฮก (ภาคเหนือ), ตะคาย (ภาคกึ่งกลาง), ปะดัง (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), กีกะบะซา บาเหลวอางิงิ (มลายู จังหวัดนราธิวาส), พังทลายอีแร้, พังทลายอีแหร, ปอแต๊บ (ไทลื้อ), ด่งมั้ง (ม้ง), กะเทยถ่ายต้า (ขมุ), ไม้เท้า (ลั้วะ)ฯลฯ

เครดิตฟรี
รูปแบบของพังทลายแหร
ต้นพังทลายแหร จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดเล็กถึงขั้นกึ่งกลาง มีความสูงได้ราวๆ 4-12 เมตร เป็นไม้เนื้ออ่อนโตเร็ว เรือนยอดโปร่งเป็นพุ่มไม้แผ่กว้าง กิ่งไม้ออกในแนวขนานกับพื้นดิน ปลายกิ่งทางลง ตามกิ่งอ่อนมีขนงอกปกคลุม เปลือกต้นเป็นสีเขียวอมเทาอ่อนหรือน้ำตาล ผิวบางเรียบหมดจดหรือมีรอยแตกตามทางยาวบางๆแล้วก็มีรูอากาศมากมาย ส่วนเปลือกชั้นในเป็นสีเขียวสด มีเขตผู้กระทำระจายประเภทในแถบเอเซียอาคเนย์ จีน ประเทศญี่ปุ่น โมลัคคาล์ นิวกินี แล้วก็ประเทศเขตร้อนในทวีปแอฟริกา ส่วนในประเทศไทยพบมากขึ้นดังที่โล่งแจ้ง ป่าเบญจพรรณ รวมทั้งตามป่าเขาดงดิบ ที่ระดับความสูง 600-1,500 เมตร
ต้นพังทลายแหร
ต้นพังทลายแหรใหญ่
เปลือกต้นพังทลายแหร
ใบพังทลายแหร ใบเป็นใบคนเดียว ออกเรียงสลับ รูปแบบของใบเป็นรูปไข่ปนรูปใบหอก รูปขอบขนาน หรือรูปไข่ปนรูปหัวใจ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเบี้ยวไม่สมมาตรกัน ส่วนขอบของใบจะแบบเป็นฟันเลื่อยละเอียด ใบมีขนาดกว้างราวๆ 3-5 ซม. แล้วก็ยาวราวๆ 7-12 ซม. ยอดอ่อนมีขนสีเงินขึ้นหนาแน่น ผิวใบสากคาย ส่วนใบแก่ข้างบนมีขนหยาบคายขึ้นเรี่ยราย ส่วนข้างล่างเป็นสีเขียวอมเทาเป็นหย่อมแน่นๆผสมปนเปกับขนสีเงินที่ยาวกว่า เส้นใบออกมาจากฐานใบ 3-5 เส้น ทอด 1/2-3/4 ตามแนวยาวของใบ เส้นใบข้างโค้งมากมาย มี 4-8 คู่ ก้านใบยาวโดยประมาณ 0.4-1.7 ซม. มีร่องรวมทั้งมีขนงอกหนาแน่น มักมีประสีชมพูหรือม่วง มีหูใบเป็นรูปหอก ขนาดราว 2.6 มม. ไม่เชื่อมกัน
ใบพังทลายแหร

สล็อต
ใบพังทลายแหรใหญ่
ดอกพังทลายแหร มีดอกเป็นช่อสั้นๆเป็นกลุ่มตามซอกใบ ดอกย่อยมีขนาดเล็กสีขาวอมเขียว โดยจะมีขนาดราวๆ 0.3 ซม. ดอกเพศผู้รวมทั้งดอกเพศภรรยาจะอยู่บนต้นเดียวกัน แต่ว่าแยกช่อ โดยดอกเพศผู้จะมีปริมาณดอกมากยิ่งกว่า 20 ดอก ส่วนช่อดอกเพศภรรยาจะมีดอกราว 15-20 ดอก ดอกย่อยมีกลีบรวม 5 กลีบ มีขน ดอกเพศผู้ช่อแน่นแล้วก็แตกกิ่งก้านสาขายาวได้ถึง 2.5 ซม. ดอกมักเป็นคู่ มีก้านของช่อด้านล่างโค้งลง ชั้นกลีบเลี้ยงแยกเป็น 4-5 พู ไม่ทับกัน ขนาดโดยประมาณ 1.5 มม. ดอกมีเกสรเพศผู้อยู่ตรงกันข้ามกับพูกลีบเลี้ยง 4-5 อัน ส่วนดอกเพศภรรยาก็คล้ายคลึงกัน แต่ว่าช่อจะโปร่งกว่า มีเกสรเพศเมียแยก 2 กิ่ง รังไข่ไร้ก้านยก
ดอกพังทลายแหร
ดอกพังทลายแหรใหญ่
ผลพังทลายแหร ผลสำเร็จสด มีลักษณะกลมแข็ง มีขนาดกว้างราวๆ 2-4 มม. แล้วก็ยาวราว 3-5 มม. ผลเป็นสีเขียวเข้ม เมื่อสุกแล้วจะกลายเป็นสีดำหรือสีม่วงดำ มีชั้นกลีบเลี้ยงติดที่ฐาน และก็ปลายเกสรเพศเมียติดอยู่กับยอดผล เนื้อข้างในบาง ชั้นห่อเม็ดแข็ง มีเม็ดเพียงแค่ 1 เม็ด ส่วนก้านผลมีความยาวโดยประมาณ 0.3 ซม. จะมีดอกแล้วก็ติดผลในตอนราวมีนาคมถึงส.ค.
ผลพังทลายแหร
ผลพังทลายแหรใหญ่

สล็อตออนไลน์
คุณประโยชน์ของพังทลายแหร
แก่นหรือรากใช้ฝนกับน้ำดื่มเป็นยาเย็น แก้อาการร้อนในอยากดื่มน้ำ (แก่น, ราก)
เปลือกต้นแล้วก็ใบใช้เป็นยาแก้ไข้ไข้จับสั่น ทุเลาลักษณะของการปวดกล้ามรวมทั้งกระดูก (เปลือกต้นแล้วก็ใบ)
ลำต้นรวมทั้งกิ่งใช้เป็นยาชงแก้ไข้ ใช้กลั้วปากแก้ลักษณะของการปวดฟัน (ลำต้นและก็กิ่ง)
แบบเรียนยาไทยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จะใช้เปลือกต้นเอามาบดอมไว้ราวๆ 30 นาที เป็นยาแก้ปากเปื่อยยุ่ย (เปลือกต้น)
ผลแล้วก็ดอกใช้ทำเป็นยาชงสำหรับเด็ก เพื่อรักษาหลอดลมอักเสบ ปวดบวม เยื่อห่อหุ้มปอดอักเสบ (ผลรวมทั้งดอก)
เปลือกต้นใช้เป็นยาแก้บิด ถ่ายพยาธิ (เปลือกต้น)
น้ำสุกจากใบใช้เป็นยาขับพยาธิตัวกลม (ใบ)
ที่ประเทศในทวีปแอฟริกาจะใช้รากพังทลายแหรเป็นยาแก้เยี่ยวเป็นเลือด แก้เลือดไหลที่กระเพาะและก็ไส้ รวมทั้งใช้เป็นยาสมานแผล (ราก)

jumboslot
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของพังทลายแหร
ลำต้นและก็เปลือกรากพังทลายแหร เจอสาร decussatin, decussating glycosides, lupeol, methylswertianin, p -hydroxybenzoic acid, sweroside, scopoletin, (-)-epicatechin ส่วนเปลือกต้นพังทลายแหรเจอสาร simiarenone, simiarenol, episimiarenol, (-)-ampelopsin F, (-)-epicatechin, (+)-catechin, (+)-syringaresinol, N-(trans-p-coumaroyl) tyramine, N-(trans-p-coumaroyl) octopamin, trans-4-hydroxycinnamic acid, สารสามเทอร์ปีนป่าย trematol
จากการเล่าเรียนทางพิษวิทยาพบว่า แพะที่รับประทานยอดแล้วก็ใบสดของพังทลายแหร จะตายจากอาการกำเนิดพิษต่อตับ1 ขึ้นรถพิษที่ออกฤทธิ์เป็นสาร Trematoxin glycocides (บางทีอาจเป็นพวก cyanogenetic) ซึ่งมีความเป็นพิษต่อตับ ส่วนใหญ่สัตว์รับประทานแล้วจะตาย ส่วนสัตว์ที่ฟื้นบางทีอาจไม่เป็นผลผลิตไปนานนับเป็นเวลาหลายเดือน โดยมีความเป็นพิษต่อแพะสูง รองลงมาเป็น แกะ วัว แล้วก็ม้า ลักษณะการป่วยที่แสดงเป็นสัตว์จะอดอาหาร สั่นเทิ้ม กระตุก ตื่นเต้น ไส้อักเสบ ไม่มีสติ และก็ตาย (ได้โอกาสน้อยมากที่แพะจะรับประทานพืชจำพวกนี้เองตามธรรมชาติ ด้วยเหตุว่าต้นพังทลายแหรจะมีความสูงทำให้แพะรับประทานไม่ถึง เมื่อมีเกษตรกรนำใบพังทลายแหรมาเลี้ยงสัตว์ ในระยะต้นจะพบว่าแพะสามารถกินได้อย่างดีเยี่ยม ก็เลยเอามาให้แพะรับประทานบ่อยๆหรือเพิ่มปริมาณมากยิ่งขึ้น ตราบจนกระทั่งเกินกว่าร่างกายของแพะจะขับพิษออก พิษที่สะสมอยู่ก็เลยทำร้ายต่อตับและก็ออกอาการเจ็บป่วยจนกระทั่งตายสุดท้าย ด้วยเหตุนั้นควรจะเลี่ยงการนำใบพังทลายแหรมาใช้เลี้ยงแพะจะไม่มีอันตรายที่สุด หากว่าแพะจะถูกใจรับประทานก็ตาม)
คุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากพังทลายแหร
เปลือกต้นเอามาลอกออกใช้สำหรับทำเชือกผูกข้าวของ
ใบใช้เป็นของกินเลี้ยงปลา
ผลสุกใช้เป็นของกินของนก
ไม้พังทลายแหรเป็นไม้เนื้ออ่อน ไม่แข็งแรง ปลวกถูกใจรับประทาน แม้กระนั้นสามารถประยุกต์ใช้ในการก่อสร้างชั่วครั้งชั่วคราวหรือใช้ก่อสร้างโรงเรือนขนาดเล็กที่ไม่ต้องการที่จะอยากความแข็งแรงมากเท่าไรนักได้รวมทั้งเครื่องหัตถกรรม ของใช้ รวมทั้งเครื่องใช้ไม้สอยทางการเกษตร
ใช้ปลูกเป็นไม้เบิกนำได้ดิบได้ดี เนื่องจากโตเร็ว เหมาะกับปลูกฟื้นคืนภาวะป่าในที่เปียกชื้น3 ส่วนที่แอฟริกาจะเอาไปใช้ผลดีสำหรับการปลูกป่ารวมทั้งปลูกเป็นร่มเงาสำหรับต้นกาแฟ

slot

สรรพคุณและประโยชน์ของต้นพิษนาศน์

พิษที่นาศน์
พิษทุ่งนาศน์ ชื่อวิทยาศาสตร์ Sophora exigua Craib จัดอยู่ในสกุลถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) รวมทั้งอยู่ในสกุลย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)1,2
สมุนไพรพิษที่นาศน์ มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า ถั่วดินโคก (เลย), แผ่นดินเย็น (จังหวัดอุบลราชธานี), นมราชสีห์ พิษทุ่งนาท (ฉะเชิงเทรา), นมฤาษี ฯลฯ

เครดิตฟรี
รูปแบบของพิษที่นาศน์
ต้นพิษท้องนาศน์ จัดเป็นพรรณไม้พุ่มไม้ขนาดเล็ก ลำต้นสั้นมากมาย มีความสูงได้เพียงแต่ 15-30 ซม.
ใบพิษท้องนาศน์ ใบเป็นใบประกอบแบบขน ออกเรียงสลับ แนบไปกับพื้นดินเป็นแถวรัศมี ใบย่อยมี 9-13 ใบ รูปแบบของใบเป็นรูปวงรี รูปไข่ หรือรูปขอบขนานปนรูปวงรี ปลายใบเป็นรูปไข่กลับ ใบย่อยมีขนาดกว้างราวๆ 1.5-3 ซม. รวมทั้งยาวราว 2-5 ซม. ผิวใบมีขนละเอียดสีขาวขึ้นปกคลุม
ต้นพิษที่นาศน์
ดอกพิษทุ่งนาศน์ มีดอกเป็นช่อกระจะ โดยจะออกที่ปลายยอด ดอกย่อยมีเยอะมากๆ กลีบเป็นสีม่วงเข้ม มีลักษณะเป็นรูปดอกถั่ว ก้านช่อดอกยาว
ดอกพิษท้องนาศน์
ผลพิษที่นาศน์ ผลมีลักษณะเป็นฝักรูปขอบขนาน มีขนละเอียดสีขาว ข้างในมีเม็ด 1 เม็ด
คุณประโยชน์ของพิษท้องนาศน์
ยาสมุนไพรท้องถิ่นของจังหวัดอุบลราชธานี จะใช้รากพิษที่นาศน์ เอามาฝนกับน้ำเป็นยาช่วยลดไข้ในเด็ก ใช้ต้มกับน้ำเป็นยาบำรุงนมของสตรี (รับประทานมากมายไม่ดี) ใช้ฝนทาแก้พิษงู (จะต้องว่าอาคมด้วย) แล้วก็ใช้ลำต้น ราก เหง้า แล้วก็ใบเอามาฝนทาเป็นยาแก้ฝี
ยาประจำถิ่นอีสานจะใช้รากพิษท้องนาศน์ ฝนกับน้ำทาแก้ฝี
บางข้อมูลกล่าวว่า สมุนไพรจำพวกนี้ประชาชนจะใช้ส่วนของรากเอามาต้มกับน้ำกินเป็นยาขับพิษด้านใน ขับน้ำค้างขังดังที่ต่างๆแก้คางทูม แก้ฟกบวมตามข้อ ตามกล้าม แล้วก็ใช้ส่วนของต้นเป็นยาแก้ไข้เซื่องซึม ช่วยดับพิษรอยแดงที่ทำให้สลบ พูดไม่ถูก

สล็อต
ถิ่นเกิดพิษที่นาศน์
สำหรับบ้านเกิดของพิษทุ่งนาศน์นั้นยังไม่มีข้อมูลการันตีกระจ่างว่ามีบ้านเกิดเมืองนอนเริ่มแรกในรอบๆใดของโลก แต่ว่าในประเทศไทยนั้น สามารถเจอขึ้นทั่วๆไปในภาคเหนือรวมทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รอบๆที่เป็นดินปนทรายในป่าผลัดใบรวมทั้งป่าโปร่งทั่วๆไป รวมทั้งยังมีการประยุกต์ใช้คุณประโยชน์ด้านสมุนไพรตามภูมิปัญญาพื้นเมืองมาตั้งแต่ในอดีตกาลแล้ว
ผลดีรวมทั้งคุณประโยชน์พิษที่นาศน์
สำหรับนำพิษที่นาศน์มาใช้ประโยชน์นั้น โดยมากแล้วจะประยุกต์ใช้เป็นสมุนไพรสำหรับการเยียวยารักษาโรคทั้งยังในแบบใช้เป็นตัวยาคนเดียว แล้วก็ใช้เป็นองค์ประกอบของเครื่องยาในตำรับยาต่างๆโดยมีคุณประโยชน์ดังต่อไปนี้
แบบเรียนยาไทยบอกว่า ราก รสจืดฝาดซ่า ขับน้ำ ขับพิษด้านใน แก้คางทูม แก้ฟกบวมตามข้อ ตามกล้าม ส่วนตำราเรียนยาท้องถิ่นบอกว่า ราก ช่วยลดไข้ในเด็ก บำรุงนม แก้ฝี แก้พิษงู บำรุงนม แล้วก็ใน บัญชียาจากสมุนไพร ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา กำหนดการใช้เหง้าพิษทุ่งนาศน์ เป็นองค์ประกอบ ใน “ตำรับยาเขียวหอม” ซึ่งมีคุณประโยชน์ ทุเลาลักษณะของการมีไข้ ร้อนในหิวน้ำ แก้พิษฝึกหัด พิษอีสุกอีใส (ทุเลาลักษณะของการมีไข้จากฝึกฝน รวมทั้งอีสุกอีใส)
ยิ่งกว่านั้นยังปรากฏการใช้พิษทุ่งนาศน์ ตำรับยาแผนโบราณดังต่อไปนี้
พระตำราชวดารตำรับยาประสรรณี มีคุณประโยชน์ แก้อ้วก มือเท้าเขียว ตำรับยามหาสมไม่ทใหญ่มีคุณประโยชน์ แก้มะเร็งโรคกุฏฐังพระหนังสือธาตุวิภังค์ตำรับยาสมิทธิสวาหะมีคุณประโยชน์แก้หัวใจให้ทุพพลภาพต่างๆตำรับยามหาสมไม่ทใหญ่ มีคุณประโยชน์ แก้ไข้สันนิบาตพระหนังสือปฐมจินดาตำรับยาผายพิษสรรพพิษมีคุณประโยชน์ แก้ปวดมวนท้อง ตำรับยารับประทานแก้พิษหละจับ มีคุณประโยชน์ แก้ลิ้นแข็งกระด้างคางแข็ง แก้พิษหละ ฯลฯ

สล็อตออนไลน์
ลักษณะทั่วไปพิษทุ่งนาศน์
พิษทุ่งนาศน์จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงได้ 15-30 ซม. ลำต้นลักษณะสั้นราวๆ 5-8 ซม. ใบเป็นใบประกอบแบบขน ออกเรียงสลับ แนบกับพื้นดินมีใบย่อย 9-13 ใบ โดยจะเป็นรูปวงรี รูปไข่หรือรูปขอบขนานปนวงรี ปลายใบรูปไข่กลับ กว้าง 1.5-3 ซม. ยาว 2-5 ซม. ผิวใบมีขนละเอียดสีขาวขึ้นปกคลุม ดอกเป็นแบบช่อกระจะ โดยจะออกที่ปลายยอด และก็มีดอกย่อยจำนวนไม่น้อย กลีบดอกไม้เหมือนรูปดอกถั่ว เป็นสีม่วงเข้ม และก็มีก้านช่อดอกยาว ผลออกเป็นฝักรูปขอบขนาน มีขนละเอียดสีขาว ปกคลุมภายในมีเม็ดเดียว
การขยายพันธุ์พิษทุ่งนาศน์
พิษทุ่งนาศน์สามารถแพร่พันธุ์ได้โดยวิธีการใช้เม็ดแม้กระนั้นจะเป็นพืชที่ออกจะโตช้า ซึ่งในธรรมชาติจะอาศัยฝักแก่ที่หลุดร่วงรวมทั้งแตกออกมาทำให้เม็ดภายในตกสู่ดินแล้วจึงเติบโตฯลฯถัดไป แม้กระนั้นดังนี้พวกเราสามารถนำเม็ดของพิษท้องนาศน์มาทำการเพาะปลูกได้ โดยใช้กรรมวิธีการเพาะเม็ดแล้วก็การปลูกเช่นเดียวกันกับการเพาะเม็ดรวมทั้งปลูกพืชเชื้อสายถั่วอื่นๆเป็นต้นว่า ถั่วเหลือง ดังที่ได้พูดถึงมาแล้วในบทความก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
ต้นแบบและก็ขนาดการใช้
ใช้แก้คางทูม , ขับพิษ ขับน้ำ แก้ปวดบวมตามขับ ใช้บำรุงนม โดยนำรากมาต้มกับน้ำกิน ใช้ลดไข้ในเด็กโดยการนำรากมาฝนกับน้ำกิน ใช้แก้ฝีโดยใช้รากมาฝนกับน้ำแล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปทาบริเวณที่เป็น ส่วนสำหรับการใช้พิษทุ่งนาศน์ที่มีในตำรับยาต่างๆตามที่กล่าวมานั้น ให้ใช้ตามขนาดและก็วิธีการใช้ของยาตำรับนั้นๆ
คำแนะนำแล้วก็สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวัง
สำหรับเพื่อการใช้พิษที่นาศน์เป็นสมุนไพรสำหรับเพื่อการรักษาโรคต่างๆนั้นควรรอบคอบสำหรับการใช้เช่นเดียวกันกับการใช้สมุนไพรประเภทอื่น เพราะเหตุว่ายังไม่มีข้อมูลการเรียนรู้ทางพิษวิทยาโดยเหตุนั้น ควรต้องใช้ในจำนวนที่พอดิบพอดี ไม่สมควรใช้ในจำนวนที่มากเหลือเกินหรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานกระทั่งเหลือเกิน ด้วยเหตุว่าบางทีอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ สำหรับ เด็ก สตรีตั้งท้อง คนไข้โรคเรื้อรัง รวมทั้งคนที่จำเป็นต้องกินยาสม่ำเสมอเสมอๆก่อนที่จะใช้พิษท้องนาศน์เป็นสมุนไพรสำหรับการเยียวยาโรค ควรจะหารือหมอก่อนใช้เสมอ

jumboslot
รูปแบบของต้นพิษท้องนาศน์
ต้นพิษท้องนาศน์ เป็นพรรณไม้ทรงพุ่มไม้ขนาดเล็กที่จัดอยู่ในสกุลของถั่ว ไม้ล้มลุก สามารถการขยายพันธุ์โดยการเพาะเม็ดพันธ์ สามารถเติบโตได้ดิบได้ดีในดินที่ร่วนซุยที่มีความอุดมสมบูรณ์ ถูกใจความชุ่มชื้น รูปแบบของต้นพิษทุ่งนาศน์ มีเนื้อหาดังต่อไปนี้
ลำต้นพิษที่นาศน์ ลักษณะลำต้นสั้น แผ่กิ่งบริเวณลำต้น ความสูงโดยประมาณ 1 ฟุต
ใบพิษท้องนาศน์ ใบประกอบแบบขน ออกเรียงสลับกันเป็นคู่ๆในแต่ละก้านจะประกอบไปด้วยใบย่อยทรงรี ใบเรียบ สีเขียวเข้มมีขนสีขาวปกคลุม ขอบของใบเรียบ
ดอกพิษท้องนาศน์ ดอกออกเป็นช่อ เหมือนดอกถั่ว มีกลีบสีม่วงเข้ม ออกดดอกรอบๆปลายยอดแล้วก็ก้านช่อดอกยาว
ผลพิษท้องนาศน์ ลักษณะผลเป็นฝัก มีขนสีขาวปกคลุมอยู่ทั่วฝัก ด้านในฝักมีเม็ดขนาดเล็กหนึ่งเม็ด
คุณประโยชน์ของพิษท้องนาศน์
ในการนำต้นพิษที่นาศน์มาใช้ประโยชน์ด้านการบำรุงร่างกายแล้วก็การดูแลรักษาโรค จะใช้ประโยชน์จาก ราก ลำต้น ใบแล้วก็เหง้า คุณประโยชน์ของพิษที่นาศน์ มีดังนี้
รากพิษที่นาศน์ คุณประโยชน์เป็นยาลดไข้ แก้พิษงู รักษาฝี เป็นยาบำรุงนมสำหรับสตรีข้างหลังคลอดลูก ช่วยขับพิษภายในร่างกาย แก้อาการฟกช้ำดำเขียวบวมตามข้อและก็กล้าม รักษาโรคคางทูม ลดอาการบวมน้ำ แก้เจ็บคอ
เหง้าพิษท้องนาศน์ รวมทั้งใบพิษทุ่งนาศน์ คุณประโยชน์รักษาแผลฝี
ใบพิษที่นาศน์ คุณประโยชน์รักษาแผลฝี
ลำต้นพิษที่นาศน์ คุณประโยชน์รักษาแผลฝี
ต้นพิษที่นาศน์ หรือ ถั่วดินโคก ไม้ล้มลุกเครือญาติถั่ว สมุนไพรคุณประโยชน์เด่นสำหรับสตรีข้างหลังคลอด ช่วยทำนุบำรุงนม ประโยช์จากต้นพิษท้องนาศน์ ลักษณะต้นพิษทุ่งนาศน์ ใบพิษท้องนาศน์ ดอกพิษท้องนาศน์

slot

สรรพคุณและประโยชน์ของต้นติ้วขาว

สมุนไพรติ้วขาว มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า แต้วหิน (จังหวัดลำปาง), ผักเตา เตา (เลย), ติ้วส้ม (จังหวัดนครราชสีมา), กวยโชง (จังหวัดกาญจนบุรี), ตาว (จังหวัดสตูล), ติ้วแดง ติ้วยาง ติ้วเลือด ติ้วเหลือง (ภาคเหนือ), ติ้วเหลือง (ภาคกึ่งกลาง), แต้ว (ภาคใต้), ผักติ้ว ฯลฯ1
หมายเหตุ : ต้นติ้วขาว (ผักติ้ว) จำพวกที่เอ่ยถึงในเนื้อหานี้ (สามารถกินได้) เป็นพรรณไม้คนละประเภทกันกับต้นติ้วขน หรือ ติ้วหนาม (ไม่อาจจะกินเป็นผักได้) ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cratoxylum formosum subsp. pruniflorum (Kurz) Gogelein อ่านเพิ่มอีกพอดีบทความ ติ้วขน

เครดิตฟรี
รูปแบบของติ้วขาว
ต้นติ้วขาว จัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกึ่งกลาง มีความสูงของต้นเฉลี่ยราว 3-12 เมตร รวมทั้งบางทีอาจสูงได้ถึง 35 เมตร เรือนยอดเป็นทรงพุ่มไม้กลม โคนต้นมีหนาม กิ่งไม้เรียว ส่วนกิ่งอ่อนมีขนนุ่มอยู่ทั่วๆไป เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลปนแดง แตกล่อนเป็นสะเก็ด ส่วนเปลือกข้างในเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง ลำต้นมีน้ำยางสีเหลืองผสมแดงไหลซึมออกเมื่อถูกตัดหรือกำเนิดแผล แพร่พันธุ์วิธีการใช้เม็ด ฯลฯไม้ที่ทนแล้งเจริญ เจอได้ทางภาคเหนือ ภาคอีสาน รวมทั้งทางภาคใต้ภาคเหนือ โดยจะขึ้นตามป่าดงดิบแล้ง ป่าโปร่ง ป่าเต็งรัง ป่าตามตีนเขา แล้วก็ตามป่าเบญจพรรณ
คุณประโยชน์ของติ้วขาว
ช่วยบำรุงรักษาเลือด ฟอกเลือด (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
เปลือกต้นเอามาต้มกับน้ำดื่มแก้ธาตุทุพพลภาพ (เปลือกต้น)
ช่วยแก้ประป่าดง (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
ผักติ้วเป็นผักที่มีวิตามินเอสูง ก็เลยมีคุณประโยชน์ช่วยคุ้มครองไม่ให้เด็กเป็นตาบอดตอนกลางคืน และก็โรคตาไก่
ช่วยขับลม (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
รากแล้วก็ใบ ใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ลักษณะของการปวดท้อง (รากและก็ใบ)
ใช้รากผสมกับรากปลาไหลรวมทั้งหัวหญ้าแห้วหมู เอามาต้มกับน้ำกินวันละ 3 ครั้งเป็นยาขับเยี่ยว แก้อาการเยี่ยวขัด (ราก)

สล็อต
แก่นรวมทั้งลำต้น ใช่แช่กับน้ำกิน ช่วยแก้ปะป่าเลือด หรืออาการเลือดไหลออกไม่หยุด (แก่นและก็ลำต้น)
ต้นรวมทั้งยางจากเปลือกต้น ใช้ทาแก้อาการคัน (ยาง)
เปลือกและก็ใบ เอามาตำผสมกับน้ำมันที่สกัดจากมะพร้าว ใช้ทารักษาโรคผิวหนังบางจำพวก (เปลือกรวมทั้งใบ)
น้ำยางจากต้น ใช้ทารักษารอยแตกของส้นตีนได้ (ยาง)
ช่วยแก้ลักษณะของการปวดตามข้อ ปรับแก้ข้อทุพพลภาพ (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
มีงานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยประเด็นการทดสอบสารที่เจอจากใบผิวติ้วขน โดยพบว่ามีฤทธิ์สำหรับการต้านทานโรคมะเร็งตับได้ แล้วก็ยังไม่ทำลายเซลล์ธรรมดาอีกด้วย แต่งานวิจัยดังที่กล่าวถึงแล้วยังไม่เสร็จสิ้นพอที่จะนำไปใช้ต่อยอดในเชิงการค้าได้ ก็เลยสรุปได้แต่เพียงว่า การกินผักติ้วบ่อยๆจะช่วยยั้งเซลล์ของมะเร็งตับได้ (ใบ)
อดอ่อน ใบอ่อน รวมทั้งดอกอ่อนของติ้วขาวหรือผักติ้วใช้กินเป็นผักสดร่วมกับลาบ ก้อย น้ำตก แจ่ว ซุปหน่อไม้ น้ำพริก น้ำพริกปลาแดก ขนมจีน หมี่น้ำกะทิ เมี่ยงญวน แหนมเนืองเวียดนาม หรือไม่ก็อาจจะนำไปทำอาหาร อาทิเช่น ใส่ต้มหรือแกงต่างๆเพื่อใช้แต่งรสเปรี้ยวแทนการใช้มะนาว ยกตัวอย่างเช่น แกงเห็ด แกงปลา
ดอกอ่อน ใช้ทำซุปหรือยำได้ แต่ว่าจะนิยมใช้ติ้วขาวมากกว่าติ้วขน เนื่องจากว่าติ้วขาวมีรสชาติขมและก็ฝาดน้อยกว่าติ้วขน
สารสกัดด้วยน้ำของติ้วขนมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทานให้กับปลานิล โดยปลานิลที่เลี้ยงด้วยของกินที่ผสมด้วยสารสกัดติ้วขน (อัตราส่วน 1.5% (w/w)) จะมีภูมิต้านทานแบบไม่เฉพาะเจาะจง (Nonspecific immune response) สูงมากขึ้น
สารสกัดจากผักติ้ว (ยอดอ่อน) ที่เข้ากรรมวิธีการสกัดผสมกับเอทานอล (และก็ขั้นตอนอีกหลายกระบวนการ) จนได้สารจากผักติ้วที่ชื่อว่า “คอลโรจินิกเอซิกข์” สามารถใช้ประโยชน์ยั้งกลิ่นหืนของของกินได้อย่างดีเยี่ยม (งานศึกษาเรียนรู้ของนิสิตโครงงานปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)
ไม้ติ้วขาวสามารถประยุกต์ใช้สำหรับในการก่อสร้าง ทำองค์ประกอบบ้าน สร้างขื่อบ้าน ทำบอร์ดพื้น สร้างรั้ว ทำเสาเข็ม ทำด้ามเครื่องไม้เครื่องมือ จอบ เสียม สิ่งประดับข้างในเรือน กระสวยทอผ้า ทำหีบใส่ของ อื่นๆอีกมากมาย7

สล็อตออนไลน์
คุณประโยชน์ทางโภชนาการของผักติ้ว (ยอดอ่อน, ใบอ่อน, ดอก) ต่อ 100 กรัม
พลังงาน 58 กิโลแคลอรี
โปรตีน 2.4 กรัม
ไขมัน 1.7 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 8.2 กรัม
ใยอาหาร 1.4 กรัม
ขี้เถ้า 0.6 กรัม
น้ำ 85.7 กรัม
วิตามินเอ 7,500 หน่วยสากล
วิตามินบี1 0.04 มก.
วิตามินบี2 0.67 มก.
วิตามินบี3 3.1 มก.
วิตามินซี 56 มก.
ธาตุแคลเซียม 67 มก.
ธาตุเหล็ก 2.5 มก.
ธาตุฟอสฟอรัส 19 มก.

jumboslot
ใบติ้วขาว ใบเป็นใบผู้เดียวออกเรียงผ่านกัน รูปแบบของใบเป็นรูปวงรีปนรูปไข่กลับ หรือเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบสอบเรียบ ส่วนขอบของใบโค้งเรียบ ใบมีขนาดกว้างโดยประมาณ 2.5-4.5 ซม. และก็ยาวราว 3-13 ซม. ผิวใบทั้งคู่ด้านมีขนละเอียด ใบเมื่ออ่อนจะเป็นสีชมพูอ่อนถึงสีแดง เรียบและก็วาววาว โดยในฤดูหนาวจะมองเห็นเรือนพุ่มไม้ทั้งสิ้นเป็นสีชมพูอ่อน ใบแก่เป็นสีเขียวสด เรียบ สะอาด ข้างหลังใบบนวาว ส่วนท้องใบมีต่อมกระจัดกระจายอยู่ทั่วๆไป ใบแก่เป็นสีแดงหรือสีแสด มีเส้นข้างใบราว 7-10 คู่ โดยจะโค้งถึงกันใกล้ขอบของใบ รวมทั้งมีก้านใบยาวโดยประมาณ 0.6-1.6 ซม.
ดอกติ้วขาว มีดอกเป็นช่อแบบกลุ่มตามกิ่งเหนือรอยแผลของใบ กลีบดอกไม้เป็นสีขาวอมสีชมพูอ่อนถึงสีแดง กลีบมีกลิ่นหอมยวนใจอ่อนๆออกตามซากใบ หลุดตกได้ง่าย ดอกมีอยู่ 5 กลีบ เมื่อดอกบานจะขยายออกโดยประมาณ 1.2 ซม. ก้านดอกเรียวเล็กและก็มีกาบเล็กๆที่ฐานกลีบภายใน ดอกมีเกสรตัวผู้สีเหลือง สั้นๆอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ก้านเกสรเชื่อมชิดกันเป็นกรุ๊ป 3 กรุ๊ป ส่วนเกสรตัวเมีย ก้านเกสรเป็นสีเขียวอ่อนมี 3 อัน และก็มีรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวอ่อนคละเคล้าสีแดง โดยจะมีดอกในตอนม.ค.ถึงพ.ค.
ผลติ้วขาว ผลเป็นแบบแห้งรวมทั้งแตกได้ รูปแบบของผลเป็นรูปไข่ปนรูปกระสวย ผิวผลมีนวลสีขาว ผลเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลดำ รูปแบบของผลเป็นแบบแคปซูล ปลายแหลม ผิวเรียบรวมทั้งแข็ง มีขนาดกว้างราวๆ 0.4-0.6 ซม. แล้วก็ยาวราว 1.3-1.8 ซม. รวมทั้งจะแตกออกเป็น 3 แฉกเมื่อแก่ ข้างในผลมีเม็ดสีน้ำตาล ส่วนที่ฐานดอกมีกลีบเลี้ยงยังคงอยู่

slot